|
โพสต์เมื่อ:
13:08 วันที่ 8 ม.ค. 2551 ชมแล้ว:
46,650
ตอบแล้ว:
232
สืบเนื่องจากความคิดเห็นที่ 1162 ในกระทู้มุมมองใหม่(ต่อจากอีกมุมมอง)
ซึ่งเป็นไปตามคำแนะนำของ ดร.แขชนะ ครับ
เริ่มด้วยภาพนกพิลาบตัวนี้
ผมไปชมเสาชิงช้านี้เมือวันที่ 6 มิถุนายน 2549 ก่อนที่เขาจะรื้อลงมา
แล้วก็เห็นว่าเป็นโอกาสที่ผมจะถ่ายรูปนกใกล้ ๆ ได้
เพราะโดยปกติ ไม่ว่าผมจะพยายามอย่างไรก็ไม่สามารถเข้าไปถ่ายรูปนกใกล้ ๆ ได้เลย
ด้วยไม่ได้เตรียมพร้อมและอดทนไม่พอ
แต่นกพิลาปที่เสาชิงช้านั้นเชื่องมาก หากคุณถืออาหารไว้ในมือ นกแทบจะบินมาเกาะมือเลยที่เดียว
นกตัวนี้อยู่ใกล้ผมที่สุดมันเกาะนิ่งไม่เดินไปมาเหมือนนกตัวอื่น
พอเอารูปมาดูถึงได้ทราบว่าทำไมเขาไม่ได้เดินไปมา
![]() จากภาพแรก นกพิราบ มีขาเดียว เดินไม่ได้ แต่คงบินได้ ขณะนี้หลายๆแห่งได้ประสบปัญหานกพิราบ นกกระจอก มาอาศัยอยู่ในเมือง เกาะบนเสาทีวี สายไฟฟ้า ตามบ้าน ขนนก ขี้นก เละเทะ สระน้ำก็มี นกมาจากไหนมากมาย จะทำอย่างไรดีให้นกไปอยู่สวนนก ไม่ทราบว่าที่อื่นเป็นบ้างหรือเปล่า ภาพแรกดูแล้วคิดอะไรได้หลาย ๆ อย่างเลยครับ ![]() ![]() ซึ่งมีให้เห็นอยู่หลายแห่ง ที่ถูกทำลายหรือรื้อถอนไปตามอายุขัยก็มาก ปัจจุบัน กทม.พยายามอนุรักษ์ไว้เหมือนกัน ที่กรุงเทพพอจะหาดูได้ที่บางลำพู เสาชิงช้า ลงไปจนถึงแถวๆถนนบำรุงเมือง ที่จังหวัดภาคใต้ก็มีให้เห็นมากเช่น ภูเก็ต พังงา สงขลา ยะลา ปัตตานี เป็นต้น (อย่าลืมทำประกันชีวิตก่อนลงไปเที่ยวนะครับ) ชื่อก็บอกอยู่แล้วว่าเป็นสถาปัตยกรรมแบบจีนผสมโปรตุเกต ดังนั้นเราจึงพบเห็นได้อีกหลายแห่งในมาเลเซียและสิงคโปร์ วันนี้ไปซื้อของที่ร้านศึกษาภัณฑ์ฯ เตรียมจะเอาไปอบรมครูที่ประเทศ Estonia และ Greece สัปดาห์หน้า ได้มีโอกาสเดินไปแถวๆบางลำพู เห็นตึกแถวพวกนี้แล้วคิดว่าว่างๆจะหาเวลาเดินตะเวนถ่ายรูปตึกพวกนี้เก็บไว้ก่อนที่จะสูญหาย ผมเดินเลยมาถึงร้านสหกรณ์บางลำพู ทำให้คิดถึงอาจารย์นิรันดร์ ว่าจะแวะเข้าไปเยี่ยมเยียนเพื่อนเก่าๆข้างใน ถ้าไม่มีนิรันดร์เพื่อนรักเข้าไปด้วยก็ไม่สนุก ก็เลยไม่ได้เข้าไปหาซื้อของ ว่างๆเราไปเดินดูของกันที่ร้านนี้อีกไหม (ถ้ายังไม่เข็ด) จะรอรับการถ่ายทอดประสบการณ์ของอาจารย์อีกค่ะ อาจารย์แขชนะและอาจารย์ทุกท่าน คุณนพบุราดิศร น่าจะพากษ์เป็นกลอนนะคะ เคยอ่านกลอนของท่าน เจ็บ ๆ ซึ้ง ๆ ค่ะ น่าอิจฉาอาจารย์นิรันดร์และอาจารย์แขชนะ เป็นเพื่อนรักยั่งยืนมาก ๆ คุณครูที่โรงเรียนบอกว่า เคยไปค่าย Sicence Show กับอาจารย์แขชนะ ประทับใจค่ะ และคุณครูไผ่ ก็ได้ให้อะไร ๆ เกี่ยวกับวิธีการเรียนรู้ของเด็ก ๆ คุณครูที่โรงเรียนประทับใจเช่นกันค่ะ รีบนำมาบอกที่หน้านี้ก่อนเพื่อนเลยค่ะ ![]() จะเห็นว่าสูงมากและน่าหวาดเสียวทีเดียว พราหมณ์ที่ทำพิธีโลชิงช้าเรียกว่า "พระยายืนชิงช้า" ซึ่งไม่เป็นที่สงสัยว่าทำไมคุณยายของผมจึงเล่าว่าพราหมณ์ตกกันลงมาตาย แต่ในประวัติศาสตร์เขียนไว้ว่าที่เลิกไปเพราะเศรษฐกิจไม่ดี เดิมทีเป็นพิธีของพราหมณ์ล้วน ๆ แต่ในหลวงรัชกาลที่ 6 โปรดให้มีงานฉลองโดย เกณฑ์นักเรียนจัดกระบวนมาร่วมพิธีตรียัมปวายด้วย แล้วก็ถือโอกาสประชาสัมพันธ์เชิญชวนคนมาให้สมัครเป็นทหารด้วย ![]() เมื่อครั้งกรุงธนบุรีเป็นราชธานีนั้น กรุงเทพ ฯ ซึ่งอยู่ทางตะวันออกของแม่น้ำเจ้าพระยา เต็มไปด้วยต้นมะกอกน้ำจึงเรียกว่าบางกอกและเป็นที่อยู่ของชาวจีนและชาวญวน เมื่อพระพุทธยอดฟ้าฯปราบดาภิเษกขึ้นเป็นกษัตริย์ ได้ย้ายเมืองหลวงมาที่บางกอก และโปรดให้ขุดคลองล้อมรอบตัวเมืองบรรจบกับแม่น้ำเจ้าพระยา เรียกว่าคลองรอบเมือง กรุงรัตนโกสินทร์จึงได้ชื่อว่า"เกาะรัตนโกสินทร์"เพราะมีน้ำล้อมรอบหมดทุกด้าน ฝรั่งออกเสียงบางกอกได้ไม่ชัดเจนจึงเพี้ยนไปเป็น Bangkok จนถึงทุกวันนี้ ![]() ปี พ.ศ. 2327 ก็มีเทวสถานโบสถ์พราหมณ์และเสาชิงช้าตั้งอยู่กลางเมื่อพอดี และเป็นชุมชนของพราหมณ์อาศัยอยู่โดยรอบ(ลองหากลอนนิทานเรื่องละเด่นลันไดอ่านดู) ตอนนั้น เสาชิงช้าไม่ได้สูงใหญ่อย่างที่เห็น เป็นเพียงเสาไม้สองต้น ไม่มีตะเกียบขนาบข้าง และฐานเป็นสี่เหลี่ยมไม่เป็นวงกลมอย่างทุกวันนี้ ซึ่งปรากฏเป็นหลักฐานอยู่ในภาพจิตรกรรมฝาผนังวัดราชประดิษฐาราม พระพุทธยอดฟ้าได้อัญเชิญพระพุทธรูปใหญ่ลงมาจากวัดมหาธาตุ กรุงสุโขทัย และโปรดให้สร้างวัดมหาสุทธาวาส ให้ใหญ่เท่าวัดพนัญเชิงที่กรุงศรีอยุธยา กว่าวัดและพระวิหารจะเสร็จสมบูรณ์ก็มาถึงรัชกาลที่ ๓ และได้รับพระราชทานนามว่า"วัดสุทัศนเทพวราราม" อาคารบ้านเรือนในย่านตลาดเสาชิงช้า รัชกาลที่ ๕ ได้โปรดให้รื้อออกจนสิ้นและสร้างขึ้นใหม่ โดยนำแบบการก่อสร้างมาจากประเทศสิงคโปร์ ดังปรากฏในความคิดเห็นของดร.