|
พุทธสาวก พุทธสาวิกา และชาวพุทธตัวอย่าง
โพสต์เมื่อ:
20:04 วันที่ 29 ธ.ค. 2550 ชมแล้ว:
9,749
ตอบแล้ว:
6
พระอัสสชิ
เป็นบุตรพราหมณ์ ที่ได้รับเชิญให้ไปร่วมทำนายพระลักษณะของพระพุทธเจ้าในกรุงกบิลพัสดุ์ ในคราวที่ได้รับเชิญเลี้ยงโภชนาหารในพระราชพิธีทำนายพระลักษณ์ บิดาก็ได้บอกพระอัสสชิให้ฟังและสั่งไว้ว่า บิดาก็ชราแล้ว คงจะไม่ทันเห็นพระองค์ ถ้าพระพุทธเจ้าเสด็จออกทรงผนวชเมื่อใดให้ออกบวชตามเสด็จเมื่อนั้น และต่อมาท่านพระอัสสชิก็ มีความเลื่อมใสและเคารพนับถือในพระองค์มาก ในคราวที่พระมหาบุรุษเสด็จออกทรงผนวชและทรงบำเพ็ญทุกกรกิริยาอยู่ ท่านได้ทราบข่าวคราวจึงพร้อมกับพราหมณ์อีก ๔ คนซึ่งมีโกณฑัญญะเป็นหัวหน้า พากันออกบวชเป็นฤาษีตามเสด็จ คอย รับใช้พระองค์ทุกเช้าค่ำ ตลอดเวลาที่ที่ทรงบำเพ็ญทุกกรกิริยานานถึง ๖ ปี แต่พระองค์ไม่สามารถบรรลุธรรมพิเศษได้ จึง ทำให้พระองค์ทรงทราบว่ามิใช่หนทางแห่งการตรัสรู้เป็นแน่แท้ จึงทรงเลิกการบำเพ็ญทุกกรกิริยานั้นเสีย พระองค์ตั้งพระทัยว่า จะบำเพ็ญเพียรสืบไป แต่ปัญจวัคคีย์ทั้ง ๕ คน มีความเข้าใจว่าพระองค์ทรงคลายจากความเพียรเวียนมาเป็นคนมักมากใน กามคุณเสียแล้ว จึงคิดว่าพระองค์คงจะไม่ได้บรรลุธรรมพิเศษอันใดอันหนึ่งแน่นอน จึงพร้อมกันละทิ้งพระองค์ไปอยู่ที่ป่า อิสิปตนมฤคทายวัน แขวงเมืองพาราณสี เมื่อพระองค์ทรงบำเพียรทางใจได้ตรัสรู้เป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้าแล้ว พระองค์ จึงเสด็จไป ทรงแสดงปฐมเทศนา ชื่อว่า ธัมมจักกัปปวัตนสูตร โปรดปัญจวัคคีย์ทั้ง ๕ คน และได้ แสดงปกิณกเทศนา เมื่อครบวาระที่ ๔ พระอัสสชิก็ได้ดวงตาเห็นธรรม พระอัสสชิเถระ ได้บรรพชาอุปสมบทด้วยวิธีเอหิภิกขุอุปสัมปทา ต่อมาได้ฟังพระธรรมเทศนาชื่อว่า อานัตตลักขณสูตร จึงบรรลุเป็นพระอรหันต์ ในคราวที่พระบรมศาสดาทรงส่งสาวกออกไปประกาศพระศาสนา ท่านก็เป็นคนหนึ่งในจำนวนนั้นที่ช่วยประกาศพระศาสนาที่สำคัญเช่นกัน ท่านเป็นผู้ที่มีปัญญาเฉลียวฉลาด รู้จักประมาณตน ไม่ชอบโอ้อวด หรือมีความเย่อหยิ่ง ตลอดถึงกิริยามารยาทเรียบร้อยน่าเลื่อมใส และท่านพระอัสสชิได้ชักนำอุปติสสปริพาชกไปเฝ้าพระบรมศาสดา ปรากฏว่าในกาลต่อมาอุปติสสปริพาชกได้บรรพชาอุปสมบทในพระพุทธศาสนา มีนามว่า "พระสารีบุตร" เป็นพระอัครสาวกเบื้องขวา ซึ่งจะเห็นได้ว่าพระอัสสชิเถระได้ศิษย์ ที่มีความสำคัญองค์หนึ่ง ท่านดำรงอายุสังขารพอสมควรแก่กาลแล้วก็ดับขันธ์ปรินิพพาน ![]()
พลอยเด็กวิทย์ผ่อนคลาย
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 100 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 133 ดวง - โหวตเพิ่มดาว จำนวน 6 ความเห็น, หน้า่ | -1- ![]() พระพุทธองค์ ได้ทรงสดับคำกราบทูลของนางแล้วตรัสว่า โคตมี เธอเข้าใจว่าลูกของเธอเท่านั้นหรือที่ตาย อันความตายนั้นเป็นของธรรมดาที่มีคู่กับสัตว์ทั้งหลายที่เกิดมาในโลก เพราะว่ามัจจุราชย่อมฉุดคร่าสัตว์ทั้งหมด ผู้มีอัธยาศัยเต็มเปี่ยมไปด้วยกิเลสตัณหา ให้ลงไปในมหาสมุทรคือ อบายภูมิ อันเป็นเสมือนว่าห้วงน้ำใหญ่ ฉะนั้น นางได้ฟังพระดำรัสของพระบรมศาสดาจบลง ก็ได้บรรลุผลดำรงตนอยู่ในพระโสดาบันแล้วกราบทูลขอบรรพชา พระบรมศาสดารับสั่งให้ไปบรรพชาในสำนักของภิกษุณีสงฆ์ นางบวชแล้วได้นามว่า กีสาโคตมีเถรี
