วิชาการ.คอม - คลังความรู้ ปัญญาไทย เพื่อการศึกษาไทย เพราะเรารักเมืองไทย
เว็บส่งเสริมการเรียนรู้ดีเด่น 2547 (สมาคมผู้ดูแลเว็บไทย)   |   เว็บสื่อวิทยาศาสตร์ดีเด่น 2549 (กระทรวงวิทย์)   |   เว็บการศึกษาที่มียอดผู้เข้าชมสูงสุด 2549, 2550 (TrueHits)
ขอขอบคุณ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) และ สสวท ที่ให้การสนับสนุน  
ความสัมพันธ์ของเข็มนาฬิกา
โพสต์เมื่อ: 17:16 วันที่ 24 พ.ย. 2550         ชมแล้ว: 3,733 ตอบแล้ว: 26
นาฬิกา สิ่งที่มนุษย์สร้างขึ้นเพื่อใช้บอกเวลา หนึ่งในสิ่งที่ถือเป็นลักษณะมาตรฐานของนาฬิกา คือ
เข็มนาฬิกา ที่ปกติ จะมีอยู่ 3 ส่วน คือ เข็มสั้น เข็มยาว เเละ เข็มวินาที กระทู้นี้เลยลอง นำเรื่องนี้มาคิด ว่าสามารถเชื่อมโยง ความสัมพันธ์ของเข็มนาฬิกา กับเรื่องอื่นๆ อะไรได้บ้าง ลองมาคิดกันดู

yoshisuku เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 295 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 149 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

จำนวน 26 ความเห็น, หน้า่ | 1| -2-
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 7 29 พ.ย. 2550 (17:37)
ความวุ่นวาย มักจะเกิดจากการมีอยู่
SaLaSs เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 313 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 1 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 8 29 พ.ย. 2550 (18:32)
60 วินาที = 1 นาที

60 นาที = 1 ชั่วโมง

แต่ว่า 24 ชั่วโมง = 1 วัน นะคุณ



เลขฐานสองมี 0 1 หมดซะแล้ว กลับไปเริ่ม 10 11 หมดอีกแล้ว.. 100 101 110 111

เลขฐานสิบ 0 1 2 3 4 5 6 7 8 9 แล้วกลับไปเริ่ม 10 11 12.....

แต่ 55' 56' 57' 58' 59' กลับไปที่ 1"0' 1"1' 1"2' 1"3' ....... 1"59' 2"0' เลขฐาน60

วินาที กับนาที เป็นเลขฐาน 60 แต่ชั่วโมงไม่ใช่นะ โลกหมุนรอบตัวเอง 24 ชั่วโมง (ประมาณๆ 24 ชั่วโมง) ทำไมไม่เปลี่ยนเป็น 360 องศาซะ จะได้เป๊ะๆ

ส่งเมสเซจไปบอกแม่ว่า "วันนี้โรงเรียนเลิก 137องศา แต่ว่าจะไปดูหนังสือที่ศูนย์หนังสือจุฬาฯ กับเพื่อนซักหน่อยนะครับ น่าจะกลับประมาณ 180 องศานะครับ แม่ไม่ต้องเป็นห่วง"



"ตอนเช้าตั้งนาฬิกาปลุกไว้ตอน 330 องศาให้ทีนะ วันนี้มีประชุมต้องรีบไปแต่เช้า"



โลกหมุนรอบตัวเอง 360 องศา เป็นหนึ่งวันพอดี

โลกหมุนรอบดวงอาทิตย์ก็ 360 องศาวัน

มันก็แค่ชื่อของตำแหน่ง การหมุนรอบตัวเองน่ะนะ

ถ้ามันแค่ชื่อเท่านั้น งั้นวงกลมมีแค่ 100 องศาได้มะ จะได้คำนวณง่ายๆ

2Pi ก็เลยกลายเป็น 100 องศาไปซะ

ไหนนักคณิตศาสตร์ลองเปลียนให้ดูหน่อยดิ จะได้เห็นข้อดีข้อเสียกันไปเลย

ระหว่าง 360 องศา กับ 100 องศา

ถ้ามันง่ายกว่า ก็จะกลายเป็นว่า วันหนึ่งมี 100 องศา

หนึ่งปีมี 100 องศาวัน



และลองเปลียนเวลาเป็นหน่วยองศากันมะคับ เหอๆๆ

นาฬิกาจะได้ออกแบบง่ายๆ มีเข็มเดียวไปเลย
thanit_khom เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 177 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 180 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 9 29 พ.ย. 2550 (19:09)
จริงๆ แล้ว ชีวิตเรา สัมพันธ์กับการหมุนตัวเองของโลก และการโคจรรอบดวงอาทิตย์ของโลกขนานนั้นเลยหรือนะ

ครบรอบวันเกิดยี่สิบปี หมายความว่า
ฉันเกิดมาบนโลกนี้ ตอนที่โลกอยู่ตรงตำแหน่งนี้ (เมื่อเทียบกับดวงอาทิตย์)
และตรงจุดๆนี้เอง โลกหมุนผ่านมายี่สิบครั้งสำหรับฉันแล้ว....
ฉันก็เลยฉลองซะเลย

เราว่าไม่มีมนุษย์คนไหนคิดอย่างนั้นหรอก คิดว่าไม่มีนะ

เวลามันเป็นข้อตกลงของเราต่างหาก มันใช้แสดงการใช้ชีวิตตั้งแต่เช้าจนค่ำของคนๆ หนึ่ง
มันแสดงความสัมพันธ์ทางสังคม ของคนหลายๆคน และความสัมพันธ์ของหลายๆสิ่ง

แต่หลายๆครั้ง ไอ้สามเข็มที่ว่า มันอาจจะไม่สัมพันธ์กับความรู้สึกของคน
"เฮ้ยพี่ รอผมแปล๊บนะ เดี๋ยวไปอาบน้ำแต่งตัวก่อน"
"เร็วๆนะโว๊ย...หิว"
พี่ชายหิวไส้จะขาด เวลาผ่านไปสามนาที "ทำไมมันช้าจังวะ"
น้องชายเจ้าสำอาง อาบน้ำแต่งตัวทีนึงชั่วโมงเศษ คราวนี้รีบหน่อย ยี่สิบนาทีเสร็จ
"โห เวลาเร็วชิบ แย่แล้ว เพิ่งล้างหน้าเสร็จ ปาไปห้านาทีแล้ว"

สามนาทีน๊านนนานๆ แต่ห้านาทีแปล๊บเดียวเองอ่ะ
ความรู้สึกของคนที่รอ กับความรู้สึกของคนที่ถูกรอ เวลาจึงไม่เท่ากัน

พี่ชายและน้องชายเข้าใจเรื่องดังกล่าวดี
"ผมขอโทษทีนะพี่ ผมอาบน้ำนานไปหน่อย สู้อุตสาห์รอผม ขอบคุณนะครับ"
"เออ ไม่เป็นไร เข้าใจๆ...งั้นรีบไปเหอะ หิวว่ะ"

เมื่อเราเข้าใจว่า ความสัมพันธ์ของเวลาไม่ใช่แค่เพียงการหมุนรอบตัวเองของโลก
และการโคจรรอบดวงอาทิตย์ แต่มันเป็นความสัมพันธ์ทางสังคม
เราก็น่าจะใส่ใจซึ่งกันและกัน ใสใจในการรักษาเวลา ตรงเวลา
และรู้จักเห็นอกเห็นใจซึ่งกันและกัน