แขชนะ ข้างต้น ผมสงสัยแต่ยังไม่มีเวลาไปค้นว่าพระพุทธยอดฟ้า ยกทัพตีเมืองยิริง แล้วขนปืนใหญ่นางพญาตานี มาไว้ที่หน้ากระทรวงกลาโหม และกวาดต้อนผู้คนชาวมุสลิมมาตั้งรกรากอยู่รายรอบกรุงเทพ รวมทั้งแถวๆหนองจอกที่อาจารย์นิรันดร์ทำงานอยู่ ซึ่งหลายๆคนไม่อยากให้พูดถึง ![]() ) ก็เพราะมันผุกร่อนมากบริเวณที่เป็นเสาชิงช้าเดิมได้เปลี่ยนเป็นตลาด นับว่าเป็นตลาดใหญ่ของกรุงรัตนโกสินทร์ ต่อมาในรัชกาลที่ ๖ ได้ซุงที่มีขนาดใหญ่มากมาใหม่สองต้นสร้างเป็นเสาชิงช้าขึ้นตรงตำแหน่งที่อยู่ในปัจจุบัน และสร้างฐานขึ้นเป็นวงกลมมีเสาไฟฟ้าส่องสว่างประดับสี่ต้นดังในรูปที่ 13 สำเร็จในวันที่ ๒ มกราคม ๒๔๖๓ และยืนหยัดมาจนถึงปี ๒๕๐๓ ก็สร้างเสาชิงช้าขึ้นใหม่แต่ก็ไม่มีไม้ใหญ่พอ ต้องใช้การต่อไม้เป็นเสาชิงช้า แต่ก็ไม่มีปัญหา เพราะไม่ได้มีการโล้ชิงช้าอีกแล้ว จนกระทั่ง ๒๕๔๗ เสาชิงช้าได้ผุกร่อนมากจนไม่สามารถยืนหยัดได้อีกจึงต้องมีการสร้างขึ้นใหม่ทั้งหมดอีกครั้ง ![]() ในที่สุดเสาชิงช้าใหม่ที่งามสง่าและแข็งแรงปลอดภัยก็ได้ยืนเด่นเป็นสง่ากว่าเดิมขึ้นเรื่อย ๆ ![]() ![]() นอกจากผมแล้ว ก็ยังมีคนไทยจำนวนมากเห่อเสาชิงช้าใหม่ ลึก ๆ แล้ว ผมอยากให้รื้อฟื้นพิธีโล้ชิงช้าขึ้นมาอีก ไม่ได้อยากเห็นพราหมณ์ตกลงมาหรอกนะครับ แต่อยากให้มีระบบเซฟไม่ให้ตกลงมาด้วย น่าจะเป็นเครื่องดึงดูดนักท่องเที่ยวได้มาก แล้วยังเป็นอีกหนึ่งในพิธีสิบสองเดือนด้วย สงคราม ไม่ว่าใครจะชนะหรือแพ้ ต่างก็ได้รับความเจ็บปวดเสียหายด้วยกันทั้งสองฝ่าย และก็เป็นธรรมเนียมของการทำสงครามที่เมื่อรบชนะที่ใดก็จะกวาดต้อนผู้คนลงมาด้วยเพื่อ อะไรก็คงทราบกันดี เมื่อคราวเสียกรุงศรีอยุธยา บุเรงนองก็ได้รบชนะไทย แล้วก็กวาดต้อนคนไทยไปด้วยจำนวนมาก รวมถึงกษัตริย์ไทยด้วยคือพระนเรศวรมหาราชของเรา เมื่อเวลานานไป คนไทยเหล่านั้นก็เป็นคนพม่าไปแล้ว