วิชาการ.คอม - คลังความรู้ ปัญญาไทย เพื่อการศึกษาไทย เพราะเรารักเมืองไทย
เว็บส่งเสริมการเรียนรู้ดีเด่น 2547 (สมาคมผู้ดูแลเว็บไทย)   |   เว็บสื่อวิทยาศาสตร์ดีเด่น 2549 (กระทรวงวิทย์)   |   เว็บการศึกษาที่มียอดผู้เข้าชมสูงสุด 2549, 2550 (TrueHits)
ขอขอบคุณ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) และ สสวท ที่ให้การสนับสนุน  
Classical Mechanics กับ Quantum Mechanics
โพสต์เมื่อ: 03:11 วันที่ 9 ม.ค. 2551         ชมแล้ว: 21,454 ตอบแล้ว: 93
ผมพยายามอธิบายเรื่องนี้แบบง่ายๆให้เด็กฟังโดยไม่อยากใช้คำศัพท์ที่ดูน่ากลัวและไม่อยากใช้คณิตศาสตร์ชั้นสูงมาพูดให้คนไม่กล้าเรียน ความจริงธรรมชาติของสสารและพลังงานเป็นเรื่องที่เรียบง่ายที่สุด ค่อยๆสะสมจากเรื่องที่เราเข้าใจได้ง่ายๆก่อน เนื่องจากเป็นเรื่องที่มีเนื้อหามาก ถ้าเขียนเป็นคำพูดจะเยิ่นเย้อ ก็อาจจะต้องมีสมการคณิตศาสตร์มาช่วยเพื่อให้กระชับและเข้าใจตรงกัน เท่านั้นเอง เมื่อเราเริ่มเรียนวิชาฟิสิกส์ หรือวิทยาศาสตร์กายภาพ เรามักจะพูดถึงเรื่องของสสารและพลังงาน พูดถึงมวล เรามักจะพูดถึงเซอร์ไอแซค นิวตันที่ไปนั่งอยู่ใต้ต้นแอปเปิ้ล พอแอปเปิ้ลหล่นลงมาก็ได้ความคิดเกี่ยวกับแรงโน้มถ่วง ถ้าแอปเปิ้ลอยู่บนต้นยังไม่หล่นมันจะมีพลังงานศักย์เนื่องจากสนามแห่งความโน้มถ่วง พอแอปเปิ้ลหล่นลงมา มวลของแอปเปิ้ลมีการเคลื่อนที่มันจะมีพลังงานจลน์ พลังงานศักย์โน้มถ่วงก็กลายเป็นพลังงานจลน์ เราก็ได้ข้อสรุปที่สำคัญว่า

พลังงานรวมของระบบ = พลังงานจลน์ + พลังงานศักย์ .................................( 1 )

มวลที่ไอแซคนิวตันพูดถึงนั้นมักมีขนาดที่ใหญ่ เช่น โลก ดวงจันทร์ หรือขนาดเล็กที่ตาเรามองเห็นและจับต้องได้ วิชาที่ว่าด้วยเรื่องราวของสสารและพลังงานที่ว่านี้ก็คือวิชากลศาสตร์ เรียกได้ว่าเก่าแก่มีการพัฒนานาตั้งแต่สมัยโบราณ บางที่เราก็เรียกว่า กลศาสตร์แบบฉบับ หรือกลศาสตร์ดั้งเดิม หรือ Classical Mechanics ซึ่งนักฟิสิกส์ที่เป็นผู้ริเริ่มที่สำคัญคือนิวตัน

