|
ความเชื่อผิด ๆ ทางวิทยาศาสตร์
โพสต์เมื่อ:
13:20 วันที่ 26 ธ.ค. 2550 ชมแล้ว:
63,298
ตอบแล้ว:
8
บางคนบอกว่าควรดื่มน้ำเปล่าวันละ 8 แก้ว จะมีสุขภาพดี และการอ่านหนังสือในที่มืดจะทำให้เสียสายตา
ส่วนบางคนเชื่อว่า เราใช้สมองกันแค่เพียง 10% หรือความเชื่อทางฝรั่งที่ว่า ถ้าเราโกนขนหน้าแข้ง จะทำให้ผมเราดกดำขึ้น โดย ความเชื่อทางวิทยาศาสตร์ มีดังนี้ครับ 1. เราควรดื่มน้ำเปล่าวันละ 8 แก้วต่อวัน 2. เราใช้แค่ 10% ของสมองของเราทั้งหมด 3. ผมและเล็บสามารถงอกยาวขึ้นหลังจากที่เราตายแล้ว 4. อ่านหนังสือให้แสงสลัว ๆ ทำให้เราสายตาเสีย 5. การโกนขนหรือผม จะทำให้ผมเรางอกใหม่เร็วขึ้นและแข็งขึ้น 6. การใช้โทรศัพท์มือถือในโรงพยาบาล อาจก่อให้เกิดอันตรายได้ 7. การกินไก่งวง จะทำให้เราง่วงกว่าปกติ แต่ว่ามีรายงานวิจัยจากนักวิจัยสหรัฐอเมริกาออกมาครับ ว่า ความเชื่อทางวิทยาศาสตร์ บางเรื่องก็เป็นเรื่องที่ไม่จริง ในขณะที่บางเรื่องไม่มีหลักฐานพิสูจน์ ตามรายงานจาก British Medical Journal ครับ โดนนักวิจัยจาก Indiana University School of Medicine ได้ออกมาอธิบายความเชื่อต่าง ๆ เหล่านี้ครับ เรื่องดื่มน้ำเปล่าวันละ 8 แก้วต่อวันจะสุขภาพดี ไม่เป็นความจริง เพราะว่าเราสามารถได้น้ำอย่างพอเพียงจากการดื่มน้ำชนิดอื่น ๆ ด้วยเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นน้ำผลไม้, นม หรือแม้กระทั่งเครื่องดื่มอย่างกาแฟครับ ในขณะเดียวกัน ดื่มน้ำมากเกินไปอาจจะทำให้ส่งผลร้ายต่อร่างกายได้อีกต่างหาก ส่วนความเชื่อที่ว่าเราใช้เพียง 10% ของสมองทั้งหมดก็ไม่เป็นความจริง โดยเมื่อเราศึกษาจากผู้ป่วยด้านสมองจะพบว่า สมองไม่ว่าส่วนใด ถ้ามีการเสียหายไม่ว่าระดับไหนก็จะส่งผลกระทบส่วนใดส่วนหนึ่งของร่าย ไม่ว่าจะเป็นด้านจิตใจ, การสั่งการเคลื่อนไหว หรือว่าจะเป็นด้านอารมณ์ ซึ่งการศึกษาที่ผ่านมา พบว่าไม่มีสมองส่วนไหนเลยที่ไม่ได้ใช้งาน ส่วนความเชื่อที่ว่าผมและเล็บสามารถงอกยาวขึ้นได้หลังจากตาย นั่นก็น่าจะเป็นเพราะเมื่อคนเสียชีวิตลงไป กล้ามเนื้อจะเกิดอาการหดตัวตัง ทำให้คิดไปว่าเล็บและผมงอกยาวขึ้น นอกจากนั้นการที่ผมและเล็บจะงอกยาวขึ้นได้จะต้องใช้ระบบฮอร์โมนอันซับซ้อนซึ่งไม่น่าจะทำงานได้หลังจากเสียชีวิต เช่นเดียวกัน ความเชื่อที่ว่าการโกนขนจะทำให้ขนงอกเร็วขึ้น เยอะขึ้น และแข็งขึ้น ตามรายงานของ Rachel Vreeman จาก BMJ Journal รางงานนั้นได้สรุปว่าการโกนขนไม่ได้ทำให้ขนที่ขึ้นมาใหม่งอกเร็วขึ้นเลย รวมทั้งไม่ได้เยอะขึ้นหรือแข็งขึ้นเลย และเช่นกัน นักวิจัยก็ได้บอกว่าการอ่านหนังสือในที่มืดก็ไม่ได้ทำให้เราสายตาเสียแต่อย่างใด รวมถึงไม่มีหลักฐานยืนยันว่าการใช้โทรศัพท์มือถือในโรงพยาบาลจะรบกวนการทำงานของเครื่องมืออิเล็กทรอนิกแต่อย่างใด เนื่องจากคลื่นจากโทรศัพท์มือถือเบาเกินกว่าจะสร้างความเสียหายให้เครื่องมือในโรงพยาบาล สุดท้าย ความเชื่อที่ว่า Tryptophan ซึ่งเป็นกรดอะมิโนในไก่งวงจะทำให้เราง่วงนอนผิดปกติ ซึ่งในความจริง เนื้อชนิดอื่น ๆ เช่น ไก่หรือเนื้อวัวก็มี Tryptophan เช่นกันในปริมาณที่พอ ๆ กัน โดยนักวิจัยอธิบายว่า การกินอาหารมื้อใหญ่ ๆ หนัก ๆ อาจจะทำให้เรารู้สึกง่วงนอนได้ เนื่องจากเลือดและออกซิเจนไปเลี้ยงน้อยลง และอาหารที่มีโปรตีนหรือคาร์โบไฮเดรทเยอะก็สามารถทำให้เราง่วงนอนได้ รวมถึงการดื่มไวน์ก็อาจจะทำให้เราง่วงนอนเช่นกัน แต่ Dr. David Tovey บก. ของ Clinical Evidence journal บอกว่า มันก็เป็นเรื่องยากที่จะ พิสูจน์ว่าเรื่องเหล่านี้ผิด เรื่องนี้มี 2 ด้าน การที่ไม่มีหลักฐานไม่ได้หมายความว่าเรื่องพวกนี้ไม่มีผลกระทบเลย ความเชื่อบางเรื่องก็ไม่มีอันตราย แต่ในขณะเดียวกันเราก็พบว่าบางเรื่องตรงกันข้ามกับที่เราเชื่อและปฏิบัติโดยสิ้นเชิง โดย Dr. David Tovey ยกตัวอย่างความเชื่อผิด ๆ ที่มีอันตราย เช่น การที่มีความเชื่อให้เด็กทารกนอนคว่ำ ซึ่งจริง ๆ การให้ทารกนอนหงายจะลดอันตรายมากกว่า ซึ่งความเชื่อแต่ละอย่างก็ควรจะใช้วิจารณญาณกันให้ดีนะครับ เพราะในบ้านเราบางเรื่องก็มีการโฆษณาเกินจริงพอสมควรครับ ที่มา http://news.bbc.co.uk/2/hi/health/7153880.stm เพิ่มเติม http://news.bbc.co.uk/2/hi/health/6194525.stm http://clinicalevidence.bmj.com/ceweb/index.jsp http://en.wikipedia.org/wiki/Tryptophan เราควรดื่มน้ำวันละ 8 แก้วเป็นความเชื่อผิด ๆ ![]() จำนวน 7 ความเห็น, หน้า่ | -1- ได้รู้มาขึ้นคะ หมิว (IP:210.86.221.178) ... ไอ้สมอง 10% นะเข้า ใจความหมายว่า งัยคับ คือใช้ 10% จากที่มี หรือ 10% จากความสามารถที่สมองคนเรามี สมองเราต้องใช้ ทุกส่วยอยู่แล้ว แต่ เราได้ใช้ ทุกส่วนอย่าง เต็มที่ ยังนี้สิ ครับ ดังนั้นการที่ ว่าเรา ตัดสมองออก บางส่วนก็มี ผลกระทบ นะ นั้นมันก็เป็น ปกติอยู่แล้ว เราเลยคิดว่า ใช่มาเป็น เหตุไม่ได้ ส่วนที่ จะว่า 10% จริงไม ก็ขึ้นอยู่กับ ผู้อ่านว่า แต่ละ วันเราใช่ สมองกับ คณิตศาสตร์ หรือเกมมากกว่ากัน princessofdarkness_wan@hotmail.com (IP:61.91.165.184) สมอง 10% ที่เราใช้กันอยู่ทุกวันนี้เป็นสมอง ซีกขวา ส่วนอีก 90% ที่เหลือนั้นเป็นสมองซีก ซ้าย ที่คนส่วนใหญ่ไม่ค่อยใช้กันสักเท่าไหร่ ก็คือ ส่วนของการจิตนาการนั่นเอง คนเรามัก คิดว่าคนที่คำนวณเก่งจำใช้สมองได้ดีกว่า แต่นั่นก็เป็นเพียงแค 10% แต่อีก 90% อยู่ที่การจิตนาการมากกว่า อย่างที่ไอน์สไตส์ ได้กล่าวไว้ว่า " จินตนาการนั้น สำคัญ กว่าความรู้ " ยิ่งถ้ารู้มากแล้วก็มีจิตนาการสูง ล่ะก็???????????????????????.................. เหอะ ๆ งมงาย ♥lวJกำ♥ (IP:58.8.19.204) ความเห็นเพิ่มเติมที่ 5 24 ม.ค. 2551 (12:16) จิตนาการดี หน้าเชื่อ......????? น.ส.จุฑารัตน์ ถาโคตรจันทร์ (IP:203.113.27.106) ความเห็นเพิ่มเติมที่ 6 24 ม.ค. 2551 (12:18) ดีค่ะ...????แน่นอนสิ นีน้า.... (IP:203.113.27.106) ความเห็นเพิ่มเติมที่ 7 1 ก.พ. 2551 (16:22) น่าจะดีน่ะ555 fanggiiz (IP:222.123.46.206) |