คุณยังไม่ได้ Log in | สมัครสมาชิก ฟรี
กลับหน้าแรก วิชาการ.คอม
นอนไม่พอ ก็เสี่ยงเป็นเบาหวาน
โพสต์เมื่อ: 11:47 วันที่ 7 ม.ค. 2551         ชมแล้ว: 58,236 ตอบแล้ว: 6
นักวิจัยชาวสหรัฐเผย หากโดนรบกวนการนอนหลับตอนกลางคืนอาจเสี่ยงเป็นเบาหวานได้

การศึกษานี้เผยแพร่ในรายงานความก้าวหน้าทางการศึกษาด้านวิทยาศาสตร์แห่งชาติโดยมีรายงานก่อนหน้านี้บ้างแล้วที่แสดงให้เห็นความสัมพันธ์ระหว่างการนอนน้อยกับโรคเบาหวาน

ทีมนักวิจัยชาวสหรัฐพบว่าอาสาสมัครที่ถูกปลุกทุกครั้งหากมีทีท่าว่าจะหลับลึกจะส่งผลรบกวนการทำงานของอินซูลินในร่างกาย ความผิดปกติของร่างกายที่ไม่สามารถรับสัญญาณจากอินซูลินได้แบบนี้จะทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดสูงขึ้น น้ำหนักเพิ่ม และอาจเป็นเบาหวานประเภทที่สองได้ครับ

อินซูลิน เป็นฮอร์โมนที่ตับอ่อนสร้างขึ้นและจำเป็นในการนำน้ำตาลในเลือดไปยังเนื้อเยื่อต่าง ๆ ทั่วร่างกายที่ต้องการพลังงาน แต่ในผู้ป่วยโรคเบาหวาน การสร้างเซลล์ต่าง ๆ ในร่างกายไม่สามารถนำน้ำตาลในเลือดที่ได้จากการเปลี่ยนแปลงจากอาหารไปใช้ให้เป็นพลังงานได้อย่างเต็มที่ เพราะขาดฮอร์โมนอินซูลิน จึงเป็นสาเหตุที่ทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดสูง ผู้ป่วยจะมีอาการปวดปัสสาวะบ่อย กระหายน้ำ อ่อนเพลีย เบื่ออาหาร มีโรคแทรกซ้อนง่าย เช่น โรคติดเชื้อ เป็นแผลหายยาก โรคหัวใจและหลอดเลือด โรคไต และโรคตา

ส่วนโรคเบาหวานนั้นมีชื่อเต็มๆ เป็นภาษาอังกฤษ ว่า Diabetes Mellitus ซึ่งเป็นคำลาติน และมีรากศัพท์มา จากภาษากรีซ แปลว่าน้ำพุแห่งน้ำผึ้งครับ เนื่องจากร่างกายของผู้ป่วยที่เป็นโรคเบาหวาน จะไม่สามารถควบคุมปริมาณของกลูโคสในเลือดให้อยู่ในระดับปกติได้ จึงทำให้ระดับกลูโคสในเลือดสูง โดยปกติแล้วไตของมนุษย์จะทำหน้าที่ป้องกันไม่ให้กลูโคสผ่านเข้าไปสู่กระเพาะปัสสาวะ แต่เนื่องจากกลูโคสมีปริมาณ สูง ไตจึงไม่สามารถกรองไว้ได้หมด ปัสสาวะจึงมีรสหวานและเป็นที่มาของชื่อ Diabetes Mellitus นี้

โรคเบาหวานแบ่งออกได้เป็น 2 ประเภทหลัก คือโรคเบาหวานที่ต้องพึ่งอินซูลิน (Insulin Dependent Diabetes Mellitus-IDDM) หรือ ที่เรียกสั้นๆ ว่า โรคเบาหวานประเภทหนึ่ง (Type 1) และโรคเบาหวานที่ไม่ต้องพึ่งอินซูลิน (Non-Insulin-Dependent Diabetes Mellitus - NIDDM) หรือโรคเบาหวานประเภทสอง (Type 2)

ในผู้ป่วยที่เป็นโรคเบาหวานประเภทหนึ่งนั้น เซลล์ใน เนื้อเยื่อตับอ่อน (Pancreas) ที่มีชื่อว่า อิสเล็ตออฟ แลง เกอร์ฮานส์ (Islets Of Lingerhans) ไม่สามารถผลิตสารอินซูลิน (Insulin) ซึ่งทำหน้าที่ควบคุมปริมาณน้ำตาลในเลือดให้อยู่ในระดับปกติได้ ผู้ป่วยจึงต้องพึ่งการรักษาโดยการ ฉีดสารอินซูลินเข้าไปในร่างกาย และต้องอยู่ในการดูแลของแพทย์อย่างใกล้ชิด ความบกพร่องของตับอ่อนนี้อาจจะเกิดจากการติดเชื้อ ไวรัสหรือเกิดจากภูมิคุ้มกันของร่างกายผลิตสารแอนตี้บอดี้ส์ (Antibodies) มาทำลายเซลล์ของตับอ่อน

