วิชาการ.คอม - คลังความรู้ ปัญญาไทย เพื่อการศึกษาไทย เพราะเรารักเมืองไทย
เว็บส่งเสริมการเรียนรู้ดีเด่น 2547 (สมาคมผู้ดูแลเว็บไทย)   |   เว็บสื่อวิทยาศาสตร์ดีเด่น 2549 (กระทรวงวิทย์)   |   เว็บการศึกษาที่มียอดผู้เข้าชมสูงสุด 2549, 2550 (TrueHits)
ขอขอบคุณ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) และ สสวท ที่ให้การสนับสนุน  
ช่วยกันนิยามหน่อยครับว่า "ผีคืออะไร"
โพสต์เมื่อ: 13:55 วันที่ 14 ม.ค. 2551         ชมแล้ว: 39,585 ตอบแล้ว: 128
หลายคนถกเถียงกันเรื่องของผี
บางคนว่ามีผี บางคนก็ว่าไม่มี
แต่ในความเห็นของผมก็คือเราสรุปไม่ได้ว่าที่จริงผีคืออะไรแน่
เมื่อไม่ได้สรุปว่าผีคืออะไรแน่ ก็สรุปไม่ได้ว่าผีมีหรือไม่

ผมขอประเดิมก่อนในฐานะคนตั้งกระทู้ครับ

นิยามที่ 0 ผีคือซากศพคนตายที่ปราศจากวิญญาณ
... นิยามเพิ่มเติม วิญญาณ คือ สภาพการรับรู้ด้วยอายะตนะคือ ตา หู จมูก ลิ้น สัมผัส และใจ

ถามต่อว่า กลัวผีไหม(ตามนิยามที่ 0)
ตอบว่า ไม่กลัว แต่อาจสังเวช สมเพศ หรือขยะแขยง ฯลฯ ตามสภาพของผีนั้น ๆ ครับ

นิรันดร์ เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 12960 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 851 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

จำนวน 124 ความเห็น, หน้า่ | 1| 2| -3- 4| 5| 6| 7|
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 25 17 ม.ค. 2551 (20:39)
เท่าที่เชื่อตอนนี้ ผมเชื่อว่า
ผีมีจริง เเต่ไม่ใช่ผี ในเเบบที่คนทั่วๆไปเข้าใจ ผี เป็นสิ่งที่มีอยู่เเล้วเป็นธรรมชาติ เกิดขึ้น ดำรงอยู่ เเละดับไปได้ เหมือนสิ่งมีชีวิต เพียงเเต่มีรูปเเบบในการ เกิดขึ้น มีอยู่ เเละดับไป ที่เเตกต่างจากสิ่งมีชีวิต ตลอดจนปัจจัยที่ทำให้เกิดขึ้น มีอยู่ เเละดับไป ก็น่าจะเเตกต่างด้วย ผี โดยปกติ จะไม่เกี่ยวข้องกับคน ยกเว้นจะมีปัจจัยต่างๆที่เหมาะสม ประกอบกับความ "บังเอิญ" ที่จะทำให้ ผี นั้นต้องมาเกี่ยวข้องกับคนได้ เช่น เห็นผี ได้ยินเสียงผี โดนผีหลอก etc.. ผี จะมีความเกี่ยวข้องกับ คนได้ก็ต่อเมื่อ มีปัจจัยข้างต้นที่เหมาะสม สิ่งหนึ่งที่เป็นปัจจัยที่สำคัญ คือ ลักษณะทางชีววิทยา เเละ จิตใจ ของผู้ที่จะต้องเกี่ยวข้องกับผี ชีววิทยาที่สำคัญ คือ
1. เรื่องของ ระบบประสาท สมอง อวัยวะรับสัมผัส
2. เรื่องของจิตใจ (จิตวิทยา) เช่น ความกลัว

เเละอีกอย่างที่น่าจะสำคัญมาก คือ สิ่งที่ละเอียดลงไปเล็กลงไปจนทำให้ทั้งสองข้อ คือ 1 เเละ 2 สามารถนำมาอธิบายรวมเป็นเรื่องเดียวกันได้ (ยังไม่รู้เหมือนกัน) เเต่น่าจะเป็นเรื่องทางฟิสิกซ์ (ไปโน่นเลย)
yoshisuku เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 295 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 149 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 26 17 ม.ค. 2551 (21:06)
ผี คือ ความพยายามหนึ่งของมนุษย์ ในการตอบคำถามที่ว่า "ตายแล้วไปไหน?"

ผี คือ ความพยายามหนึ่งของมนุษย์ ในการอธิบายสิ่งที่ตนได้เห็น ได้ยิน ได้กลิ่น ได้สัมผัส ซึ่งขณะนั้นเป็นการรับรู้ที่ไม่ชัดเจน คลุมเครือ อธิบายที่มาที่ไปไม่ได้ (มักเกิดในตอนกลางคืน รวดเร็ว และอยู่คนเดียว)

และเมื่อไม่รู้ว่าสิ่งนั้นคืออะไร จะทำอันตรายต่อเราหรือไม่ จึงต้องปกป้องตนเองด้วยการ หนี อุดหู มุดใต้ผ่าห่ม เป็นต้น
Yim (IP:202.28.117.235)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 27 17 ม.ค. 2551 (22:28)
ถึง #24
สงสัยผมจะไม่มีบุญเอาเลยหลังจากไปบวชมา
ก่อนบวชก็เคยเห็นบ้าง แต่หลังบวชไม่เคยเห็นอีกเลยครับ
แสดงว่าการบวชของผมคงล้างบุญในความคิดเห็น #24 จนหมด
จึงอยากทราบว่าบุญของ #24 หมายถึงอะไร
นิรันดร์ เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 12960 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 851 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 28 18 ม.ค. 2551 (09:31)
พิจารณาตามกรณีของ อ.นิรันดร์