ต่อมาได้มีการค้นพบปรากฏการณ์แปลกๆที่ไม่สามารถอธิบายได้ด้วยกลศาสตร์ดั้งเดิมหลายอย่าง เช่น ถ้าเรามีกองส้มที่วางเรียงกันสูงขึ้นมาเหมือนที่แม่ค้าขายอยู่ แล้วเราก็เอาส้มลูกหนึ่งปาเข้าไปในกองส้มนั้น ปรากฏกว่าส้มแตกกระจายออก บางลูกได้รับพลังงานจากส้มที่ปาเข้าไปก็กระเด็นออกมาเนื่องจากพลังงานจลน์ของลูกที่ปาเข้าไปนั้นถ่ายทอดไปยังลูกที่กระเด็นออกมา ซึ่งก็เป็นไปตามหลักการของการถ่ายเทพลังงานในวิชากลศาสตร์ดั้งเดิม ไอน์สไตน์ได้สังเกตเห็นว่า ถ้าฉายแสงลงบนแผ่นโลหะ ปรากฏว่ามีอิเล็กตรอนบางตัวกระเด็นออกมา ท่านก็เลยสงสัยต่อไปว่า ถ้าเปรียบอิเล็กตรอนเหมือนกองผลส้ม ทำไมเมื่อฉายแสงบางสีเข้าไป จึงมีอิเล็กตรอนกระเด็นออกมา ท่านก็เลยคิดว่า แสงที่ฉายเข้าไปน่าจะมีลักษณะเป็นเม็ดๆเหมือนผลส้ม สมัยนั้นเราทราบกันว่าแสงเป็นคลื่น แสงแต่ละสีก็จะมีความถี่ของคลื่นแสงต่างกัน ไอน์สไตน์สังเกตว่าแสงบางสีเมื่อฉายลงบนแผ่นโลหะบางชนิดไม่มีอิเล็ตรอนกระเด้งออกมา แต่แสงบางสีที่ความถี่สูงๆขึ้นไปจะทำให้มีอิเล็ตรอนกระเด้งออกมา ไอน์สไตน์ก็เลยคิดว่าแสงต้องมีคุณสมบัติเป็นเม็ด หรือเป็นอนุภาค และพลังงานของแสงต้องขึ้นกับความถี่ อนุภาคหรือเม็ดแสงที่ว่านี้ เราเรียกว่า โฟตอน (มาจาก Photo หมายถึงแสงพอเติม on เข้าไปหมายถึงเป็นเม็ดๆ เหมือน Electron, Proton, Neutron นั่นเอง) ความคิดของไอน์สไตน์สอดคล้องกับนักฟิสิกส์หลายคน เช่น พลังค์

พลังงานจลน์ของแสงแต่ละเม็ด = ค่าคงที่ของพลังค์ x ความถี่ของแสงนั้น

ปรากฏการณ์ที่แสงทำให้อิเล็ตรอนกระเด็นออกมานี้ เราเรียกว่า ปรากฏการณ์โฟโต้อิเล็กตริก จากการค้นพบของไอน์สไตน์นี้ก็ทำให้เขาได้รับรางวัลโนเบล แต่ก็ยังมีนักฟิสิกส์อีกหลายท่านที่ได้รับรางวัลโนเบลจากการค้นพบปรากฏการณ์ประหลาดที่ไม่สามารถอธิบายได้ด้วยกลศาสตร์ดั้งเดิม ในแง่ของวิชากลศาสตร์ ที่เรามักพูดเกี่ยวกับ สสารและพลังงาน เวลาที่คิดพลังงานของแสง เรามักไม่มองลำแสงลำใหญ่รวม แต่จะคิดถึงพลังแสงแต่ละตัว แต่ละเม็ด เม็ดของพลังงานแต่ละเม็ดนี้เราเรียกว่า ควันตัมของพลังงาน (หรือพลังงานที่เป็นเม็ด)

