|
ตกลงเป็น board ช่วยเด็กมัธยมทำรายงาน???
โพสต์เมื่อ:
10:49 วันที่ 27 ม.ค. 2546 ชมแล้ว:
2,995
ตอบแล้ว:
42
เฮ่อ... ไม่อยากจะพูดเลย แต่
ตกลงที่นี่เป็น board ไว้ให้เด็กมัธยมเข้ามาบอกหัวข้อรายงาน แล้วก็ขอร้องให้ใครก็ได้ช่วยหาข้อมูลให้หรือไงนะ?? ผมเห็นมากกว่าครึ่งของกระทู้พักหลังเป็นแบบนี้ ไม่รู้ว่าเพราะมีใครเอาไปโฆษณาหรือไง ว่าจะทำรายงานหรือโครงงานวิทยาศาสตร์ ให้มา "ขอ" เอาแถวนี้ ตัวอย่าง (สมมุติ) "คืออยากได้ข้อมูลเกี่ยวกับการทำงานของ compact disc ขออย่างละเอียดเลยนะครับ เป็นภาษาไทยด้วยจะยิ่งดี ขอบพระคุณมาก" ผมว่าการใช้ internet หาความรู้ของนักเรียน มันไม่ใช่แบบนี้นะครับ เห็นเลยว่าส่วนใหญ่ไม่ได้พยายามจะค้นหาคำตอบเองซักนิดเดียว อ่านวิธีที่ถามก็รู้แล้ว แล้วก็เข้ามาบอกให้ใครก็ได้ บอกคำตอบ หรืออธิบายให้ฟัง "อย่างละเอียด" ทีสิ บ้างก็กำหนดมาอีกต่างหาก ว่าขอก่อนมะรืนนะ จะต้องรีบส่งรายงานแล้ว ปาเข้าไปนั่น คนที่ต่อว่าผู้ตอบ ว่าให้ข้อมูลไม่พอ หรือให้มาแต่ภาษาอังกฤษ ก็เคยมี คนที่อ่านมาซักพักคงจะจำกันได้ ผมก็ไม่รู้หรอกว่าจะแก้ยังไง ที่ผมอยากเห็นคือนักเรียนหาข้อมูลด้วยตัวเอง (search engine มีตั้งมากมาย) แล้วก็ลองอ่านดู ไม่เข้าใจหรือสับสนก็ค่อยเอาตรงจุดนั้นๆ มาถาม มันไม่น่าจะหนักหนาเกินไปเลย ผมคิดว่า สิ่งที่มันเป็นอยู่ตอนนี้ มันเป็นผลร้ายกับนักเรียนเองนะครับ สุดท้ายอาจจะขาดทักษะการค้นคว้า ไม่มีความพยายาม หรือบางกรณีไม่รู้จักมารยาทเสียด้วยซ้ำไป เศร้านิดๆ นะครับ ความเห็นเพิ่มเติมที่ 1 27 ม.ค. 2546 (16:56) But, I am really sorry about that. Normally, I am in Chemistry topic and facing the same problem as you. Is this what we call "Thai education"?, how sad. But MOREOVER, when I discuss about this point in a chemistry topic on this board. THE ADMIN deleted my message How shame ChemMan#113 (IP:152.78.0.29,152.78.196.70, 152.78.128.52,) ความเห็นเพิ่มเติมที่ 2 27 ม.ค. 2546 (18:17) น่าเห็นใจทั้งเด็ก และผู้รู้ที่คอยตอบกระทู้ เด็ก ถูกสั่งการบ้านแยะมาก ไม่รู้ว่าทำไม่ครู ๆ อาจารย์ ๆ ทั้งหลายท่านประดังการบ้าน และกิจกรรมมาให้เด็กมากมายเหลือเกิน ผมมีลูกเป็นเด็กมัธยมจึงรู้ปัญหาดี ลำพังเด็กเอง ไม่มีทางทำงานทันได้ง่าย ๆ ยกเว้นเป็นพวกอัจฉริยะ ที่ทราบมา ครูอาจารย์หลายท่าน ต้องการทำผลงานอาจารย์ 5 อาจารย์6 ไม่รู้จะหาข้อมูลที่ไหน ก็มาบีบเอากับเด็กนี่แหละครับ แต่เด็กบางคนก็ไม่เอาถ่านก็มีเหมือนกัน การบ้านง่าย ๆ ก็ร้องแรกฯ หาคนช่วยทำ ผมว่า ท่านที่คอยตอบกระทู้ ก็อย่าไปช่วยแบบนี้ ถ้าท่านเห็นว่า เป็นการบ้านที่เด็กจะต้องใช้ความพยายามบ้าง ก็คอยแค่แนะ ๆ ให้พวกเขาไป อย่าไปบอกเสียหมด เช่นสอนให้หัดใช้ google.com เอง หรือว่า ความรู้ที่หนูถามมา น่าจะหาคำตอบได้ที่ไหนบ้าง สาเหตุ ผมว่า มาตั้งแต่ชั้นอนุบาลแล้วครับ เดี๋ยวนี้ เด็กอนุบาลก็ไม่เขียนหนังสือ แต่จะกา ก ข ค ง แหล่งความรู้มาเป็นแบบรวบรัด บอกให้จำ ไม่มีการฝึกฝนให้ใช้ความพยายามในการหาความรู้เองจากการอ่าน หรือลอง หรือวิเคราะห์ แต่ก่อน ห้องเรียนหนึ่งมีเด็กแค่ ยี่สิบกว่าคน เดี๋ยวนี้ บางโรงเรียน อัดเข้าไป 60กว่าก็มี พอครูไม่มีกำลังที่จะสอน ก็ต้องเอาง่ายเข้าว่า รัฐบาลก็ยอมให้ครูเกษียณก่อนกำหนด แต่ไม่ยอมให้รับคนใหม่เข้ามาทำงาน ฯลฯ ก็หลายสาเหตุ ช่วยได้ก็ช่วยกันไปเถอะครับ ความเห็นเพิ่มเติมที่ 3 27 ม.ค. 2546 (19:00) ลำพังเด็กเอง ไม่มีทางทำงานทันได้ง่าย ๆ ยกเว้นเป็นพวกอัจฉริยะ I think you\'d better say ขยัน not อัจฉริยะ ChemMan#113 (IP:152.78.0.29,152.78.196.70, 152.78.128.52,) ความเห็นเพิ่มเติมที่ 4 27 ม.ค. 2546 (21:39) เห็นด้วยครับ... Chemist (IP:210.203.184.58,,) ความเห็นเพิ่มเติมที่ 5 28 ม.ค. 2546 (07:06) ดิฉันเคยตั้งใจไว้ว่า จะมาช่วยเด็กไทยของเราให้รู้จักหา รู้จักค้น รู้จักคิดด้วยตัวเอง แต่รู้สึกทำไปมันจะเหมือนวัวพันหลัก จะโทษเด็กฝ่ายเดียวก็ไม่ได้ สาวไปที่ไหนมันก็มีปัญหาไปทุกจุด อย่างที่อาจารย์นิรันดร์ยกมาน่ะค่ะ ก็รู้สึกมันไม่ได้เป็นการใช้เวลาให้ได้ผลที่ต้องการ กลับกลายเป็นทำสิ่งตรงข้ามกับที่ตัวเองต้องการ ก็เบยต้องเลือกที่จะ ignore ไปทั้งหมด ไม่อยากพูดอะไรเพราะเค้ามักจะไม่รับในช่องที่เราต้องการจะใส่ให้ ก็กลายเป็นว่า ช่วยเค้าไม่ได้ และไม่อยากทำร้ายเค้า ก็ทำได้อย่างเดียวคืออยู่เฉยๆค่ะ ก็มาดูกระทู้อยู่ ถ้านานๆทีเห็นคนถามที่ถามเพื่อต้องการจะรู้จริงๆ ถามเพราะไปอ่านมาแล้วไม่เข้าใจ ถามแบบคนที่ขวนขวายหาเอาเองมาก่อน แล้วก็ถึงจะตอบค่ะ ถ้าไม่เจอแบบนี้ก็ผ่าน ไม่พูดไม่คอมเม้นต์ แล้วก็สบายใจกันทั้งสองฝ่ายดีค่ะ พวกเราก็มาตั้งกระทู้คุยกันเองจะดีมั้ยคะ อิๆๆ ความเห็นเพิ่มเติมที่ 6 28 ม.