รบกวนถามเรื่องสถิติทดสอบของงานวิจัยค่ะ | เว็บบอร์ด วิชาการ.คอม

รบกวนถามเรื่องสถิติทดสอบของงานวิจัยค่ะ

โพสต์เมื่อ: 01:28 วันที่ 20 ธ.ค. 2550         ชมแล้ว: 101,048 ตอบแล้ว: 15
วิชาการ >> กระทู้ >> ทั่วไป
ขอออกตัวไว้ก่อนว่า พื้นฐานวิชาสถิติค่อนข้างแย่ อาจให้ข้อมูลไม่ครบนะคะ
ถ้าสงสัยตรงไหนก็ช่วยถามเพิ่มเติมได้เลยค่ะ

คือ งานวิจัยเรื่องหนึ่ง สิ่งที่ต้องการศึกษาคือสารสกัด 2 ตัวอย่าง สมมุติว่าคือ A กับ B นะคะ
A มี 3 ความเข้มข้นคือ 0.5 1 และ 2
B ก็เช่นกันค่ะ มี 3 ความเข้มข้นคือ 0.5 1 และ 2
ใช้วิธีทดสอบแบบ disc diffusion ค่ะ ทดสอบกับเชื้อแบคทีเรีย 8 ชนิด เพื่อที่จะศึกษาว่า สารสกัดชนิดไหนและความเข้มข้นเท่าไหร่จะมีประสิทธิภาพมากกว่ากัน
คร่าวๆแค่นี้นะคะ จริงๆแล้วงานวิจัยนี้ใช้แบบ T-test มีค่าความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ
(p<0.05) ค่ะ แล้วหนูอยากทราบว่า จะมีวิธีทดสอบวิธีอื่นอีกหรือเปล่าคะ ที่พอจะใช้กับงานวิจัยนี้ได้ค่ะ

หนูไม่ต้องต้องการหาค่าคำนวณเป็นตัวเลข แต่สงสัยในวิธีการทดสอบค่ะ
ขอบคุณล่วงหน้าค่า ..


แว่น แว่น(125.24.131.183)





จำนวน 15 ความเห็น, หน้าที่ | -1-
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 1 20 ธ.ค. 2550 (09:59)
คุณสามารถวางแผนการทดลองแบบ split-split plot หรือ factorial desing ก็ได้ครับ

split plot คุณ ใช้สารดเป็น main plot ความเข้มข้นเป็น subplot และชนิดแบคทีเรียเป็น sub-subplot

factorial จะเป็น 2 x 3 x 8 factorial จะมีทั้งหมด 48 treatment combinations



จากนั้นคุณกำหนดขนาดของการทดลองว่าต้องการทำกี่ซ้ำ ขนาดแต่ละซ้ำมีกี่หน่วยทดลอง



จากนั้นเมื่อทดลองเสร็จคุณได้ข้อมูลแล้ว คุณก็วิเคราะห์ความแปรปรวนตามแผนการทดลองเพื่อหาระดับนัยสำคํญของเมนเอฟเฟ๊คและอินเตอแรคชั่นเอฟเฟ๊ค ถ้าอันไหรมีนัยสำคัญทางสถิติก็ทดสอบความแตกต่างของทรีตเมนต์ สถิติที่ใช้มีอยู่หลายตัวครับ



คุณจะทดสอบทีละคู่ก็ใช้ทีเทส หรือ แองเอสดี หรือจะทดลอบแบบมัลติเปิลเรนจ์ก็ได้แต่วารสารบางแห่งไม่ยอมรับมัลติเปิลเรนจ์



มีอะไรสงสัยอีกไหมครับ
tkesmala@yahoo.com (IP:202.28.117.232)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 2 20 ธ.ค. 2550 (10:49)
ขอบคุณมากค่ะ ต้องการรู้ภาพรวมแบบนี้ล่ะค่ะ

เวปนี้มีประโยชน์จริงๆ
แว่น แว่น (IP:125.24.130.121)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 3 21 ธ.ค. 2550 (09:38)
อ้อ มีโปรแกรมวิเคราะห์ทางสถิติมาตรฐานทั่ว ๆ ไปก็ใช้ได้ครับ ก่อนจะทำการทดลองต้องถามสถิติดูก่อนทุกครั้งครับ ถ้าทำการทดลองไม่ถูก design จะตอบคำถามไม่ได้ ถ้าต้องตอบคำถามให้ลึกกว่านี้อาจวิเคราะห์อย่างอื่นด้วย เช่น สหสัมพันธ์ หรือการถดถอย
tkesmala@yahoo.com (IP:202.28.117.236)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 4 12 ธ.ค. 2551 (18:48)

 สวัสดีคะ  อยากขอความช่วยเหลือจาก อ. หรือ ผู้ที่มีความรู้ทางสถิติวิจัยหนะคะ พอดีกำลังจาสอบในวันที่ 17 ธันวาคมนี้   คือว่านุ่นใช้สถิติ z-test แบบ two-independent samples test คำถามคือ


t-test กับ z-test ต่างกันอย่างไร (เน้น) ทำไมถึงเลือกใช้ z-test ในงานวิจัยชิ้นนี้
ขอบอกรายละเอียดกลุ่มตัวอย่างนิดนึงนะคะ นุ่นศึกษาเปรียบเทียบระหว่างกลุ่มตัวอย่างที่เป็นโรคเบาหวาน และกลุ่มตัวอย่างที่ไม่เป็นโรคเบาหวาน จำนวนกลุ่มละ 60คน  รวมทั้งหมด 120คนคะ นุ่นลองหาหนังสืออ่านดูแล้วหนะคะ ได้คำตอบแบบนี้ ไม่รู้ว่าใช่รึป่าวหนะคะ  เหตุผลที่ใช้ z-test ในงานวิจัยครั้งนี้คือ เพราะต้องการทำการทดสอบความแตกต่างของค่าเฉลี่ยกลุ่มประชากร 2 กลุ่ม ซึ่งเป็นการทดสอบความแตกต่างแบบ two-independent samples test (ใช้ EXACT Z -TEST ในการคำนวนใช่รึป่าวคะ พอดีว่า ในการวิจัยไม่ได้ระบุไว้หนะคะ) ซึ่งหลักเกณฑ์ในการเลือกใช้คือ กลุ่มตัวอย่างทั้ง 2 กลุ่มนั้น เป็นอิสระจากกันและทราบความแปรปรวนของประชากรทั้ง 2 กลุ่ม (ขอถามอีกว่า   ค่าความแปรปรวนที่คำนวนจากโปรแกรม SPSS จะดูได้จากค่า F ในตารางภายใต้หัวข้อ Levene's Equality of Variance โดยถ้าค่ามากกว่า .05 แสดงว่ากลุ่มตัวอย่างทั้งสองกลุ่มมีค่าความแปรปรวนเท่ากันใช่รึป่าวคะ พอดีนุ่นไม่ได้ดูตัวความแปรปรวนตั้งแต่เริ่มหนะคะ พอ อ. ถามมาเลยตอบไม่ได้ อยากรู้ว่าเข้าใจถูกรึป่าวว่าเราทราบความแปรปรวนแล้วคือ เท่ากันหนะคะ หรือถ้าไม่ทราบความแปรปรวนมันจะไปตกในแบบ APPROXIMATION Z-TEST รึป่าวคะ ตัวนี้ทำให้นุ่นเกิดความลังเลหนะคะ)ซึ่งขนาดของกลุ่มตัวอย่างที่ 1 และ 2 จะเท่ากันหรือไม่เท่ากันก็ได้และในการวิจัยทั่วไปถือว่ากลุ่มตัวอย่างขนาดใหญ่จะใช้ z-test ก็ต่อเมื่อจำนวนกลุ่มตัวอย่างมากกว่า30 ก็สามารถใช้ z-test ได้ แต่ถ้าอิงตามหลักการวิจัยทางสังคมศาสตร์จะกำหนดไว้ว่า


 กลุ่มตัวอย่างขนาดใหญ่จะใช้ z-test ก็ต่อเมื่อกลุ่มตัวอย่างมีจำนวนมากกว่า 100 ใช่รึป่าวคะ