จากสมการข้างบนเราจะเห็นว่ามีเรื่องประหลาดอยู่ ถ้าคิดว่าแสงเป็นเม็ดทำไมเวลาคำนวณพลังงานต้องเอาค่าความถี่ของแสงมาคิดด้วย ซึ่งแสดงว่าแสงก็เป็นคลื่นด้วยเหมือนกัน ซึ่งมันดูขัดๆกับหลักกลศาสตร์ดั้งเดิม เรื่องพวกนี้เป็นของแปลกใหม่ที่ต่างจากสิ่งที่เราเรียนรู้จากนิวตัน หลักการของนิวตันนั้นใช้ได้กับมวลก้อนใหญ่ๆที่เราจับต้องได้ คือมองเห็นแบบมหภาค (Macroscopic) แต่จะเอาไปใช้ไม่ได้กับของเล็กๆเช่น อิเล็ตรอน หรือเม็ดแสง ที่เรามองไม่เห็นหรือจับต้องไม่ได้แบบจุลภาค (Microscopic) เราจำเป็นต้องมีวิชากลศาสตร์แบบใหม่ที่ใช้ได้กับอนุภาคเล็กแบบนี้ วิชากลศาสตร์แบบใหม่นี้เราเรียกว่า กลศาสตร์ควันตัม (Quantum Mechanics)

มีคำถามตามมาอีกมากมายว่า ถ้าคลื่นแสงเป็นอนุภาคได้ แล้วอนุภาคเล็กๆเช่นอิเล็กตรอนประพฤติตัวเป็นคลื่นได้หรือไม่ ปรากฏว่า เดอบรอยได้เสนอความคิดเกี่ยวกับคลื่นอนุภาคนี้และได้รับรางวัลโนเบล ตัวอย่างที่แสดงให้เห็นว่าอิเล็ตรอนเป็นคลื่นนั้นก็คือ กล้องจุลทรรศน์อิเล็กตรอน แต่เดิมเราใช้แสงที่ตาคนเรามองเห็นกับกล้องจุลทรรศน์ธรรมดา แต่ปรากฏว่า เราอยากดูสิ่งที่เล็กมากๆ และเล็กกว่าความยาวคลื่นแสง เราไม่สามารถดูได้เพราะมันเล็กเกินไป คลื่นแสงเล็ดลอดข้ามไปหมดเลย เราจำเป็นต้องอาศัยคลื่นที่มีความยาวคลื่นสั้นกว่าขนาดของที่เราจะดู ในเมื่อเราคิดว่าอิเล็กตรอนเป็นคลื่น เราก็เร่งพลังงานของอิเล็ตรอนให้สูงขึ้นมันจะได้มีความถี่สูงขึ้น(ความยาวคลื่นสั้นลง)สามารถเอาไปส่องดูของเล็กมากๆ เช่น ไวรัสได้

ในเมืออนุภาคเล็กๆทั้งหลาย(ที่เราจับต้องไม่ได้และใช้กลศาสตร์ดั้งเดิมอธิบายไม่ได้) ที่เราอยากเรียนรู้นี้ ประพฤติตัวเป็นคลื่น ถ้าเราอยากศึกษาเกี่ยวกับพลังงานของมัน เราก็จะต้องศึกษาคุณสมบัติของคลื่น เช่นมันมีความถี่เท่าไร มีพลังงานจลน์เท่าไร มีพลังงานศักย์เท่าไร(ถ้าอยูในสนามพลังอื่นๆ เช่น สนามไฟฟ้า) ตัวที่จะเป็นเครื่องบอกคุณสมบัติของคลื่นนี้เราเรียกว่า ฟังก์ชั่นคลื่น จากการศึกษาของชเรอดิงเงอร์ (Schroedinger) ทำให้เราได้สมการของพลังงานเหมือนสมการที่ ( 1 ) ข้างต้นคือ

(เทอมของ)พลังงานรวมของอนุภาคที่มีฟังก์ชั่นคลื่นตัวนั้นๆ = (เทอมของ)พลังงานจลน์ + (เทอมของ)พลังงานศักย์...( 2 )