สงสัยว่าเราต้องแยกแยะ "ระดับของผี"

ไม่แน่ใจว่า จะรวม เทวดา กับ ผี ไว้ด้วยกันหรือเปล่า

-----------------------------------------------------------

การที่เสนอให้แยกแยะระดับ

เพราะผมมีแนวโน้มเชื่อว่า ผู้ที่มีจิตใจในลักษณะเฉพาะอย่างใดอย่างหนึ่ง ผู้ที่มีจิตใจดี หรือมีบุญ น่าจะมีแนวโน้มเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับผีน้อยลง

แต่ภูตผี ที่อยู่กับสถานที่เฉพาะๆ เช่น ในป่าเขา ตามถ้ำ ตามภูต่างๆ ... ก็ให้ได้ยินจากคำบอกเล่าของพระธุดงค์จากงานเขียนของท่านบ้าง และถ้าเป็นพระที่ตั้งใจปฏิบัติอย่างถูกต้อง ก็มักจะไม่พบเจออะไรที่เป็นเรื่องไม่ดี
..........................................................................


อย่างไรก็ตาม ก็มีบางคนที่มีความสามารถพิเศษที่สื่อกับสิ่งเหล่านี้ได้

อันนี้ต้องไปศึกษากรณีของ คุณซัน และคุณริซซี่


...........................................................................
MathGuy เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 2009 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 323 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 29 18 ม.ค. 2551 (11:49)
ผี อาจเป็นจิตที่ยังมีห่วงหรือ กิเลสอยู่ ไม่สามารถตัดให้ขาดได้ ผีเป็นรูปแบบหนึ่งของชีวิต เมื่อร่างกายย่อยสลาย เกิดการแตกของธาตุที่เคยรวมกลุ่มกันอยู่ กลับสู่สภาพตั้งต้นของมนุษย์ ดิน น้ำ ลม ไฟ อาจมีส่วนเล็กๆ ที่เรียกว่าจิต ที่อาจเป็นตัวนำธาตุกลับมาผสานใหม่ก็ได้ เกิดเป็นสิ่งใหม่ๆ ขึ้นมา ไม่ว่าจะเป็นต้นไม้ ก้อนหิน ฯลฯ
จิตบางจิต ที่ไม่สามารถตัดจากสิ่งที่ห่วง หรือ ความทรงจำที่ฝังลึก ไม่ว่าเป็น ความรัก หรือ ความแค้น เมื่อมาร่วมเข้ากับธาตุต่างๆ อีกครั้ง แล้วเกิดเป็นสิ่งใหม่จากเดิมขึ้นมา อาจมีความทรงจำของสิ่งเก่าๆ นั้นอยู่
บางก็เกิดเป็นมนุษย์ แล้วจำอดีตชาติ บางก็เกิดเป็นต้นไม้ ที่หลายคนเอาผ้าสีๆ ไปผูก บ้างก็เกาะกลุ่ม กับธาตุบางอย่าง กลายเป็นพลังงาน ที่หลายคนเรียกว่าวิญญาณ

ถามว่ากลัวผีมั้ย กลัวสิ่งที่ไม่รู้จัก จิตตัวเองจะหลอกตัวเองจนหลอน
แต่พอเจอจริงๆ เฉยๆ เพราะรู้เจตนา
pupu_8 (IP:203.121.131.2)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 30 18 ม.ค. 2551 (12:05)
อย่างนี้ อาจารย์ MathGuy ว่าผีกับเทวดาเป็นเซ็ทเดียวกัน แต่จะให้แบ่งเป็นซับเซ็ทใช่ไหมครับ

เราจะบอกความแตกต่างระหว่างคนที่ติดต่อกับผีหรือเทวดาได้จริง กับคนที่แสร้งทำเป็นว่า
ติดต่อได้แล้วแสร้งซ้ำเป็นเหยียดหยามคนที่ติดต่อไม่ได้ว่าจิตต่ำกว่า
หรือหากใครต้องการทดสอบก็หาว่าเขาลองดีได้อย่างไร

ในทางพระพุทธศาสนาที่แท้แล้ว ห้ามเชื่อสิ่งเหล่านี้
อาจารย์ลองดูในกาลามสูตร มีข้อบัญญัติห้ามเชื่อ สิบประการ
ข้อหนึ่ง ห้ามเชื่อเพราะฟังเขาบอกมา
แม้แต่พระพุทธองค์ก็ทรงห้ามเชื่อท่านเป็นข้อแรก
ห้ามเชื่อเพราะยึดถือว่าท่านเป็นครูหรือศาสดา
ห้ามเชื่อเพราะอ่านมาจากตำราหรือคัมภีร์
ฯลฯ

จะเชื่อได้อย่างไรว่ามีผีจริง หรือมีเทวดาจริง
พระพุทธศาสนา เป็นศาสตร์ที่พิสูจน์ได้ และไม่จำกัดกาล
เรื่องใดที่พิสูจน์ไม่ได้ ทดลองไม่ได้ ไม่ใช่พระพุทธศาสนา

