การศึกษาอนุกรมวิธานของราส่วนใหญ่อาศัยต้องอาศัยสัณฐานวิทยาและรูปร่างของสปอร์ที่เกิดจากการสืบพันธุ์แบบอาศัยเพศ (Teleomorph/teleomorphic stage) และไม่อาศัยเพศ (Anamorph/ anamorphic stage) เพื่อในการจำแนก
ตามหลักการ การศึกษาอนุกรมวิธานของราไปในปัจจุบัน สามารถจัดจำแนกจากกลุ่มใหญ่ไปยังกลุ่มย่อย หรือจากรายละเอียดน้อยไปรายละเอียดมาก โดยมี อาณาจักร (Kingdom) มีระดับที่ใหญ่ที่สุด และ สปีชีส์ (Species) เป็นระดับที่เล็ก โดยราจัดเป็นจุลินทรีย์ในอาณาจักรฟังไจ (FUNGI) เป็น พวกเซลล์ยูคาริโอต
การ Classification และ Identification ของรา จะมีความแตกต่างจากสิ่งมีชีวิตอื่นๆ ตรงที่ พวกมันมีทั้งการสืบพันธุ์แบบอาศัยเพศและไม่อาศัยเพศดัวย ขึ้นอยู่กับว่านักราวิทยา จะไปเจอ และตั้งเป็น ชนิดนั้น ตอนการสืบพันธุ์แบบไหนนั่นเอง
จริงๆแล้วในปัจจุบัน นักราวิทยาระดับโลกหลายๆท่าน ยังคงมีความเห็นที่ขัดแย้งอยู่เหมือนกันเกี่ยวกับ ว่าทำไมเชื้อราบางชนิดถึงมีชื่อวิทยาศาสตร์ 2 ชื่อคือชื่อของ sexual stage และ asexual stage และเป็นชื่อที่ถูกต้องทั้ง 2 ด้วย แล้วทำไมเราไม่ใช้ชื่อใดชื่อหนึ่งเพื่อกันความ สับสน ??? จึงทำให้ความเห็นของพวกเขาแตกออกเป็นสองกลุ่ม

!
**กลุ่มแรก เห็นว่า สิ่งมีชีวิตหนึ่งๆควรมีเพียงชื่อเดียว ไม่ควรมี สองชื่อ กันความสับสนในการเรียก พวกเขาเห็นว่า ถ้าชื่อราตัวไหน ค้นพบก่อน เช่น รา A ค้นพบ ปี 1992 โดยนาย AA ในขณะที่รา B ค้นพบ โดยนาย BB ค้นพบปี 1999 และต่อมาภายหลัง มีการพิสูจน์ว่า ราทั้งสอง (ณ.ที่นี้ คือรา A และ B ซึ่งเป็นตัวเดียวกัน พวกเขาเห็นว่าควร ใช้ ชื่อ ราตัวหลังเป็น ชื่อ พ้องแทน เช่น รา A สมมุติ คือ Aspergillus tubingensis
ในทางราวิทยาถือว่า Aspergillus tubingensis เป็น asexual stage หรือ เรียกอีกอย่างหนึ่งว่า Mitosporic fungi หรือ หนังสือบางเรียกเรียกว่า Deuteromycota หรือ Anamorphich stage (anamorph)
ดังนั้น ถ้ามีใครก็ตามค้นพบภายหลังว่า ราอีกตัวหนึ่งซึ่งมีสปอร์ที่เกิดจากการสืบพันธุ์แบบอาศัยเพศ (ณ. ที่นี้ ให้ชื่อว่า รา B) และมีการยืนยันว่าเป็นราทั้งสองเป็น ตัวเดียวกัน และกับ Aspergillus tubingensis ดังนั้น นักรากลุ่มแรก มีความเห็นว่า ควรมีการตั้งชื่อ รา B ซึ่งเป็นชื่อเดียวกันว่า รา A คือ= รา B Teleomorph of Aspergillus tubingensis นั่นเอง
อีกโจทย์ คำถาม ในทำนองต้องเดียวกัน ถ้า สมมุติว่ามีการค้นพบ รา F ขึ้น สมมุติ เป็น Hypocrea ซึ่งเป็น genus ซึ่งถือเป็น การสืบพันธุ์แบบอาศัยเพศ (Teleomorph/teleomorphic stage)
และถ้ามีการค้นพบต่อมาว่า รา G เป็น genus Trichoderma เป็นชื่อของการสืบพันธุ์แบบไม่อาศัยเพศ (Anamorph/ anamorphic stage) ซึ่งในปัจจุบันถือว่าราทั้งสอง เป็น ตัวเดียวกัน
ดังนั้นควรเรียกรา G ว่า = Trichoderma species G. anamorph of Hypocrea species F
(หรือ รา F คือ Hypocrea species F Teleomorphs of Trichoderma species G นั่นเอง)