ในผู้ป่วยที่เป็นโรคเบาหวานประเภทสองนั้น เซลล์ในเนื้อเยื่อตับอ่อนสามารถผลิตสารอินซูลินได้ แต่ก็ไม่เพียงพอต่อการควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดให้อยู่ในระดับปกติ และโดยมากอวัยวะที่ทำการเก็บออมน้ำตาลกลูโคสส่วนเกิน เช่น ตับ กล้ามเนื้อ รวมไปถึงเซลล์ไขมันของผู้ป่วยจะไม่สนองตอบต่อสารอินซูลินที่ผลิตออกมาในระดับปกติ กลูโคสส่วนเกินในกระแสเลือดจึงไม่สามารถผ่านเข้าไปในอวัยวะดังกล่าว ได้ โรคเบาหวานประเภทสองนี้ส่วนใหญ่จะเกิดขึ้นกับผู้สูงอายุ ตั้งแต่ 40 ปีขึ้นไป และผู้ที่มีสมาชิกครอบครัวที่มีประวัติของการเป็นโรคเบาหวาน ผู้ที่สูบบุหรี่ รวมทั้งผู้ที่เป็นโรคอ้วน จะมีความเสี่ยงสูงกว่าคนทั่วไป
นอกจากนั้นนักวิจัยยังพบว่าการหลับลึกหรือที่รู้จักกันดีในชื่อ slow-wave sleep ซึ่งเป็นสัญญาณคลื่นไฟฟ้าที่แสดงออกเมื่อนอนหลับซึ่งอ่อนแรงลง มีผลกับกระบวนการเผาผลาญอาหารในร่างกายด้วยครับ

Brain patterns
เพื่อดูว่าคุณภาพการนอนหลับส่งผลต่อระดับกลูโคสในเลือดอย่างไร นักวิทยาศาสตร์ได้ใช้อาสาสมัครชายและหญิงสุขภาพดีจำนวนอย่างละ 9 คน เพื่อวัดสัญญาณคลื่นไฟฟ้าระดับปกติเป็นเวลา 2 คืนติดต่อกัน


คืนที่สามหลังจากนั้น ทีมนักวิทยาศาสตร์ได้ปลุกอาสาสมัครด้วยเสียงอันดังเมื่อพวกเค้ามีทีท่าว่าจะหลับลึก ซึ่งเห็นได้จากคลื่นสมองของพวกเค้าจะอ่อนแรงลง แต่ปริมาณการนอนหลับทั้งหมดไม่เปลี่ยนแปลงนะครับ

หลังจากนั้นนักวิทยาศาสตร์ได้ฉีดกลูโคสเข้าไปและวัดระดับกลูโคสและการตอบสนองต่ออินซูลินในช่วงกลางวัน พบว่าอาสาสมัครจำนวน 8 คนตอบสนองต่ออินซูลินได้ช้าลง

ดร. Ersa Tasali ผู้นำทีมวิจัย จากมหาวิทยาลัยชิคาโก กล่าวว่า จำนวนผู้ป่วยโรคเบาหวานประเภทที่สองสัมพันธ์กับอายุและความอ้วน ดังนั้นการทำความเข้าใจปัจจัยที่ช่วยกระตุ้นโรคเบาหวานจึงมีความจำเป็นอย่างยิ่ง และกล่าวว่า ทีมนักวิจัยได้แสดงให้เห็นในงานวิจัยก่อนหน้านี้แล้วว่าการกำหนดช่วงเวลาการนอนของผู้ที่มีสุขภาพแข็งแรงและอายุยังไม่มากนักอย่างเคร่งครัด จะช่วยลด glucose tolerance หรือความทนทานต่อเบาหวาน ได้ (การตรวจความทนทานต่อเบาหวานหรือ Glucose tolerance test เป็นการทดสอบโดยให้รับประทานน้ำตาล 75 กรับแล้วตรวจหาระดับน้ำตาลหลังรับประทานน้ำตาลไปแล้ว 2 ชั่วโมงอยู่ในช่วง 140 - 200 มก% โดยคนที่ปกติระดับน้ำตาลจะน้อยกว่า 140 มิลิกรัม หากค่าอยู่ระหว่าง 140-199 มิลิกรัมเรียก impaired glucose tolerance test เป็นภาวะเสี่ยงต่อการเกิดโรคเบาหวาน Prediabetes ส่วนผู้ที่ระดับน้ำตาลมากกว่า 200 มิลิกรัม% ถือว่าเป็นโรคเบาหวาน)