ถ้า อ. ตอบได้ช่วยอธิบายให้นุ่นหน่อยนะคะ ขอบพระคุณมากคะ


wpodjanart@hotmail.co.uk (IP:124.121.190.178)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 5 13 ธ.ค. 2551 (13:29)

ผมเห็นว่าน่าจะใช้ factorial เพื่อจะได้รู้ว่า Aและ B มี interaction กันไหม  ถ้าไม่สนใจจะรู้ RCB ก็พอ  แต่เมื่อทำการทดลองทั้งที ควรสกัดเอาคำตอบออกมาให้ได้มากที่สุด  พวกแขกอินเดีย ชอบกันจัง  ฝรั่งก็เป็น  ทำการทดลองในกระถาง ตัวอย่างไม่กี่ต้น  ตีความไกลไปถึงระดับประเทศโน่นเลย  ดังนั้นเวลาอ่านงานวิจัยเหล่านี้ โปรดระวัง


TM (IP:124.121.117.177)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 6 5 พ.ย. 2552 (09:53)
ดิฉันเป็นนักศึกษาป.โทปีห้าแล้วคะอีกไม่กี่เดือนก็จะหมดสิทธิ์แล้ว ดิฉันมีปัญหาสถิติอย่างมากเลยดิฉันใส่สถิติวิลคอกซันและวิทนีย์เพราะกลุ่มตัวอย่างฉันน้อยมากมีแค่สิบสองคนต่อหนึ่งกลุ่ม
กลุ่มทดลองของดิฉันมีสิบสองคน และกลุ่มควบคุมมีสิบสองคน ทำการทดสอบก่อนทดลอง หลังทดลอง และระยะติดตามหลังสิ้นสุดการทดลองหนึ่งเดือน ดิฉันได้ข้อมูลมาแล้วจะใช้สถิติวิลคอกซัน และวิทนีย์ตรงไหนบ้างอย่างไรคะ
pleob13@hotmail.com (IP:113.53.58.145)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 7 28 พ.ย. 2552 (10:51)

รบกวนขอความช่วยเหลือเกี่ยวกับอยากทราบความรูในด้านของการ Run Nonlinear-Granger Causaulity นะครับ เพราะว่าต้องการนำมาใช้ run ข้อมูลความสัมพันธ์ของปริมาณการซื้อขาย กับ Stocks Return แต่ไม่ทราบว่าสามารถ ใช้ program อะไรที่ช่วยในการ run ได้บ้าง

และ ถ้ามีใครรู้รายละเอียดเกี่ยวกับ Baek and Brock's test ได้อ่านมาจากงานวิจัยของต่างประเทศแต่ไม่เข้าใจ เลยอยากรู้ถึงรายละเอียดครับ

รบกวนผู้รู้ให้ขอมูลด้วยนะครับ
ส่งทาง email นะครับ ขอบคุณมาก
manager_crm@hotmail.com


chai3387
ร่วมแบ่งปัน1 ครั้ง - ดาว 50 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 8 1 ก.พ. 2553 (22:17)
สอบถามหน่อยค่ะ

คือได้มีการค้นคว้างานวิจัยเกี่ยวกับสมการการพยากรณ์หลายชิ้น แล้วพบว่าค่าความคลาดเคลื่อนมีการใช้สัญลักษณ์ e บ้าง u บ้าง เลยอยากทราบว่าแตกต่างกันอย่างไรค่ะ

ขอบคุณค่ะ
phoo (IP:124.122.225.67)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 9 26 ก.พ. 2553 (09:58)
สอบถามหน่อยครับ ผมกำลังทำวิจัยเรื่อง เป็นวิจัยเชิงทดลอง
เกี่ยวกับนวัตกรรม คือ กลุ่มทดลองและควบคุม ปรากฏว่าทั้งสองกลุ่มแตกต่างกัน
ประมาณว่านวัตกรรมได้ผล ได้ค่าเฉลี่ย ที่แตกต่าง

