|
ตกลงเป็น board ช่วยเด็กมัธยมทำรายงาน???
โพสต์เมื่อ:
10:49 วันที่ 27 ม.ค. 2546 ชมแล้ว:
2,996
ตอบแล้ว:
42
เฮ่อ... ไม่อยากจะพูดเลย แต่
ตกลงที่นี่เป็น board ไว้ให้เด็กมัธยมเข้ามาบอกหัวข้อรายงาน แล้วก็ขอร้องให้ใครก็ได้ช่วยหาข้อมูลให้หรือไงนะ?? ผมเห็นมากกว่าครึ่งของกระทู้พักหลังเป็นแบบนี้ ไม่รู้ว่าเพราะมีใครเอาไปโฆษณาหรือไง ว่าจะทำรายงานหรือโครงงานวิทยาศาสตร์ ให้มา "ขอ" เอาแถวนี้ ตัวอย่าง (สมมุติ) "คืออยากได้ข้อมูลเกี่ยวกับการทำงานของ compact disc ขออย่างละเอียดเลยนะครับ เป็นภาษาไทยด้วยจะยิ่งดี ขอบพระคุณมาก" ผมว่าการใช้ internet หาความรู้ของนักเรียน มันไม่ใช่แบบนี้นะครับ เห็นเลยว่าส่วนใหญ่ไม่ได้พยายามจะค้นหาคำตอบเองซักนิดเดียว อ่านวิธีที่ถามก็รู้แล้ว แล้วก็เข้ามาบอกให้ใครก็ได้ บอกคำตอบ หรืออธิบายให้ฟัง "อย่างละเอียด" ทีสิ บ้างก็กำหนดมาอีกต่างหาก ว่าขอก่อนมะรืนนะ จะต้องรีบส่งรายงานแล้ว ปาเข้าไปนั่น คนที่ต่อว่าผู้ตอบ ว่าให้ข้อมูลไม่พอ หรือให้มาแต่ภาษาอังกฤษ ก็เคยมี คนที่อ่านมาซักพักคงจะจำกันได้ ผมก็ไม่รู้หรอกว่าจะแก้ยังไง ที่ผมอยากเห็นคือนักเรียนหาข้อมูลด้วยตัวเอง (search engine มีตั้งมากมาย) แล้วก็ลองอ่านดู ไม่เข้าใจหรือสับสนก็ค่อยเอาตรงจุดนั้นๆ มาถาม มันไม่น่าจะหนักหนาเกินไปเลย ผมคิดว่า สิ่งที่มันเป็นอยู่ตอนนี้ มันเป็นผลร้ายกับนักเรียนเองนะครับ สุดท้ายอาจจะขาดทักษะการค้นคว้า ไม่มีความพยายาม หรือบางกรณีไม่รู้จักมารยาทเสียด้วยซ้ำไป เศร้านิดๆ นะครับ ความเห็นเพิ่มเติมที่ 23 20 มิ.ย. 2546 (05:50) ไปเจอบทความนี้จากผู้จัดการค่ะ ดิฉันกลับไปเมืองไทยตอนช่วงฟองสบู่ เห็นการใช้จ่าย ในเครื่องบินเห็นคนไทยเต็มลำ ไปย่านของแพงๆ ก็มีคนไทยไปซื้อกันวุ่น ตอนนั้นยังคิดว่า เด็กๆที่เกิดมาในช่วงนั้นจะเป็นอย่างไร คิดว่าเราเริ่มจะรู้สึกถึงผลของมันขึ้นมาแล้วน่ะค่ะ อ่านแล้วเหนื่อยใจจัง ------------------------------------------------------------------------- เด็กไทยยุคใหม่ไร้น้ำใจ ไม่รู้จักพอ มุ่งหาความสุขใส่ตัว โดย ผู้จัดการออนไลน์ เด็กไทยยุคใหม่กำลังถูกผู้ใหญ่ต่อว่า ว่าไร้น้ำใจ ไม่รู้จักพอ แต่ความผิดพลาดเหล่านี้ เป็นผลพวงมาจากผู้ใหญ่เองหรือไม่ ที่สร้างสังคมแห่งวัตถุนิยมและการแข่งขันขึ้นมา นักวิชาการชี้เด็กไทยขาดคุณลักษณะที่ดี ความมีน้ำใจ ไม่รู้จักใช้ทางสายกลางและยึดหลักความพอเพียง เน้นแต่ความเป็นปัจเจกบุคคล มุ่งแสวงหาความสุขแก่ตัวเอง เรียกร้องสังคม ร่วมสร้างเด็กไทยอันพึงประสงค์ ไม่ใช่ปล่อยสะเปะสะปะจนเด็กไร้ทิศทางและบีบให้เยาวชนของชาติต้องใกล้เป็นโจรมากขึ้นทุกวัน รศ.ดร.