ค. 2546 (09:39) ก็เห็นด้วยกับคุณ ๆ ที่ว่ามานะครับ ผมก็ได้เลือกเอาวิธีที่คุณพวงร้อยว่าไว้นั่นล่ะครับ ถ้าเห็นคนไหนสนใจจริง ๆ ถึงจะเข้าไปมีส่วนร่วม (พอดีก็ยังไม่ค่อยมีเวลาด้วยครับ) เราอาจได้เรียนรู้เพิ่มเติมไปด้วยก็เป็นได้ ได้ประโยชน์กันหลายฝ่าย แต่ถ้าเป็นประเภทอื่น น้อง ๆ คงต้องพยายามหาคำตอบเองไปก่อน ดูเหมือนใจร้าย แต่ผมว่าถ้าเราสนับสนุนในทางที่ผิด น่าจะเป็นการใจร้ายมากกว่า ทองแดงสีน้ำเงิน (IP:131.215.11.201,,) ความเห็นเพิ่มเติมที่ 7 28 ม.ค. 2546 (12:41) คุณพวงร้อย มือเป็นอย่างไรบ้างครับ หายดีหรือยังครับ มีอัจฉริยะที่ไม่ขยันด้วยหรือ แต่พวกขยันแต่ไม่ใช่อัจฉริยะมีมาก พยายามเท่าไรก็ยังทำไม่ได้สักที ก็น่าเห็นใจเหมือนกัน ความเห็นเพิ่มเติมที่ 8 28 ม.ค. 2546 (15:12) อ่านแล้วก็หายอึดอัดไปบ้าง ผมก็คงอยู่แถวนี้ แล้วก็ตอบกระทู้เท่าที่ยังมีความสุขจะตอบ คิดถึงช่วงที่มีกระทู้ "คุยกัน" อยู่เหมือนกัน ช่วงนี้รู้สึกจะเป็นตอบปัญหาซะมากกว่า ถ้านึกอะไรน่าสนุกออกจะเอามาชวนคุยนะครับ :) ความเห็นเพิ่มเติมที่ 9 28 ม.ค. 2546 (16:54) ผมก็ทำอย่างที่คุณพวงร้อยทำเหมือนกันครับ แรกๆทนไม่ค่อยไหว อารายกัน มาขอ แล้วยังบอกว่า ต้องส่งให้ทัน รีบๆตอบหน่อย เอาแบบภาษาไทยด้วยนะ ผมเลยด่าไปหลายกระทู้ ตอนนี้ก็เลิกแล้ว เฉยดีกว่า ทางโรงเรียนน่าจะมีตารางภาระงานของเด็กด้วยนะ เพราะหลายๆวิชา(ครูคนละคน)ชอบให้งานตอนไกล้ๆจะหมดเทอมพร้อมๆกัน คงเพราะไม่ได้คุยกันว่าใครให้งานเด็กไปแล้วบ้าง ความเห็นเพิ่มเติมที่ 10 12 มิ.ย. 2546 (23:30) Hurr...I really hope things are getting better naka. I will try to help as far as my knowledge allows. To tell the truth, the teachers themselves should have given kids more hints or suggestions when assigning a report or article naka. Well..I think another worrisome problem is the ever growing teacher: student ratio. Kids barely gets enough help and suggestion for assignment and in the end they desparately ask for help from people outside school. It\'s very understandable. They need someone to walk them through, but how can we find a balance in helping kids while getting them to practice their own researching skill? biolover (IP:131.215.88.225,,) ความเห็นเพิ่มเติมที่ 11 13 มิ.