คุณยังไม่ได้ Log in | สมัครสมาชิก ฟรี
กลับหน้าแรก วิชาการ.คอม
ถ้าผมจะทำหนังสือแนะแนวคณะวิทยาศาสตร์เล่มหนึ่ง แล้วเขียนบทนำอย่างนี้ เด็กจะอ่านไหมครับ
โพสต์เมื่อ: 18:44 วันที่ 22 พ.ย. 2550         ชมแล้ว: 407 ตอบแล้ว: 10
บทนำ
(อาจจะออกแนวการเมืองที่ยืดยาวไปหน่อย)

หลังจากที่ “สถาบันนานาชาติเพื่อการพัฒนาการจัดการ” ได้จัดอันดับประเทศไทยว่า “แย่ที่สุด” สำหรับเรื่องวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ก็เกิดเสียงรณรงค์ว่า จำนวนคนในด้านการวิจัยและพัฒนาของไทยมีสัดส่วนน้อยอย่างน่าตกใจ ทั้งในภาครัฐบาลและเอกชน จำเป็นต้องเพิ่มโดยด่วน มีการเตือนให้สถาบันต่างๆ สนใจหาทางที่จะเพิ่มปริมาณนักวิทยาศาสตร์และนักวิชาชีพนี้ในประเทศไทย จึงเกิดโครงการพิเศษอย่างมากมายที่ทำให้คนที่เรียนสาขาวิทยาศาสตร์เพียงไม่กี่คนกลายเป็นเหมือนชนชั้นสูงที่ต่างจากคนอื่นๆ แต่มีใครมองไหมว่า สถาบันที่เป็นความหวังของประเทศสำหรับเรื่องนี้โดยตรงคือ “คณะวิทยาศาสตร์” แหล่งฝึกนักวิทยาศาสตร์และบุคลากรด้านนี้ให้กับประเทศไทย คณะวิทยาศาสตร์เป็นความหวังสำคัญที่จะช่วยแก้ปัญหาต่างๆ ทั้งเศรษฐกิจและสังคมได้อย่างมากมาย ด้วยวิธีที่หยั่งรู้ความเป็นไปของสรรพสิ่งในธรรมชาติอย่างประณีตและมหัศจรรย์
และมีใครมองไหมว่า เกิดอะไรขึ้นกับคณะวิทยาศาสตร์? เกิดอะไรขึ้นในสังคมไทย สถาบันที่เป็นความหวังของแผ่นดินแห่งนี้ถูกมองเป็นอะไรไป ก่อนที่ใครๆ จะดูหมิ่นหรือตัดสินแหล่งฝึก “ผู้มีฝีมือ” และ “นักปราชญ์ของแผ่นดิน” แห่งนี้ เขาเหล่านั้นสนใจบ้างหรือเปล่าว่า คณะวิทยาศาสตร์เป็นเรื่องเกี่ยวกับอะไรกันแน่
ทำไมเมื่อคนคนหนึ่งตั้งใจจะเรียนคณะวิทยาศาสตร์ กลับต้องถูกแรงต่อต้านและพบอุปสรรคอย่างมากมาย จนต้องเปลี่ยนใจออกไปจากสาขานี้เสียส่วนใหญ่ ใครที่เข้ามาพัวพันกับคณะวิทยาศาสตร์ก็มักจะมีปัญหาน่าหนักใจ และก็มีคนกล่าวว่า คนที่ตั้งใจจะเรียนคณะวิทยาศาสตร์นั้น “สร้างความสุขให้กับคนทั้งโลก แต่ตัวกลับอาภัพอับโชค ไร้ความชื่นใจ”