KoKoKo
thanit_khom เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 177 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 180 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 10 30 พ.ย. 2550 (00:03)
มีเวลา มีนาฬิกา ไม่มีคน โลกสงบสุข
ไม่มีเวลา(ถูกให้กำหนด) ไม่มีนาฬิกา(ถูกให้กำหนดโดยคน) มีคน โลกไม่ได้สงบสุข คนจึงสร้างนาฬิกา
..........................................
เมื่อมีนาฬิกา มีเวลา เป็นที่ยอมรับมาตรฐานการวัดเวลา
แต่ไม่เครื่องวัด ความใจร้อน-เย็นของคน
เครื่องวัดความใจร้อน-เย็น ไม่ใช่นาฬิกา
แต่คนก็มักใช้นาฬิกาเป็นเครื่องวัดใจร้อน-เย็น
..........................................
ความพิวเตอร์ มีการประมวลผลเร็วขึ้นกว่าเดิมตั้งแต่รุ่น 8086 8088
เร็วกว่าการบวกเลขของคนธรรมดา เป็น ล้าน ล้าน เท่า

รวมไปถึง ความเร็วของInternet จาก 10 มาเป็น 100 เร็วขึ้นอย่างมากมาย เร็วกว่าคนวิ่งจากที่หนึ่งไปอีกที่หนึ่ง

แต่คน ก็ยังรู้สึกว่า ช้ากว่าใจ ของตนเอง

อุปกรณ์เทคโลยีอื่น ก็เป็นปัญหาต่อคน ทั้งปวง

เพราะ คนอึเหม็น กิเลสมาก เช่นนี้ ถือเป็นผู้ไม่รู้จักพอเพียง แม้นมีสิ่งที่เร็วเพียงพอ
bad&good เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 427 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 160 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 11 30 พ.ย. 2550 (04:37)
คุณ bad&good เป็นพุทธศาสนิกชน หรือเปล่าครับ อยากทราบซักนิดหนึ่ง
แต่เท่าที่อ่านกระทู้ต่างๆ ผมคิดว่าน่าจะเป็นพุทธศาสนิกชน

คราวนี้ผมจะยืนในจุดที่คุณมองบ้างนะครับ

ถ้าคนหมดกิเลส ถึงภาวะนิพพานกันทุกคน
คนก็จะไม่เกิดขึ้นมาบนโลก คนก็จะไม่มีบนโลก
ก็จะไม่ทุกข์ ไม่สุข ไม่โศก ไม่เศร้า
พุทธเจ้าองค์ถัดไปก็ไม่ต้องมีแล้ว
เหลือแต่สัตว์โลก พืชพรรณ แล้วก็โลกอื่น พรหม สวรรค์ นรก พวก เปรต เทวดา

พระพุทธเจ้าท่านทรงเกิดในรูปอื่นได้มั๊ยนะครับ
พุทธองค์ต้องเป็นคนเท่านั้นหรือเปล่านะ อันนี้ผมไม่รู้จริงๆ อย่างบริสุทธิ์ใจ

แต่ถ้าพุทธองค์ต้องเป็นคน แต่ไม่มีเชื้อคนบนโลกแล้วเนี่ย
พวกสัตว์ พรหม เทวดา เปรต เหล่านั้น
จะมีโอกาสบรรลุธรรมได้มั๊ยครับ
คุณจะแก้ปัญหานี้อย่างไร

ดังนั้น การมีคนบนโลก เราลองมองในแง่อื่นกันบ้างดีหรือไม่นะ
ว่าถ้ามีคนแล้วโลกจะมีความสุขอย่างไร คน กับ โลก มีความสัมพันธ์อันดีต่อกันอย่างไร
ทำไมโลกจึงต้องมีคน นะ
เมื่อเราตอบคำถามเหล่านั้นได้แล้ว
ผมว่าเราน่าจะเข้าใจเป้าหมายของเราได้ดีเลยทีเดียว

คราวนี้กลับมาดูเรื่องเวลากันบ้าง
เวลาเพียงเสี้ยววินาทีเดียว บางทีมันเปลี่ยนวิถีชีวิตของคนๆหนึ่งไปเลย
แผ่นดินไหวรุนแรงที่นีสุมาตรา ในระยะเวลานั้น เกิดคลืนทซึนามิ
ใช้เวลาเดินทางจากสุมาตรามาถึงชายฝั่งภาคใต้ ยาวไปถึงอินเดีย ศรีลังกา แอฟริกา
ระยะเวลาสั้นๆ ถ้าเรารู้เร็วกว่านั้นอาจไม่ทำให้เกิดภัยพิบัติต่อชีวิตมนุษย์ขนาดนั้น
หรือว่าคุณ bad&good ไม่สนใจเรื่องชีวิตมนุษย์ ก็คงไม่ใช่

ความเร็ว ความช้า จึงมีความสำคัญสูงในหลายๆสถานการณ์
ข้อจำกัดของความเร็ว ว่าเร็วแค่ไหนจึงเพียงพอแล้ว จึงสัมพันธ์กับสถานการณ์

บางทีคนที่ต้องการความรวดเร็วของอินเตอร์เน็ต
ความรวดเร็ว และประหยัดเวลา ก็ไม่จำเป็นต้องมีกิเลสกันทั้งหมด
มันมีประโยชน์ต่อวิถีชีวิตมากกว่า มันไม่ได้ทำให้เราเศร้าหมอง แต่มันทำให้เราสะดวกสบาย
ช่วงเวลาชีวิตมนุษย์ในการอยู่บนโลก ปัจจุบันยังมีระยะเวลาจำกัด คนๆจะมีชีวิตเป็นพันปีก็ไม่ได้ (ยกเว้นฮ่องเต้ มีอายุยืนนานหมื่นปี หมื่นๆปี อิๆๆ)

ดังนั้น ความรวดเร็วของสิ่งบางอย่าง อาจมีคุณค่ามหาศาล
ถ้าพุทธองค์ท่านทรงบังเกิดขึ้นมาบนโลกไฮเทคในยุคนั้น มนุษย์อาจบรรลุมรรคผลโดยทางถ่ายทอดสัญญาณผ่านดาวเทียมก็ได้ ให้คนที่มีกิเลสเขาพัฒนาเทคโนโลยีกันไป
คนที่ละกิเลสก็ไม่ต้องพัฒนาเทคโนโลยี มันก็แบ่งแยกเกินไปหน่อยมิใช่หรือ

อะไรที่มีประโยชน์ ไม่ก่อเกิดความทุกข์ ไม่ทำให้จิตใจเศร้าหมอง ให้เขาทำไปเถอะ
วิธีละกิเลสก็สอนเขาไป เขาละกิเลสได้แล้ว แต่ก็ไม่ได้หมายความว่า จะให้เขาหยุดพัฒนาเทคโนโลยีนี่นา

เวลาเป็นสิ่งที่มีค่ามาก....ถ้ามองจากจุดนี้ เรามาใช้เวลาให้ประหยัด และเกิดประโยชน์กันเถอะ