พลอยเด็กวิทย์ผ่อนคลาย
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 100 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 133 ดวง - โหวตเพิ่มดาว ![]() ในกรุงสาวัตถีมีธิดาช่างดอกไม้ผู้ใหญ่คนหนึ่ง เป็นผู้มีรูปร่างสวยงามยิ่ง เป็นผู้มีบุญมาก มีอายุ ๑๖ ปี อยู่มาวันหนึ่ง ธิดาของช่างดอกไม้นั้นเอาขนมถั่วใส่กระเช้าดอกไม้ ออกไปที่สวนดอกไม้ ก็ได้พบองค์สมเด็จพระจอมไตรบรมศาสดากับทั้งพระภิกษุสงฆ์เสด็จเข้าไปบิณฑบาตในพระนครก็ดีใจ จึงเอาขนมเหล่านั้นใส่ลงในบาตของพระศาสดา ไหว้ แล้วก็เกิดปีติมีพระพุทธเจ้าเป็นอารมณ์ แล้วยืนอยู่ เมื่อสมเด็จพระบรมครูทอดพระเนตรดูแล้วทรงยิ้ม ก็ตรัส ว่า อานนท์ กุมาริกานี้จักได้เป็นอัครมเหสีของพระราชาโกศลในวันนี้ ด้วยผลที่ถวายขนมถั่ว ดังนี้แล้วก็เสด็จไป ฝ่ายธิดาช่างดอกไม้นั้น ไปถึงสวนดอกไม้แล้ว ก็ร้องแพลงเก็บดอกไม้ไป ในวันนั้นเอง พระเจ้าปเสนทิโกศล ผู้ทรงสู้รบกับพระเจ้าอชาตศรัตรู เวลาพ่ายแพ้ก็เสด็จหนีขึ้นทรงม้าเสด็จมา ได้ทรงสดับเสียงร้องแพลงแห่งกุมาริกานั้น ก็มีพระทัยหฤทัย ปฎิพัทธ์ พระบาทท้าวเธอจึงเสด็จไปที่สวนดอกไม้ทรงทราบว่ากุมาริกานั้นยังไม่มีสามี จึงโปรดให้ขึ้นนั่งบนหลังม้า ห้อมล้อมด้วยพลนิกายเสด็จเเข้าสู่พระนคร แล้วโปรดให้ส่งกุมาริกานั้นกลับไปสู่เรือนตระกูล พอถึงเวลาเย็นก็โปรดให้รับมาด้วยสักการะใหญ่ อภิเษกบนกองแก้วแล้วตั้งให้เป็นพระอัครมเหสี พระนางมัลลิกานั้น ได้เป็นที่โปรดปรานของพระราชา เป็นที่คุ้นเคยกระทั่งพระพุทธเจ้าเป็นต้น ปรากฎพระนามว่า พระนางมัลลิกาเทวี
พลอยเด็กวิทย์ผ่อนคลาย
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 100 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 133 ดวง - โหวตเพิ่มดาว ![]() พ.ศ.๒๔๖๔ พระอาจารย์มั่นได้จำพรรษาอยู่กับพระภิกษุสามเณร ๑๐ รูป ที่ป่าแห่งหนึ่ง ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากบ้านห้วยทราย จัหวัดนครประพนม ณ ที่แห่งนี้ท่านได้แก้ความเห็นผิดของชาวบ้านเกี่ยวกับเรื่องการนับถือผีสาง ให้หันมานับถือพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ เพราะพระรัตนตรัยเป็นที่พึ่งอันปลอดภัย พึ่งพาได้อย่างแท้จริง พ.ศ. ๒๔๗๑-๒๔๗๒ พระอาจารย์มั่นไปธุดงค์ไปเชียงใหม่ และได้เป็นเจ้าอาวาสที่วัดเจดีย์หลวง พร้อมกับได้รับการแต่งตั้งให้เป็นพระครูฐานาในสมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาวชิรญาณวโรรส สมเด็จพระสังฆราชเจ้า ที่พระครูธรรมธร และตั้งเป็นพระอุปัชฌาย์ แต่ในปีต่อมา ท่านก็ได่ลาออกและออกเดินธุดงค์ต่อไป คุณธรรมที่ควรยึดถือ เป็นแบบอย่าง 1.เป็นผู้ที่มีความใฝ่รู้ ใฝ่เรียน 2.เป็นผู้ที่มีความกตัญญูกตเวที 3.เป็นผู้ที่มีความอดทน 4.เป็นผู้ที่มีความมุ่งมั่นและตั้งใจจริง 5.เป็นผู้ที่มีความสันโดษ