ทำไมเป็นเช่นนั้น และจะแก้ไขอย่างไร ถ้าพิจารณาดูคงพบว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับสังคมไทยเหล่านั้น สะท้อนปัญหาเส้นทางการศึกษาของคนไทยเกือบทุกคนได้อย่างน่าสนใจ
จากเรื่องจริงที่ได้คุยกับเพื่อนที่สนใจเรียนด้านนี้ ก็ได้รู้มาหลายครั้งว่า ประเทศไทยสูญเสียคนที่มีศักยภาพที่จะทำงานด้านนี้ไปคราวละมากๆ อย่างน่าเสียดาย เพียงเพราะเรื่องไม่เป็นเรื่อง ที่ยังครอบงำอยู่หลายอย่าง ซึ่งถ้าเราช่วยกันมองหาหนทางแก้แม้สักเล็กน้อย ก็น่าจะแก้ไขและทำให้เกิดสิ่งดีๆ ได้อีกมากมาย โดยไม่จำเป็นที่จะดันทุรังให้ผู้เรียนคณะนี้เป็นคนฉลาดหรือเรียนเก่ง ตามนโยบายของโครงการพิเศษเสมอไป คนที่เรียนไม่เก่งก็อาจทำอะไรได้ดีกว่ามาก ขอเพียงผู้เรียนรู้จักเลือกทำในสิ่งที่ใช่ มันขึ้นอยู่กับมุมมอง โอกาส และความพยายาม
ทุกวันนี้ประเทศไทยยังคงมีความสูญเสียทางเศรษฐกิจและสังคมที่มาก ขาดความมั่นคงในตัวเองเมื่ออะไรๆ ก็ต้องนำเข้าจากต่างประเทศทั้งนั้น หลายอย่างไทยผลิตเองไม่ได้ ต้องขายวัตถุดิบให้ต่างประเทศในราคาถูก แต่ซื้อกลับเข้ามาในราคาแพง แม้จะมีคนบอกให้เพิ่มการวิจัยและพัฒนาในภาคเอกชน แต่บริษัทเอกชนต่างๆ ส่วนใหญ่ก็ยังรับสมัครคนที่เรียนจบคณะวิทยาศาสตร์ด้วยเงินเดือนต่ำ เข้าไปทำงานที่มีความซ้ำซากสูง น่าช้ำใจที่ผู้เรียนคณะวิทยาศาสตร์ต้องฝ่าฟันการเรียนสารพัดเรื่องยาก บางครั้งเรียนอย่างขมขื่นกว่าคณะอื่นมาก แต่สังคมมักกล่าวถึงอนาคตของคนที่เรียนจบคณะนี้ในทำนองว่าโอกาสน้อย
คนที่เรียนจบคณะวิทยาศาสตร์ส่วนหนึ่งเป็นนักวิทยาศาสตร์ และนักวิทยาศาสตร์ ก็เหมือนสไปเดอร์แมน ตรงที่ช่วยปกป้องชาวโลก ใครกันหนอที่คิดค้นวิธีช่วยโลกได้เวลาเกิดภัยพิบัติ ก็เป็นนักวิทยาศาสตร์ ใครกันหนอที่มีบทบาทมากในการคิดค้นยารักษาโรค ก็นักวิทยาศาสตร์ อุปกรณ์เครื่องมือเครื่องใช้ในชีวิตความเป็นอยู่ ก็มีต้นกำเนิดจากการค้นพบของนักวิทยาศาสตร์ทั้งนั้น ทุกวันนี้โลกของเราแย่มากส่วนหนึ่งเพราะวิทยาศาสตร์ แต่เวลาเกิดปัญหาในด้านนี้ คนที่จะมาแก้ต้องเรียนมาด้านวิทยาศาสตร์ ผู้มีบทบาทสำคัญในการแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อมก็คือคนเรียนด้านวิทยาศาสตร์ ซึ่งสำหรับเรื่องนี้มีคนบอกว่า "นักวิทยาศาสตร์แสนจะรักธรรมชาติ แต่คนในยุควิทยาศาสตร์เป็นคนที่ทำลายธรรมชาติ"