ย. 2546 (09:37) เห็นด้วยกับคุณพวงร้อยครับ หลายๆคำถามจะมีคำตอบอยู่แล้วในหนังสือที่เรียน ซึ่งเป็นจุดพื้นฐานก่อนจะไปที่จุดอื่นๆ ผมว่าเด็กๆที่เรียนไม่เก่งคงไม่เข้าใจว่าบางคำถามที่เขาถามถ้าเขารู้พื้นฐานที่มาก่อนหน้าก็สามารถประกอบหรือสังเคราห์กันเป็นคำตอบได้เหมือนเวลาเราต่อจิกซอครับ พอเขาไม่เข้าใจวิธีการเรียนรู้ ก็เข้าใจเอาเองว่าถ้าถามอะไรไปน่าจะมีคำตอบง่ายๆให้เข้าใจได้เสมอซึ่งมันไม่จริง ส่วนหนึ่งที่ล้มเหลวน่าจะมาจากว่าสภาพแวดล้อมที่เขาอยู่ไม่ได้สอนให้เขาเข้าใจในกระบวนการที่เก็บเอาความรู้จากสิ่งที่เขารับรู้นั้นๆไว้อย่างถูกต้อง มันคงต้องค่อยๆพัฒนาไปละครับ ไมใช่แค่ในโรงเรียนแต่ในสังคมของเราด้วย bug (IP:203.146.16.50,,) ความเห็นเพิ่มเติมที่ 12 13 มิ.ย. 2546 (15:09) น่าจะทำคู่มือการหาข้อมูลให้เด็กอ่านนะครับ เช่น จะหาข้อมูลในอินเทอร์เน็ตจะทำอย่างไร ไปที่ไหน คำสำคัญที่จะใส่คืออะไร เป็นต้น หรือแนะนำลิงค์ที่สำคัญเช่น สารานุกรมไทยออนไลน์ สกูลเน็ต อะไรพวกนี้ จริงๆมันมีลิ้งพวกนี้อยู่ เพียงแต่เราต้องแนะนำให้เด็กรู้ให้ได้ จะทำอย่างไร และที่สำคัญ แนะนำการใช้ห้องสมุดที่โรงเรียนของตัวเอง ผมคิดว่าที่ในห้องสมุดก็มีข้อมูลมากมาย เดี๋ยวนี้เด็กมักมองข้ามห้องสมุด จะหาข้อมูลอะไรก็เข้าแต่เน็ต ไม่ค่อยจะถูกต้องเท่าไร ทักษะพวกนี้สำคัญมากครับ เป็นทักษะชีวิตเลยก้ว่าได้ Don Blake นักเทคโนโลนีอาวุโส สมาคมการศึกษาแห่งชาติสหรัฐอเมริกา กล่าวไว้ว่า "สิ่งที่ท้าทายมากที่สุดของผู้คนในยุคต่อไปไม่ใช่การเข้าถึงข้อมูล หากแต่คือการแยกแยะข้อมูล การเตรียมนักเรียนสำหรับสภาวะข้อมูลล้นหลามนี้ เป็นงานที่ยากยิ่งที่นักการศึกษาจะต้องเผชิญหน้ากับมัน" เพราะฉะนั้นใครที่ว่างๆอยู่ก็ช่วยกันทำคำแนะนำเหล่านี้ให้เป็นรูปธรรมได้ก็ดีครับ ความเห็นเพิ่มเติมที่ 13 13 มิ.ย. 2546 (15:40) อะไรแบบนี้น่าจะทำได้นะครับ ทำแบบให้เด็กอ่านหน่อย เข้าใจง่ายๆ ลองดูครับ http://www.pantip.com/cafe/wahkor/topic/X2317737/X2317737.html ความเห็นเพิ่มเติมที่ 14 14 มิ.ย. 2546 (05:46) จะโทษครู โทษระบบ โทษความไม่มี โทษนู่นโทษนี่ ฯลฯ มันก็โทษได้ระดับหนึ่งเท่านั้นแหละค่ะ หรือจะแก้ด้วยการหาวิธีค้นมาบอกให้ก็แก้ได้แค่ส่วนน้อยเท่านั้นเองแหละค่ะ ที่ดิฉันคิดว่าเป็นเรื่องซีเรียสมากก็คือ เรื่องที่ต้องแก้วิสัยทัศน์ของเด็กให้กว้างกว่านี้น่ะค่ะ ว่าตัวเองมีหน้าที่ ความรับผิดชอบตรงไหน และควรมีความเคารพน้ำใจคนอื่นอย่างไรด้วย ที่เห็นๆมาเป็นส่วนมาก จะเอาก็มาถามแบบสั่งๆเอายังกับพ่อแม่ไปจ้างใครมารับทำการบ้านให้อย่างนั้นแหละ มาประเภท เอาโน่นเอานี่ เอาเร็วๆด่วนๆ เอาให้ละเอียดที่สุดนะ ส่งมาที่อีเมล์นี้นะ ฯลฯ หรือที่เห็นในข่าวที่มีเด็กมาเอาไปทำการบ้านบ่อยๆก็คือ พวกที่มาบอกว่า เขียนแค่นี้ยังไม่ละเอียดพอ ให้ไปหาข้อมูล