ซึ่งมันก็คือหลักการใหญ่ๆที่สำคัญของกลศาสตร์ที่ว่าด้วยสสารและพลังงานนั่นเอง แต่พลังงานของระบบในที่นี้คือพลังงานเฉพาะตัวของอนุภาคนั้นๆ ที่มีฟังก์ชั่นคลื่นเฉพาะตัวของมัน ไม่เกี่ยวกับกลุ่มใหญ่ เพราะเราพูดแบบควันตัมคือเฉพาะอนุภาคที่เป็นคลื่นนั้น ค่าพลังงานเฉพาะตัวของอนุภาคคลื่นนี้ แต่ถ้าพูดแบบภาษาเยอรมันของไอน์สไตน์และพลังค์ ค่าพลังงานเฉพาะตัวนี้ เรียกว่า ค่าพลังงานไอเก้น (Eigen Energy) ในภาษาเยอรมันคำว่า Eigen แปลว่าเฉพาะตัวนั่นเอง อย่าไปปวดหัวหรืองงกับศัพท์คำนี้

พยายามให้ง่ายที่สุดที่น่าพอจะเข้าใจได้ ส่วยรายละเอียดก็ให้ศึกษาต่อไป หรือเขียนมาถามก็ได้ครับ
71424


แขชนะ เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 2903 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 360 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

จำนวน 84 ความเห็น, หน้า่ | 1| 2| 3| 4| -5-
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 70 14 ม.ค. 2551 (16:37)
อาจารย์นิรันดร์รู้คำตอบอยู่แล้ว แต่กระตุ้นให้ผู้อื่นคิดตาม ขอบคุณมากครับ



คำตอบของคำถามข้อ.2 นี้มันก็มาจากคำตอบของข้อ.1 ที่อาจารย์นิรันดร์ได้แนะไว้นั่นแหละ เพียงแต่คิดให้มันเป็นควันตัมว่า มันจะต้องมีอะไรที่มีประจุแล้วเคลื่อนที่ได้ มันจึงจะให้กระแสไฟฟ้า และเหนี่ยวนำให้เกิดสนามแม่เหล็ก

กำลังจะเดินทางแล้ว พรุ่งนี้ถึงสนามบิน Frankfurt ที่เยอรมนีแล้วจะหาที่ฝอยต่อ กำลังมัน
แขชนะ เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 2903 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 360 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 71 14 ม.ค. 2551 (17:45)
ตอนที่เราไปเจอกันที่ฮังการี(มันแปลกดีนะ ไม่ค่อยได้เจอกันที่เมืองไทย) ผมก็สามารถเข้าเว็บวิชาการได้ครับ
ปัญหาคือหาแป้นพิมพ์ภาษาไทยไม่ได้เท่านั้น
นิรันดร์ เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 12960 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 851 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 72 14 ม.ค. 2551 (17:48)
อ้อ ลืมไป
ขอให้เดินทางโดยสวัสดิภาพแล้วก็ประสบความสำเร็จด้วยดีในการทำงานครั้งนี้นะครับ
ขอบคุณที่ช่วยเผยแพร่เกียรติของเมืองไทยให้ชาวโลกรู้ว่าประเทศเล็ก ๆ อย่างไทยเราก็มีคนเก่ง ๆ กับเขาเหมือนกัน
นิรันดร์ เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 12960 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 851 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 73 15 ม.ค. 2551 (05:38)
ขอบคุณครับที่แสดงเหตุผลแย้ง....

ผมขอสานต่อเจตนารมณ์ที่จะบอกต่อว่า...