สมพงษ์ จิตระดับ ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยการศึกษาเพื่อเด็กด้อยโอกาส จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า ยุทธศาสตร์เพื่อให้เด็กไทยมีลักษณะอันพึงประสงค์นั้น โรงเรียนต้องคลายเด็กออกจากระบบโรงเรียน และทำให้การศึกษาเป็นแนวราบที่ทุกองค์กรในสังคมมีแนวความคิดร่วมกันว่าต้องการให้เด็กไทยมีคุณลักษณะอย่างไร ถ้าต่างคนต่างทำ คุณลักษณะเด็กไทยจะออกมาไม่ชัดและเน้นปัจเจกบุคคล ซึ่งมีแนวโน้มว่าเด็กไทยจะเป็นโจรมากขึ้นร้อยละ 30-40 วันนี้เด็กไทยหายไปมากเรื่องความมีน้ำใจ ทางสายกลาง มีแต่ความคิดสุดโต่ง เน้นความเป็นส่วนตัวคิดอย่างไรให้ตัวเองมีความสุข รัฐบาลเป็นคนจัดการศึกษาก็จะคิดแต่ดันเด็กเข้าสู่การตลาดอย่างเดียว เด็กไทยใกล้เป็นโจรมากขึ้นทุกทีแล้ว เพราะกระบวนการหล่อหลอมขององค์กรทางสังคมหลายๆ ประการผลักดันและบีบกดให้เป็นไปในทิศทางนั้น ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยการศึกษาเพื่อเด็กด้อยโอกาส กล่าว รศ.ดร.สมพงษ์ นำเสนอคุณลักษณะของเด็กไทยที่พึงประสงค์ด้วยว่า ต้องยิ้มอย่างไทย ใจดี มีน้ำใจ ใฝ่สันติ รักความยุติธรรม ผูกมิตรเป็นเพื่อนกับทุกคน มีความมั่นใจในตนเองแบบสากล แต่อ่อนน้อมถ่อมตนแบบวัฒนธรรมไทย มีความสามารถในการใช้ภาษาอังกฤษ ภาษาคอมพิวเตอร์ และวัฒนธรรมที่หลากหลาย รู้จักสิทธิหน้าที่ ความรับผิดชอบ จิตสำนึกสาธารณะในการเมืองระบอบประชาธิปไตย ดำเนินชีวิตแบบเศรษฐกิจพอเพียง การรู้จักพึ่งตนเองได้ มีแนวทางมัชฌิมาปฏิปทา เป็นวิถีชีวิตที่เรียบง่ายตามแนวพุทธศาสนา รู้จักคุณค่าของตนเอง ยอมรับในความแตกต่างแห่งศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ ดร.อุทัย ดุลยเกษม คณบดีสำนักศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ นำเสนอยุทธศาสตร์ของสังคมไทยในการสร้างคุณลักษณะที่พึงประสงค์ของคนไทย โดยระบุว่า รัฐบาลต้องใช้ระบบครอบครัว ชุมชน กลุ่มเพื่อนร่วมวัย องค์กรทางศาสนา แหล่งอาชีพ สื่อมวลชน องค์กรความรู้ในสังคม ระบบโรงเรียน มาเป็นกลไกหลักในการสร้างคุณลักษณะสำคัญที่พึงประสงค์ให้แก่คนไทย โดยมียุทธศาสตร์เสริมหนุนความเข้มแข็งให้กับองค์กรและระบบเหล่านี้ ยกตัวอย่างเช่น การมุ่งให้ระบบครอบครัวเป็นครอบครัวการเรียนรู้ เพื่อช่วยหล่อหลอมคุณลักษณะที่พึงประสงค์ให้แก่สมาชิกในครอบครัว ต้องปรับเปลี่ยนกระบวนการเรียนรู้ในระบบโรงเรียนจากกระบวนการรับรู้มาเป็นกระบวนการเรียนรู้ ในรูปแบบที่หลากหลาย นอกจากนี้การเสริมสร้างความเข้มแข็งให้กับสถาบันศาสนาเป็นสิ่งจำเป็น เพราะสถาบันศาสนาหลายศาสนาอ่อนกำลังลงอย่างมาก นักบวชในศาสนาจำนวนมากไม่อยู่ในฐานะจะเป็นผู้นำได้ ดร.อุทัย กล่าวอีกว่า จากการรวบรวมคุณลักษณะของคนไทยที่มีนักวิชาการนำเสนอและจากการวิจัยนั้นพบว่า คุณลักษณะร่วมที่คนไทยควรมีคือ มีความใฝ่รู้ มีความคิดสร้างสรรค์และจินตนาการ ความสามารถด้านการวิเคราะห์และสังเคราะห์ มีวินัยในตนเอง ความอาทรต่อชุมชนและระบบนิเวศ ความซื่อสัตย์สุจริตยุติธรรม สามารถทำงานเป็นทีม ส่วนคุณลักษณะเฉพาะของคนไทยที่ควรมีและแตกต่างจาชนชาติอื่นคือ ความสามัคคี ความประนีประนอมและรู้จักให้อภัย ความอดกลั้น เมตตากรุณา ละอายต่อการทำชั่ว รักและยึดมั่นในสัจจะ กล้าหาญทางจริยธรรม ซึ่งคุณลักษณะนี้เชื่อมโยงได้ด้วยองค์กรและระบบที่กล่าวมาข้างต้น ความเห็นเพิ่มเติมที่ 24 20 มิ.