|
โพสต์เมื่อ:
13:08 วันที่ 8 ม.ค. 2551 ชมแล้ว:
46,649
ตอบแล้ว:
232
สืบเนื่องจากความคิดเห็นที่ 1162 ในกระทู้มุมมองใหม่(ต่อจากอีกมุมมอง)
ซึ่งเป็นไปตามคำแนะนำของ ดร.แขชนะ ครับ
เริ่มด้วยภาพนกพิลาบตัวนี้
ผมไปชมเสาชิงช้านี้เมือวันที่ 6 มิถุนายน 2549 ก่อนที่เขาจะรื้อลงมา
แล้วก็เห็นว่าเป็นโอกาสที่ผมจะถ่ายรูปนกใกล้ ๆ ได้
เพราะโดยปกติ ไม่ว่าผมจะพยายามอย่างไรก็ไม่สามารถเข้าไปถ่ายรูปนกใกล้ ๆ ได้เลย
ด้วยไม่ได้เตรียมพร้อมและอดทนไม่พอ
แต่นกพิลาปที่เสาชิงช้านั้นเชื่องมาก หากคุณถืออาหารไว้ในมือ นกแทบจะบินมาเกาะมือเลยที่เดียว
นกตัวนี้อยู่ใกล้ผมที่สุดมันเกาะนิ่งไม่เดินไปมาเหมือนนกตัวอื่น
พอเอารูปมาดูถึงได้ทราบว่าทำไมเขาไม่ได้เดินไปมา
![]() ความเห็นเพิ่มเติมที่ 47 12 ม.ค. 2551 (18:47) ![]() ตอนโตสวยกว่าจริงๆด้วย ว้าย ! ดร. แข นี่ช่างค้นจริง ๆ เลย นั่นมันรูปตอนแก่แล้ว ไม่ใช่ตอนโต ขอต่อเติมรูปตอนเด็กหน่อยค่ะ เขาชอบใส่ชุดกบ (น่าจะเป็นแม่เขามากกว่าที่ชอบ) เขามีผมด้วยนะ แต่เป็นผมที่ไร้น้ำหนักไม่ตกลงมาตามแรงโน้มถ่วงของโลกค่ะ ![]() ภาพชุมนุมเรือนไทยที่บ้านท่านอาจารย์เทาชมพูใช่ไหมครับ ยังเก็บไว้ครับ แต่ผมเคยโพสไปแล้วถูกเซนเซอร์ ก็เลยไม่กล้านำมาลงอีก เกรงว่าท่านเจ้าของภาพไม่ยินยอมเพราะเป็นที่รโหฐาน และแต่ละท่านก็ใช้นามปากกา ไม่ได้ใช้ชื่อจริงเหมือนผม ผมจึงคิดว่าไม่ควรนำมาเปิดเผยอีก แต่ถ้าคุณครูไผ่ยินดี ผมก็จะเอามาลงให้ แต่คงต้องเป็นภาพคุณครูไผ่ ผม กับพี่โก๋แก่ที่เคารพ เพราะท่านคงไม่มาว่าอะไรผมอีก เอ่ยชื่อท่านแล้วก็อดเสียดายไม่ได้ หวังว่าท่านคงได้ไปพบกับแม็กซ์เวลและแฮทซ์เรียบร้อยแล้ว และได้ถกกันเรื่องแม่เหล็กไฟฟ้าเป็นที่สนุกสนาน แม้จะเป็นคนละสไตล์แต่ทั้งสองท่านมีอุดมคติที่คล้ายคลึงกัน พี่โก๋แก่(ที่จริงผมควรเรียกท่านว่าอาจารย์ เพราะท่านเป็นอาจารย์ผมที่จุฬาฯ)จากไปไม่นาน เรา(เว็บวิชาการ)ก็ได้ดร.แขชนะมาช่วยเด็กทำโครงงาน ทำของเล่นวิทยาศาสตร์แทน ไม่รู้ว่าเมื่อใด เว็บมาสเตอร์จะขึ้นทำเนียบ ดร.แขชนะเป็น VTEAM เสียที ความเห็นเพิ่มเติมที่ 50 12 ม.ค. 2551 (23:40) ![]() เมื่อช่วงวันหยุด x-mas ปีใหม่ที่ผ่านมา ผมได้ไปเที่ยวและพักบนดอยแม่สลองเช่นดียวกับ อ.นิรันดร์แต่ไม่ยักเจอกัน ผมได้มีโอกาสไปที่เที่ยว พิพิธภัณฑ์วีรชนอดีตทหารจีนคณะชาติภาคเหนือ ประเทศไทย ที่เห็นในรูป หรือก็คือที่ระลึกของกองพล 93 นั่นเอง ทำให้ผมคิดถึงพ่อมาก เพราะพ่อผมก็เป็นหนึ่งในทหารของกองพลนี้ เรื่องราวเป็นดังนี้ครับ ความเห็นเพิ่มเติมที่ 51 12 ม.