ควรจะใช้สถิติตัวไหนทดสอบ เพื่อความน่าเชื่อครับ
chat_pup@hotmail.com (IP:112.142.30.123)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 10 30 ส.ค. 2553 (16:28)
เข้าอ่านเเล้ว รู้สึกว่ามีประโยชน์มากๆ เลย
ตอนนี้ดิฉันก็มีปัญเรื่องงานวิจัยเหมือนกัน อยากจะรบกวนผู้รู้ช่วยชี้เเนะด้วยค่ะ
1. คืองานวิจัยของดิฉันทดสอบด้วย ANOVA เเล้วพบว่ามีความเเตกต่างกัน
2. เเล้วดิฉันเอาข้อมูลเดียวกันมาหาความสัมพันธ์เเบบ spearman rank พบว่า มีความสัมพันธ์กัน

คือมันสามารถเป็นไปได้ใช่ไหมค่ะ รบช่วยด้วยนะคะ ตอบมาทาง e-mail ที่โพสนะคะ ขอบคุณมากทุกคำตอบค่ะ
krajib_6@hotmail.com (IP:158.108.92.157)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 11 23 พ.ย. 2554 (00:41)
หวัดดีค่ะ มีเรื่องขอคำปรึกษาเกี่ยวกับสถิติค่ะ คือตอนนี้ ดิฉันกำลังทำโครงร่างวิจัยเรื่องเกี่ยวกับ จจัยที่มีอิทธิพลต่อแรงจูงใจและการตัดสินใจเข้าเยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์ ค่ะ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อ

- เพื่อศึกษาถึงระดับของปัจจัยภายนอกที่มีอิทธิพลต่อแรงจูงใจในการเข้าชมพิพิธภัณฑ์ฯ
- เพื่อเปรียบเทียบปัจจัยภายนอกที่ส่งผลต่อแรงจูงใจและการตัดสินใจเข้าชมพิพิธภัณฑ์ฯ
- เพื่อเปรียบเทียบข้อมูลด้านลักษณะทางประชากรศาสตร์ที่ส่งผลต่อแรงจูงใจในการเข้าเยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์ฯนภดลในวังสวนสุนันทา จำแนกตามเพศ อายุ รายได้ และอาชีพ

และมีตัวแปรดังนี้ค่ะ

- ตัวแปรอิสระ 5 ตัว ได้แก่ ความสะดวกในการเดินทางมาเที่ยวและทำเลที่ตั้ง ค่าใช้จ่ายในการมาเที่ยว สิ่งดึงดูดของพิพิธภัณฑ์ฯ การโฆษณาประชาสัมพันธ์ ภาพลักษณ์

- ตัวแปรแทรกกลาง ได้แก่ ระดับแรงจูงใจในการเข้าเยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์ฯ และปัจจัยส่วนบุคคล ซึ่งได้แก่ เพศ อายุ รายได้ และอาชีพ

- ตัวแปรตาม ได้แก่ การตัดสินใจมาเยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์ฯ

โจทย์วิจัยคือ

- ผู้เข้าเยี่ยมชมให้ความสำคัญกับปัจจัยภายนอกที่มีอิทธิพลต่อแรงจูงใจในการเข้าชมพิพิธภัณฑ์ฯ อันได้แก่ ปัจจัยด้านความสะดวกในการเดินทางมาเที่ยวและทำเลที่ตั้ง ค่าใช้จ่ายในการมาเที่ยว สิ่งดึงดูดของพิพิธภัณฑ์ฯ การโฆษณาประชาสัมพันธ์ และ ภาพลักษณ์ ในระดับใด

- ปัจจัยภายนอกที่มีผลต่อแรงจูงใจส่งผลต่อการตัดสินใจเข้าเยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์ฯ หรือไม่
- เพศ อายุ รายได้ และอาชีพที่แตกต่างกันมีผลให้มีระดับแรงจูงใจในการเข้าเยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์แตกต่างกันอย่างไร


มีคำถามขอคำแนะนำดังนี้ค่ะ
1 ตอนนี้ ดิฉันสับสนค่ะ เพราะว่าคณะกรรมการ comment มาว่า เราไม่มีตัวแปรตาม แต่ของดิฉัน ตัวแปรตามคือ การตัดสินใจมาเยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์ฯ ไม่ถูกหรือคะ

