องค์ความรู้เกี่ยวกับการจัดทำแผนกลยุทธ์

องค์ความรู้เกี่ยวกับการจัดทำแผนกลยุทธ์



การวางแผนกลยุทธ์



การวางแผนกลยุทธ์ หรือ Strategic Planning นั้นเป็นสิ่งที่ใช้กันแพร่หลายมาก ในกิจการด้านการทหาร ในด้านการศึกการสงคราม ในด้านการเมืองระหว่างประเทศ และโดยเฉพาะในการบริหาร ในวงการธุรกิจเอกชนนั้น ประสบความสำเร็จสูงมาก ก้าวหน้าและเป็นที่กล่าวขวัญถึงกันมาก ปัจจุบันนี้การวางแผนแบบแผนกลยุทธ์ได้แพร่หลายเข้ามาในวงงานต่าง ๆ และวงงานของราชการมากขึ้น แต่คำที่นิยมใช้และที่ได้รับการยอมรับกันในวงราชการ ส่วนใหญ่นิยมเรียกว่า แผนยุทธศาสตร์



การวางแผนเชิงกลยุทธ์นั้น เป็นการวางแผนที่มีการกำหนดวิสัยทัศน์ มีการกำหนดเป้าหมายระยะยาวที่แน่ชัด มีการวิเคราะห์อนาคตและคิดเชิงการแข่งขัน ที่ต้องการระบบการทำงานที่มีความสามารถในการปรับตัวสูง สำหรับการทำงานในสิ่งแวดล้อมที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว เพื่อให้ทันกับการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น ต้องการระบบการทำงานที่คล่องตัว ต้องการดำเนินงานมีประสิทธิภาพสูงในการนำสู่เป้าหมายในอนาคต สามารถเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงในอนาคต เพื่อความอยู่รอด (Survive) และความก้าวหน้า (Growth) ขององค์การ ของหน่วยงาน หรือของธุรกิจของตนในอนาคต



การวางแผนกลยุทธ์หรือการวางแผนเชิงกลยุทธ์นี้ มีส่วนเป็นอย่างมากต่อการสร้างความเป็นผู้นำ (Leadership) หรือในการสร้างภาพลักษณ์ (Image) ที่แสดงถึงจุดเด่นของหน่วยงาน ขององค์การหรือของธุรกิจในการวางแผนกลยุทธ์นั้น จะมีการกำหนดเป้าหมายรวมขององค์การ สำหรับการดำเนินในอนาคต ที่เรียกว่า วิสัยทัศน์ มีการคิดในเชิงรุก มุ่งเอาดี เอาเด่น เอาก้าวหน้า ก้าวไกล มุ่งเอาชนะ เอาความยิ่งใหญ่ เน้นคุณภาพ เอาความเป็นเลิศ



มีถ้อยคำสำคัญที่จะได้พบเห็น ที่มีการกล่าวถึงกันมาก ในแวดวงการบริหารจัดการ และการวางแผนกลยุทธ์ และที่มักจะได้ยินอยู่เสมอ ๆ เช่น





