วิชาการดอทคอม ptt logo

พุทธสาวก พุทธสาวิกา และชาวพุทธตัวอย่าง

โพสต์เมื่อ: 20:04 วันที่ 29 ธ.ค. 2550         ชมแล้ว: 121,988 ตอบแล้ว: 20
วิชาการ >> กระทู้ >> ทั่วไป
พระอัสสชิ
เป็นบุตรพราหมณ์ ที่ได้รับเชิญให้ไปร่วมทำนายพระลักษณะของพระพุทธเจ้าในกรุงกบิลพัสดุ์ ในคราวที่ได้รับเชิญเลี้ยงโภชนาหารในพระราชพิธีทำนายพระลักษณ์ บิดาก็ได้บอกพระอัสสชิให้ฟังและสั่งไว้ว่า “บิดาก็ชราแล้ว คงจะไม่ทันเห็นพระองค์ ถ้าพระพุทธเจ้าเสด็จออกทรงผนวชเมื่อใดให้ออกบวชตามเสด็จเมื่อนั้น” และต่อมาท่านพระอัสสชิก็ มีความเลื่อมใสและเคารพนับถือในพระองค์มาก ในคราวที่พระมหาบุรุษเสด็จออกทรงผนวชและทรงบำเพ็ญทุกกรกิริยาอยู่ ท่านได้ทราบข่าวคราวจึงพร้อมกับพราหมณ์อีก ๔ คนซึ่งมีโกณฑัญญะเป็นหัวหน้า พากันออกบวชเป็นฤาษีตามเสด็จ คอย รับใช้พระองค์ทุกเช้าค่ำ ตลอดเวลาที่ที่ทรงบำเพ็ญทุกกรกิริยานานถึง ๖ ปี แต่พระองค์ไม่สามารถบรรลุธรรมพิเศษได้ จึง ทำให้พระองค์ทรงทราบว่ามิใช่หนทางแห่งการตรัสรู้เป็นแน่แท้ จึงทรงเลิกการบำเพ็ญทุกกรกิริยานั้นเสีย พระองค์ตั้งพระทัยว่า จะบำเพ็ญเพียรสืบไป แต่ปัญจวัคคีย์ทั้ง ๕ คน มีความเข้าใจว่าพระองค์ทรงคลายจากความเพียรเวียนมาเป็นคนมักมากใน กามคุณเสียแล้ว จึงคิดว่าพระองค์คงจะไม่ได้บรรลุธรรมพิเศษอันใดอันหนึ่งแน่นอน จึงพร้อมกันละทิ้งพระองค์ไปอยู่ที่ป่า อิสิปตนมฤคทายวัน แขวงเมืองพาราณสี เมื่อพระองค์ทรงบำเพียรทางใจได้ตรัสรู้เป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้าแล้ว พระองค์ จึงเสด็จไป ทรงแสดงปฐมเทศนา ชื่อว่า ธัมมจักกัปปวัตนสูตร โปรดปัญจวัคคีย์ทั้ง ๕ คน และได้ แสดงปกิณกเทศนา เมื่อครบวาระที่ ๔ พระอัสสชิก็ได้ดวงตาเห็นธรรม พระอัสสชิเถระ ได้บรรพชาอุปสมบทด้วยวิธีเอหิภิกขุอุปสัมปทา ต่อมาได้ฟังพระธรรมเทศนาชื่อว่า อานัตตลักขณสูตร จึงบรรลุเป็นพระอรหันต์ ในคราวที่พระบรมศาสดาทรงส่งสาวกออกไปประกาศพระศาสนา ท่านก็เป็นคนหนึ่งในจำนวนนั้นที่ช่วยประกาศพระศาสนาที่สำคัญเช่นกัน ท่านเป็นผู้ที่มีปัญญาเฉลียวฉลาด รู้จักประมาณตน ไม่ชอบโอ้อวด หรือมีความเย่อหยิ่ง ตลอดถึงกิริยามารยาทเรียบร้อยน่าเลื่อมใส และท่านพระอัสสชิได้ชักนำอุปติสสปริพาชกไปเฝ้าพระบรมศาสดา ปรากฏว่าในกาลต่อมาอุปติสสปริพาชกได้บรรพชาอุปสมบทในพระพุทธศาสนา มีนามว่า "พระสารีบุตร" เป็นพระอัครสาวกเบื้องขวา ซึ่งจะเห็นได้ว่าพระอัสสชิเถระได้ศิษย์ ที่มีความสำคัญองค์หนึ่ง ท่านดำรงอายุสังขารพอสมควรแก่กาลแล้วก็ดับขันธ์ปรินิพพาน
69846