KoKoKo
thanit_khom เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 177 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 180 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 12 30 พ.ย. 2550 (04:46)
ความใจร้อนใจเย็นของคน มันก็สัมพันธ์กับอะไรซักอย่างนึง
เมื่อเราเห็นว่าคนนี้ใจร้อน เป็นพฤติกรรมของเขาเลยแหล่ะ
ทำอะไรต้องเร็ว ต้องไว เหมือนเมตาบอลิซึมดีมาก เผาผลาญพลังงานเยี่ยม

ลองมองข้อดีของเขากันเถอะ
ใหน คนที่ใจร้อนมาแชร์ประสบการณ์เรื่องเวลากันซักหน่อยดิ

คนที่ใจร้อนอาจเกิดมาเพื่อสอนให้เราใช้เวลาให้คุ้มค่าก็เป็นไปได้จริงมะ
thanit_khom เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 177 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 180 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 13 30 พ.ย. 2550 (11:47)
ถ้าใจร้อนก็ต้องทำให้ให้เย็นๆลงหน่อยครับ คนเรามีความคิดความเห็นที่หลากหลาย เเม้
กระทั่งความคิดของตนเองก็ยังสามารถเปลี่ยนเเปลงไปได้เรื่อยๆ ตามเเต่ปัจจัยภายในเเละภายนอกมากระทบกันในลักษณะใด
ในความคิดเห็นของผม ความคิดเป็นสิ่งที่เเสดงถึงอิสระของมนุษย์ เช่น ผมคิดว่า ผมเชื่อว่า อะไรต่างๆเหล่านี้ เเต่บางทีความคิดเกี่ยวกับบางเรื่องอาจจะเเตกต่างกัน เราก็มา
เเสดงความคิด ที่เเตกต่าง ตามความคิดของตัวเองในเรื่องต่างๆ ตราบใดที่เราไม่ได้ก้าวก่ายสิทธิในการออกความเห็นของผู้อื่น อา... ผมคิดว่ามันไม่น่าจะมีอะไรเสียหายเเต่อย่างใด เพราะคนเราก็คิดเห็นต่างกันอยู่เเล้ว ไม่มีใครคิดอะไรออกมาเหมือนกัน เป๊ะ เป๊ะ เป๊ะ หรอกครับ เพราะอย่างนั้นใจเย็นๆกันไว้ดีก่อนดีกว่า เเละพร้อมลุยไปข้างหน้าด้วยความมุ่งมั่นต่อไปกันดีกว่าครับ
yoshisuku เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 295 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 149 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 14 30 พ.ย. 2550 (18:51)
ท่าน Thanit_khom
ปัจจุบันนี้ พุทธศาสนา ได้ผ่านอายุมามากกว่า 2550 ปี แล้ว
คงเป็นเครื่องพิสูจน์ได้ว่า มนุษย์ ยังไม่หมดไปจากโลก

หากโลกไม่ถูกระเบิดนิวเคลียร์ ทำลายล้างเป็นจุล หรือ โลกแตก เสียก่อน

ข้าพเจ้าเชื่อมั่นว่า มนุษย์ไม่มีวันหมดจากโลก
อย่างน้อยก็มีคนต่างศาสนา ผู้ซึ่งไม่ยอมรับแนวคิดของพุทธศาสตร์
อย่างน้อยก็มีคนในศาสนา (ที่มีตราพุทธ ติดอยู่ที่หน้าอก) ก็ไม่เข้าใจพุทธ หรือ ไม่ยอมรับพุทธ กลุ่มคนเหล่านี้ ยังยินดีที่จะสืบสกุลของตนเอง ต่อไป
ดังนั้น สมมุติฐานของท่าน ที่ว่า ทุกคนบรรลุนิพพานแล้ว ต่อไป......จะเกิดได้อย่างไร............ สมมุติฐานนี้ถือว่าตกไป ไม่มีทางเกิดขึ้นอย่างแน่นอน ไม่ต้องกังวลที่มนุษย์จะหมดจากโลก
.................................................
ส่วนในเรื่องของอนาคต สำหรับท่านและข้าพเจ้า คงหมดกังวลได้ เพราะคงมีอายุยืนยาวไม่ถึงเวลานั้น เปล่าประโยชน์ที่จะตอบคำถาม ฟุ้งซ่านทั้งสองฝ่าย
(กรรมของนักคิด แต่ไม่ได้เป็นกรรมของผู้ตาย ผู้ตายคิดไม่ได้แล้ว ดังนั้นไม่ต้องเป็นห่วงเขา ท่านนักคิด)
................................................
ส่วนคำถามที่ว่า
ถ้ามีคนแล้วโลกจะมีความสุขอย่างไร คน กับ โลก มีความสัมพันธ์อันดีต่อกันอย่างไร

ประวัติศาสตร์หลายเล่มมีให้ท่านอ่านมากมาย มีทั้งสงคราม เรื่องดี เรื่องไม่ดี เรื่องเลวร้าย ผสมปนเป มากมาย ท่านเห็นว่าอย่างไร มีความสัมพันธ์อันดีหรือไม่ อย่างไร
ไม่ใช่ความสุขทุกเรื่องตามที่ท่านคิด ใช่หรือไม่ สนุกหรือไร
..............................................
สึนามิ เป็นคำตอบหนึ่งของพุทธว่า
ท่านจงอย่าประมาทในชีวิต แม้นท่านมั่นใจว่า วันนี้ไม่จากไปจากโลก แต่เสี้ยวนาทีหนึ่งเช่นนั้น ก็ต้องไป
ดังนั้น อย่าประมาทในเรื่องเวลา เร่งดับกิเลส ไวไว
................................................
สึนามิ เมื่อถามข้าพเจ้า ผู้ทราบข่าว ก็ได้แต่รับทราบและสงสารผู้ตาย และส่วนผู้ที่ไม่รู้เรื่องเลย เพราะโลกทางข่าวสาร แคบ ไม่อ่าน ไม่ฟัง ไม่สนใจ ดังนั้น เชื่อว่า เขาไม่ได้เดือดร้อนอะไร เพราะญาติของเขาไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์ด้วย ท่านก็โกรธคนกลุ่มนี้ไม่ได้ เพราะเมื่อเขาเดือดร้อนอะไร ท่านก็ไม่ทราบเช่นกัน และเขาก็จะโกรธท่านก็ไม่ได้
..................................................
การรวดเร็วทางด้านการสื่อสาร ก็เกิดขึ้นมานานหลายปีแล้ว การบรรลุมรรคผลก็ไม่ได้เร็วตามไปด้วย
ท่านทราบหรือไม่ว่า ระบบส่งสัญญาณดาวเทียม ถ่ายทอดสัญญาณภาพผ่านทีวี มีมาหลายปี
แล้ว
ระบบ Internet ก็มีมาหลายปีแล้ว
แต่สิ่งที่ท่านคาดหวังไว้ ก็ไม่ใช่ เพราะไม่มีใครสนใจ ไม่เห็นด้วย ไม่ใช่ศาสนาของเขา
ดังนั้น ความเร็วก็ไม่ใช่คำตอบ ทุกสิ่ง
.............................................
ใจคนร้อนร้น วุ่นวาย รวดเร็ว กว่าความเร็วทุกสิ่ง
ญาติพ่อแม่พี่น้องของตนเอง กำลังจะตาย ก็พยายามให้แพทย์รักษาให้รอด ทำอย่างไร ก็ไม่ได้เร็วทันใจตนเอง
เงินก็มีน้อย ก็มีไม่เพียงพอต่อการว่าจ้างผู้คนมารักษาญาติ แต่อยากได้เร็ว ๆ ดี ๆ สมใจ
กำลังทรัพย์ กำลังความเร็ว ของผู้นั้น ก็อ่อนแรงลงด้วยธรรมชาติ
ความเร็วของผู้อื่น ก็ไม่เท่าความร้อนใจของผู้ว่าจ้าง
กิเลสร้อนรน อดทน ไม่ได้ แถบจะขาดใจ
เครื่องอำนวยความสะดวกที่ดีที่สุด ก็ช่วยอะไรไม่ได้ เพราะไม่มีเงินจะซื้อหามาได้
เพราะสังขารของคน เยี่ยวยา ต่อไป ไม่ได้
ความเร็วใดใด ทั้งหมดในโลก ก็ช่วยอะไรไม่ได้
..............................................
ส่วนเรื่องของการดับกิเลส และเรื่องของการอยากมีกิเลส ต่อไปในอนาคตนั้น
เมื่ออ่านข้อความของท่านแล้ว ท่านยังอยู่อีกไกลนัก ที่จะยอมรับฟัง ยอมรับอ่านหนังสือพุทธธรรม เล่มหนา ๆ ได้