วิทยาศาสตร์อยู่คู่โลกตลอดมา แม้สิ่งที่คนรุ่นก่อนสะสมมาจะไม่อ้างว่าเป็น “วิทยาการ” และเมื่อโลกวุ่นวายด้วยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี คนที่เข้ามาแก้ก็แก้ได้ด้วยวิทยาศาสตร์
อย่าลืมว่า สุนทรียภาพของวิทยาศาสตร์ และความเพลิดเพลินรื่นรมย์ในวิทยาศาสตร์ มันก็เป็นไปเพื่อความเข้าใจธรรมชาติ นั่นคือสรรพสิ่งทั้งหลายในจักรวาลที่พวกเราทุกคนอยู่
ที่กล่าวอย่างนี้ไม่ได้บังคับว่า ใครเรียนคณะนี้แล้วจะต้องทำงานที่เกี่ยวกับวิทยาศาสตร์ หรือทำอะไรในแนวทางเดียวกัน เพราะคณะวิทยาศาสตร์เป็นคณะที่มีจุดมุ่งหมายสำหรับผู้เรียนที่มีความต้องการแตกต่างหลากหลายกันไป และคนทุกคนมีแนวทางชีวิตเป็นของตัวเอง มีทางแห่งความดีที่ต่างกัน แต่ถ้าผู้คนจำนวนมากยังเข้ามาเรียนแล้วไม่ได้นำสิ่งที่ได้ไปใช้ให้เกิดประโยชน์อยู่อย่างนี้ หรือไม่มีโอกาสสัมผัสความสุนทรีย์ในความเข้าใจธรรมชาติก็น่าเสียดาย
ถ้าใครไม่มีอคติกับคณะวิทยาศาสตร์จนเกินไป ก็อาจสังเกตในภาพยนตร์เรื่องสไปเดอร์แมนได้ว่า “ปีเตอร์ พาร์คเกอร์” ตัวเอกในเรื่องนั้น ชอบเรียนด้านวิทยาศาสตร์ และชอบศึกษาค้นคว้าด้านนี้ เมื่อเขามีงานทำแล้วก็ยังกลับไปเข้าห้องเรียนฟิสิกส์ทฤษฎี (ในภาคสามที่ถูกอำนาจมืดครอบงำ) คนไทยมีความนิยมในภาพยนตร์เรื่องสไปเดอร์แมน แต่สิ่งที่คณะวิทยาศาสตร์ได้รับ กลับไม่ค่อยต่างจากตอนที่สไปเดอร์แมนถูกใส่ร้าย
จะมีสักวันไหม ที่คนที่เรียนคณะวิทยาศาสตร์จะเรียนและทำงานได้อย่างมีความสุข ชาวไทยจะเห็นว่าคณะวิทยาศาสตร์เป็นส่วนสำคัญในการกอบกู้บ้านเมืองสร้างสรรค์สังคม จะมีสักวันไหมที่ปัญหาที่ครอบงำสังคมจะถูกเปิดออก แล้วคณะวิทยาศาสตร์เป็นส่วนหนึ่งที่จะทำให้ประเทศไทยเป็นดินแดนที่สงบสุข สมเป็นแผ่นดินที่เกื้อกูลชีวิตมากมาย
มองคณะวิทยาศาสตร์ให้เต็มตาดีไหมครับ