ค. 2551 (23:41) ![]() ความเห็นเพิ่มเติมที่ 52 12 ม.ค. 2551 (23:42) ![]() เมื่อ 2-3 ปีก่อนผมได้มีโอกาสไปบรรยายที่ไต้หวัน ได้เล่าเรื่องและให้ครูไต้หวันดูรูปนี้ ไม่น่าเชื่อเลยว่า เขาจะชื่นชมมากและให้การต้อนรับผมดีเกินคาด ต้องขอบคุณพ่อผมที่ให้ได้ร่วมกินบุญเก่าของท่าน ความเห็นเพิ่มเติมที่ 53 12 ม.ค. 2551 (23:43) ![]() ขณะที่เกิดสงครามนั้น จีนต้องสู้รบกับญี่ปุ่นอย่างหนัก ทหารญี่ปุ่นฆ่าชาวจีนไปหลายล้านคน โดยเฉพาะเหตุการณ์ที่หนานจิง หรือ นานกิง (จีน: 南京; พินอิน: Nánjīng) ซึ่งเป็นเมืองหลวงของมณฑลเจียงซู สาธารณรัฐประชาชนจีน (อ่านเรื่อง การสังหารหมู่นานกิง http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%AA%E0%B8%B1%E0%B8%87%E0%B8%AB%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%AB%E0%B8%A1%E0%B8%B9%E0%B9%88%E0%B8%99%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%81%E0%B8%B4%E0%B8%87 ) ญี่ปุ่นก็ทำสงครามมหาเอเชียบูรพา เข้ามาแทรกซึมประเทศไทยและบังคับให้ไทยร่วมกับญี่ปุ่น ดังที่มีคำศัพท์ที่เป็นที่รู้จักกันคือ ร่วมวงศ์ไพบูลย์ (แนวการดำเนินยุทธวิธีเหมือนฮิตเลอร์ วันหน้ามีโอกาสจะเล่าให้ฟัง) ญี่ปุ่นส่งคนเข้ามาอยู่ก่อนเป็นพลเรือนหลายปี พอวันที่ญี่ปุ่นยกพลขึ้นบก พวกพลเรือนที่มาอยู่ก่อนหน้านี้ก็แต่งกายเป็นทหารญี่ปุ่นพรึบขึ้นมาอย่างพร้อมเพียง ซึ่งก็เป็นส่วนหนึ่งของนิยายเรื่อง คู่กรรม ของคุณทมยันตีนั่นเอง ญี่ปุ่นถึงขนาดพิมพ์ธนบัตรของไทย(ปลอม)ใช้เอง ทำให้เงินเฝ้ออย่างมากมายมหาศาล รัฐบาลขณะนั้นซึ่งมีท่านควง อภัยวงศ์เป็นนายกรัฐมนตรี จำเป็นต้อง แสดงละคร หลอกญี่ปุ่นปล่อยให้ ท่านปรีดี พนมยงค์ดำเนินการใต้ดินโดยใช้ ขบวนการเสรีไทยกู้ชาติ ดังที่เราทราบกันดี ญี่ปุ่นเข้ามาทางใต้ ตั้งแต่นครศรีธรรมราช ขึ้นไปจนทางเหนือถึงตอนใต้ของจีน กองทัพจีนส่งกองพล 93 เข้ามาทางตอนใต้ของจีนตลอดมาถึงทางเหนือของไทย (ต้องอย่าลืมว่าขณะนั้น เหมาเจ๋อตุง กับ เจียงไคเช็คเป็นศัตรูกันแต่ร่วมมือกันชั่วคราวต่อต้านญี่ปุ่น) กองทัพจีนรบชนะทำการปลดอาวุธญี่ปุ่นในประเทศไทย พ่อผมถูกส่งมาประจำการด้วยเพราะเป็นคนไทย ขณะนั้นมียศเป็นนายพันโทแห่งกองทัพก๊กมินตั๋ง ดังแสดงในรูป ความเห็นเพิ่มเติมที่ 54 12 ม.