ย. 2546 (09:44) โห.. ได้อ่านท่านนักวิชาการทั้งหลายเขียนแล้ว ถ้าผมเป็นเด็กนักเรียนที่กำลังอยากรู้ และคิดไม่ออกกับโจทย์หรือการบ้านที่ค้างอยู่ ก็คงขยาดที่จะเข้ามาถามแน่ๆเลย แล้วอย่างนี้ เราจะส่งเสริมเด็กไทยให้ก้าวหน้าทางความคิดกันได้ยังไง? ผมเอง ก็ไม่มีดีกรีอะไร จบแค่ ป.ตรี ที่ไม่ใช่สายวิทย์ ไม่ได้เป็น อจ.ปัจจุบันก็ทำงานรับจ้างเขา เลี้ยงลูก 2 คน จนโตเป็นหนุ่มแล้ว ก็ยังไม่เคยคิดที่จะปฏิเสํธการตอบปัญหาของลูก หรือโยนไปว่า ให้ไปค้นเองเลย เพียงแต่ว่า อาจจะบอกไม่หมด บอกอธิบายแค่แนวทาง เขาก็สามารถนำไปพัฒนาคิดด้วยตัวเองต่อได้ ผมว่าขึ้นอยู่กับผู้ตอบมากกว่า ถ้าผู้ตอบ เห็นว่า เป็นคำถามที่ต้องการให้คนอื่่นในเว็บช่วยทำการบ้านให้ เราก็อย่าตอบในแนวเฉลย การบ้านซีครับ แค่ชี้แนะแนวทาง ให้ไปทำต่อเองได้ หรือแนะแหล่งค้นคว้าข้อมูล ให้ไปลองหาดูก่อน แล้วค่อยเข้ามาคุยกันใหม่ก็ได้ อย่าลืมว่า พวกท่านเองทุกคน กว่าจะเก่งกล้าสามารถมาจนถึงปัจจุบันนี้ได้ ก็ต้องอาศัยการสอบถามหาแหล่ง ความรู้จากบุคคลอื่นมาเช่นกัน ถ้าใครเคยอยู่ ตจว. ก็น่าจะรู้ซึ้งดีว่า แหล่งหาข้อมูล ที่จะมาช่วยแก้ปัญหาคาใจเด็กที่กำลังคิดพัฒนานั้น หาได้ยากมาก ปัจจุบันมี อตน. ก็นับว่าช่วยได้เยอะ ถ้าเรามองเจตนาเด็กผิดไป หรือเราไม่ช่วยเขาหาทางออก ที่ดีให้ ก็น่าเสียดายศักยภาพของเด็กบางคนนะครับ สำหรับเรื่องการทำรายงานที่ให้เขียนด้วยมือนั้น ผมว่ามันโบราณเกินไป แต่ก็ช่วยอะไรได้ไม่มาก เพราะขึ้นอยู่กับทัศนคติของ อจ.ผู้ให้รายงาน ว่าจะขยาด กับการปะแปะของเด็กขนาดไหน ซึ่งถ้า อจ.แต่ละคน มีความคิดแบบนี้เหมือนๆกัน ให้รายงานพร้อมๆกัน โดยต่างคนต่างไม่สนใจว่าใครจะให้ก่อนให้หลัง เด็กก็คงแย ่เหมือนกัน และผลที่เคยเห็น ก็คือ จ้างคนอื่นมาเขียนให้เท่านั้นเอง เรื่องนี้ต้อง คุยกันนาน คงจะเขียนแค่สั้นๆในกระทู้ไม่ได้ ต้องคุยกันตัวต่อตัว ฟังความคิดเห็น เปิดกว้าง แล้วนำไปพิจารณา อย่ายึดติด แล้วจะเห็นสัจจธรรมแหละครับ ฟ้า ราตรี (IP:203.113.71.105,,) ความเห็นเพิ่มเติมที่ 25 20 มิ.ย. 2546 (10:54) ถ้าทำงานด้วยใจรักในสาขาที่เลือกก็จะตั้งใจทำงานทำรายงานด้วยตัวเองจากการค้นคว้าของตัวเอง และมีผลงานเป็นเลิศ แต่ถ้าเรียนหรือทำงานที่ใจไม่รักหรือหลงทางของตัวเองดังที่หลายคนได้หลงทางมาแล้ว พอจบออกไปเพราะอ.ไม่รู้ว่าทำงานกันอย่างไร สิ่งที่ทำต่อไปหลังเรียนจบไปแล้วก็แค่เพือเปลือกเช่นหวังแค่ตำแหน่ง มีหน้ามีตา ก็อาจไปลอกงาน ขโมยงานตอนเพื่อนร่วมงานเผลอ หรือแค่ทำเป็นทำงานแต่หาได้ใส่ใจไม่ โดยเฉพาะเด็กในประเทศจะเห็นได้ว่าชอบเลียนแบบกัน(ดังจะเห็นได้ว่าแห่กันไปเรียนโน่นนี่เป็นปีๆไปเพราะเห็นว่างานหาง่าย รวยเร็ว)โดยไม่รู้ว่าตัวเองมีใจให้กับอะไร เรียนหรือรายงานอะไรก็หวังลอกขอให้พี่เพื่อนช่วยหรือจ้างเขาทำพอจบมาทำงานไม่ได้ใช้ความสามารถที่มีเพราะใจไม่รัก ถ้าใจรักจะทุ่มฝีมือได้เต็มที่ มันเป็นการสูญเสียพลังงานของชาติ บางทีก็ทำเป็นทำงานใหญ่โตแต่ทำได้แบบขอไปที