พลอยเด็กวิทย์ผ่อนคลาย
ร่วมแบ่งปัน162 ครั้ง - ดาว 11 ดวง





จำนวน 19 ความเห็น, หน้าที่ | -1-
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 1 29 ธ.ค. 2550 (20:05)
69849
พระกีสาโคตมีเถรี ถือกำเนิดในสกุลคนเข็ญใจในกรุงสาวัตถี บิดามารดาตั้งชื่อให้นางว่า “โคตมี” แต่เพราะความที่นางเป็นผู้มีรูปร่างบอบบางคนทั่วไปจึงพากันเรียกว่า “กีสาโคตมี” นางได้อยู่ร่วมกับสามีจนมีบุตรหนึ่งคน แต่ไม่นานบุตรของนางก็ถึงแก่ความตาย นางห้ามมิให้คนนำบุตรของนางไปเผา เพราะนางไม่เคยเห็นคนตาย จึงอุ้มร่างบุตรชายที่ตายแล้วนั้นเที่ยวเดินถามตามบ้านเรือนต่าง ๆ ว่ามียารักษาบุตรของนางบ้างหรือไม่ คนทั้งหลายพากันคิดว่า “นางคงจะเป็นบ้า จึงเที่ยวหายารักษาคนตายให้ฟื้น” อุบาสกผู้มีปัญญาคนหนึ่งเห็นกิริยาของนางแล้วจึงกล่าวกับนางว่า “แม่หนู ฉันเองไม่รู้จักยารักษาลูกของเธอหรอก แต่พระสมณโคดมขณะนี้ประทับอยู่ที่พระวิหารเชตวัน พระองค์ท่านรู้จักยาที่จะรักษาลูกของเธอได้” นางรู้สึกดีใจที่ทราบว่า มีคนสามารถรักษาลูกน้อยของนางให้หายได้ จึงอุ้มลูกน้อยรีบมุ่งตรงไปยังพระวิหารเชตวัน เข้าไปกราบถวายบังคมพระบรมศาสดาแล้วทูลถามหายาที่จะนำมารักษาลูกของนางให้หายได้ พระพุทธองค์ รับสั่งให้นางไปหาเมล็ดพันธุ์ผักกาด ที่ได้จากบ้านที่ไม่เคยมีคนตายมาก่อนเท่านั้น จึงจะสามารถให้เป็นเครื่องปรุงยาได้ ในดวงจิตของนางคิดว่า ของสิ่งนี้หาไม่ยาก นางอุ้มร่างลูกน้อยเข้าไปในหมู่บ้าน ออกปากขอเมล็ดพันธุ์กาดตั้งแต่บ้านหลังแรกเรื่อยไป ปรากฏว่าทุกบ้านมีเมล็ดพันธุ์ผักกาดทั้งนั้น แต่พอถามว่าที่บ้านนี้เคยมีคนตายหรือไม่ เจ้าของบ้านต่างก็ตอบเหมือนกันอีกว่า “ที่บ้านนี้ คนที่ยังเหลืออยู่นี้น้อยกว่าคนที่ตายไปแล้ว” เมื่อทุกบ้านต่างตอบกันอย่างนี้ นางจึงเข้าใจว่า “ความตายนั้นเป็นอย่างไรและคนที่ตาย ก็มิใช่ว่าจะตายเฉพาะลูกของเธอเท่านั้น ทุกคนเกิดมาก็ต้องตายเหมือนกันหมด” นางจึงวางร่างลูกน้อยไว้ในป่าแล้ว กลับไปกราบทูลพระบรมศาสดาว่า “ไม่สามารถจะหาเมล็ดพันธุ์กาดจากบ้านเรือนที่ไม่เคยมีคนตายได้”

