คุณยังไม่ได้ Log in | สมัครสมาชิก ฟรี
กลับหน้าแรก วิชาการ.คอม
P - R - I - N - C - E
โพสต์เมื่อ: 16:51 วันที่ 10 ธ.ค. 2550         ชมแล้ว: 12,933 ตอบแล้ว: 8
เจ้าชาย
ตั้งแต่เขาจำความได้ ก็เห็นมือคู่นั้น “พูด” กับเขา สัมผัสตัวเขาอย่างอ่อนโยน บางครั้งไกวปล บางครั้งป้อนอาหารให้ เป็นส่วยหนึ่งของชีวิต เพราะมือคู่นี้นี่แหละที่ดึงเขาให้พ้นจากการถูกทอดทิ้ง
เขาเป็นเด็กกำพร้า ไม่เคยรู้ว่าพ่อแม่ที่แท้จริงของเขาเป็นใคร ป้าแตงซึ่งมาช่วยงานบ้านอาทิตย์ละ 2 ครั้ง เคยบอกเขาว่า คืนหนึ่งมีคนนำเขามาทิ้งไว้ที่หน้าบ้านแม่ โดยไม่มีใครรู้ ป้าบอกว่าเหมือนนิยายในโทรทัศน์เลย เขาไม่ได้ร้องไห้สักเสียง จบเมื่อแม่ออกมาเดินล่นนอกบ้าน จึงพบเขา แม่เห็นเขากำลังเบิ่งตาจองเป๋งไปยังดวงดาวที่กระจายเต็มท้องฟ้า ราวกับว่ามันเป็นสถานที่ที่เขาจากมา
แม่ตั้งชื่อเขาว่า “ช้างเผือก” เพราะในคืนที่แม่พบเขา เขาจองมองทางช้างเผือกเขม็ง อีกอย่างหนึ่ง คือ สำหรับแม่ เขาเป็น “ช้างเผือก” อันทรงค่าที่เปลี่ยนชีวิตแม่ดีขึ้น
ความจริงเขาชอบให้คนอื่นเรียกเขาสั้นๆ ว่า “ช้าง” มากกว่า เขารู้สึกว่าช้างเผือกมันออกแนวสีขาวมากไปหน่อยเมื่อเทียบกับตัวเขา
แต่เขาไม่เคยบอกแม่ในเรื่องนี้ คงเพราะมันยากเกินไปสำหรับเขาในตอนนั้นที่จะอธิบายอะไรต่ออะไรเป็นภาษามือ แม่พูดไม่ได้ แต่นั่นไม่ได้ทำให้ชีวิตของแม่วุ่นวายแต่อย่างไร แม่มีสิ่งที่มีค่ามากกว่าเสียง คือ รอยยิ้ม เป็นสิ่งเดียวที่สามารถหยุดเสียงร้องไห้ของเขาได้อย่างชะงัดทุกครั้ง
แม่อ่านหนังสือมาก เขามักเห็นมือแม่ถือหนังสือเล่มหนึ่งเสมอ ป้าแตงว่าหนังเคยเป็นสิ่งเดียวที่ทำให้แม่ผ่านวันเวลาในโลกไร้เสียงจนกระทั่งมีเขา
พอ 5 ขวบเขาก็สามารถสื่อสารกับแม่ด้วยภาษามืออย่างคล่องแคล่ว ตอนนี้ช้างเผือกอายุ 8 ขวบ เขากำลังมองดูดาวด้วยกันกับแม่เงียบๆ
เขาชอบมองดวงดาวบนฟ้า ( คงเพราะติดใจกับภาพทางช้างเผือก ตั้งแต่คืนแรกๆ ในชีวิต ) แม่ว่า “เราทุกคนมีดาวประจำตัว เมื่อดาวนั้นดับสิ้น เราก็ตายตามดาวไป” นึกสงสัยว่าดวงไหนนะที่เป็นดาวประจำตัวของเขา
“แล้วดาวของแม่อยู่ที่ไหนครับ ?”
“ไม่รู้จ้ะ แต่ที่รู้แน่ๆ คือเป็นดาวคู่ดวงหนึ่งของแม่ อีกดวงหนึ่งของลูก ทั้งสองดวงโคจรสัมพันธ์กันและกัน”
ภายหลังเมื่อเรียนรู้เรื่องดาวคู่ในห้องหนังสือ เขาจึงว่าเกินกว่าครึ่งของดวงดาวบนท้องฟ้าเป็นระบบดาวคู แม่ไม่เคยบอกว่า ทำไมแม่อาศัยอยู่คนเดียวในบ้านหลังนี้ ป้าแตงเคยเล่าให้เขาฟังว่า แม่เคยผิดหวังร้ายแรงในชีวิต แต่หลังจากที่พบเขาในคืนนั้น แม่ก็เปลี่ยนไปจากคนที่เคยซึมเศร้ากลายมาเป็นคนที่เริ่มมีรอยยิ้ม