หนังสือเล่มนี้มีความมุ่งหมายว่า
1. เด็กที่มองว่าจะเข้าจะได้รู้จักคณะนี้มากขึ้น
2. เด็กที่พัวพันปัญหาค่านิยมและปัญหาอื่นจะมีหนทางแก้มากขึ้น
3. พยายามรวมปัญหาของสังคมเรื่องนี้เพื่อช่วยกันคิดแก้

พีรกิตติ์ คมสัน ประชาอุทิศ เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 209 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 168 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

จำนวน 10 ความเห็น, หน้า่ | -1-
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 1 24 พ.ย. 2550 (01:15)
จากความที่ตัวเองก็เคยเป็นเด็ก ก็ขอใช้ความรู้สึกของเด็กตอบนะครับ
<
<
<
<
"ไม่อ่านครับ"


1.บทนำยาวเกินไป เด็กเห็นก็เบื่อแล้ว
2.เรื่องที่เขียนในบทนำดูเป็นทางการเหมือนพวกหนังสือเรียนเล่มโตๆระดับปริญญาตรีมากกว่า ดูไม่ผ่อนคลายเหมือนกับว่ายิ่งอ่านจะยิ่งเครียด แล้วเด็กที่ไหนจะอ่านครับ

ผมว่าถ้าจะทำเป็นสื่อให้เด็กๆอ่านผมแนะนำการ์ตูนครับ อ่านง่ายและชวนติดตาม สีสันสวยอ่านแล้วเพลินลูกกะตาดีครับ เมื่อก่อนตอนเด็กผมเคยมีการ์ตูนชุดวิทยาศาสตร์น่ารู้ เป็นการ์ตูนปกแข็งมีทั้งหมด9เล่ม รู้สึกจะเป็นของญี่ปุ่นนะครับแล้วคนไทยเอามาพิมพ์ขาย แต่ละเล่มจะแยกเป็นเรื่องของวิทยาศาสตร์ต่างๆเช่นมหาสมุทร สัตว์ต่างๆ ไดโนเสาร์ อุตุนิยมวิทยา ธรณีวิทยา ฯลฯ เนื้อหาเขาเขียนได้น่าอ่านมากครับ ไม่เครียดเกินไป เป็นเรื่องพื้นฐานทั่วๆไป เข้าใจง่าย อ่านเพลินดีครับ รูปประกอบก็สวยดี เด็กๆคงจะชอบอ่านมากกว่า
Omkoy เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 172 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 165 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 2 24 พ.ย. 2550 (12:54)
ถ้าอยากให้เด็กอ่าน ลองใช้ภาษาง่ายๆ ดูนะครับ ^^
คือ... ภาษาที่คุณใช้มันเป็นทางการไปอะครับ ขนาดผู้ใหญ่ยังไม่ค่อยอยากอ่านเลย

เนยสด neizod.blogspot.com
ร่วมดูดความรู้โดยไม่ออกความเห็นแล้ว infinite ครั้ง - แจกดาวแล้ว 0 ดวง - ไม่ต้อง Vote ให้ดาวผมก็ได้ครับ
เนยสด เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 1970 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 0 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 3 1 ธ.ค. 2550 (21:38)
สรุปว่า งานเขียนเพื่อคณะวิทย์ อันนี้ ไว้ที่นี่ครับ http://www.vcharkarn.com/include/article/showarticle.php?Aid=33535


จะทยอยเรียบเรียงเนื้อหามาไว้ครับ แต่เรื่องการแนะแนวนี่ขอว่า เป็นงานเขียนที่ให้ข้อมูลเสริมเฉยๆ

(เป็นงานที่ดูดพลังชีวิตมาก ทำให้ผมต้องกินข้าววันละหกมื้อ จากที่เคยกินวันละสองมื้อก็อยู่ได้)
พีรกิตติ์ คมสัน ประชาอุทิศ เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 209 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 168 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 4 2 ธ.ค. 2550 (18:58)
เข้าไปอ่านงานเขียนละ อ่านจนตาลายไปหมดเลย เราว่ายาวไปหน่อยนะ
Zeolite เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 64 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 150 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 5 2 ธ.ค. 2550 (19:28)
เฉพาะบทนำก็ท่าจะยากมากเสียแล้ว แต่โชคไม่ดี ผมคงจะมีความสามารถสูงสุดเท่านี้ครับ

คงต้องแยกกล่าวถึงเป็นบท ว่าสิ่งที่ยาวไปคือบทใด เพราะเนื้อหาในหนังสือเล่มนี้มีหลายส่วนมาก จะมีหลายบทที่ยาวกว่านี้ และคงยาวแบบนี้ทั้งเล่มครับ

