|
ช่วยกันนิยามหน่อยครับว่า "ผีคืออะไร"
โพสต์เมื่อ:
13:55 วันที่ 14 ม.ค. 2551 ชมแล้ว:
39,593
ตอบแล้ว:
128
วิชาการ.คอม > วิทยาศาสตร์
วิชาการ.คอม > ครูอาจารย์ วิชาการ.คอม > สายศิลป์ วิชาการ.คอม > พักผ่อนหย่อนใจ วิชาการ.คอม > การบ้านแบบฝึกหัด วิชาการ.คอม
หลายคนถกเถียงกันเรื่องของผี
บางคนว่ามีผี บางคนก็ว่าไม่มี แต่ในความเห็นของผมก็คือเราสรุปไม่ได้ว่าที่จริงผีคืออะไรแน่ เมื่อไม่ได้สรุปว่าผีคืออะไรแน่ ก็สรุปไม่ได้ว่าผีมีหรือไม่ ผมขอประเดิมก่อนในฐานะคนตั้งกระทู้ครับ นิยามที่ 0 ผีคือซากศพคนตายที่ปราศจากวิญญาณ ... นิยามเพิ่มเติม วิญญาณ คือ สภาพการรับรู้ด้วยอายะตนะคือ ตา หู จมูก ลิ้น สัมผัส และใจ ถามต่อว่า กลัวผีไหม(ตามนิยามที่ 0) ตอบว่า ไม่กลัว แต่อาจสังเวช สมเพศ หรือขยะแขยง ฯลฯ ตามสภาพของผีนั้น ๆ ครับ การพิสูจน์ให้เห็นจริง ให้คนอื่นๆหลายๆคนเห็นจริง ซึ่งทำไม่ได้ ทำให้แน่นอนไม่ได้ อันนี้ เป็นเหตุผลเพียงพอที่จะบอกว่าไม่เชื่อ หรือการไม่เคยมีประสบการณ์เลยก็ย่อมเป็นเหตุผลสำคัญที่เราจะบอกว่าไม่เชื่อ แต่การที่หลายๆคนมีประสบการณ์ มีเรื่องต่างๆที่เล่าให้ฟังอย่างเป็นจริงเป็นจัง อันนี้ก็เป็นสิ่งที่น่ารับฟัง ซึ่งเราก็ควรรับฟังผู้อื่นเช่นกัน ผมกลับไปพิจารณาดู มีความเห็นว่า เรามีความจำเป็นต้องศึกษาเรื่องกฏแห่งกรรม เรื่องการเวียนว่ายตายเกิด กันอย่างจริงจังกันทีเดียว หลายๆคนอาจจะไม่เคยสนใจ หรือถึงกับปฏิเสธ แต่ผมอยากให้เราลองใส่ใจ ศึกษาดูบ้าง โดยเฉพาะที่ได้ชื่อว่าชาวพุทธ จริงๆ เรื่อง ผี เทวดา เรื่องวิญญาณหลังความตาย เรื่องภพภูมิต่างๆ นั้น ก็เป็นเรื่องในทำนองเดียวกันกับเรื่อง นิพพาน เป้าหมายสูงสุดของศาสนาพุทธ คือ การพ้นทุกข์ การเข้าสู่ภาวะนิพพาน ที่สงบ สุขเย็น ไกลจากกิเลส และไม่ต้องกลับมาวนเวียนเพราะอกุศลกรรม เพราะความอยาก ความยึดมั่น ความไม่รู้ต่างๆ ซึ่งการจะเป็นเช่นนั้นได้ ก็ต้องฝึกอบรมจิตใจของเรา ให้มีสติ มีสมาธิ มีปัญญา และตัวปัญญาที่เกิดขึ้นจากการภาวนา จากการอบรมจิตใจที่ถูกต้อง จะให้คำตอบ เกี่ยวกับเรื่องจิตใจ เรื่องนิพพาน เรื่องผี เรื่องเทวดา เรื่องภพภูมิต่างๆ ได้เป็นอย่างดี เรื่องการเป็นผู้ที่บรรลุธรรมวิเศษหรือธรรมะชั้นสูงนั้นเป็นปัจจตัง คือผู้รู้ก็รู้ได้เฉพาะตน และพระพุทธองค์ก็บัญญัติไว้ว่าห้ามภิกษุในพระพุทธศาสนา ไปเที่ยวบอกใครว่าตนเป็นผู้บรรลุธรรมชั้นนั้นชั้นนี้ หากผู้บรรลุธรรมเองไปเที่ยวบอกคนอื่น ก็ต้องอาบัติ แต่หากไม่ได้บรรลุ แต่แอบอ้างว่าบรรลุธรรม ให้ต้องปราชิก ขาดจากความเป็นพระ และไม่สามารถกลับมาบวชใหม่ได้ ผมจึงเห็นว่า ผู้ใดที่เที่ยวบอกคนโน้นคนนี้ว่าเห็นนั่นเห็นนี่ที่คนอื่นไม่เห็นเป็นผู้วิเศษที่ควรนับถือ เพราะท่านเหล่านี้ จงใจฝ่าฝืนพุทธบัญญัติ ผิดวินัย เรียกว่าใครเห็นก็เห็นของตัวเอง ไม่ให้บอกต่อ หลวงพ่อคูณ คนนับถือท่านทั้งแผ่นดิน ท่านก็บอกเสมอว่า 'กูก็คนธรรมดา ใครมาให้เคาะหัวก็เคาะให้...' อะไรทำนองนี้ ธรรมะของพระพุทธศาสนานั้น เป็นสิ่งที่สามารถทดลองได้ ปฏิบัติแล้วเห็นผลได้จริง ไม่จำกัดกาล(อะกาลิโก) คือเป็นจริงตลอดไป ผมจำบาลีไม่ได้แต่พอจำเนื้อความได้ว่าตอนบวช ทำวัตร ได้ท่องบทความเนื้อหาว่า "มนุษย์เป็นอันมาก เมื่อมีภัยคุกคามขึ้นแล้วก็ถือเอา ภูเขาบ้าง ป่าไม้บ้าง อาราม และรุกขเจดีย์บ้างเป็นสรณะ เขาอาศัยสรณะนั้นแล้ว ไม่อาจพ้นจากทุกข์ทั้งปวงได้" ความเห็นเพิ่มเติมที่ 49 22 ม.ค. 2551 (20:26) การอธิบายประสบการณ์ทางจิต น่าจะอยู่ในวิสัยที่ทำได้บ้าง แต่การอวดอ้างคุณวิเศษนี่ ย่อมเป็นอกุศลอย่างแน่นอนครับ สำหรับบุคลที่เป็นฆราวาส แล้วมีประสบการณ์พิเศษทางจิต อันนี้ก็อยู่ที่สติ อยู่ที่ปัญญาของคนๆนั้น ว่าควรที่จะรู้ว่า ควรจะพูดอะไร อย่างไร หากเขาอยู่ในแนวทางที่เป็นกุศล สิ่งทีมีอยู่ในตัวของเขานั้น ก็น่าจะเป็นประโยชน์ได้มาก แต่หากนำไปใช้ในทางอกุศล ก็ย่อมจะไปสู่ทางที่เสื่อม ผมเปิดใจรับฟังสิ่งเหล่านี้ และอยากจะสนับสนุน ให้กำลังใจ ให้ผู้ที่มีคุณภาพจิตในเรื่องเช่นนี้ น้อมนำไปในทางที่ดี ในทางที่จะช่วยให้เกิดกัลยาณมิตรที่เข้าถึงธรรมขั้นสูงๆยิ่งๆขึ้นไป ความเห็นเพิ่มเติมที่ 50 23 ม.ค. 2551 (23:50) ผมและคนใกล้ชิดหลายคนมีประสบการณ์เกี่ยวกับเรื่องเหนือธรรมชาติ แต่การรับรู้เรื่องเหล่านี้ ไม่นับเป็นแนวทางในทางพระพุทธศาสนาแต่อย่างใด ความสามารถต่าง ๆ เหล่านั้นต่างเป็นโลกียะ มีได้และเสื่อมได้ ไม่ได้เป็นทางแห่งนิพพาน ทางแห่งนิพพานมีเส้นทางชัดเจนคืออริยมรรคมึองค์แปด ผู้ที่มีฌาณเป็นความจริงของอริยสัจจ์ ๔ จึงนับเป็นผู้มีธรรมชั้นโลกุตร บางคนมีฌาณระดับโลกิยฌาณแล้วก็เข้าใจว่าตนเป็นผู้วิเศษ(ซึ่งก็อาจจะจริง) กลับยึดติดกับอำนาจวิเศษเหล่านั้นแล้วก็หลุดออกไปจากเส้นทางที่เห็นความจริงชั้นสูงก็ได้ครับ อาจารย์หากได้ศึกษาพระวินัย จะเห็นว่า พระถูกห้ามเป็นหมอดูด้วย หากใครทำก็ต้องอาบัติ แสดงว่าการทำนายโชคชะตา ไม่เป็นวิถีแห่งพุทธะ ความเห็นเพิ่มเติมที่ 51 24 ม.ค. 2551 (09:25) เดี๋ยวจะกลายเป็นการทำให้กระทู้ของอ.