ช้างเผือกสะกิดแม่ “ดาวพวกนั้นมีคนอยู่ไหมครับ แม่ ? แม่ยิ้ม “มีสิ แต่ละดวงมีคนอาศัยอยู่ บางดวงเป็นที่อยู่ของพระราชา บางดวงเป็นของนักธุรกิจ และอีกมากมาย แต่มีอยู่ดวงหนึ่งบนดาวชื่อ บี 612
เป็นของ .......” แม่ประกอบมือเป็นคำใหม่ในภาษาอังกฤษ P-R-I-N-C-E แปลว่า เจ้าชาย
“เขาเป็นเด็กน้อยเหมือนช้างเผือกแหละ ใครๆ ก็เรียกเขาว่า เจ้าชายน้อย โลกของเขาเป็นโลกใบเล็กๆ เงียบๆ เขามักเร่ร่อนไปตามที่ต่างๆ ......”
“แล้วพ่อแม่ของเขา ?...”
“เขาไม่มีพ่อแม่จ้ะ”
“งั้น เขาคงเหงานะ ?”
“อาจจะใช่ แต่มีคนแบบเขาอยู่มากในโลกของเราใบนี้”
“โชคดีที่ผมไม่เคยเงียบเหงาเหมือนเขา ผมยังมีแม่”
แม่ยิ้ม กอดเขาแน่น
วันหนึ่งเสียงกริ่งดังขึ้น ช้างเผือกวิ่งไปประตูรั้ว เห็นชายหญิง 4 คน หนึ่งในนั้นสวมเครื่องแบบตำรวจ ไม่มีใครยิ้ม เขารู้สึกตัวว่าพวกเขาจองเขานิ่ง
เสียงหนึ่งว่า “ใช่ เด็กคนนั้นแหละ”
ผู้หญิงคนหนึ่งในกลุ่มถามเขาว่า “แม่ของหนูอยู่ไหมจ้ะ ? ”
เขาไม่ตอบ แม่ออกมาพอดี แม่คุยกับพวกเขาครู่หนึ่งก็พาแขกเข้าไปในบ้าน ช้างเผือกไม่รู้ว่าพวกนั้นเป็นใครทั้งหมดคุยกันในห้องนั้นเนิ่นนานจนเขาเผลอหลับไป
ตื่นขึ้นมาเพราะสัมผัสมือของแม่ แม่นั่งข้างตัวเขา ตาแดงก่ำ
แม่ลูบหัวเขาเบาๆ “ช้างเผือก รู้ใช่ไหมว่า แม่ไม่ใช่แม่ที่แท้จริงของลูก ?”
ช้างเผือกพยักหน้า
“ตอนนี้พ่อแม่ที่แท้จริงของช้างเผือกตามหาลูกจนเจอ”
ชายหญิงแปลกหน้าคู่นั้นเดินมาหาเขา
“นี่คือพ่อแม่ที่แท้จริงของลูก”
เขาทำมือบอกแม่ว่า “ผมมีแม่ที่แท้จริงแล้ว ผมไม่ต้องการใครอีก”
แม่ยิ้มทั้งน้ำตา ตอบกลับ “อย่าหนีความจริงสิลูก ไม่ช้าหรือเร็วลูกก็คงต้องรู้จักตัวตนที่แท้จริงของลูก...”
แม่จัดข้าวของใส่กระเป๋าทีละชิ้นอย่างเชื่องช้า พับเสื้อผ้าแต่ละชุดแต่ละชิ้นอย่างประณีต บรรจงวางซ้อนลงในกระเป๋าทีละชั้น
ชิ้นสุดท้ายที่แม่วางลงในกระเป๋า คือ รถไฟสีแดงที่เขารักที่สุด
แม่มองหน้าช้างเผือกเนิ่นนาน
“จำเรื่องที่เราคุยกันเรื่องดาวคู่บนท้องฟ้าได้ใช่ไหมจ้ะ เมื่อช้างเผือกเหงาหรือไม่เป็นสุข จำไว้ว่ายังมีดาวของแม่หมุนเป็นเพื่อน....”
แม่ยกกระเป๋าใส่ท้ายรถคันนั้น กอดเขาแน่น น้ำตาไหลเงียบๆ ขณะที่ทำมือเป็นข้อความว่า “อย่าลืมกินข้าวเยอะๆ นะลูก”
รถยนต์แล่นออกไปจากเขตบ้านข้างตัวเขา คือ ชายหญิงแปลกหน้าคู่นั้น ทั้งสองคนแต่งตัวดี รถยนต์ของพวกเขาดูใหม่ สวยงาม มือของแม่ตัวจริงลูบหัวเขาอย่างอ่อนโยน แต่เขาสะบัดตัวออก
มองจากกระจกหลัง เห็นเงาร่างของแม่ยังยืนอยู่ที่นั่น ทันใดเขาเปิดประตูรถ เสียงแม่จริงอุทานอย่างตกใจ คนขับจอดรถทันทีเขากระโจนพรวดลงจากรถวิ่งกลับไปหาแม่
“ผมต้องการเป็นเจ้าชายน้อยของแม่ตลอดไป”
ชายหญิงแปลกหน้าเหล่านั้นกลับไปหมดแล้ว ที่ลานบ้านเหลือแต่ช้างเผือกกับแม่
พวกเขาสองคนมองดูดวงดาวเงียบๆ เขากำลังมองหาดวงดาวของเจ้าชายน้อย......