การมองการณ์ไกล มีวิสัยทัศน์



คิดกว้าง-มองไกล มองไปข้างหน้า



วิเคราะห์สิ่งแวดล้อมในอนาคต



รู้จุดแข็ง-จุดอ่อนและสถานการณ์ขององค์การ



รู้จักเลือก แล้วมุ่งความพยายามสู่โอกาสนั้น



สร้างวิสัยทัศน์ สร้าง Vision มี Vision



กำหนดเป้าหมายและวัตถุประสงค์รวมขององค์การอย่างชัดเจน



ไม่ติดยึดกับปัญหาเฉพาะหน้าหรือปัญหาในระบบปัจจุบัน



ปรับระบบและการทำงานปัจจุบันให้รับกับการดำเนินงาน

สู่จุดที่ต้องการในอนาคต



SWOT Analysis / วิเคราะห์ “สวอท” / การวิเคราะห์จุดอ่อน-จุดแข็ง

ในวงการธุรกิจนั้นเป็นที่รู้กันว่า การวางแผนกลยุทธ์ หรือ Strategic Planning นั้น มีบทบาทชัดเจนมากตั้งแต่บริษัท General Electric เริ่มนำมาใช้ในระบบการจัดการธุรกิจในช่วงทศวรรษที่ 1960’s ซึ่งเป็นแนวคิดที่แสดงให้เห็นชัดเจนว่า การเปลี่ยนแปลงของปัจจัยหรือสภาวะแวดล้อมมาก มีผลกระทบอย่างสูงต่อความอยู่รอดและความก้าวหน้าขององค์การมาก ว่าองค์ประกอบภายในขององค์การ ซึ่งเป็นสิ่งที่สามารถควบคุมได้ง่ายกว่า ผู้ที่อยู่วงการวางแผนกลยุทธ์ทุกคน จะรู้จัก Strategic Business Unit หรือ SBU และรู้จักบทบาทของหน่วยงานที่เป็น หน่วยระดับดาว (Stars) หน่วยแม่วัว

(Cash Cows) หน่วยที่เป็นสุนัข (Dogs) กับหน่วยงานที่อยู่ในระดับน่าสงสัย (Question Marks) ต้องเฝ้าสังเกต และพวกนักพัฒนากลยุทธ์ส่วนใหญ่ จะรู้จัก SWOT Analysis กับ SWOT Matrices ที่ใช้ในการสร้างทางเลือกกลยุทธ์ (Alternatives) ที่มุ่งหา S สูง – O สูง, S สูง – T ต่ำ, W ต่ำ – O สูง และ W ต่ำ – T ต่ำ ว่าคืออะไร ต้องพิจารณาอะไรเป็นหลัก



การวางแผนเชิงกลยุทธ์ ไม่ว่าจะเป็นในส่วนของเอกชนหรือในส่วนของรัฐก็ตามนั้น จะเน้นความสามารถในการคาดคะเนสภาพในอนาคต การคิดไปในอนาคต เพื่อจะได้กำหนดหนทางหรือกลยุทธ์การทำงานในอนาคตของหน่วยงาน สู่จุดหมายที่ต้องการ เพื่อเตรียมเผชิญกับการแข่งขันหรือเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้น เน้นถึงความสามารถในการปรับตัวขององค์การ เพื่อนำองค์การไปสู่จุดหมายที่ต้องการ



ความสำคัญของการวางแผนกลยุทธ์

1. การวางแผนกลยุทธ์เป็นรูปแบบการวางแผนที่ช่วยให้หน่วยงานพัฒนาตนเองได้ทันกับสภาพการเปลี่ยนแปลงได้อย่างเหมาะสม เพราะการวางแผนกลยุทธ์ให้ความสำคัฐกับการศึกษาวิเคราะห์บริบทและสภาพแวดล้อมภายนอกหน่วยงานเป็นประเด็นสำคัญ



2. การวางแผนกลยุทธ์ เป็นรูปแบบการวางแผนที่ช่วยให้หน่วยงานภาครัฐในทุกระดับ มีความเป็นตัวเองมากขึ้น รับผิดชอบต่อความสำเร็จและความล้มเหลวของตนเองมากขึ้น ทั้งนี้ เพราะการวางแผนกลยุทธ์เป็นการวางแผนขององค์การ โดยองค์การและเพื่อองค์การไม่ใช่เเป็นการวางแผนที่ต้องกระทำตามที่หน่วยเหนือสั่งการ



3. การวางแผนกลยุทธ์ เป็นรูปแบบการวางแผนที่สอดรับกับการกระจายอำนาจ ซึ่งเป็นกระแสหลักในการบริหารภาครัฐในปัจจุบัน และสอดคล้องกับที่สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน ได้เตรียมออกระเบียบกำหนดให้หน่วยงานภาครัฐทุกระดับมีการจัดทำแผน



กลยุทธ์ใช้เป็นเครื่องมือ ในการพัฒนางานสู่มิติใหม่ของการปฏิรูประบบราชการ



4. การวางแผนกลยุทธ์ เป็นเงื่อนไขหนึ่งของการจัดทำระบบงบประมาณแบบมุ่งเน้นผลงาน (Performance Base Budgeting) ซึ่งสำนักงบประมาณกำหนดให้ส่วนราชการและหน่วยงานในสังกัด จัดทำก่อนที่จะกระจายอำนาจด้านงบประมาณโดยการจัดสรรงบประมาณเป็นเงินก้อนลงไปให้หน่วยงาน