พระพุทธองค์ ได้ทรงสดับคำกราบทูลของนางแล้วตรัสว่า “ โคตมี เธอเข้าใจว่าลูกของเธอเท่านั้นหรือที่ตาย อันความตายนั้นเป็นของธรรมดาที่มีคู่กับสัตว์ทั้งหลายที่เกิดมาในโลก เพราะว่ามัจจุราชย่อมฉุดคร่าสัตว์ทั้งหมด ผู้มีอัธยาศัยเต็มเปี่ยมไปด้วยกิเลสตัณหา ให้ลงไปในมหาสมุทรคือ อบายภูมิ อันเป็นเสมือนว่าห้วงน้ำใหญ่ ฉะนั้น ”นางได้ฟังพระดำรัสของพระบรมศาสดาจบลง ก็ได้บรรลุผลดำรงตนอยู่ในพระโสดาบันแล้วกราบทูลขอบรรพชา พระบรมศาสดารับสั่งให้ไปบรรพชาในสำนักของภิกษุณีสงฆ์ นางบวชแล้วได้นามว่า “ กีสาโคตมีเถรี ”
พลอยเด็กวิทย์ผ่อนคลาย
ร่วมแบ่งปัน162 ครั้ง - ดาว 11 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 2 29 ธ.ค. 2550 (20:09)
69850
พระนางมัลลิกา

ในกรุงสาวัตถีมีธิดาช่างดอกไม้ผู้ใหญ่คนหนึ่ง เป็นผู้มีรูปร่างสวยงามยิ่ง เป็นผู้มีบุญมาก มีอายุ ๑๖ ปี

อยู่มาวันหนึ่ง ธิดาของช่างดอกไม้นั้นเอาขนมถั่วใส่กระเช้าดอกไม้ ออกไปที่สวนดอกไม้ ก็ได้พบองค์สมเด็จพระจอมไตรบรมศาสดากับทั้งพระภิกษุสงฆ์เสด็จเข้าไปบิณฑบาตในพระนครก็ดีใจ จึงเอาขนมเหล่านั้นใส่ลงในบาตของพระศาสดา

ไหว้ แล้วก็เกิดปีติมีพระพุทธเจ้าเป็นอารมณ์ แล้วยืนอยู่ เมื่อสมเด็จพระบรมครูทอดพระเนตรดูแล้วทรงยิ้ม

ก็ตรัส ว่า “อานนท์ กุมาริกานี้จักได้เป็นอัครมเหสีของพระราชาโกศลในวันนี้ ด้วยผลที่ถวายขนมถั่ว” ดังนี้แล้วก็เสด็จไป ฝ่ายธิดาช่างดอกไม้นั้น ไปถึงสวนดอกไม้แล้ว ก็ร้องแพลงเก็บดอกไม้ไป ในวันนั้นเอง พระเจ้าปเสนทิโกศล ผู้ทรงสู้รบกับพระเจ้าอชาตศรัตรู เวลาพ่ายแพ้ก็เสด็จหนีขึ้นทรงม้าเสด็จมา ได้ทรงสดับเสียงร้องแพลงแห่งกุมาริกานั้น ก็มีพระทัยหฤทัย

ปฎิพัทธ์ พระบาทท้าวเธอจึงเสด็จไปที่สวนดอกไม้ทรงทราบว่ากุมาริกานั้นยังไม่มีสามี จึงโปรดให้ขึ้นนั่งบนหลังม้า