เมื่อเป็นชาวพุทธแล้วจะมีการปฏิญญาณว่าจะไม่นับถืออย่างอื่นเป็นสรณะนอกจากพระพุทธ พรพะธรรมและพระสงฆ์
เพราะการนับถือสิ่งอื่น ไม่อาจทำให้พ้นจากทุกข์ทั้งปวงได้
นิรันดร์ เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 12960 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 851 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 31 18 ม.ค. 2551 (12:45)
ถ้าหากเราคุยเรื่องเทวดา อันนี้มีปรากฏในพระสูตรมากมายทีเดียว
บทสวดต่างๆที่เกี่ยวข้องกับเทวดาก็มีมาก

ท่านพระพรหมคุนาภรณ์ก็อธิบายเกี่ยวกับเทวดา ในกรณีที่มีปรากฏการณ์ "จตุคามฟีเวอร์"

ได้อย่างน่ารับฟัง ... ซึ่งท่านก็อ้างจากแหล่งตำราพระไตรปิฏกต่างๆ

เรื่อง นรก สวรรค์ ก็มีแหล่งตำราให้เราค้นคว้าศึกษาได้เช่นกัน


แน่นอนว่า เราไม่ควรเชื่อ ไม่ควรลงความเห็นที่จะยึดเอา โดยไม่พิจารณา

ชาวพุทธ ผู้มีปัญญา จึงควรจะศึกษาตามแหล่งตำราเอาไว้บ้าง
และไม่ควรลงความเห็นว่า "มี" หรือ "ไม่มี" ชนิดเป็น 1 กับ 0

...............................................................................................
(ขออนุญาตตั้งข้อสังเกต)

เป็นไปได้หรือไม่ว่า เรื่องทำนองนี้ เป็นเรื่องเฉพาะบุคคลด้วย

เกี่ยวข้องกับคุณลักษณะของจิตใจคนนั้นๆด้วย

...............................................................................................


ทั้งนี้ การเข้าไปเกี่ยวข้อง ต้องเป็นไปด้วยปัญญา(ซึ่งต้องศึกษา)
และเป็นไปในทางที่เป็นกุศลเท่านั้น

หากเป็นไปด้วยความงมงาย ใช้ในทางอกุศล ใช้ในทางไม่ดี
ก็จะกลายเป็นไสยศาสตร์ไปดีๆนี่เองครับ ... รับประกันได้ว่าผู้ที่เกี่ยวข้อง จะได้รับแต่ความเสื่อม


..............................................................................

และสำหรับผู้มีพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์เป็นสรณะ
บริบูรณ์ด้วยศีล ฝึกอบรมภาวนา พัฒนาจิตเป็นประจำ อย่างถูกต้อง

อันนี้แม้เทวดา(ถ้ามีจริง) ยังต้องอิจฉาเลยครับ

เป็นคนดี นี่แหละครับประเสริฐไปได้จนสูงสุด ... จะพ้นทุกข์ได้ บรรลุธรรมได้ ก็ในภูมิของมนุษย์ธรรมดาๆนี่เอง

.............................................................................

นักปฏิบัติธรรม จึงไม่ต้องห่วง ไม่ต้องเสียเวลากับเรื่องผี หรือเรื่องเทวดา
มุ่งหน้าสู่ พุทธภูมิ ที่ประเสริฐกว่า


*** หมายเหตุ : ผมเองไม่เคยมีประสบการณ์ตรงเลย ทั้งในกรณีของผี และ เทวดา
MathGuy เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 2009 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 323 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 32 18 ม.ค. 2551 (13:02)
ถ้าหากสิ่งที่คุณซัน และคุณริซซี่ มีประสบการณ์ ตามที่บอกเล่าจริง

ไม่ได้มีการเสแสร้ง ... ก็ย่อมเชื่อได้ว่า เป็นสมบัติพิเศษที่มีในตัวทั้ง 2 คน

แต่นี้ ไม่ได้บอกว่า ทั้งสองคนนั้น เป็นคนดี มากกว่า คนที่ไม่มีประสบการณ์เหล่านี้

คุณซัน และคุณริซซี่ ก็มีทุกข์ ไม่ได้แตกต่างไปจากพวกเรา


หากสิ่งที่มีอยู่นี้ ไม่ถูกนำไปใช้ในทางที่เป็นกุศล ก็ย่อมได้รับวิบากกรรมที่เป็นอกุศล

คุณวิเศษต่างๆ นั้นล้วนเสื่อมไปได้ ยกเว้นแต่ คุณวิเศษ ที่ใจของเราหลุด พ้น วางจากกิเลสต่างๆได้

MathGuy เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 2009 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 323 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 33 18 ม.ค. 2551 (15:46)
ก้อ ถ้ามีผี ก้อต้องมีขี้ผี

ถ้า ไม่มีขี้ผึ ก้อต้องไม่มีผี

เพราะไม่เคยรู้ว่าผีกินอะไรกัน

ไม่เคยเห็น ทั้งขี้ผีและผี เลยไม่กลัว

บวชเรียนมา เกือบ 10 ปี ก้อไม่เคยเห็น ไปนอนตามป่า สุสานก้อไม่เห็น

มีสติ และสมาธิ แค่นั้น แหละ ผีก้อกลัว ละ
ผ่านมาผ่านไป (IP:61.7.179.49)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 34 18 ม.ค. 2551 (17:39)
แล้ว ผีทะเล เป็นอย่างไร ไม่เคยเห็น แต่เคยถูกหาว่าเป็น
TM เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 296 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 168 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 35 18 ม.ค. 2551 (23:31)
ไม่มีผี ไม่มีขี้ผี แล้วผีกลัวได้อย่างไร ???


