|
ตามรอยการทดลองของ Hertz
โพสต์เมื่อ:
12:34 วันที่ 13 ม.ค. 2551 ชมแล้ว:
5,772
ตอบแล้ว:
10
ใน ค.ศ. 1888 ไฮน์ริช เฮิรตซ์ (Heinrich Hertz - ในภาษาเยอรมันอ่านว่าแฮทซ์ ถ้าอ่านตามภาษาอังกฤษคือเฮิร์ทซ์) ได้สร้างเครื่องกำเนิดคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าเครื่องแรกที่มุมห้องทดลองของเขาที่กรุงเบอร์ลิน เขาใช้วงจรไฟฟ้าที่มีแท่งโลหะที่มีช่องว่างเล็กๆอยู่ระหว่างกึ่งกลาง เมื่อเกิดการสปาร์คระหว่างช่องว่าง ประจุไฟฟ้าจะสั่นด้วยความถี่สูงเกิดคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าออกมา เฮิรตซ์ได้พิสูจน์ว่าคลื่นนี้แผ่ไปในอากาศโดยการใช้เครื่องมือแบบเดียวกันตั้งอยู่ในระยะที่ไกลออกไป เฮิรตซ์ได้แสดงให้เห็นว่าคลื่นเหล่านี้สามารถสะท้อนและหักเหได้เช่นเดียวกับแสง และเดินทางด้วยความเร็วเท่ากับแสงโดยไม่ขึ้นอยู่กับความยาวคลื่น คลื่นที่เฮิรตซ์ค้นพบ ถูกรู้จักในนามคลื่นเฮิรตซ์ (Hertzian waves) (ซึ่งต่อมาพบว่าเป็นคลื่นวิทยุ) ได้สนับสนุนการทำนายของแมกซ์เวลล์ว่าคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้ามีอยู่จริง ทั้งในรูปของแสงและคลื่นวิทยุ
![]() จำนวน 7 ความเห็น, หน้า่ | -1- ![]() เมื่อประจุไฟฟ้ามีการเคลื่อนที่จะเกิดกระแสไฟฟ้า และเมิอมีกระแสไฟฟ้าก็จะมีสนามแม่เหล็กตามมาโดยมีทิศทางเป็นไปตามกฏของแอมแปร์ (Ampere ฝรั่งเศสผ่านว่า อองแปร์) ถ้าประจุมีการเคลื่อนที่กลับไปกลับมาอย่างเป็นจังหวะ ก็จะทำให้เกิดสนามแม่เหล็กเปลี่ยนแปลงพุ่งออกมาอย่างเป็นจังหวะเช่นกัน แสดงว่าถ้าประจุมีการเคลื่อนที่กลับกลับมาอย่างเป็นจังหวะ ก็จะทำให้เกิดสนามไฟฟ้าและสนามแม่เหล็กเปลี่ยนแปลงพุ่งออกมาอย่างเป็นจังหวะ โดยที่สนามทั้งสองตั้งฉากกัน เกิดเป็นคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าออกมานั่นเอง และทิศทางของคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้านี้จะตั้งฉากกับสนามไฟฟ้าและตั้งฉากกับสนามแม่เหล็ก ![]() ![]() สำหรับตัวรับคลื่นนั้นใช้ลวดทองแดงสองเส้นเชื่อมต่อกับหลอดนีออนขนาดเล็ก (อ่านรายละเอียดของหลอดนีออนขนาดเล็กจาก http://www.vcharkarn.com/include/vcafe/showkratoo.php?Pid=133294 ) แต่ให้ขนาดของแผ่นอลูมิเนียมตัวส่งคลื่นและลวดทองแดงตัวรับคลื่นมีขนาดเท่ากัน ![]() ![]() ![]() 1. ทำให้ตัวรับและตัวส่งคลื่นวางตัวอยู่ในแนวขนานกัน หรือมีเวคเตอร์ของโพลาไรเซชั่นเดียวกันนั่นเอง กรณีนี้จะเกิดแสงสว่างบนหลอดนีออน 2. ทำให้ตัวรับและตัวส่งคลื่นวางตัวอยู่ในแนวตั้งฉากกัน หรือมีเวคเตอร์ของโพลาไรเซชั่นตั้งฉากกัน กรณีนี้จะไม่เกิดแสงสว่างบนหลอดนีออน แสดงว่า แสงที่เกิดจากหลอดนีออนนั้นเกิดจากคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าที่ออกมาจากตัวสปาร์ค และเป็นคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าที่เป็นแบบโพลาไรซ์อันเนื่องมาจากลักษณะของตัวส่งนั่นเอง ความเห็นเพิ่มเติมที่ 7 16 ม.ค. 2551 (17:49) ขอบคุนนะคะที่เอาความรุ้มาให้ [C]herr[Y]_[Z]aa_[B]aa / (IP:203.113.55.197) |