หนังสือ “วันแรกของวันที่เหลือ” ( วินทร์ เลียววาริณ )
66465


จิงไจ เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 915 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 22 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

จำนวน 6 ความเห็น, หน้า่ | -1-
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 1 12 ธ.ค. 2550 (01:00)
66758
ผม "รักเรื่องนี้มากเลยนะคัฟฟฟฟ.."
อยากไห้ทุกคนได้ลองอ่านดุอ่าคัฟ
ขอบคุณนะคัฟที่เเวะมาอ่าน
เเละถ้าได้มากกว่านั้นก้อคิดตามด้วยน่า















ขอบคุณๆๆๆๆๆๆๆๆ......
โชคดีทุกคนนะคัฟ ( เฉพาะคนดีๆ )
จิงไจ เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 915 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 22 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 2 14 ธ.ค. 2550 (20:12)
น่าเศร้าดีนะครับ
darkness เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 51 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 146 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 4 30 ม.ค. 2551 (21:07)
งืมๆ
จิงไจ เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 915 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 22 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 5 10 ก.พ. 2551 (03:05)

(+ o -)


จิงไจ เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 915 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 22 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 7 10 ก.พ. 2551 (03:19)

~จ้~



ตั้งแต่เขาจำความได้ ก็เห็นมือคู่นั้น “พูด” กับเขา สัมผัสตัวเขาอย่างอ่อนโยน บางครั้งไกวเปล บางครั้งป้อนอาหารให้ เป็นส่วยหนึ่งของชีวิต เพราะมือคู่นี้นี่แหละที่ดึงเขาให้พ้นจากการถูกทอดทิ้ง



เขาเป็นเด็กกำพร้า ไม่เคยรู้ว่าพ่อแม่ที่แท้จริงของเขาเป็นใคร ป้าแตงซึ่งมาช่วยงานบ้านอาทิตย์ละ 2 ครั้ง เคยบอกเขาว่า คืนหนึ่งมีคนนำเขามาทิ้งไว้ที่หน้าบ้านแม่ โดยไม่มีใครรู้ ป้าบอกว่าเหมือนนิยายในโทรทัศน์เลย เขาไม่ได้ร้องไห้สักเสียง จบเมื่อแม่ออกมาเดินล่นนอกบ้าน จึงพบเขา แม่เห็นเขากำลังเบิ่งตาจองเป๋งไปยังดวงดาวที่กระจายเต็มท้องฟ้า ราวกับว่ามันเป็นสถานที่ที่เขาจากมา



แม่ตั้งชื่อเขาว่า “ช้างเผือก” เพราะในคืนที่แม่พบเขา เขาจองมองทางช้างเผือกเขม็ง อีกอย่างหนึ่ง คือ สำหรับแม่ เขาเป็น “ช้างเผือก” อันทรงค่าที่เปลี่ยนชีวิตแม่ดีขึ้น
ความจริงเขาชอบให้คนอื่นเรียกเขาสั้นๆ ว่า “ช้าง” มากกว่า เขารู้สึกว่าช้างเผือกมันออกแนวสีขาวมากไปหน่อยเมื่อเทียบกับตัวเขา