คุณซัน และคุณริซซี่ คือใครครับ มีความสำคัญอย่างไร

มนุษย์ผู้มีอำนาจพิเศษเหนือผู้อื่นเช่นมีฌานนั้น ในทางพระพุทธศาสนาไม่ได้ปฏิเสธว่ามีไม่ได้
แต่ฌานยังแบ่งเป็นสองพวกคือ โลกียฌาน กับ โลกุตรฌาน

โลกียฌานนั้น เป็นอำนาจพิเศษเช่นเห็นอดีต ทำนาย ล่วงรู้จิตใจ ฯลฯ ซึ่งไม่ใช่หนทางพ้นทุกข์

โลกุตรฌาน เป็น ฌานที่เห็นความจริงสี่ประการซึ่งเข้าถึงทางดับสนิทแห่งกองทุกข์ทั้งปวง
นิรันดร์ เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 12960 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 851 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 36 19 ม.ค. 2551 (07:45)
นึกว่าตอบกระทู้นี้ไปแล้ว ยังไม่ได้ตอบนี่นา
mamboo เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 87 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 146 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 37 19 ม.ค. 2551 (15:19)
ปกติผมจะมีสัมผัสไวทีเดียว ในเรื่องว่าใครมีจริต มีจิตใจไปในเชิงกุศลหรือไม่
ผมฟังคุณริชชี่ จากรายการทางโทรทัศน์ ก็ให้มีแนวโน้มรู้สึกว่า เรื่องชีวิตของเขาน่ารับฟัง

หาก การประเมินของผมนั้นผิดพลาด ... ก็อาจจะเป็นเพราะการเปิดใจรับฟัง การมองโลกในแง่ดี

แฟนผมซื้อหนังสือที่เล่าถึงชีวิตของเขามาอ่าน มีความเห็นว่า หนังสือจะนำเสนอไปในทางอภินิหาร ทางคุณวิเศษมากจนเกินไป ... อันนี้เรารู้อยู่แล้วว่า ตลาดหนังสือมุ่งผู้อ่านที่เป็นอย่างไร

แนวคิดหลักจากหนังสือของริชชี่คือ การทำสมาธิ การยอมรับผิด สามารถทำให้อำนาจกรรมร้ายของเราเบาบางลงไปได้

ซึ่งเป็นแนวคิดที่ดี ... แต่การทำเพียงเท่านี้ หรือคิดอยู่ในกรอบแคบๆเพียงเท่านี้ จะกลายเป็นความเข้าใจผิด และยึดมั่น ติดในรูปแบบได้

และพูดตามจริงแล้ว แต่ละคนก็พิจารณากรรมของเราเองได้อยู่แล้ว เราย่อมควรรู้ว่า เราทำกรรมที่ไม่ดีอะไรไว้บ้าง ... ใครจะรู้กรรมได้ดีไปกว่าเรา เว้นเสียแต่ว่า เราทำสิ่งที่ไม่ดีสะสมไว้มากมายแล้วก็ไม่เคยพิจารณาตัวเองเลย

การบรรเทาเคราะห์กรรมต่างๆ ต้องกลับตัวกลับใจ ทำตัวเราให้ดี ทำความดีอยู่เสมอ

ไม่ใช่รอให้ผลร้ายเกิดขึ้น แล้วค่อยไปหาคนช่วยสะเดาะเคราะห์ หรือทำพิธีแก้กรรมอะไรทำนองนั้น
...................................................................................................................

แนะนำให้รู้จักกับริชชี่ครับ
คัดลอกจาก http://www.thaijustice.com/webboard.asp?sub=0&id=560270


หัวข้อสนทนา : ริชชี่ หนุ่มผู้แนะแก้กรรม
เจาะลึกชีวิต ริชชี่ หนุ่มผู้มีพลังจิตพิเศษ ผ่านปลายปากกา กชนก โตธนายานนท์

คนรู้ใจสำนักพิมพ์ เปิดตัวหนังสือ "Super Richy: it's not easy to be me ตอน อุบัติการณ์มหัศจรรย์" ผลงานของ กชนก โตธนายานนท์ ถ่ายทอดเรื่องราวชีวิตจริงของ พีระวัฒน์ อริยทรัพย์กมล หรือ "ริชชี่" หนุ่มผู้มีพลังจิตพิเศษ ช่วยเหลือผู้คนนับหมื่นมาตั้งแต่อายุ 13 ปี

"Super Richy: it's not easy to be me ตอน อุบัติการณ์มหัศจรรย์"เป็นหนังสือที่หยิบยกเรื่องราวชีวิตจริงของพีระวัฒน์ อริยทรัพย์กมล เด็กหนุ่มชาวเชียงใหม่วัย 22 ปี ที่คนพบพลังพิเศษในการล่วงรู้อดีต ปัจจุบัน และ อนาคต และได้ใช้พลังจิตอันมหัศจรรย์ในการระลึกชาติและเห็นเหตุการณ์ในอดีต ช่วยเหลือผู้ที่เดือดร้อนโดยไม่เคยเรียกร้องสิ่งตอบแทนใดๆ

ริชชี่ เล่าว่า เขาเติบโตมาเหมือนเด็กปกติทั่วไป แต่ที่แปลกก็คือ เขาเริ่มเดินได้ทั้งๆ ที่ไม่เคยแม้แต่คลาน และรับประทานนมเพียงอย่างเดียวจนอายุ 8 ขวบ เมื่ออายุ 13 ปีเขาเริ่มได้ยินเสียงประหลาดก้องในหู และพบว่าตัวเขาสามารถติดต่อกับองค์นารายณ์ เทพเจ้าในศาสนาฮินดูได้ เพราะเป็นหนึ่งในจิตที่องค์นารายณ์แบ่งมาจุติบนโลกมนุษย์ และยังทำให้เขามีประสาทสัมผัสพิเศษและอำนาจจิตที่กล้าแข็งด้วย