ข้อมูลจากการศึกษาครั้งนี้แสดงให้เห็นว่ามิใช่แต่เพียงผู้นอนน้อยเท่านั้นที่เสี่ยงต่อการเป็นโรคเบาหวาน ผู้ที่นอนหลับแบบไร้ประสิทธิภาพก็เสี่ยงต่อการเป็นโรคนี้ได้เช่นเดียวกัน

ดังนั้นหากหาทางเพิ่มระยะเวลาและประสิทธิภาพการนอนได้ อาจช่วยป้องกันหรือลดอัตราเสี่ยงการเป็นเบาหวานประเภทที่สองได้ครับ

ดร. Tasali เสริมว่า การนอนไม่หลับเรื้อรังและเบาหวานสัมพันธ์กับอายุที่มากขึ้น และงานวิจัยหลายชิ้นพยายามค้นหาอยู่ว่า อายุสัมพันธ์กับการเปลี่ยนแปลงคุณภาพการนอนจนทำให้กระบวนการเผาผลาญพลังงานเปลี่ยนแปลงได้อย่างไรครับ

ที่มา http://news.bbc.co.uk/2/hi/health/7163217.stm


อ้างอิง: http://www.si.mahidol.ac.th/sidoctor/month/sidoctor2004/may04_insulin.htm
http://www.siamhealth.net/public_html/Disease/endocrine/DM/type.htm
http://sleepdisorders.about.com/cs/sleepdeprivation/a/sleepdiabetes.htm



การหลับลึก มีผลต่อการควบคุมระดับน้ำตาล
71060


gik_ravicha เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 14 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 162 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

จำนวน 6 ความเห็น, หน้า่ | -1-
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 1 8 ม.ค. 2551 (15:38)
โรคเบาหวานได้คุกคามคนในโลกใบนี้ไม่น้อยเลยนะครับแม้แต่เด็กตัวน้อยๆก็ยังไม่สามารถหลีกเลี่ยงมฤตยูตัวนี้ไปได้เลยนะได้อ่านบทความคุณแล้วรู้สึกว่าอาชีพเราเสี่ยงมากๆเลยเพราะต้องเข้ากะกลางคืนซะด้วยซีผมคงต้องแอบหลับละมั้งท่า...........ลาก่อนครับลาไปก่อนครับลาไปหลับเวร..อุบ...ผมเป็นยามครับ.........
coop_311@hotmail.com (IP:125.26.127.102)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 2 8 ม.ค. 2551 (22:46)
น่ากลัวจริง ๆ ต้องนอนดึกบ่อย ๆ ทำไงดีค่ะ
mk (IP:58.8.167.56)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 3 10 ม.ค. 2551 (18:07)
น่าอ่านดีนะค่ะมีเนื้อหาสาระดีนะค่ะ ทำให้คนรู้จักโทษดีค่ะ มันสามารถนำมาเป็นประโยชน์ทางการศึกษาดีค่ะเพร่าอาจจะใช้ในการสอบไม่มากก้อน้อย เพราะทุกวันนี้โรคเบาหวานเป็นโรคที่อันตรายชนิดหนึ่งที่กำลังเป็นภัยคุมคามพวกเราอยู่ทุกวันนี้ค่ะ เพราะฉะนั้นถ้าอนดึกก้อส่งผลทำให้เกิดโรคต่าง ๆ ตามมาอีกหลายประการเลยล่ะค่ะ
vanessa@pink.com (IP:125.26.197.176)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 4 15 ม.ค. 2551 (10:43)
เป็นข้อความที่น่าอ่านมากครับทำให้ได้ปรับปรุงการนอน จะไม่นอนเปิดเพลงแล้ว กิ้วๆๆ
ป ปลา (IP:218.14.200.116)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 5 5 ก.พ. 2551 (18:31)
การรักษาโรคเบาหวานแบบหายขาดโดยสมุนไพรไทย
หายขาดจริงๆครับ

โดยความบังเอิญที่คุณพ่อผมได้เดินทางมาหาที่บ้านที่จังหวัดขอนแก่นแล้วมาเจอกับ คุณ ยายผมที่ป่วยเป็นเบาหวานมาหลายปี โดยการรักษาตลอด 12ปีที่ผ่านมาต้องไปรับยาทุกอาทิตย์ ตื่นตั้งแต่ตี 5เพื่อไปโรงบาล แกบอกว่าทรมานมากใครไม่เป็นไม่รู้หรอก เพื่อนๆแกได้ตัดนิ้ว-แขน-ขา บางคนตาบอด และตายไปก็หลายสิบคนแล้ว

