ต้องการทำโครงงานเกี่ยวกับใบสาบเสือ

อยากทราบข้อมูลเกี่ยวกับใบสาบเสืออย่างละเอียด(เพื่อทำโครงงาน)



โดยเฉพาะสรรพคุณ



จากที่ข้าพเจ้าทราบ ใบสาบเสือ สามารถนำมาเป็นสมุนไพรรักษาโรคได้ และยังสามรถใช้สมานแผลได้

(เกี่ยวกับสุขภาพ) นอกจากสรรพคุณอย่างแรกๆแล้ว ใบสาบเสือยังสามราถทำอย่างอื่นได้อีกหรือไม่



สมมติฐาน(ที่ตังไว้อย่างคร่าวๆ)

1) ใบสาบเสือสามรถใช้เป็นยาไล่แมลงได้

2) นอกจากไล่แมลงแล้ว ใบสาบเสือสามารถนำมาเป็นน้ำหมักชีวภาพได้



จึงอยากขอข้อมูลที่หลายๆ ท่านได้ทราบเกี่ยวกับใบสาบเสือ ขอขอบคุณที่ได้ใหความช่วยเหลือไว้ ณที่นี้ด้วย



และข้าพเจ้าจะนำข้อมูลมานำเสนอเท่าที่ข้พเจ้าทราบ ณ โอกาสต่อไป





นักเรียนชั้น ม.4/1(โรงเรียนบ้านค่าย)
12 ธ.ค. 2550 19:29
21 ความเห็น
63404 อ่าน


ความคิดเห็นที่ 2 ณัฐพล สิงสุข (Guest)

ทำไมใบสาบเสือถึงเป็นแบบนี้
15 ม.ค. 2551 08:49


ความคิดเห็นที่ 3 โดย พระจันทร์เสี้ยวสีน้ำเงิน

เคยทำการทดลองตอนประถมอะคะ อาจารย์ให้เอาใบสาบเสือมาตำแล้วคั้นน้ำ แล้วเอาหนอนไปแช่ ทำให้หนอนตายอะคะ รู้สึกว่ามันจะมีฤทธิ์ฆ่าหนอนได้ จำไม่ได้ละเอียดอะคะมันนานแล้ว
15 ม.ค. 2551 15:44


ความคิดเห็นที่ 4 ด.ช.ณัฐพล สิงสุข (Guest)

ทำไมใบสาบเสือถึงเป็นสมุนไพรครับอยากทราบมากๆครับโปรดตอบกลับครับ
5 ก.พ. 2551 09:04


ความคิดเห็นที่ 5 นักวิชา (Guest)

ใบสาบเสือ  มีสารชนิดหนึ่งที่เป็นตัวยาสมานบาดแผลสดได้
24 ก.พ. 2551 18:02


ความคิดเห็นที่ 6 โดย ตุเช่

แหะ ๆไม่ใช่มันจมน้ำตายเหรอครับ

24 ก.พ. 2551 21:07


ความคิดเห็นที่ 7 โดย Amshai

สวัสดีค่ะ  ไม่ได้มานานแล้วนะคะ



ตอนนี้ได้ข้อมูลเพิ่มเติม  เล็กน้อย   เพราะต้องทำโครงงานติดต่อกัน  2  ปี



ตอนนี้ที่กลุ่มของดิฉันที่ทำการศึกษาก็ตกลงกันว่าจะทำเป็นยาไล่เเมลง



ซึ่งก็ต้องทดลองอีกครั้ง(เพราะตอน ม.4 ทดลองแล้วไม่ได้ใส่ใจผลการทดลองทำให้ต้องทดลองใหม่อีกครั้ง



สาบเสือ



ชื่ออื่น หญ้าเสือหมอบ ( สุพรรณ - ราชบุรี - กาญจน์ ), รำเคย ( ระนอง ), ผักคราด, บ้านร้าง(ราชบุรี) , ยี่สุ่นเถื่อน (สุราษฎร์), ฝรั่งเหาะ, ฝรั่งรุกที่ (สุพรรณ) , หญ้าดอกขาว ( สุโขทัย - ระนอง ) , หญ้าเมืองวาย ( พายัพ ), พาทั้ง (เงี้ยว เชียงใหม่) , หญ้าดงรั้ง , หญ้าพระสิริไอสวรรค์ ( สระบุรี ), มุ้งกระต่าย (อุดร ) ,หญ้าลืมเมือง ( หนองคาย ),หญ้าเลาฮ้าง ( ขอนแก่น ) , สะพัง ( เลย ), หมาหลง



( ศรีราชา - ชลฯ) , นองเส้งเปรง ( กะเหรี่ยง เชียงใหม่) , ไช้ปู่กุย ( กะเหรี่ยง แม่ฮ่องสอน ) , หญ้าเมืองฮ้าง ,หญ้าเหมือน( อิสาน) , หญ้าฝรั่งเศส , เบญจมาศ ( ตราด ) , เซโพกวย (กะเหรี่ยง เชียงใหม่ ) , มนทน( เพชรบูรณ์) ; ปวยกีเช่า , เฮียงเจกลั้ง ( จีน )
            ชื่อวิทยาศาสตร์ Eupatorium odoratum L. วงศ์
Compositae
            ลักษณะต้น เป็นพืชปีเดียวตาย ต้นสูง 1 - 3 เมตร ก้านมีริ้วรอย ปกคลุมด้วยขน ก้านและใบเอามาขยี้จะมีกลิ่นแรง ใบออกตรงข้ามกัน ลักษณะค่อนมาทางรูปสามเหลี่ยม ตัวใบยาว 3 - 10 ซม. ปลายใบแหลม ฐานใบกว้างใหญ่ หรือ กลมๆ ขอบใบมีรอยหยักคล้ายฟันขนาดใหญ่ มีขนปกคลุมทั้ง 2 ด้าน ด้านท้องใบมีขนหนาแน่นกว่าหลังใบ ดอกออกเป็นช่อลักษณะเป็นกระจุกคล้ายร่ม ดอกสีขาวออกม่วง มีดอกย่อยวงนอกเป็นเส้นสีขาวออกมา 1 วง ส่วนกลางของช่อดอกเป็นดอกย่อยที่มีทั้งเกสนตัวผู้และเกสรตัวเมียในดอกเดียวกัน กลีบดอกมีลักษณะเป็นหลอด ส่วยปลายแยกออกเป็น 5 กลีบ ผลมีขนาดเล็ก มีห้าเหลี่ยม ส่วนปลายมีขนช่วยพยุงให้ลอยไปตกได้ไกลๆออกดอกในฤดูหนาว มักพบตามที่รกร้างทั่วไป ชอบขึ้นตามที่มีแสงแดดมากๆตามทุ่งกว้าง ริมถนน