รอให้ท่าน เจ็บ ป่วย มากกว่านี้
รอให้ท่าน แก่ ชรา มากกว่านี้
รอให้ผู้อื่นมาตำหนิท่าน ว่า ทำอะไร ก็ เชื่องช้า น่ารำคาญ ไม่รวดเร็ว ปานกามนิตหนุ่ม
รอให้ผู้อื่น หัวเสีย ที่ลูก หลาน ไม่ทำอะไรให้ตามใจ

เมื่อนั้น ท่านจะเข้าใจ ฝ่ายจิตนิยม ฝ่ายพุทธ เอง
bad&good เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 427 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 160 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 15 30 พ.ย. 2550 (22:23)
อาจเป็นจริงตามที่กล่าวว่า ผมคงอยู่วนเวียนบนโลกนี้อีกนาน
ถ้าการเวียนว่ายตายเกิดมีจริง ผมขออธิฐานจิตให้เกิดเป็นมนุษย์

ไม่แน่เกิดตายๆไปเรื่อยๆ มนุษย์อาจวิวัฒนาการเป็นสัตว์จำพวกใหม่ไปแล้วก็ได้
ถ้าอย่างนั้นก็ขอให้เกิดเป็นสัตว์จำพวกนั้น
ที่มีความสามารถในการคิดได้ไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ามนุษย์
และขอท่องเทียวไปในวัฎสงสารนี้

เมื่อโลกวิวัฒน์ทางด้านเทคโนโลยีไปเรื่อยๆ
สิ่งมีชีวิตนั้นคงรักษาความชราภาพ และรักษาความตายได้
เมื่อวันนั้นมาถึง มนุษย์ท่านใดอยากตากก็เลือกตาย อยากอยู่ก็เลือกอยู่ได้นะ

สำหรับผม ผมเลือกอยู่ อยู่กับคนที่เรารัก ครอบครัวของเรา
อยู่กับการศึกษาโลก จักรวาล อยู่กับการศึกษาใจของเรา
ทุกวันนี้ ใครมีเทคโนโลยีใหม่ๆ เพื่อรักษาโรค แก้ไขความชรา
มีบทความเรื่อง ชราวิทยา ใจผมสนับสนุนเป็นแนวหน้าเลย

ทำไมเราต้องมีชีวิตนะ แน่นอนเป็นคำถามที่มีคำตอบไม่รู้จักจบสิ้น
(หรืออาจจะรู้จบก็ได้ สำหรับบางคน หรืออาจเป็นความวุ่นวายก็ได้สำหรับบางคน)
สำหรับผมแล้ว คำตอบมีอยู่ว่า ในฐานะสิ่งมีชีวิต เราต้องมีชีวิต
และมีชีวิตอยู่บนโลกนี้ อย่างมีความสุข

เหมือนว่าสิ่งมีชีวิตที่เกิดมาบนโลกนี้ ต่างเสาะแสวงหาการอยู่รอด
พืชมีอายุยาวนานมาก นั่นเป็นความสำเร็จของพวกมัน
มนุษย์ต่างจากสัตว์ทั่วไปตรงที่ว่า เราเลือกที่จะศึกษาธรรมชาติ
และพบว่าธรรมชาติเป็นกลไก เมื่อเป็นกลไกก็ย่อมปรับแก้ได้ ซ่อมบำรุงได้

พุทธศาสนา สำหรับผมแล้ว เลยกลายเป็นศาสตร์หนึ่ง ที่แสวงหาความสุข
สุขที่ได้จากการไม่เกิดอีกแล้ว เพราะเกิดมาก็ย่อมเป็นทุกข์ เลยไม่เกิดซะเลย
ทุกข์ซ้ำแล้วซ้ำเล่า เกิดซ้ำแล้วซ้ำเล่า ทุกข์
คิดฟุ้งซ่านก็ทุกข์ จิตฟุ้งซ่านก็ทุกข์
เกิด แก่ เจ็บ ตาย พลัดพรากจากคนรัก อยู่กับคนที่เกลียด ทุกข์

แต่นี่เธอ ฉันมีหนทางให้สิ้นทุกข์อยู่นะ สิ้นกิเลสทั้งปวง ไม่มีเครืองเศร้าหมองแห่งจิต
ลองปฎิบัติดูซิ ประเดี๋ยวจะไม่ทันเพราะจะตายซะก่อน ชาติหน้าจะได้ไม่เกิดอีก
ไม่ต้องวุ่นวายอีก เร้วว ฉันเห็นพวกเธอต้องวนเวียนอยู่อีกก็สงสารนัก
สุดท้ายแล้ว ก็คือพ้นทุกข์สิ้นเชิง นิพพานัง ปรมัง สุขัง (นิพพานเป็นบรมสุข)

ผมว่าความทุกข์ความสุข เป็นกลไกที่ธรรมชาติสร้างให้เรามี
ทำไมต้องมีนะ ก็เพื่อให้เราอยู่รอดบนโลกยังไงล่ะ
ถ้าต้นตระกูลสัตว์ ไม่รู้สึกตอบสนองต่อธรรมชาติ ตายก็ไม่ทุกข์ อยู่ก็ไม่ทุกข์
จิตว่างโล่ง ตั้งแต่เริ่มต้น แน่นอนไม่ต้องรอถึงมนุษย์ปัจจุบันหรอกมั๊ง ป้าลูซี่ก็คงไม่เกิด
เพราะสิ่งมีชีวิตนั้นไม่สามารถอยู่รอดได้ เดินๆไป ชนต้นไม้หัวขาด ก็ไม่ทุกข์ แล้วจะรอดมั๊ยล่ะ

คุณ bad&good อาจบอกว่า ก็ดีแล้วนี่ เราๆ ท่านๆ จะได้ไม่วุ่นวาย ไม่มีมนุษย์ให้วุ่นวาย
ก็เพราะว่าเราๆท่านๆมีกลไกรู้แม้กระทั่ง นี่มันวุ่นวาย นี่สุข นี่ทุกข์ นี่รอด นี่ตาย
ก็เลยให้คุณ bad&good รู้ว่ามันวุ่นวาย ผมขอบคุณธรรมชาติจริงๆ