นิรันดร์ ขยายกว้างออกจนเกินไป ที่พูดคุยกันเพิ่มเติมตรงนี้ น่าจะเป็นการให้แนวทางที่ดีพอสมควร ในการเข้าไปให้ความสนใจกับเรื่องผี เรื่องเทวดา เรื่องประสบการณ์ต่างๆเหล่านี้ ...................................................................................................................... ผมขอส่งกระทู้กลับคืนนะครับ ขอให้แต่ละคนที่มีประสบการณ์ หรือที่ได้ยินได้ฟังจากคนที่บอกว่ามีประสบการณ์ตรงเกี่ยวกับผี เกี่ยวกับเทวดา เกี่ยวกับอำนาจอะไรที่พิเศษออกไป หรือที่เกี่ยวข้องกับภาวะหลังความตายในรูปแบบต่างๆ ได้ช่วยเล่าแบ่งปัน แลกเปลี่ยนประสบการณ์กันนะครับ ขอบคุณครับ เวลาเราไปประชุม สัมนา พบเพื่อน เราก็คุยเรื่องอื่นที่ไม่เกี่ยวกับประชุมบ่อย ๆ แล้วพอเราคุยนอกเรื่อง เราก็จะปิ๊งความคิดใหม่ ๆ ได้จากการคุยกัน เรื่องนี้ก็เช่นกันครับ ผมก็อยากทราบว่า คนเรา คิดเรื่องผีกันอย่างไร บางคนก็คิดว่าผีเป็นสิ่งชั่วร้ายเท่านั้น บางคนก็คิดว่าผีเป็นเพื่อนที่ดีก็มี บางคนก็ว่าเทวดาเป็นผีอย่างหนึ่ง บางคนก็ว่าไม่ใช่ บางคนก็ว่าผีอยู่ที่ใจอย่างเดียว ฯลฯ สนับสนุนความคิดแบบใด บอกด้วยนะครับ หรือจะเป็นความคิดเห็นอื่น ๆ ก็เชิญนะครับ ความเห็นเพิ่มเติมที่ 53 25 ม.ค. 2551 (20:40) 'ผี' น่าจะหมายถึง ผู้ล่วงลับจากโลกนี้ไปแล้ว เหมือนบทที่พระสวดให้พรว่า "ยะถา วาริวะหา ปูรา ปะริปูเรนติ สาคะรัง เอวะเมวะ อิโต ทินนัง เปตานัง อุปะกัปปะติ" แปลว่า แม่น้ำย่อมไหลไปลงมหาสมุทรและทำให้มหาสมุทรเต็มเปี่ยมได้ฉันใด ด้วยบุญกุศลสุจริตทานที่ท่านได้กระทำมาแล้วโดยชอบ จงเข้าไปสำเร็จแก่ผู้ที่ล่วงลับ (เปตานัง) ไปแล้วยังปรโลกฉันนั้นเถิด" ผีที่คุณ yama หมายถึง ซากร่ายกายที่ปราศจากวิญญาณ หรือหมายถึงอย่างอื่นครับ ความเห็นเพิ่มเติมที่ 55 29 ม.ค. 2551 (21:43) ผีคือ คำศัพท์ที่ใช้เรียกเหมารวมสัตว์จำพวกโอปปาติกะ (อย่างหยาบคายและไม่จำแนกจำพวก) คนเราพอเห็น หรือคิดว่าตัวเองเห็นสิ่งที่เหนือธรรมชาติเข้าก็เรียกว่าผีหลอก พอใครตายก็เรียกว่าผี ส่วนที่เป็นซากน่ะไม่ได้เรียกว่าผีหรอก เรียกว่า"ศพ" และที่กลัวๆกันน่ะไม่ได้กลัวซาก แต่กลัวสิ่งที่ตัวเองมองไม่เห็น กลัวสิ่งที่ตัวเองไม่เข้าใจ และกลัวสัญญา(ความทรงจำ)ของตัวเองที่เคยได้ยินเขาเล่าว่า.. ผีเป็นอย่างนั้น ผีเป็นอย่างนี้ ทั้งๆที่ไม่เคยเห็นจริงๆ เพราะไม่เข้าใจธรรมชาติของผี ไม่รู้จักผี ไม่ได้ต่างจากอาการกลัวฟ้าร้องฟ้าผ่าของคนโบราณแต่ประการใด ถ้าผีที่เขาเห็นน่าเกลียดน่ากลัว และร้ายอย่างที่เขาทำให้ดูในทีวี ผีนั้นก็อยู่ในฐานะผู้น่าสงสาร หากใครเห็นจงเวทนาเขาให้มาก แผ่ส่วนกุศลให้เขาเยอะๆจะดีกว่า เพราะสิ่งเหล่านี้คนที่รู้ คนที่เข้าใจเขาไม่กลัว เขากลัวที่ต้องกลับมาเป็นคนอีกต่างหากล่ะ ความเห็นเพิ่มเติมที่ 56 29 ม.