|
[ความน่าจะเป็น] ต้องเปิดถุงขนมกี่ถุง จึงจะได้ของเล่นครบ?
โพสต์เมื่อ:
12:18 วันที่ 25 พ.ย. 2550 ชมแล้ว:
80,414
ตอบแล้ว:
39
ตั้งโจทย์นี้ได้เพราะช่วงนี้มีเด็กๆ มาเที่ยวบ้านครับ
เด็กๆ กับขนมก็เป็นของคู่กันอยูแล้ว... และยิ่งถ้าเป็นของเล่น ก็ยิ่งเข้าไปใหญ่! แน่นอนครับ ผู้ผลิตขนมก็หัวใสมาตั้งนานนมแล้ว จับเอาของเล่นมาแถมในถุงขนมกันตั้งแต่เราจำความได้ เท่านั้นไม่พอ... ของเล่นพวกนั้นดันมีพรรคพวกมากซะด้วย เข้าโจทย์เลยนะครับ ต้องซื้อขนมกี่ถุง ถึงจะมั่นใจ 90% ว่าได้ของเล่นครบชุด โดยที่ 1 ถุงแถมของเล่น 1 ตัว แต่ละตัวมีโอกาสออกเท่าๆ กัน และของเล่น 1 ชุดมีทั้งหมด 5 ตัว เอาง่ายๆ ก่อนละกันนะครับ... ^^ เนยสด neizod.blogspot.comร่วมดูดความรู้โดยไม่ออกความเห็นแล้ว infinite ครั้ง - แจกดาวแล้ว 0 ดวง - ไม่ต้อง Vote ให้ดาวผมก็ได้ครับ จำนวน 39 ความเห็น, หน้า่ | 1| -2- ผมขอคิดแบบชาวบ้านนะครับ ของเล่น 1 ชุด มีทั้งหมด 5 แบบ จะได้ ความน่าจะเป็นที่จะได้ของเล่นแต่ละแบบเป็น 1/5 = 0.2 ดังนั้นความน่าจะเป็นที่จะได้ของเล่นครบทุกแบบคือ 0.2*0.2*0.2*0.2*0.2 = 0.00032 ดังนั้นจะต้องซื้อขนมทั้งหมด(ที่ความเชื่อมั่น90%) = 1/0.00032*0.9 = 2813 ถุง *** ไม่รู้ว่าถูกเปล่านะ **** ครูไผ่ว่ามันต้องขึ้นอยู่กับจำนวนขนมทั้งหมดที่เขาทำขายด้วยนะว่าเขาทำทั้งหมดกี่ถุง และต้องมีของเล่นแต่ละแบบเป็นจำนวนเท่า ๆ กันด้วย หรือเจ้าที่รับมาขาย รับมาทั้งหมดกี่ถุง แบ่งเป็นถุงที่มีของเล่นแบบที่ 1 แบบที่ 2 แบบที่ 3 แบบที่ ... เป็นจำนวนถุงเท่า ๆ กันหรือเปล่า ด้วย จึงจะหาคำตอบเป็นจำนวนถุง หรือจำนวนครั้งที่เปิดถุงขนมได้ สมมติง่าย ๆ เช่น แม่ค้ารับขนมมาทั้งหมด 5 ถุง ในแต่ละถุงมีของเล่นแบบต่าง ๆ กัน ถุงละแบบ รวมมีของเล่นทั้งหมด 5 แบบ เปิดเพียง 5 ครั้ง หรือ 5 ถุงก็จะได้ครบทุกแบบ แต่ถ้าแม่ค้ามีจำนวนขนมถุงมากกว่านี้ ในขณะที่จำนวนแบบของของเล่นมี 5 แบบเท่าเดิม โอกาสที่จะได้ครบทุกแบบก็น้อยลง นั่นหมายถึงอาจต้องเปิดเป็นจำนวนมากกว่า 5 ถุงจึงจะได้ครบทุกแบบ ยิ่งจำนวนขนมถุงทั้งหมดมีมากขึ้น โอกาสก็ยิ่งน้อยลง คือยิ่งต้องเปิดถุงขนมเป็นจำนวนมากยิ่งขึ้น จึงจะได้ครบทุกแบบ ดังนั้น จำนวนขนมถุงทั้งหมดที่มีอยู่จึงเป็นตัวแปรสำคัญต่อจำนวนครั้งหรือจำนวนถุงที่ต้องซื้อให้ได้ของเล่นครบทุกแบบค่ะ ![]() ในกรณีนี้ถ้าเรากำหนดให้เลขสุ่มเป็นแบบธรรมดา (ถ้าจำไม่ผิดทางสถิติจะเรียกว่า uniform distribution) และใช้กฎว่า เด็กซื้อขนมแล้วแกะดูทีละถุง ถ้าได้ของแถมครบ 5 แบบจึงจะหยุดซื้อ หลังจากทดลองใช้โปรแกรมจำลองการซื้อขนมตามโจทย์ จำนวนเด็ก 100 คน ได้ผลดังรูปครับ มีเด็กผู้โชคดี(น้อย) ต้องซื้อขนมถึง 38 ถุง จึงได้ของแถมครบ 5 แบบ ทดลองเพิ่มจำนวนเด็กขึ้นเป็น 1 แสนคน จะพบว่า ถ้าเด็กทุกคนต้องการของแถมครบ 5 แบบ แต่ละคนจะซื้อโดยเฉลี่ย 11.4 ถุง ถ้าไม่นับเด็กโชคร้าย 10% ก็จะได้ค่าเฉลี่ย 10.2 ถุง งั้น สมุติให้ผลิตออกมา infinity ถุงละกันครับ ครูไผ่ ^^" (แล้วก็คงต้องให้เด็กๆ ไปซื้อจากหน้าโรงงานเลยด้วย) คุณตาหลิ่วครับ สงสัยผมจะเป็นคนโชคร้ายคนนั้น ว่าแต่สมการยึกยือๆ ของ MathBat Team กับคุณ hs นี้คืออะไรครับ? ผมอ่านไม่รู้เรื่องเลยครับ ถ้าผลิตเป็นจำนวน infinity ถุง คำตอบที่ต้องการจะต้องอยู่ในรูปทั่วไป หรือสูตร ค่ะ เพราะคงนำค่า infinity มาบวก ลบ คูณ หาร ... ออกมาให้เป็นค่าคงตัวไม่ได้ จะตอบเป็นค่าคงตัวได้ก็ต่อเมื่อมีการกำหนดจำนวนถุงที่ผลิตเป็นค่าคงตัวด้วยค่ะ โชคร้ายหน่อยครับ คห 19 ผมคิดเลขผิด สมการก็เลยผิด ถ้ามีเวลาจะคิดมาให้ใหม่ ผมคิดว่าโจทย์ข้อนี้เทียบเคียงได้กับการนำลูกบอล k สี จำนวน n ลูกมาเรียงกัน (ลูกบอลแต่ละสีมีจำนวนมาก) นั้นคือต้องหาว่าเมื่อเรียงลูกบอล n ลูกแล้ว มีวิธีเรียงกี่วิธีที่มีลูกบอลครบสี เทียบกับจำนวนวิธีทั้งหมด การใช้ลูกบอล น่าจะคุ้นเคยมากกว่า อึ่ม... ข้อที่ว่าขึ้นอยู่กำจำนวนที่ผลิตนี้ไม่ทราบจริงๆ ครับ เห็นคล้ายกับ คห.20 ครับแต่น่าจะหาร ด้วย 5 อีกครั้งเพราะมีโอกาสเป็นของเล่นแบบใดก็ได้ใน 5 แบบ ประมาณ 562 ถุง ครับ ส่วนประเด็นจำนวนการผลิตไม่น่าเกี่ยว เพราะโจทย์กำหนดมาแล้วว่ามีโอกาสเกิดเท่าๆกัน คนเข้ามาดู (IP:125.26.55.155) จำนวนการผลิตต้องเกี่ยวค่ะ สมมติว่าผลิตเพียง 500 ถุง มีของเล่นอยู่ถุงละแบบ ของเล่นมีทั้งหมด 5 แบบ ก็จะมีของเล่นแบบละ 100 ถุง การที่จะซื้อของเล่นให้ได้ครบทุกแบบ ต้องซื้อถึง 562 ถุงอย่างคำตอบของ "คนเข้ามาดู" ไหม ? วิธีที่คุณ MathBat Team พยายามใช้ในการอธิบายนั้น จริง ๆ แล้วเราเรียกว่า Generating Function ครับ Generating Function มันคืออะไรครับ??? ผมดูในวิกิพีเดียแล้ว ไม่เข้าใจเลย ^^" ทุกคนเก่งมากครับ ขอบคุณครับ เหอะๆ ผมเปิด wikipedia หาดู เห็น แล้วงงตึ้บ เลย (ไม่รู้เรื่องสักอย่าง) ![]() S2P2 S2P2ร่วมดูดความรู้โดยไม่ออกความเห็นแล้ว infinite ครั้ง - แจกดาวแล้ว ... ดวง - ไม่ต้องโหวตให้ดาวผมก็ได้ครับ พอคิดออกแล้วครับ (แนวคิดนะครับ ยังคิดสูตรไม่ออก) ก็คือ ใช้วิธีของคุณตาหลิว แล้วก็เก็บข้อมูลออกมา ถ้าไม่ผิดพลาดอะไร ก็น่าจะได้กราฟการกระจายปรกติ หาค่า S.D. ของชุดข้อมูล เลือก z ที่ทำให้พื้นที่ใต้กราฟมีเท่ากับค่าที่กำหนด แล้วก็คำนวนมาว่า ที่จุดนั้นคือซื้อกี่ถุงครับ # ปล. แต่เท่าที่ดูกราฟของคุณตาหลิว กราฟมันเบ้ขวาแฮะ... กราฟในคห.22 ไม่ใช่กราฟแจกแจงความถี่ แต่เป็นข้อมูลดิบนะครับ ขออภัยที่ทำให้สับสน แกน X คือ ลำดับที่ของเด็ก ในที่นี้มีเด็ก 100 คน แกน Y คือ จำนวนขนมที่ต้องซื้อจนได้ของเล่นครบห้าแบบ จากกราฟ เด็กคนที่ 1 ซื้อขนม 9 ถุง เด็กคนที่ 2 ซื้อ 10 ถุง เด็กคนที่ 3 ซื้อ 6 ถุง ฯลฯ เฉลี่ยแล้วจะต้องซื้อ 11-12 ถุงครับ คุณตาหลิวใช้โปรแกรมอะไรนะครับ จะลองเอามาทำดูมั่ง (พอดีผมเป็นนักปฏิบัติครับ แล้วค่อยสรุปเป็นทฤษฎี ^^") ไม่รุ โจทย์ข้อนี้น่าจะมีหลายวิธีคิด วิธีที่ผมใช้ก็น่าจะเป็นอีกวิธีหนึ่ง ในเบื้องต้นจะสมมติก่อนว่าขนมมีจำนวนมาก และของเล่นแต่ละแบบก็มีเท่าๆกัน โดยจะขอใช้กรณีที่มีของเล่น 2 แบบก่อนเพื่อความง่าย ผมจะสมมติให้ 0 แทนของเล่นแบบที่หนึ่ง และ 1 แทนของเล่นแบบที่สอง เมื่อซื้อห่อที่ 1 จะได้ของเล่นแบบใดแบบหนึ่งเป็น 0,1 เมื่อซื้อห่อที่ 2 จะมีโอกาสได้ของเล่นเป็น 00,01,10,11 นั้นคือโอกาสที่จะได้ของเล่นสองแบบเป็น 2/4 = 0.5 เมื่อซื้อห่อที่ 3 จะมีโอกาสได้ของเล่นเป็น 000,001,010,011,100,101,110,111 นั้นคือโอกาสที่จะได้ของเล่นสองแบบเป็น 6/8 = 0.75 เมื่อซื้อห่อที่ 4 จะมีโอกาสได้ของเล่นเป็น 0000,0001,0010,0011,0100,0101,0110,0111 1000,1001,1010,1011,1100,1101,1110,1111 นั้นคือโอกาสที่จะได้ของเล่นสองแบบเป็น 14/16 = 0.88 เมื่อซื้อห่อที่ 5 จะมีโอกาสได้ของเล่นเป็น 00000,00001,00010,00011,00100,00101,00110,00111 01000,01001,01010,01011,01100,01101,01110,01111 10000,10001,10010,10011,10100,10101,10110,10111 11000,11001,11010,11011,11100,11101,11110,11111 นั้นคือโอกาสที่จะได้ของเล่นสองแบบเป็น 30/32 = 0.94 ในกรณีที่มีของเล่นสองแบบ ต้องซื้อ 5 ห่อ ถึงจะมั่นใจได้ >90% ว่าได้ของเล่นครบ ในกรณีที่ของเล่นมีมากแบบ หากใช้วิธีตามที่กล่าวมา สงสัยผมจะหลับก่อนลิงเป็นแน่แท้ ถ้ามีเวลาว่างจะนำเสนออีกวิธีที่ให้ผลเหมือนกัน และจะนำไปสู่กรณีของเล่นมีมากแบบ และสู่รูปแบบทั่วไป มองแล้วงง ตอบคุณเนยสด โปรแกรมเขียนเองครับ ไม่มีอะไรมาก แค่เอาเลขสุ่มมาทีละตัว แล้วพิจารณาว่าครบ 5 แบบหรือยัง ถ้าครบแล้วก็ขยับไปทดลองเด็กคนถัดไป วิธีนี้ใช้ได้สำหรับสิ่งที่เรารู้ความน่าจะเป็นของแต่ละเหตุการณ์ย่อย แต่เงื่อนไขความสัมพันธ์ของแต่ละเหตุการณ์ซับซ้อนหรือยุ่งยากมาก |