แต่เขาไม่เคยบอกแม่ในเรื่องนี้ คงเพราะมันยากเกินไปสำหรับเขาในตอนนั้นที่จะอธิบายอะไรต่ออะไรเป็นภาษามือ แม่พูดไม่ได้ แต่นั่นไม่ได้ทำให้ชีวิตของแม่วุ่นวายแต่อย่างไร แม่มีสิ่งที่มีค่ามากกว่าเสียง คือ รอยยิ้ม เป็นสิ่งเดียวที่สามารถหยุดเสียงร้องไห้ของเขาได้อย่างชะงัดทุกครั้ง
แม่อ่านหนังสือมาก เขามักเห็นมือแม่ถือหนังสือเล่มหนึ่งเสมอ ป้าแตงว่าหนังเคยเป็นสิ่งเดียวที่ทำให้แม่ผ่านวันเวลาในโลกไร้เสียงจนกระทั่งมีเขา


พอ
5 ขวบเขาก็สามารถสื่อสารกับแม่ด้วยภาษามืออย่างคล่องแคล่ว ตอนนี้ช้างเผือกอายุ 8 ขวบ เขากำลังมองดูดาวด้วยกันกับแม่เงียบๆ
เขาชอบมองดวงดาวบนฟ้า ( คงเพราะติดใจกับภาพทางช้างเผือก ตั้งแต่คืนแรกๆ ในชีวิต ) แม่ว่า “เราทุกคนมีดาวประจำตัว เมื่อดาวนั้นดับสิ้น เราก็ตายตามดาวไป” นึกสงสัยว่าดวงไหนนะที่เป็นดาวประจำตัวของเขา
“แล้วดาวของแม่อยู่ที่ไหนครับ
“ไม่รู้จ้ะ แต่ที่รู้แน่ๆ คือเป็นดาวคู่ดวงหนึ่งของแม่ อีกดวงหนึ่งของลูก ทั้งสองดวงโคจรสัมพันธ์กันและกัน”



ภายหลังเมื่อเรียนรู้เรื่องดาวคู่ในห้องหนังสือ เขาจึงว่าเกินกว่าครึ่งของดวงดาวบนท้องฟ้าเป็นระบบดาวคู แม่ไม่เคยบอกว่า ทำไมแม่อาศัยอยู่คนเดียวในบ้านหลังนี้ ป้าแตงเคยเล่าให้เขาฟังว่า แม่เคยผิดหวังร้ายแรงในชีวิต แต่หลังจากที่พบเขาในคืนนั้น แม่ก็เปลี่ยนไปจากคนที่เคยซึมเศร้ากลายมาเป็นคนที่เริ่มมีรอยยิ้ม



ช้างเผือกสะกิดแม่ “ดาวพวกนั้นมีคนอยู่ไหมครับ แม่ แม่ยิ้ม  มีสิ แต่ละดวงมีคนอาศัยอยู่ บางดวงเป็นที่อยู่ของพระราชา บางดวงเป็นของนักธุรกิจ และอีกมากมาย แต่มีอยู่ดวงหนึ่งบนดาวชื่อ บี 612  เป็นของ .......แม่ประกอบมือเป็นคำใหม่ในภาษาอังกฤษ  P-R-I-N-C-E  แปลว่า เจ้าชาย
“เขาเป็นเด็กน้อยเหมือนช้างเผือกแหละ ใครๆ ก็เรียกเขาว่า เจ้าชายน้อย โลกของเขาเป็นโลกใบเล็กๆ เงียบๆ เขามักเร่ร่อนไปตามที่ต่างๆ ......”



“แล้วพ่อแม่ของเขา ?...”
“เขาไม่มีพ่อแม่จ้ะ”
“งั้น เขาคงเหงานะ
“อาจจะใช่ แต่มีคนแบบเขาอยู่มากในโลกของเราใบนี้”
“โชคดีที่ผมไม่เคยเงียบเหงาเหมือนเขา ผมยังมีแม่”
แม่ยิ้ม กอดเขาแน่น



วันหนึ่งเสียงกริ่งดังขึ้น ช้างเผือกวิ่งไปประตูรั้ว เห็นชายหญิง 4 คน หนึ่งในนั้นสวมเครื่องแบบตำรวจ ไม่มีใครยิ้ม เขารู้สึกตัวว่าพวกเขาจองเขานิ่ง



เสียงหนึ่งว่า “ใช่ เด็กคนนั้นแหละ”



ผู้หญิงคนหนึ่งในกลุ่มถามเขาว่า “แม่ของหนูอยู่ไหมจ้ะ ? ”