พอผมมาทำก็เห็นว่า มันเป็นงานใหญ่มาก ไม่ใช่เล่นๆ อย่างที่คิด ทีนี้เรื่องการเขียนให้คนสนใจก็เป็นภาระที่ยากกว่าอีกหลายเท่า จะดีไหมถ้าหนังสือเล่มนี้จะเป็นข้อมูลพื้นฐานเฉยๆ และเป็นสื่อกลางรับข้อมูลจากคนในวงการเท่านั้น แล้วใครที่อยากจะช่วยประชาสัมพันธ์อะไรเกี่ยวกับคณะวิทย์ ก็ค่อยทำกิจกรรมกันเอง โดยเฉพาะองค์กรนักศึกษาคณะวิทยาศาสตร์
พีรกิตติ์ คมสัน ประชาอุทิศ เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 209 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 168 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 6 2 ธ.ค. 2550 (19:34)
ผมรู้สึกว่า ถึงแม้งานเขียนนี้ไม่น่าสนใจเลย แต่ เด็กที่ต้องการข้อมูลหรือจำเป็นต้องใช้ประโยชน์จากมัน ก็น่าจะมีความทุ่มเทพอที่จะอ่านมันเอง อันนี้หมายถึงเฉพาะคนที่กำลังอยู่ในเส้นทางนี้ครับ

อีกเรื่องหนึ่ง การอ่านจากหน้าจอคอมพิวเตอร์ เป็นเรื่องยากลำบากแน่ๆ ต่างจากเวลาจัดพิมพ์เป็นรูปเล่ม
พีรกิตติ์ คมสัน ประชาอุทิศ เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 209 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 168 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 7 2 ธ.ค. 2550 (23:41)
อึ่ม... ยอมรับนะเรื่องเด็กที่ทุ่มเทอ่าน
ผมก็เคยเอา Text Calculus ภาษาอังกฤษมาอ่านตอนอยู่ม.4
ถึงจะใช้เวลานานกว่าจะเข้าใจทั้งหมด (เพื่อที่จะลืมในเวลาถัดมา)
แต่เชื่อเหอะครับ น้อยกว่า 0.0001% ที่จะทำอย่างผม

แน่นอนครับ พอผม (ลอง) เอาไปให้เพื่อนๆ อ่าน
พวกนั้นก็บอกว่า "คุณจะรีบอ่านทำไมครับ หนักหัวมากๆ เลยครับ"
(แปลงเป็นภาษาสุภาพแล้วเน้อ... ^^")

- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -


ทีนี้ ผมอยากถามคุณพีรกิตติ์ว่า
จุดมุ่งหมายสูงสุดของคุณในการนำเสนอผลงานนี้คืออะไรครับ?
ถ้าคุณต้องการเผยแพร่ความรู้แก่เด็กๆ ก็ต้องอดทนครับ
ต้องทำในสิ่งที่เด็กอยากอ่านให้ได้

แน่นอนว่าการทำด้วยตัวคนเดียวนั้นลำบาก
แต่ถ้าคุณสามารถหาผู้ช่วยได้หละครับ ^^
คนที่เค้าเข้าใจเด็กๆ เป็นอย่างดี เขียนในแบบที่เด็กชอบอ่านได้
(หาไม่ยากครับ ไปห้องครูอาจารย์ก็พบหลายท่านแล้ว แต่ผมไม่ยืนยันนะว่าพวกอาจารย์เค้าจะช่วย)

เด็กหลายๆ คนคงระรึกถึงพระคุณของคุณเป็นแน่แท้ครับ
เนยสด เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 1970 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 0 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 8 3 ธ.ค. 2550 (02:12)
เป็นบทนำที่คล้ายสุนทรพจน์เกินไปครับ ค่อนข้างเลี่ยนนั่นเอง คำนำคือการการโน้มน้าวชักจูง ซึ่งควรเป็นไปอย่างเรียบง่าย และไม่ยืดเยื้อเกินไป

การเริ่มต้นด้วยปัญหาเกี่ยวกับการพัฒนาวิทยาศาสตร์ เป็นเรื่องที่ไม่ควรนำขึ้นเป็นหัวเรื่องครับ และชี้นำปัญหาได้น่าตกใจเกินกว่าจะเป็นการแนะแนว