ผมไม่รู้ว่านักวิทยาศาสร์ทุกคนจะคิดไง สงสัยหรือไม่ ผมคงประมาณว่าอย่างน้อยไอนสไตน์ เดอร์ยอย์ หรือไอเซ็นเบิกร์น่าจะเคยคิดอย่างเดียวกันกับผมว่า...
แล้วรัศมีอิเล็กตรอน นิงตรอน โปรตอน หละ??? มีขนาดเท่าใด???
หากผมเกิดสมัยนั้นก็คงคิดหัวแตกว่า
1. หากเอาอิเล็กตอนมาชั่ง อย่างมากก็ได้ค่าประจุ หรือมวลอย่างมิลลิเกนทำ
2. วิธีการจะรู้ขนาดได้คงไม่ใช่นำไม้บรรทัดไปวัดในขณะที่มันอยู่นิ่งๆ เพราะมันเล็กเกิดนไป...
3. วิธีการที่จะรู้ได้จากการทำให้มันเคลื่อนที่ และวัดระยะการเคลื่อนที่ของมัน...
แต่ก่อนอื่นต้องรู้ตำหน่งที่แน่นอนจาก V = s/t ดังนั้น S = Vt ...
4. ปัญหา...จะวัดความเร็วได้ไง?? เพราะมองไม่เห็นมันเคลื่อนที่ ..วิธีการคือ ทำได้อย่างเดียวคือ วัดพลังงาน E = 1/2 mV^2
E = P^2 /2m ...
P เป็นโมเมนตั้ม หรือ V = root 2 mE
5. พลังงานรวมก็ยังรวมรวมในระบบ แต่เวลา t ที่ตำแหน่งศูน์กลางของอิเล็กตรอนจะอยู่ที่ใด ณ. เวลาใดๆ??? ทำได้โดยต้องใช้
อนุภาค = คลื่น
เพราะคลื่น จะมีแลมด้า ความยาวที่แน่นอน น่าจะวัดตำแหน่งที่แน่นอนได้....
6. คลื่น E = hf = h c/L ....
พลังงานวัดได้ชัวร์
c และ m วัดได้ชัวร์...
ปัญหาต่อมาขนาด 1 โฟตอนมีกี่แลมด้า???
จบ.......... เราหยุดที่ความไม่แน่นอน ว่าขนาด 1 โฟตอนจะยาวเท่าไร???
ปัญหาต่อมาถ้าเราบอกว่าใช้ 1 แล้มด้าที่เป็นศูย์กลางที่แน่นอน.... ซึ่งเราต้องอาศัยวัดในขณะที่มันมีพลังงานจนล์หรือเคลื่อนที่(มีmV = p )...
ซึ่ง P วัดจากพลังงานทั้งระบบซึ่งความจริงคลื่นไม่ได้มีความยาวแค่ 1แลมด้า แต่เป็นอนันต์...หรือ= L หรือความยาวของกล่องระบบ....
นั่นหมายถึง พลังงานเที่งตรงทั้งระบบหมายถึงต้องหลายแลมป์ด้า...
...สรุปวัดตำแหน่งได้แน่นอน พลังงานก็ผิด โมเมตั้มก็ผิด .... วัดพลังานโมเมนตั้มแน่นอน ก็ระบุตำแหน่งไม่ได้.....
7. mVr = nh'
mVx = h' ( n = 1 อิเล็กตรอน)
2P x = h'
P x = h' / 2
DP DX > h / 4pie

8. มันหมายถึงขอบเขตที่วัดถึงสิ่งที่เล็กที่สุด....
บทพิสูจน์ ในทางปฏิบัติจริงหากเราจะวัดตำแหน่งอิล็กตรอน เครื่องมือเซ็นเซอร์ที่ดีที่สุด คือ แสง
ต้องใช้แสงไปชนอิเล็กตรอน...ขอบเขตธรรมชาติกางกั้นคือ เมื่อชน โมเมนตั้มของอิเล็กตอนเดิมก็จะเปลี่ยน
8.1 ต้องใช้แสงที่ความถี่น้อยเพื่อพลังงานชนจะได้น้อย เราก็จะทำให้โมเมนตั้มมันเปลี่นไม่มากหรือ Dp = 0 หรือวัดโมเมนตั้มได้แน่นอน ..แต่การกระเจิงของแสงก็น้อยเพราะพลังงานต่ำทำให้เราไม่ทราบขนาดหรือตำแหน่งมันเลย
8.2 หากเราใช้แสงความถี่มาก แลมด้ามีขนาดใกล้เคียงกับ แลมด้าของอิเล็กตรอน เราจะได้กการกระเจิงที่มาก และแน่นอนว่าตำแหน่งที่มันกระเจิงมากนั่นแหละแน่นอน แต่อิเล็กตอรกระดอนกระเด็นไป โมมง โมเมนเดิมไม่หลงเหลือ หรือ วัดโมมันตั้มแทบไม่ได้