สุขจากการกิน สุขจากการร่วมเพศ สุขจากอยู่กับคนที่รัก ธรรมชาติใส่ให้ไว้ในมนุษย์
เป็นเครื่องล่อ ล่อให้เราพวกมนุษย์ทำ
ทุกข์จากการ อดอยาก ทุกข์จากการพลัดพรากจากคนรัก ทุกข์จากการตาย เจ็บป่วย
ธรรมชาติก็ใส่ไว้ในมนุษย์เป็นเครื่องผลัก ผลักให้มนุษย์ออกห่าง
แหม จะว่าไปแล้ว พารามีเซียมยังเคลือนที่หนี ฟองคาร์บอนไดออกไซด์เล๊ยย
จะสาอะไรกับมนุษย์ล่ะ ที่ต้องหนีสิ่งที่จะทำให้สภาพความมีชีวิตจบลง
นั่นคือ กลไกนั้นมันมีไว้"สร้างเงือนไขในการดำรงชีวิต"
ความสามารถในการรับรู้ความทุกข์สุขมันจึงถูกบรรจุไว้เรียบร้อยแล้วในมนุษย์ทุกคน

ครั้นมนุษย์รู้คิด ก็มิวายสรรหาสิ่งต่างๆ มาบำเรอความสุข
นั่นปะไร
กลไกธรรมชาติที่ใส่ไว้เพื่อให้เป็นเงือนไข ให้รู้จักเจ็บปวด รู้จักทุข์ รู้จักสุข
ก็เลยกลายเป็นว่า ฉันทำเพื่อบำรุงสุข เพื่อบรรเทาทุกข์ ทำได้ด้วยแฮะ เยี่ยมไปเลย

แต่ทว่ามีท่านหนึ่งพบว่า ไอ้ที่ทำๆอยู่อย่างนั้นน่ะ มันสุขไม่จีรังหรอกนะ
บนโลกล้วนแล้วแต่ทุกข์ ที่สำคัญ ทุกข์จากการเกิด แก่ เจ็บ ตาย
แต่ฉันหาทางเจอแล้ว ภาวะไร้สิ้นแห่งทุกข์ นิพพาน
นิพพานเป็นสภาวะที่มีอยู่นะ ฉันเจอแล้ว
โอ้....มนุษย์เจอกลไกนั่นจนได้

กลไกธรรมชาตินั้นถูกค้นพบ ฉันสุขเหลือคณาจนเกินบรรยาย...นิพพานเป็นสุขอย่างยิ่ง
กลไกนี้มีอยู่ตลอด ไม่จำกัดยุคสมัยนะ ไม่เชือก็เชิญมาดูซิ เธอต้องสัมผัสด้วยตนเอง
ไม่งั้นฉันจะหาคำมาอธิบายได้อย่างไรเล่า.....

สุขจนรู้สึกว่าฉันไม่กินฉันก็มีความสุขได้ แต่ก็ต้องกินเพื่อพยุงสังขารไว้
สุขจนรู้ได้ทันทีว่า ความสุขอย่างอืน จิ๊บจ๊อย
ร่วมเพศเร๊อะ โห ความสุขแบบนั้นหยาบมาก
อยู่ใกล้กับคนรักเร๊อะ ไม่จีรังๆ

นั่นหมายความว่าอย่างไรกัน????

กลไกที่ธรรมชาติสร้างไว้เพื่อเป็นอุปกรณ์สร้างเงือนไข
เงือนไขให้สิ่งมีชีวิตดำรงความมีชีวิต หมดสิ้นลงตรงนั้น
ฉันจะอยู่ในสภาพไหน ฉันก็สุขได้

แต่ว่าไม่ง่ายอย่างที่คิดแฮะ มนุษย์จำนวนไม่น้อยยังติดอยู่กับความสุขรูปแบบเดิม
ทำให้พัฒนาความสุขภายในไม่ค่อยได้ บัวน่ะน๊า.. มันก็มี สี่เหล่าเป็นธรรมดา

มาถึงตรงนี้ ทุกคนอ่านแล้วก็ระอา เอือมเหลือคณา ว่าไอ้ thanit_khom หมอนี่มันคิดได้ไง
คนกิเลสหนา ปัญญาทึบ บุญน้อย รออีกหลายภพชาตินะหนู กว่าจะเข้าใจ
ไม่แน่ชาติหน้าเป็นเปรตแล้วค่อยรู้คิดก็ได้ สัตว์โลกมีกรรมเป็นของตนเอง

ด้วยความเชื่อ ความหวังของมนุษย์โง่ๆอย่างผมคนหนึ่ง ผมเชื่ออย่างสนิทใจเลยว่า
ในอนาคต ร้อยปี พันปี หมืนปีข้างหน้า เทคโนโลยีที่ก้าวกระโดดเช่นนี้
มนุษย์คงล่วงพ้นความตายไปได้
เพราะความไม่เที่ยง ความไม่สามารถยึดรั้งไว้ได้ และความไม่มีสาระให้ยึดเหนี่ยวนี้แหละ
จึงเป็นคำตอบง่ายๆว่า ดังนั้นความตายก็ตกอยู่ในสภาพเดียวกัน

ต้องขออภัยคุณ bad&good ไว้ ณ ที่นี้นะครับ สิ่งที่อยากจะบอกนี้ เป็นส่วนหนึ่งในความคิดของผม
แต่ไม่ได้หมายความว่าผมต่อต้านพระพุทธศาสนา เราเป็นเพื่อนกันนะครับ
อย่างที่เคยพิมพ์ไว้ในกระทู้นึง ผมศรัทธาในพระพุทธศาสนา ในขณะเดียวกันผมเป็นคาธอลิค และจบวิทยาศาสตร์ ความผสมปนเปของมัน หลายครั้งจึงออกมาในแนวนี้
thanit_khom เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 177 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 180 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 16 1 ธ.ค. 2550 (02:01)
ความหวังของคนที่มีกิเลส ก็มักเป็นเช่นนี้ โดยส่วนใหญ่
คือ เมื่อทราบว่า ชาติหน้ามีจริง
ถ้าชาติหน้ามีจริง ขอให้ฉันได้เกิดเป็นมนุษย์อีกครั้งหนึ่งเถิด
...................................................................
ความจริงพระพุทธเจ้า ท่านได้ตรัสไว้ ว่าจะทำอย่างไรจึงจะเกิดเป็นมนุษย์ได้อีก
แต่ช่างเถิด คงไม่มีใครสนใจคำสอนของพระพุทธเจ้า
.................................................................
ถ้าคนเรา ผู้ยังมีกิเลสอยู่ คาดหวังการเกิด ชาติหน้าได้เป็นมนุษย์
ขอตอบว่า อาจไม่ได้เกิดเป็นมนุษย์ ผู้กำหนดไม่ใช่จิตอันมีกิเลส แต่ข้าพเจ้าก็ยังไม่ลึกซึ้งนักว่า ใครเป็นผู้กำหนดให้ชีวิตเกิดใหม่เป็นอะไร สัตว์ หรือมนุษย์ หรือ อะมีบ้า พารามีเซียม ท่านไม่มีสิทธิเลือกเกิดได้ เมื่อจากโลกนี้ไปแล้ว คงต้องวัดดวง การเกิดใหม่
....................................
ถ้าแม้นยังไม่สำนึกบาป การวนเกิดเป็นสิ่งที่แย่ลง คงเกิดวนซ้ำ ไปเรื่อย ๆ หลาย ๆ รอบ
ไม่แน่นะ อาจต้องเป็น หมู ไก่ กุ้ง หอย ปู ปลา เป็นอาหารของโลก ไปก่อน
ไม่ต้องเสียใจที่ตายแล้วตายอีก ความจำเรื่องที่ผ่านมาเหล่านั้น ท่านจำไม่ได้
แต่ก็มีบางชีวิต หลุดมาได้ ดันจำชีวิตชาติที่แล้วได้
...................................
สุดท้าย อาจโชคดีกลับคืนมาเป็นมนุษย์อีก และเป็นเรื่องดีที่มนุษย์ได้พบศาสนาหนึ่ง ซึ่งอาจไม่ใช่พุทธ ก็ได้
ศาสนาอื่นก็มีความรู้ที่จะสร้างมนุษย์จากเลว เป็นดี ได้เช่นกัน เมื่อพัฒนาตนเองไปเรื่อย ๆ
อาจเป็นได้ว่า เมื่อตายจากไปอีกรอบ ก็คงได้เกิดเป็นมนุษย์อีก มาพบศาสนาที่ดีขึ้นกว่าเดิมอีก เหมือนได้โชคเพิ่มเติม แต่ก็ขึ้นอยู่กับมนุษย์นั้นยอมรับความรู้แห่งความดีใหม่ หรือไม่
ถ้าไม่ มนุษย์นั้นก็จะถอยหลังกลับ จากดีเป็นเลวลงไป