ห้อมล้อมด้วยพลนิกายเสด็จเเข้าสู่พระนคร แล้วโปรดให้ส่งกุมาริกานั้นกลับไปสู่เรือนตระกูล พอถึงเวลาเย็นก็โปรดให้รับมาด้วยสักการะใหญ่ อภิเษกบนกองแก้วแล้วตั้งให้เป็นพระอัครมเหสี พระนางมัลลิกานั้น ได้เป็นที่โปรดปรานของพระราชา เป็นที่คุ้นเคยกระทั่งพระพุทธเจ้าเป็นต้น ปรากฎพระนามว่า “พระนางมัลลิกาเทวี”
พลอยเด็กวิทย์ผ่อนคลาย
ร่วมแบ่งปัน162 ครั้ง - ดาว 11 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 3 29 ธ.ค. 2550 (20:10)
69851
พระอาจารย์มั่น ภูริทัตโต เกิดจังหวัดอุบลราชธานี สมัยเด็กเป็นคนใฝ่เรียนใฝ่รู้ สามารถเรียนรู้ได้รวดเร็ว โดยเฉพาะหนังสือประวัติศาสตร์และนวนิยายภาคอีสาน พระอาจารย์มั่นไม่พอใจในการปฎิบัตธรรมอยู่กับที่ เพระยังไม่รู้สึกว่าไม่ได้พบความจริงอันประเสริฐ จิตใจยังไม่พ้นจากความทุกข์ ยังไม่ได้รับความสงบ ในการปฏิบัติธรรมเจริญกรรมฐานในสถานที่ต่างๆ ท่านได้ระลึกเสมอว่า สาวกของพระพุทธเจ้า จะต้องถือเอาพระพุทธเจ้าเป็นมูลเหตุ ถือเอาพระพุทธเจ้าเป็นแบบฉบับ และถือเอาพระพุทธเจ้าเป็นที่พึ่งอาศัย ในช่วงที่พระอาจารย์มั่นได้ปฏิบัติธรรมบำเพ็ญเพียรอยู่ตามสถานที่ต่างๆ นั้นจะมีพระภิกษุที่สนใจปฏิบัติธรรมและได้ออกธุดงค์ติดตามท่านจำนวนมาก เช่น พระอาจารย์สิงห์ ขันตยาคโม พระมหาปิ่น เป็นต้น

พ.ศ.๒๔๖๔ พระอาจารย์มั่นได้จำพรรษาอยู่กับพระภิกษุสามเณร ๑๐ รูป ที่ป่าแห่งหนึ่ง ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากบ้านห้วยทราย จัหวัดนครประพนม ณ ที่แห่งนี้ท่านได้แก้ความเห็นผิดของชาวบ้านเกี่ยวกับเรื่องการนับถือผีสาง ให้หันมานับถือพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ เพราะพระรัตนตรัยเป็นที่พึ่งอันปลอดภัย พึ่งพาได้อย่างแท้จริง พ.ศ. ๒๔๗๑-๒๔๗๒ พระอาจารย์มั่นไปธุดงค์ไปเชียงใหม่ และได้เป็นเจ้าอาวาสที่วัดเจดีย์หลวง พร้อมกับได้รับการแต่งตั้งให้เป็นพระครูฐานาในสมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาวชิรญาณวโรรส สมเด็จพระสังฆราชเจ้า ที่พระครูธรรมธร และตั้งเป็นพระอุปัชฌาย์ แต่ในปีต่อมา ท่านก็ได่ลาออกและออกเดินธุดงค์ต่อไป