พลอยเด็กวิทย์ผ่อนคลาย
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 100 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 133 ดวง - โหวตเพิ่มดาว ![]() หรือ ๖๐ ปีบริบูรณ์ ใน พ.ศ.๒๔๘๕ ยังได้สร้างหนังสือแปลบาลีแบบสนามหลวง ตั้งแต่ประโยค ๓ ถึงประโยค ๙ ซึ่งสมเด็จฯ แปลขึ้นเพื่อใช้เป็นตัวอย่าง แจกจ่ายไปตามสำนักเรียนต่าง ๆ ทั้งในกรุงและหัวเมือง ตลอดถึงนักเรียนผู้ต้องการทั้งในสำนักวัดมหาธาตุฯ และต่างสำนัก ท่านป่วยด้วยโรคหลอดลมอักเสบเรื้อรังกับขั้วปอดโตขึ้น มีอาการไอกำเริบ มรณภาพวันที่๑๐ พฤษภาคม พ.ศ.๒๔๘๖ ณ หอเย็นคณะเลข ๑ วัดมหาธาตุฯ อายุได้ ๖๓ ปี พรรษาได้ ๔๒ พรรษา
พลอยเด็กวิทย์ผ่อนคลาย
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 100 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 133 ดวง - โหวตเพิ่มดาว ![]() บิดาแห่งมหาวิทยาลัยสงฆ์ไทย สมัยเป็นพระภิกษุอยู่วัดกันตมาตุยาราม ท่านเปิดสอนวิชาพระพุทธศาสนาควบคู่กับวิชาทางโลกสมัยใหม่ให้ศิษยานุศิษย์ที่เป็นพระภิกษุและสามเณร รวมทั้งประชาชนทั่วไป ต่อมา พระพรหมมุนี (ผิน สุวโจ) ผู้ช่วยเจ้าอาวาส วัดบวรนิเวศวิหาร ได้แนะนำให้ท่านรื้อฟื้นมหามกุฏราชวิทยาลัย อันเป็นวิทยาลัยสงฆ์แห่งแรกที่ก่อตั้งขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 5 แต่ยุบกิจการไปนานแล้ว หลังจากประสบปัญหาต่างๆ และเสนอแนะให้ท่านมาใช้สถานที่ในวัดบวรนิเวศวิหาร ท่านจึงพาลูกศิษย์มาขอใช้สถานที่ วัดบวรนิเวศวิหาร เพื่อเริ่มเปิดเรียนเป็นกิจลักษณะ แม้จะมีการต่อต้านจากพระสงฆ์ผู้ใหญ่มาก เพราะถือว่าวิชาความรู้สมัยใหม่ เช่น ภาษาอังกฤษ เป็นเดรัจฉานวิชา แต่ท่านก็สู้อดทน วัตถุประสงค์ก็คือ ต้องการสร้างบุคคลากรที่สามารถประยุกต์ พุทธธรรม ให้เข้ากับสังคมสมัยใหม่ จนกระทั่ง ได้รับการสนับสนุนจาก สมเด็จพระสังฆราชเจ้า กรมหลวงวชิรญาณวงศ์ ซึ่งได้ออกโรงสนับสนุนด้วยพระองค์เอง โดยทรงมีพระบัญชาให้ประกาศเพื่อตั้งสภาการศึกษา มหามกุฏราชวิทยาลัยเมื่อปี พ.ศ. 2488 ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของ มหาวิทยาลัยสงฆ์ ไทยในยุคใหม่
พลอยเด็กวิทย์ผ่อนคลาย
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 100 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 133 ดวง - โหวตเพิ่มดาว ความเห็นเพิ่มเติมที่ 6 17 มิ.ย. 2551 (21:06) ขอเมล์หน่อยดิ แอดมาก็ได้ เรา F35-B2@hotmail.com หากจะโพสต์คำตอบสำหรับกระทู้ในห้องนี้ ล๊อกอินก่อนนะคะ สมัครสมาชิก ฟรี ตลอดชีพ ที่ http://www.vcharkarn.com/my ค่ะ |
![]() บทความแนะนำBlog แนะนำHot Linksขอบคุณผู้สนับสนุน |
Copyright© 2000-2007, Vcharkarn.Com. All rights reserved.
|
คลิ๊กเพื่อดูสถิติ รับรองและสนับสนุนโดย |
![]() สสวท. |
![]() มูลนิธิ พสวท. |
![]() พสวท. |