"เมื่อผมรู้สึกได้ถึงพลังพิเศษนั้น และเล่าให้คุณพ่อคุณแม่ฟัง เราเลยตัดสินใจกันว่าจะใช้พลังความสามารถนี้ในการรักษาโรค และช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ โดยไม่คิดค่ารักษาใดๆ ซึ่งผมจะถอดจิตไปค้นหาสาเหตุของปัญหาที่ผู้นั้นประสบอยู่ จะได้รักษาหรือแก้ไขได้ถูกต้อง"

"ริชชี่" ไม่ได้ช่วยเหลือผู้คนโดยใช้พลังของเขาอย่างเดียว เพราะปัญหาหรือความเจ็บไข้ได้ป่วยต่างๆ เกิดจากกรรมเก่าของแต่ละคนเอง การแก้ไขจึงต้องเกิดจากตัวบุคคลนั้น เขาเป็นเพียงผู้แนะนำให้เห็นถึงกรรมเก่าของแต่ละคนเอง การแก้ไขจึงต้องเกิดจากบุคคลนั้น และแนะนำให้ผู้เดือดร้อนช่วยเหลือตนเอง ด้วยการหมั่นนั่งสมาธิ ตั้งจิตแน่วแน่ส่งไปยังเจ้ากรรมนายเวรทั้งหลายว่าตนได้สำนึกในกรรมนั้น และขออโหสิกรรมจากเจ้ากรรมนายเวร เพื่ออย่างน้อยจะได้ผ่อนหนักให้เป็นเบา

กชนก โตธนายานนท์ ผู้เขียนและถ่ายเรื่องราวของ "ริชชี่" ผ่านตัวหนังสือ เล่าเสริมว่า ได้มีโอกาสเข้าไปคลุกคลีและปฏิบัติสมาธิกับ "ริชชี่" เมื่อประมาณ 7 ปีที่แล้ว เมื่อครั้งเดินทางไปกราบพระที่ตัวเองนับถือ ที่จ.เชียงใหม่ ได้เห็นริชชี่นั่งรักษาผู้คน รู้สึกทึ่งที่เห็นเด็กอายุ 15 ปีมาทำงานตรงนี้ หลังจากนั้นก็มาทำงานหนังสือท้องถิ่นเกี่ยวกับบุคคลที่น่าสนใจ และได้มีโอกาสไปสัมภาษณ์แม่ของริชชี่ ก็ยิ่งรู้สึกประทับใจในครอบครัวนี้ รวมทั้งได้เห็นริชชี่รักษาผู้ป่วยที่มีอาการแปลกๆ ก็ยิ่งรู้สึกทึ่งที่เด็กอายุแค่นี้ต้องเสียสละเวลาที่จะได้อยู่กับเพื่อนๆ มารักษาคนฟรีๆ

อีกด้านหนึ่ง ริชชี่ ก็เป็นเด็กหนุ่มธรรมดาวัย 22 ปีที่มีชีวิตปกติเหมือนเด็กๆ ทั่วไปในวัยเดียวกัน อารมณ์ดี มีมนุษยสัมพันธ์ดี ชอบทำกิจกรรมทั้งที่โรงเรียนและมหาวิทยาลัย มีความสามารถในการเป็นพิธีกรในกิจกรรมต่างๆ รวมทั้งเคยมีปัญหาด้านความรักเหมือนหนุ่ม-สาวทั่วไป

"เรื่องราวของริชชี่ อาจฟังดูเหลือเชื่อ แต่อิทธิฤทธิ์ปาฏิหาริย์ของเขา ก็เป็นเพียงเครื่องมือหนึ่งที่ทำให้เราเห็นการมีอยู่จริงของภพภูมิต่างๆ เทพ เทวดา วิญญาณ นรก สวรรค์ การเวียนว่ายตายเกิดตามกฎแห่งกรรม อีกทั้ง แสดงให้เพื่อนมนุษย์ได้เห็นว่าการกระทำใดๆ ที่ก่อให้เกิดกรรมดีและกรรมชั่ว ผู้กระทำย่อมได้รับผลกรรมที่ก่อไว้ ไม่ว่าจะผ่านไปกี่ชาติภพก็ตาม

หนังสือเล่มนี้ใช้เวลาในการรวบรวมและเรียบเรียงประมาณ 9 เดือน มีการอ้างอิงจากหนังสือ และบทความทางวิทยาศาสตร์มาใช้เป็นเหตุผลประกอบให้ผู้อ่านได้ใช้วิจารณญาณ หวังว่าคนอ่านจะได้รับทั้งความบันเทิง และได้รับประโยชน์จากการอ่านหนังสือเล่มนี้" กชนก กล่าว

