คุณยังไม่ได้ Log in | สมัครสมาชิก ฟรี
กลับหน้าแรก วิชาการ.คอม
สนใจ เเละให้ความสำคัญสิ่งรอบข้างเราบ้าง ก่อนที่มันจะไม่อยู่กับเราเเล้ว.........
โพสต์เมื่อ: 16:42 วันที่ 10 ธ.ค. 2550         ชมแล้ว: 1,716 ตอบแล้ว: 3
ญ สาวคน 1 ประสบอุบัติเหตุ เพดานร้านอาหารที่เธอนั่งกินอาหารล้มลงมา เธอได้รับบาดเจ็บที่ศีรษะ สูญเสียประสาทบางส่วน

เธอไม่สามารถรับรู้กลิ่นและรสชาติของอาหาร ประสาททางตา หู และสัมผัสบกพร่อง สายตาพร่าเลือน ไม่สามารถสู้แสงสว่างแม้แต่น้อย ต้องอยู่แต่ในห้องที่ดึงผ้าม่านลงอตลอดเวลา ไม่สามาริถฟังเสียงดนตรี เพราะเสียงทำให้เธอไม่สบาย ไม่สามารถคุยโทรศัพท์เพราะรับเสียงอื้ออึงไม่ได้

การสัมผัสแผ่วเบาบนร่างเธอนำความเจ็บปวดมาให้สุดแสน นานกว่าปีที่เธอจมอยู่ในความโดดเดี่ยว และพร่ำบ่นกับตนเองอย่างปวดร้าวว่า “ทำไมต้องเป็นฉันนะ?”

จวบจนวันหนึ่งขณะนอนบนเตียง กลิ่นบางอย่างลอยมาหา เธอได้กลิ่นซอสสปาเก็ตตี้ที่เพื่อนคน1ส่งมาให้ เธอเดินลงบันไดตามกลิ่นนั้นไปที่ครัว กลิ่นกระเทียม หัวหอม มะเขือเทศ พริก เครื่องเทศ

เธอไปที่ครัวตักซอสเข้าปาก แม้ยังไม่รับรู้รสชาติ แต่สามารถแยกแยะ อุณหภูมิและความอ่อนหยาบของอาหารที่ปลายลิ้น

นาทีนั้นเธอพบว่าสวรรค์มีจริง หลังจากนั้นเธอก็ค่อยๆ ค้นพบสิ่งที่เธอทำมันหายไปจากชีวิตกว่าปี เธอรู้รสชาติอีกครั้ง ตามมาด้วยโสตประสาท จักษุประสาท และสัมผัสประสาท

เธอต้อนรับชีวิตที่เธอทำหายไปด้วยความซาบซึ้งใจยิ่ง

หลังจากนั้นเธอก็ใช้ชีวิตใหม่อีกทิศทาง1 เธอทำให้ทุกวันในชีวิตที่เหลืออยู่ของเธอเป็นประสบการที่สวยงาม ยินดีซาบซึ้งกับความสามารถในการรับรุ้กลิ่น ภาพ เสียง สัมผัส และมีความสุขกับทุกๆ นาทีของชีวิตในสิ่งธรรมดาที่เธอไม่เคยให้ความสนใจ

ปรัชญาเต๋าบอกว่า “คนเราไม่เคยคิดถึงตีนเมื่อรองเท้าไม่กัด”

คนรามักไม่เหินของดีที่ตนมีอยู่จนเสียมันไปแล้ว

ไม่เห็นคุณค่าของแขน 2 ข้าง จนกระทั่งมันเข้าเฝือก

ไม่เห็นคุณค่าของงาน ( ที่เราว่าแย่ๆ ) จนกระทั่งตกงาน

ไม่เห็นคุณค่าของคนที่รัก ( เราว่าไม่ “เพอร์เฟกท์” )จนกระทั่งเธอหรือเขาไปแต่งงานกับคนอื่น

ไม่เห็นคุณค่าของพ่อแม่ ( ที่เราว่า “ขี้บ่น” ) จนกระทั่งไปงานศพของท่าน



สิ่งที่คนจำนวนมากเลือกทำ คือ บ่นว่าตนเองไม่มีความสุข ไม่ประสบความสำเร็จ ไม่รวย ไม่ได้เป็นเจ้าของสิ่งนั้น สิ่งนี้ และเอ่ยประโยคยอดฮิตว่า “มันไม่แฟร์เลย”

เรื่องราวชีวิตของ ญ สาวข้างบนนี้เป็นความจริง 100% จะว่าไปแล้ว ญ คนนี้เป็นคนที่โชคดียิ่ง โชคดีที่ได้พบสัจธรรมอย่าง1ของชีวิตก่อนที่จะถึงวันสุดท้ายของชีวิต

เราอาจจะโชคดีกว่าเธอตรงที่ เราสามารถเรียนรู้ประสบการณ์ทางอ้อมจากเธอ บางทีทุกครั้งที่เรารู้สึกว่าโลกไม่มีความยุติธรรม ก่อนที่เราจะบ่นลองมองตัวเราเองดูดีๆ เราจะพบว่า เรามีอะไรดีๆ หลายอย่างที่คนอื่นไม่มี

เราสามารถทำ หนึ่งวันเดียวกัน ของเราให้มีความหมายได้ ก็ต่อเมื่อเราเห็นคุณค่าของสิ่งที่เรามี และใช้วันนี้ - วันแรกของวันที่เหลือ - อย่างคุ้มค่าที่สุด

เพราะวันแรกของชีวิตที่เหลือนี้ช่างสั้นเหลือเกิน และเพราะเราไม่มีทางรู้ว่า เรามี วันแรกของวันที่เหลือ อีกสักกี่วัน













วินทร์ เลียววาริณ ( มกราคม 2547 )



.......................ขอบคุณที่อ่านจบนะคัฟ อ่านเสร็จแล้วขอให้คิดตามด้วยนะคัฟ................................ \n\n
66460
\n\n

จิงไจ เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 915 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 22 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

จำนวน 2 ความเห็น, หน้า่ | -1-
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 2 9 ก.พ. 2551 (02:10)
เหอะ..
จิงไจ เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 915 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 22 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 3 9 ก.พ. 2551 (20:46)
-*-
จิงไจ เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 915 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 22 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติม วิชาการ.คอม

ชื่อ / email:
ข้อความ

รูปภาพ หรือ ไฟล์
กรุณาล๊อกอินก่อน เพื่อโพสต์รูปภาพ และ ใช้ LaTex ค่ะ สมัครสมาชิกฟรีตลอดชีพที่นี่
ตัวช่วย 1: CafeCode วิธีการใช้
ตัวช่วย 2: VSmilies วิธีการใช้
ตัวช่วย 3: พจนานุกรมไทย ออนไลน์ ฉบับราชบัณฑิต
ตัวช่วย 4 : dictionary ไทย<=>อังกฤษ ออนไลน์ จาก NECTEC
ตัวช่วย 5 : ดาวน์โหลด โปรแกรมช่วยพิมพ์ Latex เพื่อแสดงสมการบนวิชาการ.คอม
วิชาการ.คอม

บทความแนะนำ

Blog แนะนำ

Hot Links

ขอบคุณผู้สนับสนุน

Google
 
ติดต่อลงโฆษณา :   คุณอันนา 081 4965363
สำนักงาน :   02 2015735
อีเมล์ :   
Copyright© 2000-2007, Vcharkarn.Com. All rights reserved.
คลิ๊กเพื่อดูสถิติ
รับรองและสนับสนุนโดย

สสวท.

มูลนิธิ พสวท.

พสวท.