อ้างแต่ผลงานเด่นที่ปริญญายาว,สถาบันที่เรียนมาเลิศหรูเพราะกัดฟันเรียนมาพอจบก็ทิ้งงานไม่สานต่อ, อ้างตำแหน่งอ้างความเจริญด้วยการได้ทุนไปนอก(บ่อยไปที่ไปแย่งชิงหรือเล่นพวกจากวิธีการอยุติธรรมทั้งหลาย) ใหญ่เพราะกดคนอื่นไว้ให้จมอย่าได้โผล่ และคนพวกนี้แหละที่ทำให้ประเทศไม่เจริญเพราะพอเห็นใครทำงานด้วยใจรักและมีผลงานดีแต่ตัวเองทำไม่ได้ ก็จะหาทางทำให้เขาทำไม่ได้ ไม่สะดวก ต้องเริ่มที่ความเป็นนักเรียนก่อน ทำรายงานในวิชาที่ใจรัก ใส่ใจชีวิตก็มีความสุขได้เรียนทำงานเล่นกับสิ่งที่ตัวเองสนใจ ถ้าเป็นนักเรียนทำรายงานแบบให้คนช่วยตลอด หรือลอกเขามา เวลาทำงานก็ทำไม่ได้ไม่มีความอดทนที่จะทำ มันเป็นเรื่องของความต่อเนื่อง เด็กเป็นแบบไหนเป็นผู้ใหญ่แบบนั้น สามารถ (IP:202.28.77.31,,) ความเห็นเพิ่มเติมที่ 26 20 มิ.ย. 2546 (18:52) ผมไม่คิดว่ามันจะแย่ขนาดนั้นหรอกครับ คุณฟ้า ราตรี ลองไปดูกระทู้ CS3679 ซิครับ ดูที่ อาจารย์เค้าตอบและดูที่คนถามเค้าสื่อสารซิครับ ผมชื่นชมมากนะครับเป็นทัศนคติของคนที่เป็นครูอาจารย์จริงๆ และตราบใดที่ยังมีคนอย่างนี้อยู่เวปบอร์ดนี้ก็ไม่ได้แย่อย่างที่คิดหรอกครับ ไม่ได้เขียนเชียรใครนะครับผมเขียนอย่างที่ผมเห็น และอีกหลายๆท่านที่ผมเห็นมาช่วยตอบก็สมควรได้รับคำชมเชยครับ เป็นกำลังใจแม้ว่าจะไม่ได้จากเด็กๆ แต่ผมว่าก็มีผู้ใหญ่อีกไม่น้อยที่เข้าใจ bug (IP:203.146.16.50,,) ความเห็นเพิ่มเติมที่ 27 21 มิ.ย. 2546 (11:00) ขอบคุณครับ คุณ Bug กระทู้นั้นผมเข้าไปอ่านแล้วครับ บอกตรงๆว่าผมไม่รู้เรื่องหรอก แต่่ผมเองก็ชื่นชมกับการตอบปัญหาของท่านผู้รู้ ในสาขาวิชาต่างๆมาก ทั้งๆที่ผมเองอ่านแล้วก็ไม่รู้เรื่อง ไม่เฉพาะในเว็บวิชาการนี้ หรอกครับ ในเว็บอื่น เช่น Pantip ห้องหว้ากอ หรือห้องอื่นๆ ผมยอมรับว่าผมได้ ความรู้จากเว็บเหล่านี้มาก และยังเคยพูดกับลูกว่า เด็กสมัยนี้โชคดี ที่มีผู้รู้ใน อตน.ให้ สอบถามค้นคว้าหาความรู้ แต่นั่นแหละ การสอบถามนำ เพื่อหาหนทางไปสู่เป้าหมาย ในการทำรายงาน หรือทำการบ้าน ย่อมเป็นปกติธรรมดาของเด็ก เราในฐานะผู้ใหญ่ หรือผู้รู้มากกว่า การสงเคราะห์อย่างถูกวิธี ย่อมเป็นการชี้แนะให้เด็กเกิดความคิด และนำพาไปสู่การค้นคว้าด้วยตัวเองต่อได้ เด็กที่มีความรู้และสามารถโต้ตอบกับผู้รู้ ในกระทู้ได้อย่างดี นั่นคือสิ่งที่ดี และน่าสนับสนุน แต่ยังมีเด็กอีกส่วนหนึ่ง ที่อาจจะมี ศักยภาพสูงเช่นกัน แต่ยังขาดการชี้แนะ ยัง Blind ต่อการที่จะเริ่มต้นค้นคว้า โดยเฉพาะ เด็ก ตจว. อจ.ที่ให้ทำรายงาน ก็แค่สั่งเท่านั้น ไม่ค่อยได้ชี้แนะต่อให้ว่าควรจะไป ค้นคว้าต่อจากที่ไหนอย่างไร เพียงแค่นี้ เด็กก็แทบจะร้องไม่ออกอยู่แล่้ว มิหนำซ้ำ ยังมาให้ทำอีกหลายวิชาพร้อมๆกัน และส่วนใหญ่ อจ.ที่กลัวเด็กไปก๊อปปะแปะมาจากเว็บ ก็จะบังคับให้เด็กเขียนด้วยลายมือ ท่านทั้งหลายลองคิดดูว่า ถ้าเป็นพวกท่าน ในสภาวะเดียวกันกับเด็กหล่านั้น ไม่ใช่ อจ. ไม่ใช่ผู้รู้ในสาขาวิชาที่ตอบในเว็บ แล้วท่่านจะทำอย่างไร ผมไม่เคยมีอคติกับ อจ.