หารูปมาเพิ่มนะ จะได้เอาไปทำรายงาน ฯลฯ ยังกับเป็นเจ้าเป็นนายมาจากไหน เด็กที่นิสัยดีๆที่รู้จักขอบคุณก็ไม่ใช่ไม่มี แต่เห็นเป็นส่วนน้อย เจอแต่พวกลูกท่านหลานเธอมาสั่งเอาๆละเป็นส่วนใหญ่มากกว่า คนพวกนี้มาเอาอย่างเดียว บางทีไปค้นมาตอบให้ พิมพ์ให้อย่างละเอียด จะตอบสักคำก็ไม่มีว่าได้อ่านแล้ว อย่าว่าแต่จะพูดถึงคำขอบคุณเลยค่ะ ถ้าเห็นว่ารู้จักแต่รับอย่างเดียว แต่ไม่มีนิสัยในการให้เลย ก็สยองน่ะค่ะ ว่าช่วยถูกคนรึเปล่า ช่วยคนไม่ดีก็จะไปซ้ำเติมประชาชนชาวบ้านตาดำๆไปอีก เจอแบบนี้มาหลายๆปีเข้า ก็ทำให้อยากเอาเวลาไปทำอย่างอื่นที่ได้ความสุขใจตอบแทนบ้างดีกว่าน่ะค่ะ รอคุณพ่อคุณแม่ของเด็กรุ่นต่อไปดูดีกว่า ว่าจะเลี้ยงลูกได้ดีขึ้นมั้ย ไม่ได้ท้อแท้ ไม่ได้เสียกำลังใจอะไรหรอกนะคะ กรุณาอย่าเข้าใจดิฉันผิด เรื่องแบบนี้ดิฉันพูดมาหลายครั้งแล้ว แต่ก็โดนว่าทุกที เลยคิดว่าจะเลิกพูดแล้ว แต่วันนี้ก็อดไม่ได้อีกนั่นแหละค่ะ ความเห็นเพิ่มเติมที่ 15 17 มิ.ย. 2546 (00:34) ก็ จริงครับ บางกระทู้ก็ขอกันเกินไปผมก็ให้ไม่ไหว บางกระทู้นี่ เขียนมาขอ"ความคิด"เอาไปทำงาน ซึ่งผมว่าไม่ถูกต้อง งานที่อาศัยความคิดต้องคิดเอง แล้วถ้าติดขัดอะไรค่อยถาม ไม่ใช่ให้คนอื่นคิดให้ แต่ก็มีบางคำถามน่าตอบแต่ผมตอบไม่ได้เหมือนกัน ผมก็เสียดายที่ความรู้ไม่พอ แล้วอะไรที่ผมพอจะช่วยเหลือเค้าได้ผมก็จะทำเต็มที่ และผมเห็นด้วยกับคุณพวงร้อย ผมไม่ต้องการคำขอบคุณนะ แต่บอกกันสักหน่อยว่าได้อ่านแล้ว ที่ตอบไป มันเป็นเรื่องช่วยไม่ได้จริงๆ ที่บางครั้งเด็กจะอยากได้รายงานสำเร็จรูป เพราะงานมันมากเหลือเกิน แล้วบางครั้งมันก็มืดแปดด้าน ไม่รู้จะไปค้นอะไรที่ไหนเพราะไม่เคยค้นมาก่อน ผมเข้าใจดีเพราะก็เพิ่งจบ ม.ปลายมาได้ไม่นาน แต่ผมก็คิดว่า คนที่ช่วยเหลือควรได้รับ"คำขอบคุณ" ไม่ใช่คำต่อว่าว่าหามาไม่ดีพอ พระยาขยายกำจายมูลมูก (IP:203.155.35.115,203.209.22.28,) ความเห็นเพิ่มเติมที่ 16 17 มิ.ย. 2546 (12:19) อย่าง link ที่พี่สุรัชน์ให้มา ผมว่าก็เหมือนเป็นคู่มือใช้ search engine อยู่นะครับ :P ต้องอดทนอ่านเหมือนกันกว่าจะจบได้ ที่ผมเคยทำกับน้องเด็กๆ สองสามคน (จะหาภาพเงื่อนสำหรับลูกเสือ) ก็บอกให้เริ่มจาก google แหละครับ แล้วก็ให้ลองๆ ใส่คำง่ายๆ ที่มันเกี่ยวข้อง ซักพักเค้าก็เจอของเค้าเอง (ตอนหลังต้องมาอธิบายกันใหม่ ว่า internet ไม่ได้มีเฉพาะที่ google ให้คำตอบมา แต่ก็ทำให้เริ่มต้นได้ครับ :) ) ผมว่าถ้าทำเป็นตัวอย่างสั้นๆ มีตัวละคร แล้วก็ตามดูว่าตัวละครอยากรู้อะไร หายังไง ใส่คำว่าอะไรใน search engine แล้วเจอข้อมูลอะไรบ้าง แบบนี้อาจจะเห็นไอเดียง่ายขึ้นนะครับสำหรับคนที่เด็กหน่อย ความเห็นเพิ่มเติมที่ 17 17 มิ.