คุณธรรมที่ควรยึดถือ เป็นแบบอย่าง

1.เป็นผู้ที่มีความใฝ่รู้ ใฝ่เรียน 2.เป็นผู้ที่มีความกตัญญูกตเวที

3.เป็นผู้ที่มีความอดทน 4.เป็นผู้ที่มีความมุ่งมั่นและตั้งใจจริง

5.เป็นผู้ที่มีความสันโดษ
พลอยเด็กวิทย์ผ่อนคลาย
ร่วมแบ่งปัน162 ครั้ง - ดาว 11 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 4 29 ธ.ค. 2550 (20:11)
69852
สมเด็จพระวันรัต (เฮงเขมจาร) มีนามเดิมว่า เฮง หรือ กิมเฮง นามฉายาว่า เขมจารี เกิ ดเมื่อวันจันทร์ เดือน ๓ ขึ้น ๑๑ ค่ำ ปีมะเส็ง จ.ศ.๑๒๔๓ ตรงกับวันที่ ๓๐ มกราคม พ.ศ.๒๔๒๔ ณ บ้านท่าแร่ ต.สะแกกรัง อ.เมือง จ.อุทัยธานี บิดาเป็นจีนนอก ชื่อตั้วเก๊าแซ่ฉั่ว เป็นพ่อค้า มารดาชื่อ ทับทิม มีพี่น้องร่วมบิดามารดา ๔ คน สมเด็จฯ เป็นนักการศึกษา ตำแหน่งหน้าที่ประจำที่ไม่เคยเปลี่ยนแปลงและยืดยาวนานของท่าน คือ นายกมหาธาตุวิทยาลัย ซึ่งท่านได้รับช่วงสืบต่อมาจาสมเด็จ พระวันรัต (ฑิต) พระอุปัชฌายะของท่าน และท่านก็สามารถทำนุบำรุง และจัดการศึกษาของสถานศึกษาฝ่ายพระมหานิกายแห่งนี้ให้เจริญก้าวหน้าเป็นอย่างยิ่ง สมดังพระราชปณิธานของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ซึ่งปรากฏในประกาศพระราชปรารภในการก่อพระฤกษ์สังฆิกเสนาสนราชวิทยาลัย ท้าวความเดิมถึงพระราชปณิธานที่ตรงตั้งมหาธาตุวิทยาลัยไว้ว่า “อีกสถานหนึ่ง เป็นที่เล่าเรียนของคณะสงฆ์ฝ่ายมหานิกาย ได้ตั้งไว้ที่วัดมหาธาตุฯ ได้เปิดการเล่าเรียนมาตั้งแต่วันที่ ๘ พฤศจิกายน รัตนโกสินทรศก ๑๐๘ (พ.ศ.๒๔๓๒) สืบมา” สมเด็จฯ ทุ่มเทชีวิตจิตใจและสติปัญญาลงไปในการจัดการศึกษาของมหาธาตุวิทยาลัยอย่างจริงจัง นอกจากจัดการศึกษาโดยตรงแล้ว เพื่อสนับสนุนการศึกษาให้มั่นคงถาวรยิ่งขึ้น สมเด็จฯ ได้ขวนขวายจัดตั้งมูลนิธิบำรุงการศึกษาพระปริยัติธรรมของมหาธาตุวิทยาลัยขึ้น เมื่อ พ.ศ.๒๔๖๘ เรียกชื่อตามตราสารตั้งมูลนิธิว่า “นิธิ โรงเรียนบาลีมหาธาตุวิทยาลัย” มีคณะกรรมการทั้งฝ่ายบรรพชิตและฝ่ายคฤหัสถ์ร่วมจัดการ และมีระเบียบดำเนินการอย่างรัดกุมเป็นอย่างดียิ่ง สำนักงานของมูลนิธิ ตั้งอยู่ที่สำนักงานพระคลังข้างที่ในพระบรมราชวัง การจัดตั้งมูลนิธิของสมเด็จฯ ทำให้มหาธาตุวิทยาลัยสมัยนั้นมีฐานะมั่นคงเข้มแข็ง และสามารถขยายการศึกษาได้กว้างขวางยิ่งขึ้น ด้วยความเป็นห่วง ในการศึกษาพระปริยัติธรรม แม้เมื่อสมเด็จฯ บำเพ็ญกุศลในคราวมีอายุครบ ๕ รอบ

หรือ ๖๐ ปีบริบูรณ์ ใน พ.ศ.๒๔๘๕ ยังได้สร้างหนังสือแปลบาลีแบบสนามหลวง ตั้งแต่ประโยค ๓ ถึงประโยค ๙ ซึ่งสมเด็จฯ แปลขึ้นเพื่อใช้เป็นตัวอย่าง แจกจ่ายไปตามสำนักเรียนต่าง ๆ ทั้งในกรุงและหัวเมือง ตลอดถึงนักเรียนผู้ต้องการทั้งในสำนักวัดมหาธาตุฯ และต่างสำนัก