แล้วก็ตาย แล้วก็วนไปเกิดเป็นสิ่งอื่น ที่ไม่ใช่มนุษย์
ข้าพเจ้าก็ไม่ทราบว่า มันจะเลิกจบเมื่อไร แต่เชื่อว่าสิ่งมีชีวิตนั้น คงกลุ้มใจ ปวดใจ โลภ โกรธ ดีใจ เสียใจ หัวเราะ และร้องไห้ อยู่หลายล้าน ล้าน รอบชีวิต
มันคงสนุกดีนะ

สิ่งที่ท่านคิดว่า สิ่งใดนะคือปริศนา สิ่งเหล่านั้นโดยส่วนใหญ่ คือ กิเลส ทั้งสิ้น
...........................................
แม้นเมื่อมนุษย์พอจะทราบดีว่า นิพพาน คือ ทางแห่งการดับทุกข์ เมื่อตายแล้วจะได้ไม่ต้องวนเกิดมาเป็นมนุษย์อีก

ความเข้าใจทฤษฎีนิพพาน ดูเหมือนง่ายมาก
แต่เมื่อศึกษามากเข้า มนุษย์ผู้พยายามบรรลุนิพพาน ก็ไม่ได้นิพพาน คือ พยายามมากเกินไป กลายเป็นมีกิเลส(ด้านติดความดี อีกแบบหนึ่ง หมายถึง เขายังมีกิเลสอีกแบบหนึ่ง) การทำให้จิต ได้อยู่ในพื้นที่แห่งดินแดนนิพพาน เป็นเรื่องยากพอสมควร บางครั้งมนุษย์ผู้เรียนรู้เรื่องนิพพาน ได้เคยไปอยู่ในดินแดนนั้น แต่เมื่อขาดสัมมาสติ จิตก็ออกนอกบริเวณนิพพาน การรักษานิพพานจึงต้องมีอยู่ตั้งแต่ ก่อนตาย ตาย หลังตาย ความเป็นนิพพาน จึงจะสมบูรณ์
...........................................
ข้าพเจ้าไม่ได้กลุ้มใจ อะไรต่อท่าน หรือใครก็ตาม
เพราะ การบรรลุนิพพาน ขึ้นอยู่กับ การดูแลรักษา ควบคุม ตนเอง ด้วยตนเอง
ไม่มีใครสามารถช่วยใครให้นิพพานได้ ได้อย่างมากเพียง แสดงความคิดเห็นของผู้รู้ ให้ฟัง ให้รู้

ประกอบกับ สังคมไทย พระสงฆ์บางรูป ไม่ได้เป็นผู้ปฎิบัติดี ปฎิบัติชอบ ตามคำสอนของพระพุทธเจ้า อย่างแท้จริง นั่นเป็นสิ่งหนึ่งที่ มนุษย์ปกติ ฉงน และสงสัย ว่า ตกลง ศาสนาพุทธ ทำเรื่องอะไรกันแน่

ความไปไม่ถึง การบรรลุนิพพาน
แม้นอยู่ศาสนาพุทธ หรือ ศาสนาใด การวนเวียน เกิด แก่ เจ็บ ตาย คงต้องเป็นไป

แต่เมื่ออ่านความคิดเห็นของท่าน ในเรื่อง สุข ต่าง ๆ ข้าพเจ้าก็นึกขำ อยู่ว่า สิ่งเหล่านั้น ทั้งหมด คือ กิเลส
แม้นท่านไม่ได้แจ้งว่า ตอนเด็ก ๆ ท่านร้องไห้ ไปกี่รอบแล้ว เจ็บใจต่อ พ่อแม่ พี่น้อง เพื่อน กี่รอบแล้ว ท่านก็อดทนได้หรือลืมเลือนไปแล้วด้วยความไม่ใส่ใจอะไร เพราะเป็นเรื่องที่ผ่านมาแล้ว สิ่งเหล่านั้น คือ กิเลส อีกเช่นกัน
แต่เอาเถิด ท่านยังไม่เบื่อเรื่องทั้งหมดเหล่านี้ ก็ขอจงผจญมันต่อไป กับเรื่องสุขและทุกข์ในอนาคต เพราะเมื่อท่านพยายามทำให้สำเร็จ เมื่อนั้นความสุข และ ทุกข์ จะตามไป สลับกันมา หรือ มาพร้อม ๆ กัน

สิทธิการนับถือศาสนา เป็นเรื่องที่โน้มน้าวกันไม่ได้
ศาสนานิยม เป็นเรื่องที่เปลี่ยนได้ยาก ข้าพเจ้าไม่มีอะไรจะกล่าวเชิญชวน หรือร้องห้าม แต่อย่างไร
bad&good เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 427 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 160 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 17 1 ธ.ค. 2550 (05:37)
แน่นอนผมยอมรับว่ายังมีกิเลส เพราะยังไม่บรรลุธรรม และกล้าพูดได้อย่างตรงๆ ว่า
"ฉันไม่สอนใครหรอกนะเรื่องบรรลุธรรม แต่ฉันสอนให้คนมีความสุขบนโลกนี้ได้
เพราะฉันมีความสุขกับการมีชีวิต มีความสุขกับคนรอบๆข้าง"

ผมชื่นชมยินดีกับการแก้ไขปัญหาต่างๆโดยยึดหลักที่ว่ามนุษย์ทุกคนพึ่งได้รับความสุข
สุขในฐานะที่ตนเองเกิดมาเป็นมนุษย์ แม้ต้องผ่านอุปสรรคใดๆในธรรมชาติ แผ่นดินไหว
ภูเขาไฟระเบิด น้ำท่วม ดาวหางชนโลก