ท่านใด แต่ผมก็เห็นว่ามันไม่ถูก ที่เราจะมองเด็กในแง่มุมเดียวมากเกินไป การพัฒนาความคิดของครูอาจารย์ ที่นอกเหนือไปจากทางวิชาการ ก็คือการพัฒนาต้นตอที่จะนำเด็กไปสู่อนาคตที่ควรจะได้ แม้จะไม่ทุกคน แต่ถ้าได้เกินมาแม้สักคนเดียว ต่อหนึ่งจังหวัด ผมก็ว่าคุ้มแล้ว เราลองย้อนกลับไปดูซิว่า การคัดเลือกผู้แทนนักเรียนไทยไปแข่งขันโอลมิกวิชาการ แต่ละปี มีเด็กที่เรียนอยู่ในโรงเรียน ตจว.ได้เป็นตัวแทนปีละกี่คน ถามว่า ทำไม? ขาดการส่งเสริมของโรงเรียน หรือเด็กไม่ใส่ใจ หรือไม่มีเด็กเก่งพอที่จะสอบแข่งขัน เข้าไปได้? ในความคิดของผมเอง ผมไม่เชื่อว่า เด็กที่อยู่ ตจว.จะไม่สนใจ หรือไม่เก่ง พอที่จะสู้เด็กใน กทม.ได้หรอกครับ เพราะเด็กที่ได้เป็นผู้แทนบางคน ก็เป็นเด็ก ที่มาจาก ตจว.นะแหละ แต่เข้ามาเรียน ม.ปลายต่อใน กทม. จึงมีแหล่งส่งเสริม ค้นคว้า ช่วยให้เขาไปสู่จุดหมายที่ต้องการได้ แล้วอย่างนี้ ท่านผู้รู้ทั้งหลาย ไม่คิดจะส่งเสริม บ้างเลยเหรอ หรือเห็นว่า ก็เขาไม่รู้จักเข้ามาแสดงความคิดเห็นกับผู้รู้ ก็ช่วยไม่ได้ น่าสงสาร... แค่เขียนถามเรื่องการทำการบ้าน หรือรายงาน ยังถูกกล่าวหา แล้วเด็ก เหล่านี้คนไหน จะกล้าเข้าไปคุยเสวนาเรื่องวิชาการกับผู้รู้หล่านั้น....? ฟ้า ราตรี (IP:202.183.158.240,,) ความเห็นเพิ่มเติมที่ 28 22 มิ.ย. 2546 (13:16) คุณฟ้า ราตรีครับ คุณรู้จักเพื่อนผม นายอดิศร ไชยบาง ไหมครับ เหรียญทองชีวโอลิมปิคปีที่แล้ว และตัวแทนที่จะไปแข่งปีนี้ เค้าเรียนอยู่ลำปางอะครับ ไม่เห็นเข้ามาในกรุงเทพเลย ผมซะอีกอยู่แต่ในกรุงเทพ ผมยังไม่ได้เป็นตัวแทนเลย เนี่ยครับ ผมเห็นด้วยนะกับการที่จะต้องมองเด็กจากหลายๆมุม แต่บางทีอะครับไม่เชื่อคุณลองไปหาอ่านเอาก็ได้ บางกระทู้(ไม่อยากระบุ)ก็ร้องขอชนิดที่ต้องการแบบสำเร็จรูปอะครับ ตอบแบบแนะแนวทางก็ไม่เอาอย่างนี้คุณฟ้า ราตรีคิดว่าอย่างไรครับ ผมน่ะ ตอบทุกคำถามที่จะตอบให้ได้แหละครับ แต่บางทีเวลาเขาขออะไรมากไป ผมก็จนปัญญา ผมยอมรับว่าผมก็ใช้อินเตอร์เนตไม่เก่ง หาอะไรไม่เคยเจอเลย ผมก็ต้องการคำแนะนำในการค้นคว้าหาข้อมูลเช่นกัน แต่ว่า ผมไม่เคยคิดอยากได้งานแบบสำเร็จรูปนะครับ อย่างน้อยผมก็อยากจะชงมันลงในน้ำร้อนเองก่อนที่จะกินอยู่ดี พระยาขยายกำจายมูลมูก (IP:203.155.35.115,203.209.18.223,) ความเห็นเพิ่มเติมที่ 29 26 มิ.ย. 2546 (10:48) ก็จริงอย่างที่คุณพระยาขยายกำจายมูลมูก (ชื่อพิมพ์ยากจัง)ว่่าแหละครับ เมื่อก่อนผมก็เคยช่วยเด็กมัธยมในนี้ตอบ ปัญหาคณิตศาสตร์ค่อนข้างบ่อย แต่ก็เป็นอย่างที่คุณว่าจริงๆ คือเขาขอมากกว่านั้นอีก เพราะคิดไม่เป็นเลย อย่างนี้ผม ก็เห็นสมควรครับว่า เราช่วยต่อไปไม่ได้ ผมถึงได้บอกว่าขึ้นอยู่กับวิธีการตอบของผู้ตอบไงครับ การชี้แนะ ช่วยแนะ เพื่อจุดประกาย นั่นคือวิธีช่วยที่ถูกต้อง ยังมีเด็กอีกหลายร้อยคนที่ต้องการแบบนี้ ผมจึงให้ความเห็นเพื่อติงว่า การให้ข้อมูลเท่าที่จะให้ได้ ไม่ใช่เป็นการช่วยทำการบ้านหรือรายงานทั้งหมดหรอก ขอให้ผู้ตอบใช้วิธีให้ดีเถิด น้องอดิศร ผมรู้จักครับ และคิดว่าเคยเจอด้วย นอกจากน้องอดิศร ที่เป็นหนึ่งในสองคนของเด็กนักเรียน ตจว. ที่ได้เป็นตัวแทนโอลิมปิกปีนี้แล้ว คิดว่า คุณพระยาขยายกำจายมูลมูก ก็น่าจะรู้จัก นวนล ธีระอัมพรพันธุ์ ตัวแทนคอมฯโอ จาก จว.ภูเก็ตด้วยเช่นกัน ลองไปสืบดูซีครับ ว่าเขาเป็นใคร ทำยังไงถึงได้มาติดคอมฯโอ ซึ่งเด็ก ตจว. น่าจะมีโอกาสยากกว่า วิชาอื่นมากๆ แต่ที่ผมเขียนถึงเรื่องเด็ก ตจว. ก็เพื่อเน้นให้คุณท่านทั้งหลายในนี้เห็นว่า คำตอบของท่านบางครั้ง เป็นคำตอบ ที่สามารถจุดประกายให้กับเด็ก ตจว.ให้ได้รับประโยชน์อย่างมหาศาล ดังนั้น จึงอย่าเพิ่งมองแค่คำถาม แล้วคิดว่าจะ ถามเพื่อเอาไปทำรายงานอีกนะแหละ เพราะเป็นเรื่องง่ายๆ เลยพาลไม่ตอบ ลองคิดดูดีๆซีครับ ว่าเราบล็อคความคิดเด็ก หรือเปล่า ถ้าเราตอบแต่ใช้วิธีชี้แนะจะดีกว่ามองข้ามไปมั้ย? มันก็คล้ายๆกับลูกที่ชอบถามปัญหาจุกจิกกวนใจพ่อแม ่นะแหละ ซึ่งถ้าพ่อแม่บอกปัดไม่ตอบ เด็กที่กำลังพัฒนาทาง ความคิด สมองก็จะถูกบล็อคทันที ใครที่มีลูกแบบนี้ คิดใหม่ทำใหม่เสียเถอะครับ ฟ้า ราตรี (IP:203.113.71.108,,) ความเห็นเพิ่มเติมที่ 30 26 มิ.ย. 2546 (12:13) เวลาเห็นกระทู้ ก็แค่นึกภาพว่า มีคนเดินเข้ามาถามผมด้วยคำพูดเดียวกัน อารมณ์เดียวกัน ถ้ามันทำให้ผมรู้สึกอยากตอบ ก็ตอบ ถ้าผมรู้สึกว่าถามชุ่ยๆ หรือไม่มีมารยาท ก็ไม่ตอบ ยังไงเราก็อยู่ที่นี่กันด้วยความสมัครใจ จะให้ฝืนความรู้สึกตอบไปคงจะไม่ได้นาน แล้วถ้าเราไม่ทำให้เด็กๆ ที่ว่าพวกนี้รู้จักมารยาทในการถามด้วย ต่อไปถึงจะมีคนมีความรู้มากมายในที่ทำงาน หรือบน internet เขาจะสามารถทำให้คนพวกนี้อยากตอบ อยากช่วย ได้รึเปล่า ถ้าไม่รู้จักว่าจะถามยังไง ว่าจะต้องพยายามอะไรมาก่อนบ้าง ก่อนจะมาถาม คนที่จะเต็มใจ "ทุกครั้ง" ที่จะตอบปัญหา ไม่ว่าจะถามมายังไง ไม่มีหรอกครับ ก็พูดถึงกันอยู่ว่าพ่อแม่ก็ยังมีวันเหนื่อยหน่าย จะมาขอให้คนแปลกหน้าทำมากกว่าพ่อแม่คงจะไม่ได้หรอกครับ ความเห็นเพิ่มเติมที่ 31 27 มิ.ย. 2546 (22:35) เอ่อ คุณฟ้า ราตรีครับ ผมว่าผมแยกแยะออกนะ ว่ากระทู้ไหนอยากได้คำชี้แนะ กระทู้ไหนต้องการคำอธิบาย และกระทู้ไหนอยากได้งานสำเร็จรูป ถ้าเป็นสองแบบแรก ผมตอบทุกอันเท่าที่จะตอบได้แหละครับ แต่บางอันที่ไม่ตอบเพราะเห็นว่ามีคนตอบเยอะแล้ว หรือไม่ผมก็ไม่สามารถตอบได้เพราะความรู้ไม่แน่นพอ แต่อย่างหลังนี่ ผมไม่ยุ่งนะครับ คุณคงไม่คิดว่าผมใจร้ายไปใช่ไหม พระยาขยายกำจายมูลมูก (IP:203.155.35.115,203.209.16.146,) ความเห็นเพิ่มเติมที่ 32 28 มิ.ย. 2546 (00:47) คุณ พระยาขยายกำจายมูลมูก เข้าใจว่าเพิ่งจบมัธยมใช่มั้ยคะ ถ้าจำผิดต้องขออภัยเป็นอย่างยิ่งด้วยค่ะ ขอบคุณที่ช่วยฟื้นฟูความหวังว่าเด็กรุ่นใหม่ก็ยังมีที่ยังมีความสามารถที่จะแยกแยะและเข้าใจประเด็นได้ก็ยังมีอยู่ค่ะ ความเห็นเพิ่มเติมที่ 33 29 มิ.ย. 2546 (23:57) เด็กๆอย่างผม ยังพอหาได้ครับ พวกเราแอบอยู่ตามหลืบห้องเรียน(มั้ง) จริงๆในบอร์ดนี้ยังมีรุ่นพี่และเพื่อนๆผมอีกหลายๆคนที่เป็นคล้ายๆผม เช่น พี่Biolover Bug,Beiriology RMEGO Insane Biologist และคนอื่นๆอีกมากมาย พระยาขยายกำจายมูลมูก (IP:203.155.35.115,203.209.21.40,) ความเห็นเพิ่มเติมที่ 34 20 มิ.