ท่านป่วยด้วยโรคหลอดลมอักเสบเรื้อรังกับขั้วปอดโตขึ้น มีอาการไอกำเริบ มรณภาพวันที่๑๐ พฤษภาคม พ.ศ.๒๔๘๖ ณ หอเย็นคณะเลข ๑ วัดมหาธาตุฯ อายุได้ ๖๓ ปี พรรษาได้ ๔๒ พรรษา
พลอยเด็กวิทย์ผ่อนคลาย
ร่วมแบ่งปัน162 ครั้ง - ดาว 11 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 5 29 ธ.ค. 2550 (20:37)
69857
สุชีพ ปุญญานุภาพ ชื่อเดิมว่าบุญรอด สงวนเชื้อเป็นบุตรชายของนายอ่วม และนางทองคำ สงวนเชื้อ เกิดเมื่อวันที่ ๑๓ เมษายน พ.ศ. ๒๔๖๐ ณ หมู่บ้านตลาดบางไทรป่า ตำบลบางไทรป่า อำเภอบางเลน จังหวัดนครปฐมเป็นนักวิชาการที่ได้รับการยอมรับทั้งจากพุทธศาสนิกชนและคณะสงฆ์ไทยอย่างกว้างขวาง ในฐานะที่สมบูรณ์ด้วยวิชาความรู้ทางพระพุทธศาสนาอย่างเยี่ยมยอด หาใครเทียมได้ยาก ในเวลาเดียวกัน ก็มีความประพฤติที่ดีงาม สุภาพอ่อนโยน ระหว่างที่ท่านเคยบวชเป็นพระอยู่ในชื่อว่า สุชีโว ภิกขุ ท่านมีชื่อเสียงโด่งดังที่สุด เพราะประการแรก ท่านเชี่ยวชาญพระพุทธศาสนาเป็นเลิศ ประการที่สอง ท่านรอบรู้วิชาการสมัยใหม่อย่างเยี่ยม ประการที่สาม ท่านเป็นพระภิกษุไทยรูปแรกที่บรรยายธรรมเป็นภาษาอังกฤษ ทำให้เกิดการติดต่อระหว่างชาวพุทธในต่างประเทศกับประเทศไทย แม้ว่าท่านจะมีภาระงานมากมาย แต่ท่านก็เป็นนักเขียน ที่ผลิตงานเขียน ทั้งในรูปหนังสือและตำราเผยแพร่ความรู้ด้านพุทธศาสนา รวมทั้งนวนิยายอิงธรรมะเป็นจำนวนมาก นอกจากนั้น ยังเป็นผู้บุกเบิกทำพจนานุกรมศัพท์พระพุทธศาสนาอีกด้วย อาจารย์สุชีพสร้างลูกศิษย์ผู้ชำนาญทางพระพุทธศาสนามากมายทั่วประเทศ

บิดาแห่งมหาวิทยาลัยสงฆ์ไทย สมัยเป็นพระภิกษุอยู่วัดกันตมาตุยาราม ท่านเปิดสอนวิชาพระพุทธศาสนาควบคู่กับวิชาทางโลกสมัยใหม่ให้ศิษยานุศิษย์ที่เป็นพระภิกษุและสามเณร รวมทั้งประชาชนทั่วไป ต่อมา พระพรหมมุนี (ผิน สุวโจ) ผู้ช่วยเจ้าอาวาส วัดบวรนิเวศวิหาร ได้แนะนำให้ท่านรื้อฟื้นมหามกุฏราชวิทยาลัย อันเป็นวิทยาลัยสงฆ์แห่งแรกที่ก่อตั้งขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 5 แต่ยุบกิจการไปนานแล้ว หลังจากประสบปัญหาต่างๆ และเสนอแนะให้ท่านมาใช้สถานที่ในวัดบวรนิเวศวิหาร ท่านจึงพาลูกศิษย์มาขอใช้สถานที่ วัดบวรนิเวศวิหาร เพื่อเริ่มเปิดเรียนเป็นกิจลักษณะ แม้จะมีการต่อต้านจากพระสงฆ์ผู้ใหญ่มาก เพราะถือว่าวิชาความรู้สมัยใหม่ เช่น ภาษาอังกฤษ เป็นเดรัจฉานวิชา แต่ท่านก็สู้อดทน วัตถุประสงค์ก็คือ ต้องการสร้างบุคคลากรที่สามารถประยุกต์ พุทธธรรม ให้เข้ากับสังคมสมัยใหม่ จนกระทั่ง ได้รับการสนับสนุนจาก สมเด็จพระสังฆราชเจ้า กรมหลวงวชิรญาณวงศ์ ซึ่งได้ออกโรงสนับสนุนด้วยพระองค์เอง โดยทรงมีพระบัญชาให้ประกาศเพื่อตั้งสภาการศึกษา มหามกุฏราชวิทยาลัยเมื่อปี พ.ศ. 2488 ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของ มหาวิทยาลัยสงฆ์ ไทยในยุคใหม่
พลอยเด็กวิทย์ผ่อนคลาย
ร่วมแบ่งปัน162 ครั้ง - ดาว 11 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 6 17 มิ.ย. 2551 (21:06)