 




            การเก็บมาใช้
ก้านและใบ ใช้สด
            สรรพคุณ
ก้านและใบ รสสุขุม ฉุนเล็กน้อย ใช้ฆ่าแมลง ห้ามเลือดแก้แผลที่แมลงบางชนิดกัดแล้วเลือดไหลไม่หยุด ใช้ใบสดตำพอกปากแผล หรือ อาจใช้ใบสดตำกับปูนกินหมากพอกแผลห้ามเลือดได้หรือใช้ใบสดขยี้ปิดปากแผลเลือดออกเล็กน้อยได้ดี
            ผลทางเภสัชวิทยา
น้ำต้มสกัดจากใบและต้น มีฤทธิ์กระตุ้นการบีบตัวของลำไส้เล็กที่แยกออกจากตัวของหนูตะเภา แต่ลดการบีบตัวของลำไส้เล็กที่แยกออกจากตัวของกระต่าย น้ำต้มสกัดและผลึกสารที่สกัดได้จากต้นนี้ ไม่มีผลอย่างเด่นชัดต่อมดลูกที่แยกออกจากตัวของกระต่าย หากนำไปฉีดเข้าช่องท้องของหนูเล็ก พบมีความเป็นพิษเพียงเล็กน้อย



 



 



 



 



            สารเคมีที่พบ
ทั้งต้น มีน้ำมันระเหย ซึ่งประกอบด้วย Eupatol(22) , Coumarin ,d และ I - Eupatene(1), Lupeol , b - Amyrin และ Flavone Salvigenin (22)
ใบ มี Ceryl alcohol ; a-,b-,g- Sitosterol (23) , Anisic acid , Trihydric alcohol (C25



H34O5,m.p.278-280C) , Tannin , น้ำตาล (24) ,Isosakuranetin , Odoratin , (2/ - hydroxy - 4 , 4/ , 5/ ,6/ - tetramethoxychalcone) , Acacetin (25)

4 มิ.ย. 2551 18:50


ความคิดเห็นที่ 8 duangthida_f@hotmail.com (Guest)

ขอบคุงมากๆนะคะ

จะเอาไปทำโครงงาน

เอาไปแข่งที่  มน.

24 ก.ค. 2551 17:51


ความคิดเห็นที่ 9 โดย Shihona

ขอบคุณมากคะได้ประโยชน์มากเลย ทำโครงงานเรื่องนี้อยูเหมือนกัน

8 ส.ค. 2551 19:42


ความคิดเห็นที่ 10 oyoyo (Guest)

กำลังทามโครงงานอยู่พอดี ขอบคุงมากคับ ดีมากเลยคับ

26 ส.ค. 2551 06:55


ความคิดเห็นที่ 11 naruto-f16@windowslive.com (Guest)

ดีจังฮะกำลังทาโครงงานอยู่

4 ธ.ค. 2551 13:16


ความคิดเห็นที่ 12 เอท (Guest)

เพื่อนของผมลมลงเป็นแผลจากไปทัศนศึกษานอกร.ร.คุณครูเลยนำใบสาบเสือมาทำเป็นยาทาให้เพื่อนหลังจากนั้นเพื่อนไม่บ่นเจ็บแผลเลย
17 พ.ค. 2552 13:56


ความคิดเห็นที่ 15 dao_ar_na@hotmail.com (Guest)

สารอะไรคะที่อยู่ในใบสาบเสือที่ช่วยสมานแผล
11 ก.พ. 2553 22:00


ความคิดเห็นที่ 17 coad_geass_lelouch@hotmail.com (Guest)

เป็นความรู้ที่ดีนะ
3 มิ.ย. 2553 11:50


ความคิดเห็นที่ 18 aew_sara@hotmail.com (Guest)

ขอขุ้อมูลด้วย จะทำวิจัยครับผมเรียนเภสัชครับ
11 ก.ค. 2553 21:05


ความคิดเห็นที่ 19 แหม่ม (Guest)

ขอบคุณคะ่ได้ความรู้มากเลยคะ
10 ก.ย. 2553 12:51


ความคิดเห็นที่ 20 สมหวัง ว (Guest)

มีบางท่านบอกว่า เหง้าสาบเสือ เอาไปต้ม กินแก้ปวดหลังได้
4 ต.ค. 2553 22:40


ความคิดเห็นที่ 21 123 (Guest)

เรานะต้องทำโครงงาน จะบ้าตายโดนครูบังคับ
19 พ.ค. 2554 19:41

แสดงความคิดเห็น

กรุณา Login ก่อนแสดงความคิดเห็น