http://nt.ars-grin.gov/taxadescriptions/keys/TrichodermaIndex.cfm
**ส่วนนักราวิทยากลุ่มที่สอง เห็นว่า การค้นพบและตั้งชื่อ ตามช่วงเวลา และ คนค้นพบ ต่างกัน เป็นสิ่งที่ถูกต้องแล้ว เพราะรา บางชนิด เราจะไม่เคยเจอช่วงใดช่วงหนึ่งเลย และการจำเเนก
และการตั้งชื่อควร ยึดถือ หลักการทางด้าน สัณฐานวิทยาและรูปร่างของสปอร์ที่เกิดจากการสืบพันธุ์แบบอาศัยเพศ (Teleomorph/teleomorphic stage) เป็น Key และเป็นที่ยอมรับ ถือว่า ที่ถูกต้องที่สุด เช่น Taxonomic classification ของ Pseudallescheria boydii (Shear) McGinnis สามารถจัดได้ดังนี้
Kingdom: Fungi
Phylum: Ascomycota
Class: Euascomycetes
Order: Microascales
Family: Microascaceae
Genus: Pseudallescheria
เราไม่สามารถจัด Scedosporium apiospermum= Graphium eumorphum เป็นไปตามหลัก Taxonomic classification เพราะชื่อทั้งสองเป็น ชื่อของการสืบพันธุ์แบบไม่อาศัยเพศ (Mitosporic fungi) นั่นเอง เนื่องจากในการระบุ genus - species ของ Scedosporium apiospermum= Graphium eumorphum นักราวิทยา ต้องดู Ontogeny หรือ ดูการเกิดของ spore นั่นเอง ซึ่งถือว่า ต้องใช้ประสบการณ์ ความเชี่ยวชาญ และหลักการจำเเนกค่อนข้างยากมาก
ดังนั้น ควรตั้งชื่อไปก่อน ว่า เป็น อีก genus นั้นๆ แล้ว ค่อยมา พิสูจน์ ตอนหลังว่า ราทั้งสอง เป็นตัวเดียวกัน แล้ว จะย้าย กลับไปกลับมาอีกที ค่อยว่ากัน
ตัวอย่างเช่น Trichoderma album (รายงาน ในปี 1855) และต่อมาภายหลัง พบว่า Hypocrea citrina รายงาน ในปี 1849 เป็น ชื่อเดียวกัน ดังนั้น ให้ชื่อแรกเปลี่ยนกลับมา เป็น Hypocrea citrina นั่นเอง จัดอยู่ใน (Hypocreaceae, Hypocreales, Hypocreomycetidae, Sordariomycetes, Ascomycota) Fungihttp://www.speciesfungorum.org/Names/NamesRecord.asp?RecordID=172459
รวมทั้งชื่อที่เคยถูกเปลี่ยนมาก่อน มีอะไรบ้าง (Synonymy) ใครเป็นคนค้นพบ และ ปีที่รายงานด้วย เช่น
Hypocrea lactea (Hawksworth & Sherwood-Pike;1985)
Sphaeria citrina (Pers., Observ. mycol. (Lipsiae) 1: 68 1796)
Trichoderma album Preuss,: no. 140 (1855)
http://www.speciesfungorum.org/Names/SynSpecies.asp?RecordID=219597
ข้อมูลโดย
Nattawut Boonyuen
อ้างอิง
http://biology.unm.edu/ccouncil/Biology_203/Images/Fungi/AscoLifeCYlce.gif
http://en.wikipedia.org/wiki/Teleomorph
http://www.vcharkarn.com/va2/index.php/my/show/154
http://www.cbs.knaw.nl/cbs_home/cbs_home.html?http://www.cbs.knaw.nl/databases/anateleo.htm~main
http://www.doctorfungus.org/thefungi/Pseudallescheria.htm
http://www.speciesfungorum.org/Names/SynSpecies.asp?RecordID=219597
http://nt.ars-grin.gov/taxadescriptions/keys/TrichodermaIndex.cfm
http://cancerweb.ncl.ac.uk/cgi-bin/omd?teleomorph