|
โพสต์เมื่อ:
13:08 วันที่ 8 ม.ค. 2551 ชมแล้ว:
46,648
ตอบแล้ว:
232
สืบเนื่องจากความคิดเห็นที่ 1162 ในกระทู้มุมมองใหม่(ต่อจากอีกมุมมอง)
ซึ่งเป็นไปตามคำแนะนำของ ดร.แขชนะ ครับ
เริ่มด้วยภาพนกพิลาบตัวนี้
ผมไปชมเสาชิงช้านี้เมือวันที่ 6 มิถุนายน 2549 ก่อนที่เขาจะรื้อลงมา
แล้วก็เห็นว่าเป็นโอกาสที่ผมจะถ่ายรูปนกใกล้ ๆ ได้
เพราะโดยปกติ ไม่ว่าผมจะพยายามอย่างไรก็ไม่สามารถเข้าไปถ่ายรูปนกใกล้ ๆ ได้เลย
ด้วยไม่ได้เตรียมพร้อมและอดทนไม่พอ
แต่นกพิลาปที่เสาชิงช้านั้นเชื่องมาก หากคุณถืออาหารไว้ในมือ นกแทบจะบินมาเกาะมือเลยที่เดียว
นกตัวนี้อยู่ใกล้ผมที่สุดมันเกาะนิ่งไม่เดินไปมาเหมือนนกตัวอื่น
พอเอารูปมาดูถึงได้ทราบว่าทำไมเขาไม่ได้เดินไปมา
![]() ![]() แต่ก่อนเมื่อไทยเรามีพิธีโล้ชิงช้า เสาชิงช้านั้น เขาผูกชิงช้าให้ขึ้นไปไกวได้จริง ๆ เป็นพิธีตามความเชื่อในศาสนาพราหมณ์เพื่อบูชาพระอิศวรและพระนารายณ์ เสาสองต้นเปรียบเสมือนเขาสองลูกที่เป็นหลักของโลก พราหมณ์ขึ้นไปโล้ชิงช้าไกวแรง ๆ เสาก็ยังมั่นคงอยู่ แต่แล้วพราหมณ์ก็ตกลงมาตายบ่อย ๆ เขาก็ทอนเสาให้สั้น(เตี้ย)ลง ก็ยังมีคนตกลงมาตายอีก ในที่สุดก็ให้เลิกไปเพราะเกรงว่าพราหมณ์จะตายหมดกระมัง เมื่อปีที่แล้ว กทม.ได้ทำพิธีเปลี่ยนเสาชิงช้าใหม่โดยใช้สักทองอายุกว่าร้อยปี 6 ต้น และอาจมีการรื้อฟื้นพิธีโล้ชิงช้าขึ้นมาใหม่ก็ได้ อยากให้คุณยายได้เห็นจังเลย ![]() ด้านขวาของภาพ #1 เป็นโบสถ์พราหมณ์ น่าเสียดายที่ไม่เปิดให้เข้าไปชมข้างใน และยังมีป้ายห้ามถ่ายภาพติดอยู่ทั่วไปหมด เลยไม่มีโอกาสที่จะนำภาพเทวะในเทวสถาน(โบสถ์พรมหมณ์)มาให้ชมได้ ทั้งที่วันนั้น ตั้งใจเต็มร้อยเลยว่าจะเข้าไปชมเทวรูปที่อยู่ในเรื่อง"ระเด่นลันได" ซึ่งเคยอ่านเล่นตอนเป็นเด็ก ๆ ว่า .... มาจะกล่าวบทไป .............. ถึงระเด่นลันไดไตรตรึงษา ครองราชองค์เดียวเปลี่ยวอุรา ... อยู่ปราสาทเสาชิงช้าหน้าโบสถ์พราหมณ์ ... คงมีผิดพลาดหลายแห่ง ใครทราบก็ช่วยแก้ไขด้วยนะครับ ![]() "พระศรีศากยมุนี" ในความรู้สึกของผม พระพุทธศรีศากยมุนี เป็นพระพุทธรูปที่งดงามมาก พระพักตรอิ่มเอิบ แววพระเนตรเปี่ยมด้วยเมตตา