9. เจตนารมณ์ของผมที่พยายามจะบอกคล้ายกับเดอร์บอยร์ก็คือ สารแผ่คลื่นได้ หรือของใหญ่แผ่คลื่ได้...
ขอบเขตของวัตถุในระดับโตกว่าอนุภาคก็ย่อมมี...
ผมให้เกียรติไอนสไตน์ ถ้าผลงานผมออกมาเป็นรูปธรรม ผมตั้งชื่อว่า...
" หลักความแน่นอนของมวลสาร และความเร็วของไอสไตน์"
หรือ ทฤษฎีมวลที่เพิ่มขึ้น และขนาดจะลดลง เป็นไปได้อย่างอิสระไม่มี
หรืออยู่ภายใต้ขอบเขตหนึ่งเท่านั้น
เช่น ดวงดาวมีมวลขนาดหนึ่ง ย่อมมีขอบเขตความเร็วจำกัดที่แน่นอนระดับหนึ่งไม่เกินนี้
หรือ วัตถุวัดมวลได้แน่นอน 1 กิโลกรัมย่อมไม่สามารถเคลื่อนที่ได้จนย้อนเวลา...
ย่อมมีขอบขตุไม่เกินตัวเลขที่ผมจะนิยามต่อให้ฟังต่อไป...(ถ้ามีเวลา)
anochabangkok (IP:124.120.132.164)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 74 16 ม.ค. 2551 (16:56)
ว้าว! ขอให้ได้รับรางวัลโนเบลเร็วๆนะครับ
แขชนะ เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 2903 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 360 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 75 16 ม.ค. 2551 (19:08)
วันครู 2551

ขอให้อาจารย์แขชนะ มีความสุข มีสุขภาพแข็งแรงนะคะ ดิฉันขอแสดงความคารวะต่ออาจารย์ที่เปรียบเสมือนคุณครูท่านหนึ่งของดิฉัน ที่ทำให้ดิฉันได้เรียนรู้จากท่านตลอดมา และด้วยความกตัญญูกตเวทีต่อท่านผู้มีพระคุณ ดิฉันจะตั้งใจเป็นคุณครูที่เด็ก ๆ ต้องการต่อไปค่ะ

ด้วยความเคารพ
ครูคิม
ครูคิม เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 483 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 247 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 76 16 ม.ค. 2551 (19:11)
ขอบคุณครับ ขอให้ครูคิมมีความสุข มีสุขภาพแข็งแรงเช่นกัน
แขชนะ เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 2903 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 360 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 77 14 ก.พ. 2551 (08:57)
กระทู้นี้ได้ทั้งความรู้และอรรถรส
ขอแสดงความนับถืออาจารย์ทุกท่าน
ขอแสดงความเคารพและนับถือศิษย์ผู้พี่ครับ
Tanmodify เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 696 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 249 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 81 21 พ.ค. 2551 (03:28)
93556

จากความเห็นที่ 13 .........ดังนั้นถ้าวัตถุใดเข้าใกล้ดวงอาทิตย์มาก ความเข้มของแสงอาทิตย์ก็จะมีมาก ทำให้มีความดันมากตามไปด้วย เลบีเดฟ (Lebedev) ใช้ข้อเท็จจริงนี้อธิบายลักษณะการเกิดหางของดาวหาวเมื่อเข้าใกล้ดวงอาทิตย์ไว้ กล่าวคือ หางของดาวหางประกอบด้วยอนุภาคที่มีขนาดเล็กจำนวนมาก นอกจากลมสุริยะ (Solar wind) จะทำให้หางของดาวหางยาวออกมาเมื่อเข้าใกล้ดวงอาทิตย์แล้ว ความดันของแสงอาทิตย์ก็ทำให้หางของดาวหาวยาวขึ้นด้วยเหมือนกัน