ขอเมล์หน่อยดิ แอดมาก็ได้ เรา F35-B2@hotmail.com


SPEEDBOAT
ร่วมแบ่งปัน2 ครั้ง - ดาว 50 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 7 17 มิ.ย. 2553 (19:06)
ผมอยากไปปฏิบัติธรรมพุทธสาวิกา
สมากร (IP:124.157.181.123)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 8 5 ก.ค. 2553 (12:33)
ไม่ดีค่ะ
คนตัวดำ (IP:110.49.204.2)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 9 6 ก.ค. 2553 (17:22)
ข้อความมีน้อยมากๆๆๆๆๆๆๆตอนเราทำรายงานส่งอาจารย์ มากกว่านี้อีก
maviga_123@hotmel (IP:110.49.204.13)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 11 26 ส.ค. 2553 (17:37)
jjjui
- (IP:182.52.43.245)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 12 26 ส.ค. 2553 (17:38)
ประวัติมีมากไป น่าจะย่อมั่ง
- (IP:182.52.43.245)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 13 27 ส.ค. 2553 (15:48)
ขอบคุณค่ะสำหรับความรู้
คอม (IP:203.146.37.38)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 14 5 ก.ย. 2553 (13:06)
อยากได้พุทธสาวิกาอย่างเดียว ง่ะ
เจ้ายิ๋งกุยช่าย (IP:58.8.95.191)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 15 11 พ.ย. 2553 (12:11)
ดีมากๆเลยค่ะ
chosi_fern@hotmail.com (IP:182.52.23.61)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 16 17 พ.ย. 2553 (20:32)
goodddddddddddddddddddddddddddd
jomponkontoodtaak@hotmail.com (IP:180.180.215.192)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 17 24 พ.ย. 2553 (19:26)
ดีดี มากนะคะ
patcha_su_max@hotmail.com (IP:113.53.90.129)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 18 6 ธ.ค. 2553 (11:06)
ไม่ได้เรื่องเลยคิดว่ามีที่ต้องการเซ็ง
เครียด (IP:124.157.190.84)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 19 25 มิ.ย. 2554 (21:00)
ข้อมูลก็ ok ดีค่ะ ขอบคุณค่ะ^^
ผักกูด kessa_ra@hotmail.com (IP:202.91.18.195)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 20 15 ส.ค. 2555 (19:56)
ก็OKค่ะ
Wan_9128@hotmail.com (IP:27.130.139.194)

จำไว้ตลอด

ความเห็นเพิ่มเติม วิชาการ.คอม
ชื่อ / email:
ข้อความ

กรุณาล๊อกอินก่อน เพื่อโพสต์รูปภาพ และ ใช้ LaTex ค่ะ สมัครสมาชิกฟรีตลอดชีพที่นี่
กรอกตัวอักษรตามภาพ
ตัวช่วย 1: CafeCode วิธีการใช้
ตัวช่วย 2: VSmilies วิธีการใช้
ตัวช่วย 3: พจนานุกรมไทย ออนไลน์ ฉบับราชบัณฑิต
ตัวช่วย 4 : dictionary ไทย<=>อังกฤษ ออนไลน์ จาก NECTEC
ตัวช่วย 5 : ดาวน์โหลด โปรแกรมช่วยพิมพ์ Latex เพื่อแสดงสมการบนวิชาการ.คอม