| ทีมงานได้อัพเกรดเซฟเวอร์เรียบร้อยแล้ว เว็บไซต์วิชาการดอทคอม เร็วและแรงยิ่งขึ้น! |
|
5. ความก้าวหน้าในการวิจัยเรื่องตัวนำยิ่งยวด
โพสต์เมื่อ:
13:53 วันที่ 29 ม.ค. 2546 ชมแล้ว:
8,995
ตอบแล้ว:
8
ในปีนี้ได้มีการค้นพบสภาพนำยิ่งยวดในธาตุอีก 2 ชนิดนั่นคือนักวิทยาศาสตร์ในญี่ปุ่นและสหรัฐอเมริกาพบว่า ลิเธียม สามารถเป็นตัวนำยิ่งยวดได้ที่อุณภูมิต่ำและภายใต้ความดันสูงๆ และที่เยอรมันนักวิทยาศาสร์สามารถทำให้สารประกอบอัลลอยด์ของพลูโตเนียม โคบอลท์และแกลเลียม เป็นตัวนำยิ่งยวดที่อุณหภูมิต่ำกว่า 18.5 เคลวิน
และท้ายสุด สารประกอบชนิดใหม่ที่เป็นตัวนำยิ่งยวดคือ magnesium diboride ซึ่งเป็นตัวนำยิ่งยวดที่มีอุณหภูมิวิกฤตสูง(คืออุณหภูมิที่จะเปลี่ยนจากตัวนำธรรมดากลายเป็นตัวนำยิ่งยวด) สิ่งที่น่าสนใจสำหรับสารชนิดนี้คือ เราต้องอธิบายการเกิด superconductivity ในสารนี้ด้วย ช่องว่างพลังงาน(Energy Gap) 2 อันแทนที่จะเป็นอันเดียวเช่นตัวนำยิ่งยวดอื่นๆ นับว่านี่เป็นการค้นพบสิ่งใหม่ในสาขาวิชานี้ เนื่องจากนักฟิสิกส์หวังว่ามันจะนำไปสู่ความเข้าใจที่ลึกซึ้งยิ่งขึ้นเกี่ยวกับตัวนำยิ่งยวด เราสามารถเข้าใจ ช่องว่างพลังงานในตัวนำยิ่งยวดได้ง่ายๆดังนี้คือ เมื่อสารใดๆกลายเป็นตัวนำยิ่งยวดสิ่งที่เกิดขึ้นคืออิเล็กตรอนในสารนั้นแทนที่จะผลักกันเนื่องจากแรงไฟฟ้า กลับเชื่อมตัวกันกลายเป็นคู่คูเปอร์(Cooper pairs) โดยผ่านกาวเชื่อมเที่เรียกว่าโฟนอน(คือการสั่นของโครงผลึกของอะตอมในของแข็งนั้นๆนั่นเอง) การจับคู่แบบคูเปอร์นี้ทำให้อิเล็กตรอนที่อยู่ห่างกันในของแข็งมีความสัมพันธ์กันทำให้เกิดคุณสมบัติของการเป็นตัวนำไฟฟ้ายิ่งยวดนั่นเอง และช่องว่างพลังงานที่กล่าวถึงคือพลังงานที่ต้องใช้ในการทำลายการจับคู่ของคู่คูเปอร์นี้เอง และค่าของช่องว่างพลังงานนี้จะบ่งบองถึงสมบัติต่างๆทางเทอร์โมไดนามิกส์ของตัวนำยิ่งยวดตัวนั้นได้รวมทั้งค่าอุณหภูมิวิกฤติด้วย Link http://www.physicsweb.org/article/news/6/8/9 จำนวน 8 ความเห็น, หน้า่ | -1- ความเห็นเพิ่มเติมที่ 1 31 ม.ค. 2546 (03:18) เยี่ยมครับ ![]() little john (IP:203.147.49.250,,) ความเห็นเพิ่มเติมที่ 2 1 ก.พ. 2546 (16:10) เออ.... เออ (IP:202.28.27.3,10.29.1.156,) ความเห็นเพิ่มเติมที่ 3 3 ก.พ. 2546 (12:10) การเปลี่ยนแปลงจากจุดนี้ (เกิดสภาวะตัวนำยิ่งยวด ) จนถึงสภาวะที่อะตอมหลอมรวมกัน มีขนาดใหญ่ขึ้น (โบส-ไอน์สไตน์ คอนเดนเซชั่น) มีอะไรที่เปลี่ยนแปลงไป หรือแตกต่างกันบ้างครับ little john (IP:202.12.73.6,unknown,) ความเห็นเพิ่มเติมที่ 4 3 ก.พ. 2546 (20:17) ??????????????? ?????? (IP:203.113.57.101,,) ความเห็นเพิ่มเติมที่ 5 3 ก.พ. 2546 (23:59) จริงๆแล้วตอนที่มันเกิด superconductivity นี่เขาก็อธิบายว่าเนื่องจากอิเล็กตรอนบางส่วน(ประมาณ 1 ใน 10) ในของแข็งจับคู่เป็น cooper pair (fermion + fermion = 1 boson) ซึ่งเกิดเป็น Bose Einstein Condensation ครับ แต่ความซับซ้อนของการเรียงตัวในโครงผลึกขอขงอขงแข็งมันซับซ้อนมากจนอิเล็กตรอนทั้งหมดไม่สามารถลงไปสู่ BEC อย่างแท้จริงได้... เขาก็เลยพยายามมาศึกษาปรากฏการณ์ BEC ในระบบที่ไม่ซับซ้อนมากอย่างก๊าซไงครับ จะได้เข้าใจลึกยิ่งขึ้น ดูข่าว ที่ 6 ประกอบครับ http://www.vcharkarn.com/snippets/vcafe/show_message.php?Pid=13161 ความเห็นเพิ่มเติมที่ 6 4 ก.พ. 2546 (10:12) ขอบคุณครับ little jonh (IP:202.12.73.6,unknown,) ความเห็นเพิ่มเติมที่ 7 7 มิ.ย. 2546 (15:58) ขอขอบคุณทุกท่านค่ะ มึนแล้ว โฮ่ๆๆๆๆๆpraw1234@chaiyo.com (IP:203.113.41.132,,) ความเห็นเพิ่มเติมที่ 8 24 ธ.ค. 2546 (16:10) ขอบคุณสำหรับข่าวดีๆ abigto@thaimail.com (IP:169.210.147.105,,) หากจะโพสต์คำตอบสำหรับกระทู้ในห้องนี้ ล๊อกอินก่อนนะคะ สมัครสมาชิก ฟรี ตลอดชีพ ที่ http://www.vcharkarn.com/my ค่ะ |
![]() บทความแนะนำBlog แนะนำHot Linksขอบคุณผู้สนับสนุน |
Copyright© 2000-2007, Vcharkarn.Com. All rights reserved.
|
คลิ๊กเพื่อดูสถิติ รับรองและสนับสนุนโดย |
![]() สสวท. |
![]() มูลนิธิ พสวท. |
![]() พสวท. |