ค. 2551 (23:45) ![]() พ่อผมทำหน้าที่ล่ามภาษาไทยให้แก่กองทัพจีน ท่านนายอำเภอเมืองเชียงแมนขณะนั้นคือ นายภักดี สุนทรางกูร ได้มีหนังสือราชการไทยถึงพ่อของผมเพื่อเยี่ยมเยียนสมานพันธไมตรี พ่อเล่าว่าตอนแรกนั้นท่านนายอำเภอไม่ทราบว่านายทหารคนสนิทของท่านนายพลจีนจะเป็นคนไทย ยามสงครามแบบนี้ถ้าได้เจอคนไทยด้วยกันในลักษณะนี้ก็ทำให้ตื่นเต้นดีใจจนน้ำตาไหลได้เหมือนกัน ความเห็นเพิ่มเติมที่ 55 12 ม.ค. 2551 (23:46) ![]() ปัจจุบันเมืองเชียงแมนเป็นเมืองที่น่าท่องเทียวเมืองหนึ่ง มีวัดเชียงแมนไชยเชษฐาราม ตั้งอยู่ฝั่งแม่น้ำโขงด้านทิศตะวันตกตรงกันข้ามกับเมืองหลวงพระบาง ต้องนั่งเรือข้ามฝากที่ท่าวัดเชียงแมน เป็นเรือติดเครื่องยนต์ลำเล็กนั่งได้ 10 คน เรือจะรอคนเต็มลำแล้วจึงจะออกเรือ หมู่บ้านเชียงแมนมีลักษณะเป็นหมู่บ้านในชนบทอย่างแท้จริง พระอุโบสถมีลักษณะคล้ายกับวัดในเชียงใหม่ โดยเฉพาะซุ้มประตูโขงของพระอุโบสถ บานประตูแกะสลักไม้ปิดทองเรื่องพระเวสสันดรชาดก คันทวย ลวดลายประดับคล้ายกับแบบสมัยล้านนา มีความสง่างามน่าชม นอกจากนี้ยังมีผ้าพระบฏปักทองเป็นรูปพระพุทธเจ้าที่หาดูได้ยาก ความเห็นเพิ่มเติมที่ 56 12 ม.ค. 2551 (23:47) ![]() ความเห็นเพิ่มเติมที่ 57 12 ม.ค. 2551 (23:48) ![]() ในตอนหลัง พ่อผมได้มีโอกาสไปทำงานที่ลาวอีกที่สนามบินเวียงจันทน์ เป็นช่วงที่ลาวยังไม่เปลี่ยนแปลงการปกครอง ผมก็ตามไปอยู่ด้วย แต่ผมมาอยู่และเรียนหนังสือฝั่งไทย 2 ปีทำให้ได้ศึกษาวิธีพูดภาษาลาวหรือภาษาอีสานให้ได้ชัดเจน ผู้สนใจหาอ่านเรื่องที่ผมเขียนไว้ที่นี่ http://www.vcharkarn.com/include/vcafe/showkratoo.php?Pid=98217 ความเห็นเพิ่มเติมที่ 58 12 ม.ค. 2551 (23:49) ![]() ความเห็นเพิ่มเติมที่ 59 13 ม.ค. 2551 (05:18) โอ้โฮ นึกไม่ถึงเลยว่า ตื่นขึ้นมาพบกับประวัติศาสตร์ฉบับของแท้ พร้อมภาพที่ยังชัดเจนจากลูกชายของผู้ที่อยู่ในเรื่องเอง ขอบคุณมากค่ะ น่าสนใจมาก ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ คุณพ่ออาจารย์แขท่าทางฉลาดและใจดี ดูอบอุ่น คุณแม่เหมือนนักเรียนตัวอย่างเลยนะคะ ท่านจอมพลเจียงหล่อมาก ๆ เลยค่ะ ความเห็นเพิ่มเติมที่ 60 13 ม.ค. 2551 (07:38) ได้อ่านประวัติศาสตร์จากต้นฉบับจริงค่ะ น่าภาคภูมิใจนะคะ และทำให้ทราบว่าอาจารย์แขชนะ เป็นคุณครูที่เชี่ยวชาญแทบทุกด้าน แม้แต่ภาษาลาว ภาษาอิสาน และเห็นด้วยกับอาจารย์นิรันดร์ค่ะที่เมื่อใด เว็บมาสเตอร์จะขึ้นทำเนียบ ดร.