5. การวางแผนกลยุทธ์ เป็นการวางแผนที่ให้ความสำคัญต่อการกำหนด “กลยุทธ์” ที่ได้มาจากการคิดวิเคราะห์แบบใหม่ ๆ ที่ไม่ผูกติดอยู่กับปัญหาเก่าในอดีตไม่เอาข้อจำกัดทางด้านทรัพยากร และงบประมาณมาเป็นข้ออ้าง ดังนั้น การวางแผนกลยุทธ์จึงเป็นการวางแผนแบบท้าทายความสามารถ เป็นรูปแบบการวางแผนที่ช่วยให้เกิดการริเริ่มสร้างสรรค์ทางเลือกใหม่ ได้ด้วยตนเอง จึงเป็นการวางแผนพัฒนาที่ยั่งยืน



ข้อแตกต่าง ระหว่างการวางแผนกลยุทธ์ กับการวางแผนทั่วไป



การวางแผนกลยุทธ์ เป็นการวางแผนเพื่อนำองค์การไปสู่ภาพลักษณ์ใหม่ ก้าวสู่วิสัยทัศน์ที่ต้องการในอนาคต การวางแผนกลยุทธ์จึงเป็นการวางแผนในภาพรวมขององค์การทุกกลยุทธ์ที่กำหนดขึ้นเป็นปัจจัยที่ชี้อนาคตขององค์การนั้น



การวางแผนทั่วไป เป็นการวางแผนเพื่อแก้ปัญหา การป้องกันปัญหา หรือการพัฒนาผลผลิตขององค์การ ดังนั้น การวางแผนทั่วไปจึงมีจุดมุ่งหมายเพียงเพื่อการให้ได้แนวทางในการดำเนินงานที่ทำให้งานโครงการขององค์การบรรลุผลสำเร็จอย่างมีประสิทธิภาพเท่านั้น



โครงสร้างของแผนกลยุทธ์



การจัดทำแผนกลยุทธ์นั้น อาจจะสรุปเป็นขั้นตอนของการจัดทำแผนกลยุทธ์



ในอีกแนวหนึ่ง เพื่อช่วยให้ขั้นตอนชัดเจน และเป็นทางเลือกในกระบวนการจัดทำแผน ภายหลังจากที่ได้ทราบถึงแนวคิดพื้นฐานขั้นต้นแล้วได้ว่า การวางแผนกลยุทธ์ประกอบด้วยขั้นตอนดังนี้



การวิเคราะห์ภารกิจหรือพันธกิจ (Mission Analysis)

การวิเคราะห์สภาพแวดล้อมในอนาคต (Environmental Analysis)

การวิเคราะห์องค์การ (SWOT หรือ Situation Analysis)

การกำหนดวิสัยทัศน์ (Vision)

การค้นหาอุปสรรคและปัญหาในการดำเนินงาน (Obstacles)

การกำหนดกลยุทธ์ (Strategy Decision)

การกำหนดนโยบาย (Policy Decision)

การกำหนดกิจกรรม (Activity) สำคัญตามกลยุทธ์และนโยบาย

การจัดทำเป็นแผนกลยุทธ์ (Strategic Planning)

การดำเนินการเพื่อให้ได้แผนกลยุทธ์ทั้ง 9 กระบวนการแล้วเราอาจจัดทำรูปเล่ม



แผนประกอบด้วย



ส่วนที่ 1 บทนำ



ส่วนที่ 2 สภาพปัจจุบัน ปัญหา และความต้องการ



ส่วนที่ 3 วิสัยทัศน์ ยุทธศาสตร์ นโยบาย เป้าหมาย มาตรการ



ส่วนที่ 4 รายละเอียดแผนงาน/โครงการ



(อาจเขียนแยกเป็นรายยุทธศาสตร์ที่กำหนดไว้)



ส่วนที่ 5 แผนการควบคุม กำกับ ติดตาม



ส่วนที่ 6 ภาคผนวก






ความคิดเห็นที่ 3

การวิเคราะห์กรณีศึกษา(MBAบ้านสมเด็จ) (Guest)
25 ธ.ค. 2551 15:54
  1. Back to the Roots: American International


    Group Returns to China


     