MathGuy เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 2009 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 323 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 38 19 ม.ค. 2551 (20:12)
ขอแย้งคห.26นะคะว่าไม่จริงค่ะ
บางครั้งเจอผีก็ไม่จำเป็นต้องรวดเร็ว เจอตอนกลางคืนมืดๆ หรือเจอตอนอยู่คนเดียวนะคะ
บางครั้งเราอาจเห็นหรือได้ยินหรือสัมผัสได้ตลอดชั่วโมงเลย
หรือย่างเรานี่เคยเจอตอนกลางวันแสกๆในห้องเรียนแถมเจอทีนี่เจอกันทั้งกลุ่มเลยด้วย(แบบว่าทุกคนในกลุ่มรับรู้ได้ว่าพวกเราเจอผีชัวร์)
อีกอย่างยังเคยมีครูในโรงเรียนเราถูกวิญญาณนางรำเข้าสิงด้วยตอนที่โรงเรียนทำพิธีกรรมบวงสรวงน่ะ แบบว่าช่วงก่อนที่อาจารย์เค้าจะลุกขึ้นมารำอย่างงดงาม(ทั้งๆที่อาจารย์เค้ารำไม่เป็น)เรากับเพื่อนอีกคนหายใจไม่ออกกันแบบว่าคนรอบๆนี่ตกใจกันหมดเลย แล้วพออาจารย์เค้ารำไปจนเกือบจบเพลงอาจารย์เค้าก็เดินออกมาหยั่งกะหุ่นยนต์แล้วก็ล้มหัวฟาดพื้นไปเลย น่ากลัวมากๆ
neiha เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 6 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 150 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 39 19 ม.ค. 2551 (22:07)
ขอบคุณอาจารย์ MathGuy มากครับที่ได้เพียรพยายามพิมพ์ข้อความมาเล่าเรื่องราวของคุณ"ริชชี"ให้ผมและหลายท่านที่สนใจได้อ่านกัน

อำนาจพิเศษในการล่วงรู้ต่าง ๆ นั้นแต่ละคนอาจสามารถมีได้ไม่เหมือนกัน
Max Planck สามารถบอกสูตรที่ใช้อธิบายปรากฎการณ์ Black body radiation ได้ถูกเผง
โดยที่ตัวท่านเองก็ไม่รู้ว่าทำไม
แล้วก็ต้องใช้ความพยายามอีก 15 ปีจึงหาเหตุผลทางวิทยาศาสตร์มาอธิบายได้

หมอแมะ เพียงจับชีพจร แล้วก็จัดยารักษาคนป่วยไข้ได้

ศาสนาฮินดูก็บอกว่าพระสมณโคดมหรือพระพุทธเจ้าของชาวพุทธเป็นนารายณ์อวตารปางหนึ่ง
แต่คำสอนของพระพุทธเจ้าก็ไม่มีว่า นับถือพระนารายณ์แล้วจะพ้นจากทุกข์ทั้งปวงได้
วิธีพ้นจากทุกข์ทั้งปวงได้อย่างสนิทไม่มีส่วนเหลือคือปฏิบัติตามมรรคมีองค์แปดซึ่งเป็นทางสายกลาง
ไม่สุดโต่งด้านใดด้านหนึ่ง

พระเจ้าอยู่หัวของเราก็สอนให้คนไทยใช้ทางสายกลางแต่ด้วยอุบาย"เศรษฐกิจพอเพียง"

คนบางคนมีบุคคลิกซ่อนเร้น
มีความเป็นคนสองคนในร่างเดียวกัน
หรือบางคนก็อาจมีมากกว่านั้น
เมื่อเป็นคนหนึ่ง พฤติกรรมของเขานั้นก็จะแตกต่างออกไปจากที่คนเคยเห็น
ทำให้หลายคนรู้สึกว่าเป็นการทรงเจ้า
หรือการที่เราเห็นคนสามารถทนความเจ็บปวดได้อย่างไม่น่าเชื่อในเทศกาลกินเจ

ในกระทู้นี้
ผมไม่อยากชี้ว่า"ใครถูกใครผิด"
อยากให้แต่ละท่านเสนอความเชื่อของตนเองออกมา
อยากเห็นความรู้สึกที่หลากหลาย
แต่อย่าไปโจมตีว่าคนอื่นไม่ดี
แต่ท่านอาจแสดงความคิดเห็นต่อทัศนะของท่านอื่นเป็นเชิงวิชาการว่า
ท่านมีความเห็นหรือความเชื่อที่แตกต่างกันได้

ขอบคุณทุกท่านที่แสดงความคิดเห็นนะครับ
นิรันดร์ เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 12960 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 851 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 42 20 ม.ค. 2551 (19:04)
ค้นมาจาก วิกิพีเดีย

ผี เป็นปรากฏการณ์ที่ไม่สามารถพิสูจน์ หรือตรวจวัดได้ด้วยเครื่องมือที่เชื่อถือได้ จึงยังไม่เป็นที่ยอมรับในทางวิทยาศาสตร์ แต่เป็นความเชื่อที่เกี่ยวเนื่องกับเรื่องความตาย และมีอยู่ในเรื่องเล่ามานานในอดีต ผู้คนมักหวาดกลัวกับผี ไม่ว่าขณะที่เจอกับผี จะมีสติสัมปชัญญะครบถ้วน หรือไม่ก็ตาม โดยสัญชาติญาณแล้วเมื่อรู้สึกว่าตนเจอผี คนจะตัดสินใจที่จะหนี พูดคุยเสียงดังๆแม้ว่าจะคุยคนเดียว สวดมนต์ต์ ขออภัยที่ล่วงเกิน หรือวิธีใดวิธีหนึ่งเพื่อทำให้ตนรู้สึกปลอดภัยขึ้น

ผี เป็นความเชื่อดั้งเดิมของมนุษย์แต่ครั้งโบราณทุกชาติ ทุกเผ่าพันธุ์ ตั้งแต่ยุคก่อนจะมีศาสนา แม้ปัจจุบันนี้ ความเชื่อเรื่องผีจะเลือนหายไปบ้างแล้ว แต่ก็มีผู้คนส่วนมากที่เชื่อในเรื่องผีและสิ่งลี้ลับแม้ในประเทศที่เจริญแล้วก็ตาม