ดังนั้นในฐานะมนุษย์เราต้องไม่ประมาทกับสิ่งเหล่านั้น
และวิทยาศาสตร์เป็นคำตอบ สังคมศาสตร์เป็นคำตอบ แพทย์ศาสตร์ วิศกรรมศาสตร์
ล้วนแล้วแต่ ธำรงความอยู่รอดของมนุษย์ ผมว่าในตอนนี้เราเดินมาถูกทางแล้วแหล่ะ

แม้คนจะบอกว่า โลกยิ่งวุ่นวาย วุ่นฉิบหายเลยก็ว่าได้ ทั้งภาวะโลกร้อน ป่าไม้ถูกทำลาย
โอโซนถูกทำลาย ตลอดจนสงคราม ปัญหาเชื้อโรค ปัญหาสุขภาพจิต
เป็นเพราะวิทยาศาสตร์เหรอ เปล่าเลย...เป็นเพราะมนุษย์ที่ใช้มันต่างหาก

ผมคิดว่าการศึกษาแก้ปัญหาเหล่านั้น ไม่ใช่แก้ปัญหาปลายเหตุ
แต่ต้องแก้ที่ความคิดของมนุษย์ เริ่มต้นที่ให้มีความสำนึกรับผิดชอบต่อโลก
(อันนี้เอาไว้คุยประเด็นอื่นดีกว่าเนอะ)

ความคิดของผมอาจเหมือนคนญี่ปุ่นกระมัง ชาตินี้เลยได้กลับมาที่ญี่ปุ่นอีกครั้งหนึ่ง
เหมือนกันตรงไหน ก็เหมือนตรงที่ว่า
เมื่อเรายินดีกับการเป็นมนุษย์ สิ่งนั้นนั่นแหละที่ทำให้เราเป็นมนุษย์

เพลงๆหนึ่งแต่งไว้ผมชอบเนื้อหามันมาก
ชื่อเพลงว่า 一期一会 ครั้งหนึ่งในอดีตกาล (ที่จริงน่าจะมีความหมายเชิงอดีตชาติ)
(ถ้าใครใคร่จะฟังก็ลองเปิดในยูทิวป์ได้ อิๆ)
มีท่อนหนึ่งร้องว่า
人間好きになりたいために
旅を続けて行くのでしょう
忘れないよ遠く離れても短い日々も浅い縁も
忘れないで私のことよりあなたの笑顔忘れないで
เพราะถ้าเราชอบที่จะเป็นมนุษย์ เราก็คงท่องเที่ยวไปเรื่อยๆ
ไม่ลืมเลย แม้จะห่างไกลเพียงไหน แม้จะช่วงเวลาสั้นๆ หนทางตื้นๆ
โปรดอย่าลืมมัน ไม่ใช่เรื่องราวของฉัน แต่เป็นรอยยิ้มของเธอ
thanit_khom เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 177 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 180 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 18 1 ธ.ค. 2550 (06:35)
ปล. หนังสือหลักพุทธธรรมเล่มแดงๆ หนาๆ ของท่าน ป.ปยุตโต รึเปล่า
อุ้ย อ่านแล้วครับ มันมากเลย เหมือนอ่านลอร์ดออฟเดอะริง กับแฮร์รี่พ๊อตเตอร์เลย
คือวางไม่ลงจนกว่าจะอ่านจบ
ตัวหนังสือฟร้อนท์เล็กๆ แต่เล่มหนาปึ๊ก
แนะนำ ใครยังไม่ได้อ่าน อ่านซะนะครับ

ยังมีหนังสือ ไกววัลยธรรม และก้อ คู่มือมนุษย์ ของท่านพุทธทาสเอย
หนังสือศิลปะแห่งความสุข ของดาไลลามะเอย ยิ่งอ่านยิ่งได้อะไรเยอะ
บรรลุธรรมในหกเดือน ของตฤณ รึเปล่านะครับ (โห..เหมือนเก่งอังกฤษ 180 ชั่วโมงเลย อิๆ)

อ่านหนังสือกันแล้ว ก็ลองเอาไปใช้ดูนะครับ ทดลองกับตัวเองดู
thanit_khom เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 177 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 180 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 19 1 ธ.ค. 2550 (08:52)
ดั่งเหมือนรู้ แต่ไม่ยอมรับรู้
ดั่งเหมือนกำ ก้อนไฟร้อนแดง แต่บอกว่า ไม่รู้สึกอะไร ชอบอีกเสียด้วย
.................................................
ข้าพเจ้าก็ยังไม่บรรลุนิพพาน คงไม่อธิบายสิ่งอื่นไปได้มากกว่านั้น
ข้าพเจ้าไม่ได้อ่านอะไรมากมาย กว่านั้น กว่าที่ท่านอ่าน
น่าชื่นชมนะ นับถือศาสนาอื่น แต่ยังสนใจความคิดเห็นของศาสนาพุทธ

การมองเห็นแต่ คนดี แล้วรู้สึกว่าดี
แต่ไม่ได้กระทำตามแบบอย่างเขา
ก็ไม่ต่างจาก การเห็นสิ่งนั้น อร่อย
แต่ไม่ได้ ดื่ม กิน สิ่งนั้น
ประโยชน์อะไร ที่จะบอกกับผู้อื่นว่า มันอร่อย จริง ๆ นะ
................................................
การแสดงความคิดเห็น
ไม่ได้แสดงเพื่อผู้อื่นรับทราบ
แต่สิ่งเหล่านั้น บางครั้งเป็นสิ่งแจ้งให้ตนเองรับทราบ
และบางครั้งก็ไม่มีใครยอมรับทั้งผู้อ่านและผู้เขียน

การแสดงความคิดเห็น จึงเหมือนเศษกระดาษแผ่นหนึ่ง ที่ปลิวไป ปลิวมา
วันหนึ่ง ความคิดเห็นนั้น ได้ถูกเปิดอ่าน โดยผู้อื่น และเห็นความสำคัญ ต่อความเห็นใด ความเห็นหนึ่ง กาลเวลาผ่านไป สอนเขา จนผู้นั้นจะยอมรับสิ่งนั้นเอง

ดังนั้น ข้าพเจ้าจึงไม่ขอสรุป ว่า อะไรดี-เลว
ควรจะเลือกอะไร ระหว่าง หยุด กับ เดินวนเวียนต่อไปกับความสุขสุดขั้วและทุกข์สุดขั้ว
bad&good เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 427 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 160 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 20 1 ธ.ค. 2550 (09:02)
ต้องขอโทษท่าน Thanit_khom ที่ไปลบถูกความคิดเห็นที่ 18 ดังนี้
(ไม่ทราบเหมือนกันว่า เครื่องเป็นอะไรไป)
.........................................................................................
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 18 1 ธ.ค. 2550 (06:35) คุณ bad&good ช่วยแจ้งลบความเห็นนี้แล้ว ขอบคุณค่ะ