2. ดิฉันจะวิเคราะห์ข้อมูลโดยอาศัยสถิติเชิงพรรณนา (Descriptive Statistics) ได้แก่ การแจกแจงความถี่ (Frequency) การคำนวณร้อยละ (Percentage) ค่าเฉลี่ย (Mean) และค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน (Standard Deviation) Test of Significant (T- test) และสถิติค่าความสัมพันธ์ระหว่างตัวแปร ไคแสควร์ (Pearson Chi-Square) โดยใช้โปรแกรมประมวลผลทางสถิติ แต่ไม่แน่ใจค่ะว่าถูกมั้ย หรือว่าเราใช้แค่ t- test อย่างอื่นไม่ต้องใช้ก็ได้คะ

3. คณะกรรมการแนะนำให้ใช้ f- test ด้วย ก็เลยงง ๆ ว่า f- test คืออะไร ค่ะ แล้ววิจัยแบบของดิฉันใช้ f- test ได้มั้ย แล้ววัดอะไรค่ะ

คำถามยาวไปหน่อยนะคะ แต่กลุ้มใจจริง ๆ ค่ะ (จะส่งภายใน 28 พย นี้แล้วค่ะ) ขอความช่วยเหลือแนะนำ นะคะ

ขอบคุณมาก ๆ เลยค่ะ
rain071_@hotmail.com (IP:223.205.147.116)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 12 23 พ.ย. 2554 (11:01)
เขียนสมการให้คณะกรรมการดูสิครับว่าตัวแปรต้นคืออะไรตัวแปรตามคืออะไร คุณศึกษาหลายปัจจัยพร้อม ๆ กัน หรือทีละปัจจัย คุณก็เขียนออกมาเป็นสมการเลย

ยกตัวอย่าง การเปลี่ยนแปลงต่าใช้จ่ายมีผลต่อความบ่อยของการเข้าเยี่ยมชม เช่น

y = a + bx

คุณก็บอกเขาเลยไปเลยว่าการเปลี่ยนแปลงของ y เป็นผลมาจากการเปลี่ยแปลงของ x แบบนี้ถึงจะเคลียร์หมดข้อสงสัย ถ้ามี x กี่ตัวก็ใส่เข้าไปให้หมด เวลาวิเคราะห์สถิติก็วิเคราะห์ตามโมเดลนี้ มันก็หมดข้อสงสัยไม่ต้องมาเถียงกันอีก

คุณต้องแปลงคำพูดหรือตัวหนังสือออกมาเป็นโมเดลทางสถิติ คณะกรรมการถึงจะหายสงสัย และคุณศึกษากี่อย่างก็เขียนออกมาเป็นโมเดลให้หมด เข้าใจหรือยัง

คุณเขียนวัตถุประสงค์ไม่เคลียร์ และยังเขียนไม่เป็น

การเปรียบเทียบเป็นวัตถุประสงค์เดียวไม่ต้องแยก คุณสามารถเปรียบเทียบ 1, 2,3....ไปเรื่ิอย ๆ จนหมดสิ่งที่ต้องการเปรียบเทียบ วัตถุประสงค์ก็เพื่อเปรียบเทียบ ส่วนจะเปรียบเทียบอะไรนั้นมันก็อยู่ในวัตถุประสงค์นี้ นอกจากเรามีวัตถุประสงค์เพื่อทำอย่างอื่น การจะบอกว่ามีวัตถุประสงค์ใดบ้างขึ้นอยู่กับกริยาทีทำเป็นหลักไม่ใช่ของที่เราเอามาทำ

คุณก็ไม่ได้บอกว่ากลุ่มตัวอย่างของคุณเป็นใคร ไปสุ่มมาด้วยวิธีใด เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยของคุณคืออะไร มีข้อคำถามใดบ้าง คุณใช้ rating scale (ถ้ามี) กี่ระดับ