อย่าลืมว่าจุดประสงค์ของการแนะแนวคือการแนะนำคณะวิทยาศาสตร์ ให้เด็กพอที่จะสนใจ เป็นทางเลือกหนึ่งในการเรียน คือควรจะบอกว่า อ่านเล่มนี้แล้วจะได้ข้อมูลในด้านนั้น ด้านนี้ ที่เป็นหัวเรื่องที่น่าสนใจให้หยิบอ่าน มากกว่าจะบอกว่า นี่ประเทศไทยกำลังมีปัญหาอย่างนี้ๆๆนะ เหมือนกับจะบอกว่าน้องควรจะเข้าคณะวิทย์เพื่อแก้ปัญหาตรงนี้ ซึ่งส่วนนี้น่าจะแทรกไว้ในบทอื่นๆที่ไม่ใช่ส่วนของคำนำ

และควรเกลาสำนวนมากขึ้นครับ ภาษาเป็นทางการ และ อ่านง่าย มีวิธีการเขียนอยู่ครับ (เพียงแต่เขียนยากเท่านั้นเอง)
สอวน.phy50 (IP:125.25.159.238)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 9 4 ธ.ค. 2550 (10:55)
เค้าว่า ไม่ได้เขียนให้เด็กอ่านโดยตรงไม่ใช่เหรอ แต่เป็นสื่อกลางสำหรับคนที่กลุ้มใจเรื่องนี้มาคิดร่วมกัน
นิรนาม (IP:202.44.8.100)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 10 4 ธ.ค. 2550 (21:44)
ขอบคุณครับสำหรับคำแนะนำจากทุกท่าน ผมเริ่มจับหลักได้แล้วในการสื่อสาร

ตกลงว่า เอาเรื่องแนะแนวขึ้นก่อนก็ได้ เรื่องวิเคราะห์ปัญหาไว้ครึ่งหลังเลย ความจริงก็วางแผนไว้จะแบ่งเป็นสองภาค เอาภาคแนะแนวขึ้นต้นก่อน แต่ติดอยู่ว่า อยากจะเขียนนำด้วยเรื่องการเมือง เพราะเนื้อหาของหนังสือจะรวมมิตรสารพัดเรื่องที่ออกไปในแนวนั้น

คิดว่า หน้าปกของหนังสือ

"มองคณะวิทย์ <--สถาบันการศึกษาที่รวมศาสตร์แห่งการหยั่งรู้ธรรมชาติ และกุมชะตาความสงบสุขของมวลมนุษยชาติ"
พีรกิตติ์ คมสัน ประชาอุทิศ เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 209 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 168 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติม วิชาการ.คอม

ชื่อ / email:
ข้อความ

รูปภาพ หรือ ไฟล์
กรุณาล๊อกอินก่อน เพื่อโพสต์รูปภาพ และ ใช้ LaTex ค่ะ สมัครสมาชิกฟรีตลอดชีพที่นี่
ตัวช่วย 1: CafeCode วิธีการใช้
ตัวช่วย 2: VSmilies วิธีการใช้
ตัวช่วย 3: พจนานุกรมไทย ออนไลน์ ฉบับราชบัณฑิต
ตัวช่วย 4 : dictionary ไทย<=>อังกฤษ ออนไลน์ จาก NECTEC
ตัวช่วย 5 : ดาวน์โหลด โปรแกรมช่วยพิมพ์ Latex เพื่อแสดงสมการบนวิชาการ.คอม
วิชาการ.คอม

บทความแนะนำ

Blog แนะนำ

Hot Links

ขอบคุณผู้สนับสนุน

Google
 
ติดต่อลงโฆษณา :   คุณอันนา 081 4965363
สำนักงาน :   02 2015735
อีเมล์ :   
Copyright© 2000-2007, Vcharkarn.Com. All rights reserved.
คลิ๊กเพื่อดูสถิติ
รับรองและสนับสนุนโดย

สสวท.

มูลนิธิ พสวท.

พสวท.