แขชนะเป็น VTEAM เสียทีนะคะ อาจารย์ใจดี กันเองและเข้าใจคนเป็นครูที่สอนระดับต้น ๆ คุณครูไผ่ ได้รู้จักมานานหลายปีจากบทความ หน้าวิชาการ ตำราและเอกสารเกี่ยวกับการเรียนการสอน การวิจัยชั้นเรียน และการสอนลูกคิด ทีแรกคิดว่าครูไผ่เป็นสุภาพบุรุษ คุณครูไผ่กันเองและใจดีด้วยค่ะ อาจารย์นิรันดร์ ได้รู้จักที่นี่ ตอนแรก ๆ กลัวค่ะที่ได้เข้ามาโพสในกระทู้ของอาจารย์ ต่อมาได้ทราบขึ้นที่ละน้อยว่าอาจารย์นิรันดร์ใจดี รักเด็ก ๆ และทำให้ดิฉันรู้วิธีการเอารูปมาขึ้นกระทู้ได้และฝึกมาเรื่อย ๆ จนวันนี้ก็ยังไม่พอใจสักเท่าไร ขอขอบคุณอาจารย์ทั้ง 3 ท่านมาก ๆ ค่ะ คุณนพบุราดิศร เคยพบที่กระทู้กลอน โต้ตอบกับคุณตองสี่ อ่านสำนวนกลอนแล้วคิดว่าเป็นผู้ชายนะคะ ยินดีที่ได้พบกันที่นี่ น่าเสียดายที่ผมไปถึงดอยแม่สลองแต่ไม่ได้ขึ้นไปที่กองพล 93 ด้วยรถยนต์ที่ขับไปเกิดปัญหาต้องแก้ไข ทำให้หมดเวลาไปครับ ได้แต่ไปชมลานนิทรรศการชา และอื่น ๆ แต่พลาดกองพล 93 ไปอย่างน่าเสียดาย และก็ขอแสดงความเสียใจกับดร.แขชนะที่สูญเสียบุพการีทั้งสองท่านไป และเสียใจที่ไม่ได้ร่วมบำเพ็ญกุศลด้วย ผมเคยพบท่านทั้งสองเมื่อคราวอยู่ที่บ้านแถวเฉลิมเขตและสะพานพระรามหก ความเห็นเพิ่มเติมที่ 62 13 ม.ค. 2551 (09:36) อ่าน เรื่องสยดสยอง จากพฤติกรรมทหารญี่ปุ่น ที่นานกิง ซึ่งอาจารย์แขชนะ link ไว้ให้แล้ว ทำไมผู้นำที่กระหายสงครามเพียงจำนวนหนึ่ง จึงสามารถปลุกปั่นเสี้ยมสอนบ่มเพาะให้ "คนจำนวนมาก (ทหาร)" โหดเหี้ยมทำทารุณกรรมได้ถึงขนาดนั้น ครูคิมคะ หนูนพบุราดิศร เป็นเด็กนักเรียนชายโรงเรียนมัธยมวัดหนองแขม เขตพื้นที่การศึกษา กทม. เขต 3 ค่ะ ครูไผ่รู้จักตัวจริงเขามาประมาณสองสามปี ปัจจุบันคงอยู่ประมาณ ม. 5 ค่ะ ว้าว ผมรู้สึกถึงคุณนพบุราดิศรเหมือนครูคิมครับคารมกลอนคมคายมาก ต่อไปเป็นกวีได้แน่ thank you for your vioce sir .... นพบุราดิศรกลอนเด็ดนัก ............... ต่อไปจักเจิดจ้ากล้าสมร จงขยันหมั่นฝึกจารึกกลอน ................. เหมือนอาภรณ์พริ้งเพริดประเสริฐงาม ไม่ว่าเธอยึดถืออาชีพใด .................... แต่งกลอนได้ใครใครก็เกรงขาม อวยพรให้ได้ชื่อระบือนาม .................. พยายามยิ่งขึ้นไปอย่าได้รา .... เห็นเธอหาญชาญถ้อยร้อยคำหลวง .. ผจงปวงคำประพันธ์นั้นนักหนา หากเด็กไทยได้ครึ่งนพบุรา ................. ดิศรว่ากลอนบ้างก็ยังดี ความเห็นเพิ่มเติมที่ 68 14 ม.ค. 2551 (22:42) ไม่เล่า "มุมมองเก่า" กันต่อแล้วหรือคะ ? |
ขอบคุณผู้สนับสนุนHot Links |
Copyright© 2000-2007, Vcharkarn.Com. All rights reserved.
|
คลิ๊กเพื่อดูสถิติ รับรองและสนับสนุนโดย |
![]() สสวท. |
![]() มูลนิธิ พสวท. |
![]() พสวท. |