ปล. หนังสือหลักพุทธธรรมเล่มแดงๆ หนาๆ ของท่าน ป.ปยุตโต รึเปล่า
อุ้ย อ่านแล้วครับ มันมากเลย เหมือนอ่านลอร์ดออฟเดอะริง กับแฮร์รี่พ๊อตเตอร์เลย
คือวางไม่ลงจนกว่าจะอ่านจบ
ตัวหนังสือฟร้อนท์เล็กๆ แต่เล่มหนาปึ๊ก
แนะนำ ใครยังไม่ได้อ่าน อ่านซะนะครับ

ยังมีหนังสือ ไกววัลยธรรม และก้อ คู่มือมนุษย์ ของท่านพุทธทาสเอย
หนังสือศิลปะแห่งความสุข ของดาไลลามะเอย ยิ่งอ่านยิ่งได้อะไรเยอะ
บรรลุธรรมในหกเดือน ของตฤณ รึเปล่านะครับ (โห..เหมือนเก่งอังกฤษ 180 ชั่วโมงเลย อิๆ)

อ่านหนังสือกันแล้ว ก็ลองเอาไปใช้ดูนะครับ ทดลองกับตัวเองดู


thanit_khom
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 15 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 50 ดวง - โหวตเพิ่มดาวให้สมาชิกท่านนี้
bad&good เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 427 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 160 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 21 1 ธ.ค. 2550 (09:03)
ไม่ขอตอบ ว่าประโยชน์อะไรนะครับ คุณ bad&good
ความยึดติดคืออะไร เจ้าตัวควรรู้เอง

ถ้ายังไม่รู้ ก็ควรพิจารณาให้รู้ซะนะครับ
thanit_khom เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 177 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 180 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 22 2 ธ.ค. 2550 (13:12)
มาเพิ่มเติมครับ บางครั้งถ้าพูดในเรื่องของความสำคัญ ของเข็มนาฬิกาดังที่กล่าวมาบ้างเเล้ว มันจะเเตกต่างเป็นกรณีไป ถ้าใช้วัดเวลาที่สั้นมากๆอย่างวิ่ง 100 เมตร เข็มวินาที จะมีความสำคัญ เเต่ถ้าเป็นการรอคอยเช่น 10 นาที ความสำคัญนั้นจะมาอยู่ที่เข็มยาว เหล่านี้พอจะบอกได้ว่า เราต้องความละเอียดในการดูเวลาเพียงใด

เข็มสั้นเปรียบเหมือนภาพรวม ของนาที เเละวินาที ถึงไม่มีเข็มยาว เราก็ยังพอเดาได้จากตำเเหน่งของเข็มสั้น เช่น มันชี้ระหว่างตำเเหน่ง ของ 2 เเละ 3 ก็น่าจะประมาณ 30 นาที

ผลของเวลาที่เป็นภาพรวมจึงไปตกไปอยู่ที่เข็มสั้น ขณะที่เข็มยาวเเละเข็มวินาที จะเป็นเหตุต่อเนื่องกันมา ผลสุดท้ายจึงน่าจะมีความสำคัญมากที่สุด

เข็มวินาทีเคลื่อนไหวรวดเร็ว คือ เห็นการเปลี่ยนเเปลงของมันได้ชัด (การเดิน)
ขณะที่เข็มนาทีจะขยับช้ากว่าต้องสังเกตการเคลื่อนไหวดีๆจึงจะเห็น
เข็มชั่วโมงเห็นการเคลื่อนไหวช้าที่สุด คือ มันเคลื่อนไหวอยู่เเต่เราไม่สามารถสังเกตการเคลื่อนไหวของมันได้ เราจะรู้ว่ามันเคลื่อนไหวก็ต่อเมื่อเราสามารถเห็นตำเเหน่งของมันที่เปลี่ยนไปจากเดิม
การศึกษาความรู้ต่างๆก็เช่นเดียวกัน มันเเบ่งได้หลายระดับ หลายความละเอียด ขึ้นอยู่กับต้องการรู้ตรงไหน ต้องการนำส่วนใดไปใช้ อยากรู้ให้ละเอียดหรือต้องการใช้ตรงนั้น ก็ไปดูเข็มวินาที อยากจะใช้ที่กว้างออกมาหน่อย ก็ไปดูเข็มนาที ถ้าศึกษาจากภาพรวมอยากเข้าใจภาพรวมก็ไปดู เข็มสั้นหรือเข็มชั่วโมง เพราะเข็มสั้นนั้น ก็เป็นผลที่เกิดจากการเคลื่อนที่ของเข็มวินาที เเละ เข็มยาวตามลำดับ
yoshisuku เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 295 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 149 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 23 2 ธ.ค. 2550 (13:17)
เข็มวินาทีที่เดือนผ่านขีดแต่ละขีดครบ 60 ขีดก็จะชักนำให้เข็มยาวขยับเขยื้อนไป 1 ขีด

เข็มยาวที่เดินครบ 60 ขีดก็จะทำให้เข็มสั้นขยับไป 1 ขีดด้วย

ทุกสิ่งที่มีความสัมพันธ์กันก็จะมีผลสัมพันธ์กันไปด้วย
jumo เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 3628 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 339 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 25 20 ม.ค. 2551 (11:59)
you have more time to look outside the world
you have more time to look outside people
you have more time to look everything
but
you have no time to look "yourself"
you have no time to look "yourdestiny"
you have no time to look "yourchanging"
you have no time to look "yourthinking"
every one who say this mean

you have nothing
we have nothing

only one way you try to stand out from

" some thing "

like other out side there is.......

"thinking your self" with (real)your self not other ( exp )

be real your self and look back in " your self " again
at last you will found every thing in your past not real ; not same as
your thinking befor.....
***ไม่ค่อยชำนาญภาษาอังกฤษเท่าไร***
yoshisuku เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 295 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 149 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 26 4 เม.ย. 2551 (20:08)
<P>จิตว่างคงไม่ใช่เดินไปชนต้นไม้หัวขาดหรอกปัญญาตื้นเขินเกินไปแล้วยังพูดถืงนิพพานหน้าไม่อาย</P>
<P>&nbsp;</P>
บ้านบนเขา (IP:118.174.191.43)

ความเห็นเพิ่มเติม วิชาการ.คอม

ชื่อ / email:
ข้อความ

รูปภาพ หรือ ไฟล์
กรุณาล๊อกอินก่อน เพื่อโพสต์รูปภาพ และ ใช้ LaTex ค่ะ สมัครสมาชิกฟรีตลอดชีพที่นี่
ตัวช่วย 1: CafeCode วิธีการใช้
ตัวช่วย 2: VSmilies วิธีการใช้
ตัวช่วย 3: พจนานุกรมไทย ออนไลน์ ฉบับราชบัณฑิต
ตัวช่วย 4 : dictionary ไทย<=>อังกฤษ ออนไลน์ จาก NECTEC
ตัวช่วย 5 : ดาวน์โหลด โปรแกรมช่วยพิมพ์ Latex เพื่อแสดงสมการบนวิชาการ.คอม

ขอบคุณผู้สนับสนุน

Hot Links

Google
 
ติดต่อลงโฆษณา :   คุณอันนา 086-4907600,
0-2583-2802
และ 086-4907585
สำนักงาน :   0-2642-7828
อีเมล์ :   
Copyright© 2000-2007, Vcharkarn.Com. All rights reserved.
คลิ๊กเพื่อดูสถิติ
รับรองและสนับสนุนโดย

สสวท.

มูลนิธิ พสวท.

พสวท.