เนื่องจากพุทธศาสนิกชนกำลังทำบุญฟังธรรมกันอยู่ ก็ไม่กล้าเพ่นพ่านเข้าไปถ่ายรูป เพียงยืนถ่ายภาพที่หน้าประตู แต่สังเกตว่าผนังมีภาพวาดที่สวยงามอยู่ด้วย ![]() และพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ ๙ ได้โปรดให้สร้างพระบรมราชานุสาวรีย์ของพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ ๘ ไว้ในบริเวณวัดสุทัศน์เทพวรารามด้วย อันแสดงให้เห็นถึงความกตัญญูและรักพี่รักน้องของพระองค์ ดังที่พวกเราได้เห็นในปัจจุบันที่พระองค์ทรงปฏิบัติต่อพระราชมารดาและพระพี่นาง สมควรที่ชาวเราจะเอาเป็นแบบอย่างในการดูแลครอบครัว ![]() เมื่อ ๕ มี.ค. ๒๕๑๖ และทรงประกอบพิธีเปิดพระบรมราชานุสาวรีย์เมื่อวันที่ ๒ พ.ย. ๒๕๑๗ ทั้งได้พระราชทานทรัพย์ส่วนพระองค์ประเดิมตั้งมูลนิธิ "อัฏฐมราชานุสรณ์" ขอบคุณค่ะอาจารย์นิรันดร์ เข้ามาชมค่ะ แต่บางครั้งไทราบจะโพสอย่างไรดี เคยคิดจะนำภาพพระพุทธชินราชมาลงที่นี่ แต่ยังรอภาพที่สวย ๆ ถูกใจ ดูภาพนกพิราบแล้วสงสารมากนะคะ จากภาพแรก นกพิราบ มีขาเดียว เดินไม่ได้ แต่คงบินได้ ขณะนี้หลายๆแห่งได้ประสบปัญหานกพิราบ นกกระจอก มาอาศัยอยู่ในเมือง เกาะบนเสาทีวี สายไฟฟ้า ตามบ้าน ขนนก ขี้นก เละเทะ สระน้ำก็มี นกมาจากไหนมากมาย จะทำอย่างไรดีให้นกไปอยู่สวนนก ไม่ทราบว่าที่อื่นเป็นบ้างหรือเปล่า ภาพแรกดูแล้วคิดอะไรได้หลาย ๆ อย่างเลยครับ ![]() ![]() ซึ่งมีให้เห็นอยู่หลายแห่ง ที่ถูกทำลายหรือรื้อถอนไปตามอายุขัยก็มาก ปัจจุบัน กทม.พยายามอนุรักษ์ไว้เหมือนกัน ที่กรุงเทพพอจะหาดูได้ที่บางลำพู เสาชิงช้า ลงไปจนถึงแถวๆถนนบำรุงเมือง ที่จังหวัดภาคใต้ก็มีให้เห็นมากเช่น ภูเก็ต พังงา สงขลา ยะลา ปัตตานี เป็นต้น (อย่าลืมทำประกันชีวิตก่อนลงไปเที่ยวนะครับ) ชื่อก็บอกอยู่แล้วว่าเป็นสถาปัตยกรรมแบบจีนผสมโปรตุเกต ดังนั้นเราจึงพบเห็นได้อีกหลายแห่งในมาเลเซียและสิงคโปร์ วันนี้ไปซื้อของที่ร้านศึกษาภัณฑ์ฯ เตรียมจะเอาไปอบรมครูที่ประเทศ Estonia และ Greece สัปดาห์หน้า ได้มีโอกาสเดินไปแถวๆบางลำพู เห็นตึกแถวพวกนี้แล้วคิดว่าว่างๆจะหาเวลาเดินตะเวนถ่ายรูปตึกพวกนี้เก็บไว้ก่อนที่จะสูญหาย ผมเดินเลยมาถึงร้านสหกรณ์บางลำพู