เขาไม่ตอบ แม่ออกมาพอดี แม่คุยกับพวกเขาครู่หนึ่งก็พาแขกเข้าไปในบ้าน ช้างเผือกไม่รู้ว่าพวกนั้นเป็นใครทั้งหมดคุยกันในห้องนั้นเนิ่นนานจนเขาเผลอหลับไป
ตื่นขึ้นมาเพราะสัมผัสมือของแม่ แม่นั่งข้างตัวเขา ตาแดงก่ำ



แม่ลูบหัวเขาเบาๆ “ช้างเผือก รู้ใช่ไหมว่า แม่ไม่ใช่แม่ที่แท้จริงของลูก
ช้างเผือกพยักหน้า
“ตอนนี้พ่อแม่ที่แท้จริงของช้างเผือกตามหาลูกจนเจอ”
ชายหญิงแปลกหน้าคู่นั้นเดินมาหาเขา
“นี่คือพ่อแม่ที่แท้จริงของลูก”
เขาทำมือบอกแม่ว่า “ผมมีแม่ที่แท้จริงแล้ว ผมไม่ต้องการใครอีก”
แม่ยิ้มทั้งน้ำตา ตอบกลับ “อย่าหนีความจริงสิลูก ไม่ช้าหรือเร็วลูกก็คงต้องรู้จักตัวตนที่แท้จริงของลูก...”



แม่จัดข้าวของใส่กระเป๋าทีละชิ้นอย่างเชื่องช้า พับเสื้อผ้าแต่ละชุดแต่ละชิ้นอย่างประณีต บรรจงวางซ้อนลงในกระเป๋าทีละชั้น
ชิ้นสุดท้ายที่แม่วางลงในกระเป๋า คือ รถไฟสีแดงที่เขารักที่สุด
แม่มองหน้าช้างเผือกเนิ่นนาน
“จำเรื่องที่เราคุยกันเรื่องดาวคู่บนท้องฟ้าได้ใช่ไหมจ้ะ เมื่อช้างเผือกเหงาหรือไม่เป็นสุข จำไว้ว่ายังมีดาวของแม่หมุนเป็นเพื่อน....”
แม่ยกกระเป๋าใส่ท้ายรถคันนั้น กอดเขาแน่น น้ำตาไหลเงียบๆ ขณะที่ทำมือเป็นข้อความว่า “อย่าลืมกินข้าวเยอะๆ นะลูก”
รถยนต์แล่นออกไปจากเขตบ้านข้างตัวเขา คือ ชายหญิงแปลกหน้าคู่นั้น ทั้งสองคนแต่งตัวดี รถยนต์ของพวกเขาดูใหม่ สวยงาม มือของแม่ตัวจริงลูบหัวเขาอย่างอ่อนโยน แต่เขาสะบัดตัวออก
มองจากกระจกหลัง เห็นเงาร่างของแม่ยังยืนอยู่ที่นั่น ทันใดเขาเปิดประตูรถ เสียงแม่จริงอุทานอย่างตกใจ คนขับจอดรถทันทีเขากระโจนพรวดลงจากรถวิ่งกลับไปหาแม่
“ผมต้องการเป็นเจ้าชายน้อยของแม่ตลอดไป”
ชายหญิงแปลกหน้าเหล่านั้นกลับไปหมดแล้ว ที่ลานบ้านเหลือแต่ช้างเผือกกับแม่
พวกเขาสองคนมองดูดวงดาวเงียบๆ เขากำลังมองหาดวงดาวของเจ้าชายน้อย......




 



หนังสือ “วันแรกของวันที่เหลือ” ( วินทร์ เลียววาริณ )



 


จิงไจ เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 915 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 22 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 8 10 ก.พ. 2551 (03:22)
[^__________________^]
จิงไจ เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 915 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 22 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

หากจะโพสต์คำตอบสำหรับกระทู้ในห้องนี้ ล๊อกอินก่อนนะคะ
สมัครสมาชิก ฟรี ตลอดชีพ ที่ http://www.vcharkarn.com/my ค่ะ
วิชาการ.คอม

บทความแนะนำ

Blog แนะนำ

Hot Links

ขอบคุณผู้สนับสนุน

Google
 
ติดต่อลงโฆษณา :   คุณอันนา 081 4965363
สำนักงาน :   02 2015735
อีเมล์ :   
Copyright© 2000-2007, Vcharkarn.Com. All rights reserved.
คลิ๊กเพื่อดูสถิติ
รับรองและสนับสนุนโดย

สสวท.

มูลนิธิ พสวท.

พสวท.