สถิติที่ใช้มันก็แล้วแต่ลักษณะข้อมูล และเราใช้เพื่อให้ได้คำตอบที่เมาะสม

สมมุติว่า คุณแบ่งระดับค่าใช้จ่ายออกเป็น 5 ระดับ และต้องการทดสอบว่า อิทธิพลของแต่ระระดับต่อการตัดสินใจเข้าชมหรือไม่ คุณอาจใช้ F-Test การใช้ F-Test ก็จะบอกได้แค่ว่ามีอย่างน้อย สองระดับในห้าระดับแตกต่างกัน จากนั้นค่อยไปเปรียบเทียบความแตกต่างด้วยสถิติที่เหมาะสม เช่น t-test สำหรับเปรียบเทียบทีละคู่ multiple range test สำหรับเปรียบเทียบพร้อม ๆ กัน หรือ LSD ซึ่งมีค่าเดียวใช้วัดทีละคู่เหมือนใช้ไม้บรรทัดวัด คุณจะใช้สถิติอะไรคุณก็ดู journal ที่คุณจะลงตีพิมพ์ผลงานด้วยว่าเขายอมรับสถิติอะไร ไม่งั้นคุณอาจได้วิเคราะห์ข้อมูลใหม่เสียเวลา

ส่วน Chi-Square นั้นเอาไว้เปรียบเทียบสัดส่วนไม่ใช่เปรียบเทียบค่าเฉลี่ย ซึ่งจะเปรียบเทียบว่าสัดส่วนที่คุณได้รับมาจากข้อมูลของคุณเท่ากับความคาดหวังทางทฤษฎีหรือไม่ หรือเท่ากับค่าที่ได้จากประชากรหรือตัวอย่างที่เราสนใจเปรียบเทียบหรือไม่

วันนี้วันที่เท่าไหร่แล้วเนี่ย หวังว่าคงทันนะ
tkesmala@yahoo.com (IP:202.12.97.118)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 13 1 ก.พ. 2555 (20:20)
สวัสดีครับ รบกวนถามเรื่องการตัด outlier หน่อยครับ
คือผมทำเรื่องการวัดประสิทธิภาพของวัสดุลอกลายครับ ผมทำกับพื้นผิวตัวอย่าง 5 แบบครับ แต่ละแบบสุ่มวัด 7 จุด

1 พื้นผิว 12.87 17.73 17.35 17.56 17.86 17.48 19.00
ลอกลาย 11.49 12.33 14.24 12.90 13.38 13.31 13.63

ผมเลือกเปรียบเทียบโดยการใช้ compare mean >> paired t-test เพื่อดูว่าที่ต่างกันนั้นมีนัยยะรึเปล่า
แต่ปัญหาคือข้อมูลบางค่าเป็น outlier (ดูจาก box plot) ผมจะตัด outlier ออกครับ ช่วยดูให้หน่อยครับว่าวิธีการ
ตัดของผมถูกรึเปล่า?

ดูที่ ค่าพื้นผิว มีค่า 12.87 และ 19.00 เป็น outlier และเนื่องจากจะต้องทำ paired t-test ผมก้อเลยตัด
ค่าลอกลายที่เป็นคู่ของมันด้วย (11.49 และ 13.63) แค่นี้ผมคิดว่ามันจะจบ แต่กลายเป็นว่า ข้อมูล ลอกลาย
14.24 กลับกลายเป็น outlier มาอีก ทำให้ต้องตัดออกอีกคู่ กลายเป็นว่าข้อมูลที่ใช้ได้เหลือ 4 คู่ ผมจึงทำ paired t-test
แค่ 4 คู่นี้

พื้นผิว 17.73 17.56 17.86 17.48
ลอกลาย 12.33 12.90 13.38 13.31

วิธีที่ผมทำนี้ถูกต้องมั้ยครับ ช่วยชี้แนะด้วยครับ
ขอบคุณครับ
ณัฐพงศ์
Khun_nattapong@hotmail.com (IP:60.56.229.9)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 14 1 มิ.ย. 2555 (18:11)
อยากทราบสถิติการค้นงานวิจัย
lowlow4013@hotmail.com (IP:110.49.243.132)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 15 14 ม.ค. 2556 (11:59)
รบกวนสอบถามงานวิจัยค่ะ คือ หนูกำลังทำงานวิจัย เรื่อง "พฤติกรรมการใช้สื่อสังคมออนไลน์กับความพึงพอใจ"ค่ะ
ตั่งสมมติฐานไว้ 3 ข้อ ดังนี้
1. เพศมีความสัมพันธ์กับพฤติกรรมด้านปริมาณการใช้สื่อสังคมออนไลน์
2. รายได้มีความสัมพันธ์กับพฤติกรรมด้านปริมาณการใช้สื่อสังคมออนไลน์
3. การใช้ประโยชน์จากสื่อสังคมออนไลน์มีความสัมพันธ์กับความพึงพอใจ