ทำให้คิดถึงอาจารย์นิรันดร์ ว่าจะแวะเข้าไปเยี่ยมเยียนเพื่อนเก่าๆข้างใน ถ้าไม่มีนิรันดร์เพื่อนรักเข้าไปด้วยก็ไม่สนุก ก็เลยไม่ได้เข้าไปหาซื้อของ ว่างๆเราไปเดินดูของกันที่ร้านนี้อีกไหม (ถ้ายังไม่เข็ด) จะรอรับการถ่ายทอดประสบการณ์ของอาจารย์อีกค่ะ อาจารย์แขชนะและอาจารย์ทุกท่าน คุณนพบุราดิศร น่าจะพากษ์เป็นกลอนนะคะ เคยอ่านกลอนของท่าน เจ็บ ๆ ซึ้ง ๆ ค่ะ น่าอิจฉาอาจารย์นิรันดร์และอาจารย์แขชนะ เป็นเพื่อนรักยั่งยืนมาก ๆ คุณครูที่โรงเรียนบอกว่า เคยไปค่าย Sicence Show กับอาจารย์แขชนะ ประทับใจค่ะ และคุณครูไผ่ ก็ได้ให้อะไร ๆ เกี่ยวกับวิธีการเรียนรู้ของเด็ก ๆ คุณครูที่โรงเรียนประทับใจเช่นกันค่ะ รีบนำมาบอกที่หน้านี้ก่อนเพื่อนเลยค่ะ ![]() จะเห็นว่าสูงมากและน่าหวาดเสียวทีเดียว พราหมณ์ที่ทำพิธีโลชิงช้าเรียกว่า "พระยายืนชิงช้า" ซึ่งไม่เป็นที่สงสัยว่าทำไมคุณยายของผมจึงเล่าว่าพราหมณ์ตกกันลงมาตาย แต่ในประวัติศาสตร์เขียนไว้ว่าที่เลิกไปเพราะเศรษฐกิจไม่ดี เดิมทีเป็นพิธีของพราหมณ์ล้วน ๆ แต่ในหลวงรัชกาลที่ 6 โปรดให้มีงานฉลองโดย เกณฑ์นักเรียนจัดกระบวนมาร่วมพิธีตรียัมปวายด้วย แล้วก็ถือโอกาสประชาสัมพันธ์เชิญชวนคนมาให้สมัครเป็นทหารด้วย ![]() เมื่อครั้งกรุงธนบุรีเป็นราชธานีนั้น กรุงเทพ ฯ ซึ่งอยู่ทางตะวันออกของแม่น้ำเจ้าพระยา เต็มไปด้วยต้นมะกอกน้ำจึงเรียกว่าบางกอกและเป็นที่อยู่ของชาวจีนและชาวญวน เมื่อพระพุทธยอดฟ้าฯปราบดาภิเษกขึ้นเป็นกษัตริย์ ได้ย้ายเมืองหลวงมาที่บางกอก และโปรดให้ขุดคลองล้อมรอบตัวเมืองบรรจบกับแม่น้ำเจ้าพระยา เรียกว่าคลองรอบเมือง กรุงรัตนโกสินทร์จึงได้ชื่อว่า"เกาะรัตนโกสินทร์"เพราะมีน้ำล้อมรอบหมดทุกด้าน ฝรั่งออกเสียงบางกอกได้ไม่ชัดเจนจึงเพี้ยนไปเป็น Bangkok จนถึงทุกวันนี้ ![]() ปี พ.ศ. 2327 ก็มีเทวสถานโบสถ์พราหมณ์และเสาชิงช้าตั้งอยู่กลางเมื่อพอดี และเป็นชุมชนของพราหมณ์อาศัยอยู่โดยรอบ(ลองหากลอนนิทานเรื่องละเด่นลันไดอ่านดู) ตอนนั้น เสาชิงช้าไม่ได้สูงใหญ่อย่างที่เห็น เป็นเพียงเสาไม้สองต้น ไม่มีตะเกียบขนาบข้าง และฐานเป็นสี่เหลี่ยมไม่เป็นวงกลมอย่างทุกวันนี้ ซึ่งปรากฏเป็นหลักฐานอยู่ในภาพจิตรกรรมฝาผนังวัดราชประดิษฐาราม พระพุทธยอดฟ้าได้อัญเชิญพระพุทธรูปใหญ่ลงมาจากวัดมหาธาตุ กรุงสุโขทัย และโปรดให้สร้างวัดมหาสุทธาวาส ให้ใหญ่เท่าวัดพนัญเชิงที่กรุงศรีอยุธยา กว่าวัดและพระวิหารจะเสร็จสมบูรณ์ก็มาถึงรัชกาลที่ ๓ และได้รับพระราชทานนามว่า"วัดสุทัศนเทพวราราม" อาคารบ้านเรือนในย่านตลาดเสาชิงช้า รัชกาลที่ ๕ ได้โปรดให้รื้อออกจนสิ้นและสร้างขึ้นใหม่ โดยนำแบบการก่อสร้างมาจากประเทศสิงคโปร์ ดังปรากฏในความคิดเห็นของดร.แขชนะ ข้างต้น ผมสงสัยแต่ยังไม่มีเวลาไปค้นว่าพระพุทธยอดฟ้า ยกทัพตีเมืองยิริง แล้วขนปืนใหญ่นางพญาตานี มาไว้ที่หน้ากระทรวงกลาโหม และกวาดต้อนผู้คนชาวมุสลิมมาตั้งรกรากอยู่รายรอบกรุงเทพ รวมทั้งแถวๆหนองจอกที่อาจารย์นิรันดร์ทำงานอยู่ ซึ่งหลายๆคนไม่อยากให้พูดถึง ![]() ) ก็เพราะมันผุกร่อนมากบริเวณที่เป็นเสาชิงช้าเดิมได้เปลี่ยนเป็นตลาด นับว่าเป็นตลาดใหญ่ของกรุงรัตนโกสินทร์ ต่อมาในรัชกาลที่ ๖ ได้ซุงที่มีขนาดใหญ่มากมาใหม่สองต้นสร้างเป็นเสาชิงช้าขึ้นตรงตำแหน่งที่อยู่ในปัจจุบัน และสร้างฐานขึ้นเป็นวงกลมมีเสาไฟฟ้าส่องสว่างประดับสี่ต้นดังในรูปที่ 13 สำเร็จในวันที่ ๒ มกราคม ๒๔๖๓ และยืนหยัดมาจนถึงปี ๒๕๐๓ ก็สร้างเสาชิงช้าขึ้นใหม่แต่ก็ไม่มีไม้ใหญ่พอ ต้องใช้การต่อไม้เป็นเสาชิงช้า แต่ก็ไม่มีปัญหา เพราะไม่ได้มีการโล้ชิงช้าอีกแล้ว จนกระทั่ง ๒๕๔๗ เสาชิงช้าได้ผุกร่อนมากจนไม่สามารถยืนหยัดได้อีกจึงต้องมีการสร้างขึ้นใหม่ทั้งหมดอีกครั้ง ![]() ในที่สุดเสาชิงช้าใหม่ที่งามสง่าและแข็งแรงปลอดภัยก็ได้ยืนเด่นเป็นสง่ากว่าเดิมขึ้นเรื่อย ๆ ![]() ![]() นอกจากผมแล้ว ก็ยังมีคนไทยจำนวนมากเห่อเสาชิงช้าใหม่ ลึก ๆ แล้ว ผมอยากให้รื้อฟื้นพิธีโล้ชิงช้าขึ้นมาอีก ไม่ได้อยากเห็นพราหมณ์ตกลงมาหรอกนะครับ แต่อยากให้มีระบบเซฟไม่ให้ตกลงมาด้วย น่าจะเป็นเครื่องดึงดูดนักท่องเที่ยวได้มาก แล้วยังเป็นอีกหนึ่งในพิธีสิบสองเดือนด้วย |
ขอบคุณผู้สนับสนุนHot Links |
Copyright© 2000-2007, Vcharkarn.Com. All rights reserved.
|
คลิ๊กเพื่อดูสถิติ รับรองและสนับสนุนโดย |
![]() สสวท. |
![]() มูลนิธิ พสวท. |
![]() พสวท. |