พ่อบอกกับแม่ว่าแกมีสูตรสมุนไพรโบราณสมัยคุณปู่ผมที่อยู่ที่มาเลย์เซียก่อนเดินทางมาไทยและนำมาผสมกับสมุนไพรของคุณตาผมที่นำมาจากไร่ที่ จังหวัดเลยผสมชงทานกัน ตอนแรกแกไม่ยอมทาน กลัวสารพัดผ่านไปหลายวันเข้าพ่อผมแกก็ชงทานทุกวันให้แกดูเป็นตัวอย่าง แกเลยยอมหลังจากทานไปสัก 3-4วันแกบอกว่าจะปัสสาวะบ่อยมากและจะมีอาการร้อนวูบวาบ และอาการชาปลายนิ้วตอนเช้าได้หายไปและหลังจากทานไปได้ 7วันแกอยากทานนั่นทานนี่(ปรกติไม่ยอมทานอะไร) ผิวพรรณจากแห้งๆเริ่มมีน้ำมีนวล และขาเริ่มมีกำลังสามารถลุกขึ้นเดินได้ จนแม่ได้พาไปตรวจที่ โรงพยาบาลขอนแก่น ผลออกมาว่าน้ำตาลในเลือดจากเดิม 230 ลดลงเหลือเพียง 115เท่านั้น เอง จนหมอเองก็ประหลาดใจอยู่ไม่น้อย แกทานมาได้สักประมาณ 1เดือนแล้วกลับไปวัดน้ำตาลอีกก็ได้รับผลว่าปรกติดี จวบจนถึงปัจจุบันนี้คุณหมอ ได้ทำการแจ้งว่าไม่ต้องมาตรวจแล้วครับ หายจากการเป็นเบาหวานแล้ว ก็ทำให้ทุกคนในบ้านประหลาดใจมากครับ
ผมคนนึงที่ไม่เชื่อครับ ก็เลยเอามให้น้องๆที่ทำงานที่ร้อยเอ็ดนำไปให้คนที่บ้านทาน ผลก็เป็นเช่นเดิมกับยายผมทานไปน่าจะประมาณ 83คน มีที่ไม่หาย 3คน ซึ่งจากการสอบถามแล้วได้ความว่าทานไปเพียง 1-3วันแล้วไม่กล้าทานต่อครับ
ส่วนท่านอื่นๆปัจจุบันหายขาดแล้วเพราะไม่ได้นำไปทานอีกเลย
ผมจึงบอกคนที่หายว่าถ้าทานแล้วหายให้ระลึกถึงคุณของผู้ที่ล่วงลับไปแล้วที่ได้คิดค้นสูตรโบราณนี้ไว้ให้แก่คนรุ่นนี้ครับ
อัศจรรย์จริงๆครับ

รายละเอียดเพิ่มเติมกรุณาติดต่อที่ คุณ ธิดา อึ้งนภารัตน์ 123/456 ม.เพรสซิเดนท์ ต.แดงใหญ่ อ.เมือง จ.ขอนแก่น 40000หรือโทร 083-3459197
ktsmc@hotmail.com (IP:125.24.128.21)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 6 9 มี.ค. 2551 (13:51)
บทความนี้ให้ความรู้ที่เป็นประโยชน์มาก
jrpee เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 78 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 149 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติม วิชาการ.คอม

ชื่อ / email:
ข้อความ

รูปภาพ หรือ ไฟล์
กรุณาล๊อกอินก่อน เพื่อโพสต์รูปภาพ และ ใช้ LaTex ค่ะ สมัครสมาชิกฟรีตลอดชีพที่นี่
ตัวช่วย 1: CafeCode วิธีการใช้
ตัวช่วย 2: VSmilies วิธีการใช้
ตัวช่วย 3: พจนานุกรมไทย ออนไลน์ ฉบับราชบัณฑิต
ตัวช่วย 4 : dictionary ไทย<=>อังกฤษ ออนไลน์ จาก NECTEC
ตัวช่วย 5 : ดาวน์โหลด โปรแกรมช่วยพิมพ์ Latex เพื่อแสดงสมการบนวิชาการ.คอม
วิชาการ.คอม

บทความแนะนำ

Blog แนะนำ

Hot Links

ขอบคุณผู้สนับสนุน

Google
 
ติดต่อลงโฆษณา :   คุณอันนา 081 4965363
สำนักงาน :   02 2015735
อีเมล์ :   
Copyright© 2000-2007, Vcharkarn.Com. All rights reserved.
คลิ๊กเพื่อดูสถิติ
รับรองและสนับสนุนโดย

สสวท.

มูลนิธิ พสวท.

พสวท.