    1.ประวัติ การพัฒนา และการเจริญเติบโตของบริษัทเมื่อเวลาผ่านมา


                American International Group (AIG) ถูกก่อตั้งขึ้นโดย Cornelius Vander Starr ณ.เมือง เซี่ยงไฮ้ ในปี 1921 มุ่งเป้าในการขายประกันชีวิต ในพื้นที่เซี่ยงไฮ้ ในขณะที่การประกันภัยยังไม่ค่อยเป็นที่รู้จักในประเทศจีน บริษัทประกันส่วนใหญ่ซึ่งเป็นของรัฐบาลจีนเอง จำนวนกรมธรรม์ประกันชีวิต มีไม่ถึง 1 %ของจำนวนเบี้ยประกันทั้งหมด เมื่อเทียบกับประเทศอุตสาหกรรมอื่นที่มีมากกว่า 50 % ในทศวรรษที่ 80 การปฏิรูปของ เติ้ง เสี่ยวผิง(Deng Xiaoping) ได้กระตุ้นให้กิจกรรมการผลิตของธุรกิจการค้าภาคเอกชน การเพิ่มขึ้นของโครงสร้างพื้นฐาน  ส่งผลให้ความต้องการธุรกิจทางด้านประกันภัยของ AIG เพิ่มมากขึ้น โดยมีส่วนแบ่งการตลาดในปี 1994 โดยประมาณ 0.6%


                AIG เป็นกลุ่มบริษัทผู้นำของโลกที่ให้บริการระหว่างประเทศด้านธุรกิจการประกันภัยและการบริการทางการเงิน โดยมีธุรกิจอยู่ในประเทศต่างๆ ทั่วโลก การเปลี่ยนแปลงที่สำคัญ ของ AIG ที่เกี่ยวกับการประกอบธุรกิจในช่วงที่ผ่านมา ที่ประเทศจีน


     


    ขั้นตอนการขยายตัวของ AIG ในประเทศจีน


    ปี 1921    AIG ถือกำเนิดขึ้น ณ เมือง เซี่ยงไฮ้


    ปี 1950    บริษัทประกันภัยต่างชาติถูกบังคับให้ออกไปจากจีน โดยรัฐบาลคอมมิวนิสต์จีนตั้งบริษัทประกันภัยของประชาชนในประเทศจีน(PICC) เป็นบริษัทประกันภัยเพียงแห่งเดียวในจีน ซึ่งได้รับอนุญาตให้ดำเนินการได้ ซึ่งถูกควบคุมโดยธนาคารจีน (PBOC)


    ปี 1975    Greenberg ซึ่งเป็น CEOของ AIG ได้กลับเข้ามาติดต่อกับรัฐบาลจีน เพื่อต้องการสร้างความสัมพันธ์ระหว่างอเมริกากับจีน


    1980       AIG เปิดสำนักงานตัวแทน


    1980       เกิดการร่วมทุนระหว่างAIGและ PICC (ประกันภัยจีน - อเมริกา) ในนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา ก่อตั้งขึ้นด้วยความร่วมมือ ขึ้นทะเบียนไว้ที่ Delaware Bermuda และ Hong Kong โดยเน้น การประกันภัยที่ความสัมพันธ์กับการค้าขายระหว่างอเมริกาและจีน


    1985       AIG เป็นผู้ร่วมทุน ก่อสร้างเซี่ยงไฮ้เซนเตอร์ ศูนย์ธุรกิจและที่พักอาศัย


    1990       Greenberg ได้เป็นประธานของสภาที่ปรึกษาของกลุ่มธุรกิจต่างชาติของรัฐบาล เมืองเซี่ยงไฮ้


    1992       AIG เปิดสาขาอีกครั้งในเมืองเซี่ยงไฮ้ และเป็นเจ้าของสาขาทั้งหมด ภายใน 2 ปี AIG ก็ครอบครองตลาดประกันภัยในเซี่ยงไฮ้


    1993       Greenberg ได้รับให้เลือกเป็นประธานสมาคมธุรกิจอเมริกา- จีน


    1994       มีการจัดประชุมสัมมนาเกี่ยวกับการประกันภัยกับรัฐมนตรีรัฐบาลจีน


    1995       Greenberg ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นที่ปรึกษาอาวุโสด้านเศรษฐกิจของกรุงปักกิ่ง


    1996       AIG เริ่มดำเนินงานในกวางโจว AIG เป็นบริษัทแห่งเดียวที่ประกันชีวิต และประกันแบบ P&C ในสองมณฑล


    1997       Greenberg ได้รับแต่งตั้งเป็นประชากรกิตติมศักดิ์ของประเทศจีน




ความคิดเห็นที่ 5

999999 (Guest)
6 ส.ค. 2552 12:39
  1. ..................................................................

แสดงความคิดเห็น

กรุณา Login ก่อนแสดงความคิดเห็น