ผี ในคติความเชื่อของคนไทยจะแบ่งออกเป็น 2 ประเภทใหญ่ ๆ คือ คือ ผีดี และ ผีร้าย ผีดี คือบรรพบุรุษที่คอยคุ้มครองดูแล แต่ถ้าไม่เคารพไม่บูชา ไม่เซ่นสวรวง ก็อาจให้โทษได้เช่นกัน เช่น ผีบ้านผีเรือน เป็นต้น ส่วนผีร้าย คือ ผีที่คอยรังควาญ ไม่มีประโยชน์ เช่น ผีปอบ ผีกระสือ เป็นต้น

ทางข้อมูลที่พอเป็นทางการ แบบนั้น .... แต่ตัวเองบอกว่า ในโลกนี้มีสสาร กับ พลังงาน
สสาร มีตัวตนจับต้องได้ ดังนั้นผีไม่ใช่สสาร
พลังงาน ... มองไม่เห็น แต่รู้ว่ามี เพราะแสดงผลออกมา ผีอาจเป็นพลังงานอย่างหนึ่ง
ที่มีระดับคลื่นความถี่พิเศษ ที่จะมีสัตว์บางอย่างรับรู้ได้ เช่น กรณีสุนัขหอน (อย่างที่เขาว่ากัน แต่ไม่สรุปว่าเห็นผีหรือไม่) เวลารับคลื่นความถี่ที่หูมนุษย์รับไม่ได้

คนบางคนบอกว่าเห้น แต่บางคนไม่เห็น เลยใช้คำว่า ช่วงความถี่พิเศษ ที่ยังไม่มีใครพิสูจน์ และรวบรวมเป็นทฎษฎีขึ้นมา

แล้วกลัวหรือไม่ ไม่กลัว เพราะว่า เมื่อผีไม่มีตัวตนย่อมทำอะไรเราไม่ได้
การที่เรากลัว มักเกิดจาก กลัวภาพที่สร้างขึ้นมาจากใจตัวเองแล้วหลอกตัวเองโดยที่ไม่รู้ตัว
สิ่งหนึ่งที่ตัวเองมีความเชื่อมั่น ก็คือ สำหรับคนที่คิดดี กับ ทำดี ผีไม่กล้าหลอกค่ะ
(เชื่อ และ คิดแบบนี้จริงๆ)

ตรงนี้เล่าเป็นเกร็ดเล็กๆ....
ในหนังฝรั่งบางเรื่อง เช่น skeleton key เป็นเรื่องความเชื่อในมนต์ดำ ซึ่งจะกิดผลกับคนที่เชื่อ คล้ายกับคำว่า ศรัทธาสามารถเคลื่อนภูเขาได้ คือ ความเชื่อ ทำอะไรได้หลายอย่าง กรณีเชื่อทางดีก็ดีไป ทางไม่ดีก็ทำร้ายและเกิดผลเสียได้
สีน้ำเงิน (IP:124.121.97.135)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 43 20 ม.ค. 2551 (20:32)
แล้วในความเห็นส่วนตัวคุณสีน้ำเงินเป็นอย่างไรครับ
นิรันดร์ เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 12960 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 851 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 44 21 ม.ค. 2551 (01:19)
ผี คือจิตวิญญาณของสิ่งมีชีวิตที่ไร้มวลสาร ไม่สามารถจับต้องได้ เป็นรูปพลังงานชนิดหนึ่ง มีอยู่ทั่วไปในธรรมชาติ เมื่อตายไปอินทรีย์วัตถุย่อมสลายตามกาลเวลา แต่พลังงานนั้นจะยังคงอยู่และเปลี่ยนรูปร่างไป อาจรวมตัวกันกับพลังงานอื่นๆในบริเวณนั้นและก่อเกิดเป็นจิตวิญญาณดวงใหม่ เวียนวนไปเรื่อยๆ

งง มะคับ
อัศวินแห่งราห์ (IP:125.24.130.64)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 45 21 ม.ค. 2551 (07:52)
ตามความเห็นของดิฉัน ก็ต้องเรียนว่า...
1. ภพที่เราอยู่ ประกอบด้วย สิ่งมีชีวิตก่อน คน สัตว์ พืช สิ่งมีชีวิตเซลเดียว ต่าง ๆนาๆ ตามที่นักวิทยาศาสตร์ จัดแบ่งเป็นไฟลัม ย่อยลงมาถึง สปีชีส์ (ความจำสมัยเรียน) ทางชีววิทยา
หรือจะบอกว่า หากแบ่งทางฟิสิกส์ เป็น สสาร กับพลังงาน
ดังนั้น ผี ไม่ใช่สิ่งมีชีวิตก่อน (อันนี้น่าจะถูกต้อง) ไม่ใช่สสาร (เพราะจับต้องมิได้)

2. ดังนั้นผี อาจเป็น สถานะ ทางวิญญาณ ของคนที่ตายไปแล้ว เป็น แบบทรานซิชั่นสเตท (นี่ก็ความรู้เก่าที่แสนจะเลือนราง) รอ การไปอยู่ที่ที่ชอบ แบบที่เรามักจะอวยพรเวลาคิดว่า มีผีมาเยือน เช่น ไปที่ชอบ ที่ชอบ เถอะนะ แต่ปรากฎ ผีอาจตอบมาแล้วแต่เราไม่ได้ยินว่า
ก็นี่แหละที่ชอบ .....
รอคำตัดสิน คำพิพากษา รอการเช็คบิล ของบัญชีกรรม ด้าน ดี และ ไม่ดี ที่เขาทำไว้ในระหว่างที่มีชีวิตอยู่