ย. 2547 (12:50) ขอโทษนะคะพี่ ถ้ามันรกหูรกตาพี่มาก แต่ที่หนูอยากจะบอกคือไม่ใช่ว่าหนูไม่พยายาม แต่หนูใช้ Serch Engine หาดูแล้ว มีบ้างไม่มีบ้าง บางที่มีแต่เกริ่นนำมานิดเดียวไม่บอกอะไรเลย ก็อยากจะถามพี่ว่า ถ้าหนูไม่เข้ามาถามในนี้พี่จะให้หนูไปถามใครล่ะคะ --- (IP:203.156.86.228,,) ความเห็นเพิ่มเติมที่ 35 20 มิ.ย. 2547 (16:53) คุณ --- ครับ พี่ ๆ (ส่วนใหญ่คงเป็นลุง ๆ ป้า ๆ ได้สบาย ฮิฮิ) เขาไม่ได้หามถามหรอกครับ เขาเพียงแต่แสดงความสะทกสะท้อนต่อ กิริยา การใช้คำพูด(ข้อความ)ของเด็ก(บางคน)สมัยนี้ ที่แม้จะร้องขอความช่วยเหลือแต่ก็ใช้คำพูดที่แสดงถึงการขาดการอบรมเกี่ยวกับกิริยามรรยาทและขนบธรรมเนียมประเพณีที่ดีของไทยหรือสากล (อย่าลืมว่าคนที่เข้ามาตอบกระทู้ส่วนมากจะมีอายุหรือประสบการณ์มากกว่าคนตั้งคำถามนะครับ)ในเชิงออกคำสั่ง กำหนดช่วงเวลาในการให้ค้น(จะต้องส่ววันนี้วันนั้น) เอาละเอียด ๆ อะไรทำนองนี้ต่างหากครับ รวมทั้งการที่ไม่ คุณ --- และเพื่อน ๆ เข้ามาตั้งกระทู้ถามได้ครับ ขอเพียงแต่มีเทคนิคในการตั้งคำถามหน่อย เช่น มีการแสดงให้เห็นว่าได้ใช้ความพยายามแล้ว แต่ยังไม่สามารถค้นหาหรือสืบค้นได้ ได้ข้อมูลแล้วอ่านแล้วไม่เข้าใจตรงนั้น ตรงนี้ จะไปค้นหาข้อมูลเพิ่มเติมที่ใหนอย่างไร เมื่อมีคนเข้ามาตอบแล้วก็แสดงการรับรู้เข้ามากล่าวตอบขอบคุณทุกครั้ง ถ้าทำบบนี้ผมว่าทุกคนจะเต็มใจให้ความช่วยเหลือในการสืบค้นข้อมูลนะครับ ปล. ไม่ทราบว่าคุณ --- เตยอ่านนิทานเรื่อง โคนันทวิศาลหรือเปล่า ถ้ายังไม่เตย อยากแนะนำให้ไปหามาอ่านนะครับ พิทยา (IP:203.113.51.4,,) ความเห็นเพิ่มเติมที่ 36 20 มิ.ย. 2547 (16:56) ข้อความขาดหายไปครับ รวมทั้งการที่ไม่ .... ที่จริงเป็น รวมทั้งการที่ไม่แสดงปฏิกิริยาโต้ตอบเมื่อได้รับการช่วยเหลือในการสืบค้นข้อมูล ไม่เข้ามาตอบเพื่อแสดงว่ารับรู้ หรือกล่าวคำขอบคุณ บางกระทู้มีคนเข้ามาตอบแล้วก็เงียบหายไปเลยครับ พิทยา (IP:203.113.51.4,,) ความเห็นเพิ่มเติมที่ 37 20 มิ.ย. 2547 (20:50) I just went to Kellogg Business School graduation ceremonial at Northwestern University. The speaker said \\"Do you want to be the one who find the solution or the one who was told ?\\" I thought of this topic right away and felt sad for most of the \\"need help\\" topics on this site. Its me (IP:65.104.161.18,,) ความเห็นเพิ่มเติมที่ 38 21 มิ.ย. 2547 (12:53) ถ้าเป็นเรื่องขอคำแนะนำอันนี้ผมไม่ว่าหรอกนะ แต่บางคนดูท่าทางคงรักสบายเกินไปหน่อยเล่นแบมือขอกันดื้อๆ เลย ถามว่านิสัยคนไทยมีหรือจะไม่ให้ มันก็ต้องให้นั่นแหละคงไม่มีใครใจจืดใจดำไล่ให้ไปหาเองหรอก แต่ สำหรับผมก็ต้องแลกกับเงื่อนไขบางอย่าง เช่น ผมจะไม่ให้คุณตรงๆ นะ คุณต้องไปค้นหาต่อเอาเอง หรือไม่ก็ผมจะให้ลิงก์นี้ไว้นะ คุณเสียเวลานิดหน่อยไปอ่าน เพียงแต่ว่าถ้าเราทำแบบนั้นบ่อยๆ เดี๋ยวเด็กก็จะเคยตัว เห็นที่นี่เป็นเว็บทำการบ้าน ขออะไรไปที่นี่เนรมิตให้ได้หมด อ้อ... ผมสงสัยอยู่อย่างหนึ่งก็คือห้องสมุดโรงเรียนก็น่าจะมีกันแทบทุกโรงเรียน แล้วทำไมพวกคุณหนูๆ ทั้งหลายไม่ไปใช้บริการล่ะครับ หรือไม่ก็พวกห้องสมุดประชาชน หอสมุดแห่งชาติ เขาสร้างมาเพื่อให้ประชาชนเข้าไปใช้บริการไม่ใช่เอาไว้เก็บหนังสือ/เอกสารสำคัญเพียงอย่างเดียวนะ ที่ผมจำได้ก็คือสมัยอยู่มัธยม เรียนวิชาเคมี ครูให้ทำรายงานเกี่ยวกับสารประกอบคลอไรด์, สารประกอบออกไซด์ (รู้สึกว่ามีคนตั้งกระทู้เกี่ยวกับเรื่องนี้ในวิชาการ.คอม ด้วยลองเปิดไปไม่เกินหน้า 5 รับรองเจอแน่ๆ) แต่ประทานโทษนะครับผมไม่ได้มาตั้งกระทู้แบมือขอข้อมูลแบบนี้ ผมเดินทางไปหอสมุดแห่งชาติแล้วก็หอสมุดตามมหาวิทยาลัยต่างๆ ใน กทม. นั่งอ่านอยู่ตรงนั้นหลายชั่วโมงจนกว่าจะได้เรื่องที่ถูกใจและสนใจ ถามว่าทำไมผมไม่มาตั้งกระทู้ขอกันแบบนี้ล่ะทั้งๆ ที่ผมก็สามารถทำได้ คำตอบก็คือผมไม่แน่ใจว่าข้อมูลที่ผมคาดหวังจะได้รับจากการตั้งกระทู้จะครอบคลุมพอที่ผมต้องการหรือเปล่า บางทีข้อมูลที่ได้อาจจะไม่ประติดประต่อกัน หรือไม่ก็ไม่เกี่ยวข้องกับที่ผมต้องการเลย ความเห็นเพิ่มเติมที่ 39 22 มิ.ย. 2547 (13:04) ที่ผมสังเกตอีกอย่างหนึ่งก็คือนอกจากกระทู้ขอข้อมูลทำรายงานแล้วยังมีพวกกระทู้โฆษณาค้าขายต่างๆ ผมว่ากระทู้พวกนี้น่ารำคาญมากกว่ากระทู้ขอข้อมูลทำรายงานซะอีก ความเห็นเพิ่มเติมที่ 40 9 ก.ค. 2547 (20:20) คืออยากถามว่ามีเรื่องที่เกี่ยวกับระบบนิเวศชายหาดมั๊ยค่ะ kaew_401@hotmail.com (IP:61.90.3.247,,) ความเห็นเพิ่มเติมที่ 41 10 ก.ค. 2547 (00:53) ก็ไอ้ถามแบบนี้แหละที่ผมพูดถึง (เมื่อกว่าปีมาแล้ว) ความเห็นเพิ่มเติมที่ 42 10 ก.ค. 2547 (17:28) อืม.... ขนาดผมเป็นเด็กใหม่ก็ยังตะขิดตะขวงใจนะครับ กับการที่มีกระทู้ที่อยู่ๆก็โยนการบ้านตัวเองมาให้ซะเฉยๆ จะไม่ช่วยก็ไม่ได้ และบางทีผมก็มีความรู้เท่าๆกับผู้ตั้งกระทู้ ผมก็บอกไปอย่างที่รู้ ก็ไม่เป็นประโยชน์อะไร ผมเสียพลังงานและเวลาไปฟรีอีก จะแนะนำก็ดูจะเป็นการอวดตัวไปหน่อยมั้ง แต่ผมอยากให้คนถามกรุณาบอกสิ่งที่ตัวเองรู้ด้วยได้มั้ยครับ คืออย่างปกติก็มีแต่ "ขอเรื่องนี้นะ ต้องใช้ ด่วนมาก" 2 บรรทัดจบ ทั้งที่คนตอบต้องเขียนมาตั้ง 6-7 หรือบางทีก็ 10-20 บรรทัด อยากจะให้มีว่า "ผมเห็นตรงนี้........ แล้วไม่ค่อยเข้าใจครับ" หรือไม่ก็ "ผมต้องการข้อมูลของเรื่องนี้เกี่ยวกับเรื่องที่ว่าทำไม(ยังไง)...... น่ะครับ พอจะมีใครทราบบ้าง" เพราะบางทีกระทู้ที่ตั้งขึ้นมา บอกหัวข้อแล้วกว้างไปอีก เปลืองกระทู้จริงๆ ช่วยทุ่มเทกับการที่จะถามเอาความรู้หน่อยเถอะครับ เพราะคนตอบก็ทุ่มเทความคิดของเขาให้คุณเหมือนกัน หากจะโพสต์คำตอบสำหรับกระทู้ในห้องนี้ ล๊อกอินก่อนนะคะ สมัครสมาชิก ฟรี ตลอดชีพ ที่ http://www.vcharkarn.com/my ค่ะ |
ขอบคุณผู้สนับสนุนHot Links |
Copyright© 2000-2007, Vcharkarn.Com. All rights reserved.
|
คลิ๊กเพื่อดูสถิติ รับรองและสนับสนุนโดย |
![]() สสวท. |
![]() มูลนิธิ พสวท. |
![]() พสวท. |