หนู อยากทราบว่าสมมติฐานข้อที่ 1-2 หนูจะใช้ ไค – สแควร์
(Chi – square test)เพื่อทดสอบความเกี่ยวข้องหรือสัมพันธ์กันระหว่างเพศกับพฤติกรรมการใช้และทดสอบระหว่างรายได้กับพฤติกรรมการใช้ ได้ไหมค่ะ แบบสอบถามของหนูเกี่ยวกับปริมาณการใช้แบ่งเป็น ใช้มากที่สุด ใช้มาก ใช้ปานกลาง ใช้น้อย และใช้น้อยที่สุดค่ะ

และสมมติฐานข้อที่ 3 ใช้การวิเคราะห์สหสัมพันธ์ (Correlation) ในการวิเคราะห์ความสัมพันธ์ระหว่างการใช้จากสื่อสังคมออนไลน์มีความสัมพันธ์กับความพึงพอใจ ถูกต้องไหมค่ะ แบบสอบถามของหนูในส่วนของการใช้ประโยชน์จากสื่อสังคมออนไลน์ มี 11 ข้อ เป็นแบบ Rating Scale 5 ระดับค่ะ และในส่วนของความพึงพอใจ ก็มี 11 ข้อและเป็นแบบRating Scale 5 ระดับเหมือนกันค่ะ (หนูอยากทราบว่าพอเราคีย์ข้อมูลทั้งหมด ลงใน Spss แล้วให้โปรแกรมคำนวณ มันออกมาเป็นตารางเยอะแยะเลยค่ะ หนูไม่ทราบว่า เราต้องดูตรงไหน เอาตัวเลขส่วนไหน มาสรุปผลค่ะ หาเอกสาร ตำราต่างๆก็ไม่มีบอก อยากขอความช่วยเหลือจาก อ. หรือ ผู้ที่มีความรู้ทางสถิติวิจัยช่วยให้ความรู้กับหนูหน่อยค่ะ ขอบคุณค่ะ)

nuinaka_06@hotmail.com (IP:58.9.245.65)

จำไว้ตลอด

ความเห็นเพิ่มเติม วิชาการ.คอม
ชื่อ / email:
ข้อความ

กรุณาล๊อกอินก่อน เพื่อโพสต์รูปภาพ และ ใช้ LaTex ค่ะ สมัครสมาชิกฟรีตลอดชีพที่นี่
กรอกตัวอักษรตามภาพ
ตัวช่วย 1: CafeCode วิธีการใช้
ตัวช่วย 2: VSmilies วิธีการใช้
ตัวช่วย 3: พจนานุกรมไทย ออนไลน์ ฉบับราชบัณฑิต
ตัวช่วย 4 : dictionary ไทย<=>อังกฤษ ออนไลน์ จาก NECTEC
ตัวช่วย 5 : ดาวน์โหลด โปรแกรมช่วยพิมพ์ Latex เพื่อแสดงสมการบนวิชาการ.คอม
Google  
ผู้สนับสนุน คลิีกดูสถิติ
อีเมล : star@vcharkarn.com
โทรศัพท์ : 02-9620127
Creative Commons License สงวนสิทธิ์บางประการภายใต้สัญญาอนุญาต ครีเอทีฟคอมมอนส์ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย.
ท่านสามารถนำเนื้อหาในส่วนบทความไปใช้ แสดง เผยแพร่ โดยต้องอ้างอิงที่มา ห้ามใช้เพื่อการค้าและห้ามดัดแปลง
Page generated in0.0284 seconds !