สองข้อคือแนวคิดของดิฉันเรื่องผี

สำหรับการกลัวหรือไม่กลัว ก็อย่างที่เรียนไปแล้ว คนเรามักจะกลัวสิ่งที่เราไม่รู้ชัดว่าเป็นอะไร เมื่อไม่ทราบ ก็เลยกลัว โดยขาดการไตร่ตรอง เพราะมองแง่ลบไว้ก่อนว่า อาจให้โทษ จากนั้นจินตนาการตามที่เราเคยเห็นจากหนังบ้าง หนังสือที่อ่านบ้าง

แต่ถ้าคิดตามหนัง หรือ หนังสือจะเห็นว่า สิ่งที่ผีในหนังกระทำกับคนได้คือ
* หลอกให้กลัว ในรูปแบบต่างๆ ทางกายภาพ ซึ่งเป็นอะไรที่เกิดในจิต กับ ความรู้สึก
แต่ทางกาย แล้วไม่อาจทำให้เราเป็นอันตรายได้ ตามที่เขาบอกว่า ผีหลอก นั่นเอง
* คิดให้ดี ผีมีผลกับจิตใจเราในเบื้องต้นเท่านั้น เหมือนเป็นตัวจุดชนวน ส่วนเชื้อความกลัวนั้น เราสะสมไว้ในตัวเองต่างหาก และเราก็เป็นคนทำให้เรากลัวเอง

ทางแก้ก็คือ ใช้หลักเหตุและผล ถ้าเราได้ยิน หรือ เห็นอะไรที่คลุมเครือ ไม่ชัดเจน ต้องไปดูให้ชัดๆ ว่า นั่นคือ คน หรือ ผี ถ้าเป็นผี ก็ทำใจให้หนักแน่น คิดว่าผีไม่มีในโลก แต่ถ้าเป็นคนนั่นน่ากลัวกว่า คือ ต้องนิ่งกว่าเห็นผีอีก เพราะขโมยสมัยนี้โหด และ ทำอะไรได้ร้ายกว่าสมัยก่อนมากนักค่ะ หลังจากนิ่งแล้วก็ค่อยๆ คิดว่าจะหาทางออกอย่างไร นี่คงต้องไปตั้งกระทู้ใหม่

** แต่ไม่ว่าคนหรือผีก็ตาม ต้องหนักแน่น มีสติ แล้วก็ใช้ปัญญาในการแก้ปัญหาทั้งสิ้นค่ะ *

ขออนุญาตเรียนไว้ตามนี้ ในฐานะผู้ไม่ค่อยมีความรู้ลึกล้ำ แบบหลายๆ ท่านในที่นี้
สีน้ำเงิน (IP:58.136.94.191)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 46 21 ม.ค. 2551 (11:07)
ผมไม่คิดว่า เรื่องผีนั้น จะมีใครรู้ลึกซึ้งกว่ากันมากน้อยสักเท่าใดหรอกครับ

บางคนก็ได้ยินมาแล้วก็ยึดเอาไว้
บางคนก็ได้ยินมาแล้วผนวกความคิดตัวเองเข้าไป
บางคนก็นึกเอาเองทั้งหมด

แต่จะมีใครบ้างที่สามารถพิสูจน์ให้ผู้อื่นรับทราบได้ว่าผีเป็นอย่างไรแน่
ตรงกับความเชื่อของตนได้มากน้อยเพียงใด
บางคนก็มีจิตใจคับแคบแบบที่ว่า
หากใครไม่เชื่อตามก็ถูกดูถูกว่า
เป็นคนที่ไม่มีบุญบารมีหรือจิตใจหยาบต่ำช้าไปเลยก็มี

ขอบคุณอัศวิน ฯ และคุณสีน้ำเงินนะครับ
เรียนเชิญทุกท่านที่เข้ามาแวะอ่านกระทู้แสดงความคิดเห็นมากบ้างน้อยบ้าง
ตามเวลาและความคิดของท่านนะครับ
นิรันดร์ เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 12960 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 851 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติม วิชาการ.คอม

ชื่อ / email:
ข้อความ

รูปภาพ หรือ ไฟล์
กรุณาล๊อกอินก่อน เพื่อโพสต์รูปภาพ และ ใช้ LaTex ค่ะ สมัครสมาชิกฟรีตลอดชีพที่นี่
ตัวช่วย 1: CafeCode วิธีการใช้
ตัวช่วย 2: VSmilies วิธีการใช้
ตัวช่วย 3: พจนานุกรมไทย ออนไลน์ ฉบับราชบัณฑิต
ตัวช่วย 4 : dictionary ไทย<=>อังกฤษ ออนไลน์ จาก NECTEC
ตัวช่วย 5 : ดาวน์โหลด โปรแกรมช่วยพิมพ์ Latex เพื่อแสดงสมการบนวิชาการ.คอม

ขอบคุณผู้สนับสนุน

Hot Links

Google
 
ติดต่อลงโฆษณา :   คุณอันนา 086-4907600,
0-2583-2802
และ 086-4907585
สำนักงาน :   0-2642-7828
อีเมล์ :   
Copyright© 2000-2007, Vcharkarn.Com. All rights reserved.
คลิ๊กเพื่อดูสถิติ
รับรองและสนับสนุนโดย

สสวท.

มูลนิธิ พสวท.

พสวท.