ดูรูปดาวหางนี้ประกอบครับ


แขชนะ เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 2903 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 360 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 82 29 พ.ค. 2551 (18:19)
สวัสดีค่ะ ตอนนี้เรียนเคมีที่รามคำแหง อาจารย์ให้ทำการบ้านวิชาควอนตัม โดยให้ดูclip เกี่ยวกับ quantum mechanic แล้วแปลส่ง แต่ฟังหลายรอบแล้วไม่เข้าใจเลย อยากจะขอความช่วยเหลือได้มั้ยค่ะ จะเป็นพระคุณอย่างสูง
opor1980 เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 2 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 50 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 83 29 พ.ค. 2551 (21:30)
ไม่ทราบว่าจะช่วยได้อย่างไร เพราะไม่รู้ว่า Clip เกี่ยวกับอะไร และที่ไม่เข้าใจนั้นตรงไหน หรือไม่เข้าใจเรื่องเกี่ยวกับอะไร (ถ้าเป็นไปได้ช่วยบอกด้วยว่าอาจารย์ผู้สอนชื่ออะไรครับ)
แขชนะ เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 2903 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 360 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 84 30 พ.ค. 2551 (00:16)

ถ้าจะบอกชื่อผู้สอน ผมว่าส่งเป็น SMS หรือ อีเมล์จะเหมาะสมกว่านะครับ


สงสัยว่าเป็นการบ้านวิชาเคมี หรือฟิสิกส์ หรือภาษาอังกฤษกันแน่


อ้อ ดร.แขชนะครับ ผมได้รับของเล่นที่ส่งมาให้แล้วนะครับ
ขอบคุณมากครับ


LASER แรงมาก ๆ ถึงขั้นแสบตามาก
คงต้องใช้อย่างระมัดระวัง รวมทั้งกินไฟมากด้วย
ยิงอยู่ไม่กี่วินาทีก็อุ่นแล้ว


ช่วงนี้ยังไม่ค่อยว่าง(ช่วงที่ว่างหมดไปแล้ว )
ทำการทดลองอะไรได้น่าสนใจแล้วจะเอามาเล่าให้ฟังนะครับ
ผมลองเอาไปยิงใยแมงมุมแล้ว กำลังหาวิธีว่าจะถ่ายรูปอย่างไรอยู่


นิรันดร์ เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 12960 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 851 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 86 30 พ.ค. 2551 (03:07)
อาจารย์นิรันดร์เอาเลเซอร์เขียว 100 mW มาเล่นที่นี่เลยครับ การตรวจสายตาด้วยแสงเลเซอร์ ดูกันได้ทั้งห้องเรียน ผมลองเอาเลซอร์กำลังขนาดนี้ฉายลงบนหลังมือ โอ้โห แสบผิวหนังจังเลย ลองดูสิครับ
หรือจะลองดูการทดลองนี้ก็สนุกดีครับ วัดขนาดเม็ดเลือดแดงอย่างง่าย ราคาถูกเชิญทางนี้ อาจประยุกต์หาขนาดของอนุภาคเล็กๆในน้ำก็ได้ครับ
แขชนะ เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 2903 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 360 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 87 30 พ.ค. 2551 (21:44)

ขอบคุณที่แนะนำครับ


นิรันดร์ เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 12960 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 851 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 88 31 พ.ค. 2551 (02:13)

http://www.obromsook.com/assignment/assignment_s_50.htm


นี่เป็นlink ของclip ค่ะ คือหนูฟังแล้วจับใจความไม่ค่อยได้ว่าเค้าพูดถึงอะไรมั่ง ????????????