ย. 2546 (12:48) สมัยก่อน ตอนผมเป็นเด็กนักเรียน รายงานส่งครูก็ต้องคัดลายมือไปส่ง จะไปลอกที่ไหนมาก็ต้องอ่านอย่างน้อยเที่ยวหนึ่งตอนลอกนี่แหละ มาพักหลัง มีคอมพิวเตอร์ มีอินเตอร์เน็ต เด็กก็ลอกไปแปะ บางทีไม่อ่านเลย ว่าลอกอะไรมาบ้าง แปะมาทั้งดุ้น ๆ เลย ตอนนี้ ผมจะให้เด็กส่งรายงาน ผมระบุไปเลยว่า ต้องเขียนด้วยมือ ไม่รับรายงานที่พิมพ์มาส่ง ให้พิมพ์มา โน่นเลย ถังขยะ ความเห็นเพิ่มเติมที่ 18 17 มิ.ย. 2546 (13:45) เป็นวิธีที่ดีครับอาจารย์ หลายๆครั้งที่พอเรายึดติดกับรูปแบบทำให้ผลออกมามันผิดไป bug (IP:203.146.16.50,,) ความเห็นเพิ่มเติมที่ 19 17 มิ.ย. 2546 (15:37) อืม... ถ้าผมเป็นนักเรียน คงไม่ชอบเท่าไหร่ เพราะถนัดพิมพ์มากกว่าเขียน แต่ด้วยข้อจำกัดทางเวลา(ตรวจ) ผมก็นึกวิธีอื่นไม่ออกเหมือนกัน ความเห็นเพิ่มเติมที่ 20 17 มิ.ย. 2546 (15:38) ต้องทำให้เด็กอ่านอย่างที่น้องว่านั่นแหละครับ คงไม่ได้หมายถึงให้อธิบายยาวๆให้ผ้ใหญ่ฟัง เมื่อคู่มือการค้นหาข้อมูลบนอินเทอร์เน็ตสำหรับเด็กเสร็จก็เอามาลิ้งไว้ที่หน้ากระทู้ซะเลย น่าจะช่วยได้บ้าง นิดหน่อยก็ยังดี เมื่อเราเห็นว่าเด็กคนไหนตั้งใจมาถามโดยที่ไม่ลองหาข้อมูลเองก่อน ก็แค่บอกว่าให้เขาไปอ่านลิ้งที่เราเตรียมไว้ ในลิ้งนี้ก็จะมีวิธีการค้นหาข้อมูลอย่างง่ายๆ แบบเด็กๆ ยกตัวอย่างแบบมีสีสัน และมีลิ้งสำคัญเช่นสารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนด้วย สกูลเน็ต ฯลฯ และอาจจะมีเรื่องที่ถามบ่อย เขียนให้เด็กอ่าน แบบสอดแทรกความรู้ไปด้วย เช่น จีเอ็มโอ อะไรประมาณนี้ครับ หรือจะลองทำแบบ mad scientist web ก็ดี เขาจะรวมนักวิทยาศาสตร์อาสาสมัครมาช่วยตอบคำถามให้ ของคณิตศาสตร์ก็มี ปัญหาอยู่ที่ใครจะทำและจะรวมนักวิทยาศาสตร์อาสาสมัครมาตอบได้ไหม ผมมองว่าน่าจะทำได้ ผมไม่อยากให้สิ่งที่เขียนตอบๆกันมาต้องหายไป ถ้ามีการรวบรวมเรียบเรียงอย่างเป็นระบบ ก็จะได้ฐานข้อมูลที่สำคัญทีเดียวเชียวครับ หากจะโพสต์คำตอบสำหรับกระทู้ในห้องนี้ ล๊อกอินก่อนนะคะ สมัครสมาชิก ฟรี ตลอดชีพ ที่ http://www.vcharkarn.com/my ค่ะ |
ขอบคุณผู้สนับสนุนHot Links |
Copyright© 2000-2007, Vcharkarn.Com. All rights reserved.
|
คลิ๊กเพื่อดูสถิติ รับรองและสนับสนุนโดย |
![]() สสวท. |
![]() มูลนิธิ พสวท. |
![]() พสวท. |