ผมก็คิดว่าเราคนไทยก็เลิกโกรธพม่าไปนานแล้ว คนหนองจอก มีนบุรี และบางน้ำเปรี้ยวที่ผมอาศัยอยู่ก็เป็นชุมชนคนมุสลิม ผมว่า ไม่ใช่ไม่มีคนอยากกล่าวถึง แต่เพราะลืมความเจ็บปวดไปหมดแล้วต่างหาก ซึ่งผมก็ว่าดีนะ ชาวไทยมุสลิมในย่านหนองจอก มีนบุรี และบางน้ำเปรี้ยว ก็ไม่แตกต่างจากชาวไทยพุทธ ไทยคริสต์ ไทยพราหมณ์ ไทยซิกส์ ฯลฯ เราอยู่ด้วยกันอย่างสันติ รักใคร่ปรองดองกันดี ช่วยเหลือเกื้อกูลกันด้วยอัธยาศัยไมตรีที่ดีงาม ดร.แขชนะได้เดินทางไปรอบโลก เคยเห็นที่ไหนเหมือนเมืองไทยไหมครับที่ เทวสถานพราหมณ์ โบสถ์คริสต์ มัสยิดอิสลาม วัดในพระพุทธศาสนา อยู่ในบริเวณเดียวกัน ![]() อาจารย์นิรันดร์พูดถึงเกาะรัตนโกสินทร์ ทำให้ผมนึกถึงสมัยเด็กๆ ผมเกิดที่ริมเกาะรัตนโกสิทร์ริมคลองคูเมือง ที่ชาวบ้านเรียกว่าคลองหลอด ข้างๆวัดราชบพิตร แม่ผมให้พยาบาลผดุงครรภ์มาทำคลอดที่บ้าน สมัยก่อนนิยมแบบนั้นมากกว่าที่จะไปคลอดที่โรงพยาบาล ผมเคยคิดเล่นๆว่าผมเริ่มจำความได้ตั้งแต่อายุเท่าไร เท่าที่นึกออกคือยังจำภาพตอนเดินเล่นอยู่ในบ้านเก่าริมคลองหลอดและพูดคุยกับพ่อและแม่ ผมเองก็ไม่รู้ว่าขณะนั้นอายุเท่าไรเพราะยังเด็กมาก ต้องอาศัยการเปรียบเทียบเหตุการณ์ การย้ายบ้านไปอยู่ที่ใหม่แถวๆโรงเรียนสตรีทัดสิงหเสนี (ยศเส)ว่าย้ายในปีไหน ก็พอจะทราบว่าตอนเราอยู่บ้านเก่านั้นเราอายุเท่าไร จากการถามแม่พบว่าช่วงนั้นผมมีอายุราวๆ 1 ขวบกว่า เกือบ 2 ขวบ ผมลองตรวจสอบความจำลูกชายของผมขณะนี้ว่าให้ลองนึกดูว่าจำความได้ตอนไหน ปรากกฏว่า ราวๆขวบกว่า เกือบ 2 ขวบเช่นกัน แม่เก็บรูปไว้ให้ผมหลายรูป แต่ตอนที่เก่าแก่ที่สุดประมาณ 1 ขวบ (ดูรูป) ท่านทั้งหลายลองนึกดูแบบผมแล้วเล่าประสบการณ์ให้ฟัง หรือส่งรูปมาให้ดูบ้างนะครับ ![]() ส่วนใหญ่คนไทยเรามักไม่ค่อยทราบภูมิหลังของเรา ซึ่งอาจทำให้คนไทยเรารักและหวงแหนแผ่นดินเกิดน้อยไปสักนิดหนึ่ง (หรืออาจมากๆในขณะนี้) ผมมีหนังสือที่อยากแนะนำให้คนกรุงเทพได้อ่านจะได้รู้ว่า กรุงเทพของเรานั้นเป็นอย่างไร มีเรื่องที่น่ารู้หลายเรื่องรวมทั้งเรื่องที่อาจารย์นิรันดร์ได้กล่าวมาแล้วข้างต้นด้วย หนังสือนี้ชื่อ "กรุงเทพฯมาจากไหน?" โดยอาจารย์สุจิตต์ วงษ์เทศ เป็นหนังสือ 4 สี พิมพโดยสำนักพิพ์มติชน ![]() "ชาติพันธุ์สุวรรณภูมิ: บรรพชนคนไทยในอุษาคเนย์" โดย อาจารย์สุจิตต์ วงษ์เทศ และพิมพ์โดยสำนักพิมพ์มติชนเช่นเดียวกัน แต่หนูไผ่ไม่มีรูปโป๊แบบหนูในความเห็นที่ 22 ค่ะ ถ้าจะถ่ายใหม่ตอนนี้ก็จะไม่เป็นมุมมองเก่า ต้องเอาไปโพสต์ที่กระทู้มุมมองใหม่ และเว็บวิชาการดอทคอมคงต้องถูกปิดไป คิก ๆ ยิ่งคบกันนานก็ยิ่งพบว่าเรามีอะไรที่คล้ายกันมากระหว่างผมกับดร.แขชนะ ตอนผมเกิด บ้านผมก็อยู่ขอบสุดของเกาะรัตนโกสินทร์ เป็นชุมชนป้อมมหากาฬ เคยลงรูปมาให้ดูครั้งหนึ่งแล้ว แล้วก็ย้ายบ้านตอนอายุขวบกว่า ๆ เรียนอนุบาล ประถมต้น ที่โรงเรียนสตรีทัดสิงหเสนีย์ด้วยกัน เรียนประถมปลายที่โรงเรียนสามัญพลับพลาชัยด้วยกัน (สมัยนั้น ชั้นประถมมี 7 ปี แยกเป็นประถมต้น 4 ปี ประถมปลาย 3 ปี) ตอนมัธยมแยกย้ายกันไปเรียนหนังสือต่างจังหวัด พอเข้ามหาวิทยาลัยมาเรียนฟิสิกส์ด้วยกันอีกจนจบปริญญาตรี ต่างกันก็ตรง ผมง้อเก่งเลยไม่ได้เรียนต่อแต่มีลูก 3 คน ขณะที่ดร.แขชนะได้ทำดร.ที่ประเทศเยอรมัน ดร.แขชนะเก่งภาษากังสังคม แต่ผมตกภาษาและสังคมไม่ดี แต่เราก็เป็นเพื่อนกันได้เกินครึ่งศตวรรษแล้ว จำไม่ได้ว่าเคยชกกันบ้างหรือเปล่า คิดว่าคงไม่น่าจะเคย เพราะดร.แขชนะเป็นคนใจเย็น กลับมาเรื่องการกวาดต้อนผู้คนมาสมัยสงคราม ต้นตระกูลของแม่ผมก็ถูกกวาดต้อนมาเหมือนกัน เป็นพวกมอญปทุมธานี เหมือนท่านอดีตนายกรัฐมนตรีท่านหนึ่ง(ไม่แน่ใจว่าสมควรเอ่ยชื่อหรือไม่) ซึ่งท่านก็ทำประโยชน์ให้กับประเทศไทยมหาศาลทั้งที่ท่านก็เป็นเชื้อสายมอญ เช่นการแก้ไขสัมปทานการใช้สัญญาณดาวเทียมแบบผูกขาดจาก 15 ปีเหลือ 8 ปี กระนั้นก็ยังทำให้เจ้าของสัมปทานร่ำรวยนเกือบจะซื้อประเทศไทยไปขายให้สิงคโปร์สำเร็จ เอ ชักนอกเรื่อง คุยเรื่องสบาย ๆ ใจดีกว่า หลังประตูในภาพนี้เป็นทางเดินไปบ้านเกิดของผมครับ หากพ่อผมไม่ย้ายบ้าน ในรูปนี้อาจมีลูกหรือหลานของผมร่วมอยู่ด้วยก็ได้ ![]() |
ขอบคุณผู้สนับสนุนHot Links |
Copyright© 2000-2007, Vcharkarn.Com. All rights reserved.
|
คลิ๊กเพื่อดูสถิติ รับรองและสนับสนุนโดย |
![]() สสวท. |
![]() มูลนิธิ พสวท. |
![]() พสวท. |