แบบว่างงมากค่ะ


opor1980 เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 2 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 50 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 89 13 มิ.ย. 2551 (23:10)
<P><FONT size=4>ฝากช่วยคิดหน่อยครับ</FONT></P>
<P><FONT size=4>แสงสีแดงมีความถี่ 4X10<SUP>14 </SUP>Hz แสงสีม่วงมีความถี่ 7X10<SUP>14</SUP>Hz จงหาความยาวคลื่นของแสงสีแดง และแสงสีม่วง ในหน่วยนาโนเมตร&nbsp; และหาพลังงานของแสงสีแดงและแสงสีม่วง ในหน่วยอิเล็กตรอนโวลท์</FONT></P>
ชัย PNT-T11 NO 11 (IP:124.122.192.72)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 90 13 มิ.ย. 2551 (23:14)
ฝากช่วยคิดหน่อยครับ<BR>แสงสีแดงมีความถี่4X10<SUP>14</SUP>แสงสีม่วงมีความถี่ 7X10<SUP>14</SUP>Hz จงหาความยาวคลื่นของแสงสีแดง และแสงสีม่วง ในหน่วยนาโนเมตร&nbsp; และหาพลังงานของแสงสีแดงและแสงสีม่วง ในหน่วยอิเล็กตรอนโวลท์
ชัย PNT-T11 NO 11 (IP:124.122.192.72)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 91 18 มิ.ย. 2551 (14:13)

หาความยาวคลื่น ก็เอาอัตราเร็วแสงเป็นตัวตั้ง หารด้วยความถี่แสงนั้น


หาพลังงานโฟตอนก็เอา ความถี่แสงคูณกับค่าคงตัวของแพลงค์


นิรันดร์ เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 12960 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 851 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 92 6 ส.ค. 2551 (16:35)

อ่านแล้วเพลินดีครับ 
เสียดายที่ว่าความรู้เรื่องควันตัมผมมีผิวเผิน
แต่สนใจวิธีคิดของนักวิทยาศาสตร์แต่ละท่าน
ว่าทำไมความคิดนั้นถึงแยบยลและลึกซึ้งนัก


xx เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 632 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 162 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 93 16 ส.ค. 2551 (14:51)

แต่ละคนมีหน้าที่แตกต่างกัน ความชำนาญเชี่ยวชาญก็แตกต่างกัน
จะให้นักวิทยาศาสตร์ไปเหวี่ยงแห ตกปลา นวดข้าว ก็คงไม่มีสามารถทำได้ดีหรอก

เราจะอยู่ด้วยกันได้ดี หากว่าเรายกย่องให้เกียรติคนอื่นที่ทำหน้าที่ที่แตกต่างจากเรา
ไม่ใช่คิดว่าเราสำคัญที่สุด งานอื่นสำคัญสู้งานเราไม่ได้
เหมือนนิ้วมือ 5 นิ้วเล็กใหญ่สั้นยาวไม่เท่ากัน แต่หากขาดไปสักนิ้ว
มือก็ทำหน้าที่มือที่สมบูรณ์ไม่ได้


นิรันดร์ เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 12960 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 851 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติม วิชาการ.คอม

ชื่อ / email:
ข้อความ

รูปภาพ หรือ ไฟล์
กรุณาล๊อกอินก่อน เพื่อโพสต์รูปภาพ และ ใช้ LaTex ค่ะ สมัครสมาชิกฟรีตลอดชีพที่นี่
ตัวช่วย 1: CafeCode วิธีการใช้
ตัวช่วย 2: VSmilies วิธีการใช้
ตัวช่วย 3: พจนานุกรมไทย ออนไลน์ ฉบับราชบัณฑิต
ตัวช่วย 4 : dictionary ไทย<=>อังกฤษ ออนไลน์ จาก NECTEC
ตัวช่วย 5 : ดาวน์โหลด โปรแกรมช่วยพิมพ์ Latex เพื่อแสดงสมการบนวิชาการ.คอม

ขอบคุณผู้สนับสนุน

Hot Links

Google
 
ติดต่อลงโฆษณา :   คุณอันนา 086-4907600,
0-2583-2802
และ 086-4907585
สำนักงาน :   0-2642-7828
อีเมล์ :   
Copyright© 2000-2007, Vcharkarn.Com. All rights reserved.
คลิ๊กเพื่อดูสถิติ
รับรองและสนับสนุนโดย

สสวท.

มูลนิธิ พสวท.

พสวท.