ค. 2551 (22:36) สรุปว่า ผีของคุณ zeal_009 เป็นอวิชชาใช่ไหมครับ ความเห็นเพิ่มเติมที่ 57 8 ก.พ. 2551 (16:45) ตามความคิดเรา ผี คือ คนตาย ใช่ ตายไปแล้วเป็นวิญญาณ และวิญญาณเป็นสิ่งที่ไม่มีตัวตนจับต้องหรือสัมผัสไม่ได้ หรือไม่สามารถมองเห็นได้ เป็นพลังงานอย่างหนึ่งที่ทางวิทยาศาสตร์ว่ากัน แต่ก็มีบางคนที่เคยเห็นผีซึ่ง ก็แตกต่างกันไป บางคนเห็นในรูปแบบมนุษย์เรา บางคนเห็นในแบบไม่น่าดูนัก แต่ก็ไ่ม่มีใครพิสูจท์ได้ ว่า ผีหรือวิญญาณ น่ะมีจริง คนโบราณกล่าวว่า "คนที่เห็นผีเป็นคนที่มีบุญ" ใครเห็นก็ต้องรีบทำบุญไปให้ เขาเพราะว่าเขามาขอส่วนบุญ ส่วนความกลัว อาจจะเป็นเพราะเราไม่สามารถรู้ได้ว่าผีน่ะจะมาปรากฎให้เราเห็น ในรูปแบบไหน เราจึงมักจะจินตนาการต่าง ๆ นานา และทำให้เกิดความกลัว ความเห็นเพิ่มเติมที่ 58 12 ก.พ. 2551 (10:34) <P>ตามความคิดเห็นส่วนตัวนะ</P> <P>เราว่าผีมีจริง นะ ผีมีหลายประเภทด้วยกัน เช่น ผีกระสือ ผีดิบ ผีกระหัง ฯลฯ ที่แน่ๆ เมื่อคนตายไปแล้ว หมดลมหายใจ คนส่วนใหญ่จะเรียกว่า "ผี"</P> <P>แต่ที่พบกับตัวเองเลยคือตอนนั้นเด็กมากมากนะ เราและเพื่อนอีกประมาณ 4 คน เรากำลังตักน้ำในบ่อ(เป็นบ่อน้ำที่ขุดแล้วมีปอก10-20 ปอก) หันไปเห็นดวงไฟวิงมาหาเรา หันมาอีกทีทุกคนหายไปหมดแล้ว ตอนนั้นไม่รู้ตัวเลยว่าตัวเองกับมาหาแม่ได้อย่างไร นึกไม่ออกว่าวิ่งมา หรือทำอย่างไร คือรู้ตัวอีกทีก็อยู่กับแม่แล้ว บัดนั้นทำให้เรากลัวในการออกไปไหนตอนกลางคืนเป็นอย่างมาก เราจึงคิดว่าผีนั้นมีจริงนั่นแหละ ก็อย่างที่บอกความคิดเห็นส่วนตัวนะ</P> pae01@hotmail.com (IP:124.157.210.209) ความเห็นเพิ่มเติมที่ 59 12 ก.พ. 2551 (12:11) ในความคิดของผม ผมเข้าใจว่าผีในความคิดของทุกคนที่ว่านี้คือ วิญญาณ ส่วนตัวแล้วผมเชื่อว่า วิญญาณ น่าจะอยู่มีจริง วิญญาณน่าจะเป็นกลุ่มก้อนของพลังงานในรูปแบบหนึ่ง แต่เราไม่สามารถวัดหาค่าพลังงานนั้นได้อย่างชัดเจน พลังงานที่ว่านี้อาจอยู่ในรูปของความร้อนหรือรูปแบบอื่นๆ แต่ผมเคยได้ยินคนพูดว่าวิญญาณคือคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า แต่ถ้าเป็นคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าจริง วิญญาณก็ไม่อาจอยู่นิ่งได้ ต้องเคลื่อนที่ด้วยความเร็วแสง เราจึงไม่อาจเห็นวิญญาณได้ แต่ผมเชื่อว่าเราอาจเห็นวิญญาณได้ แต่ต้องอยู่ในสภาวะที่เหมาะสมของสิ่งแวดล้อม เช่น อุณหภูมิ ความหนาแน่นของพลังงานอื่นๆ เช่น แสง รังสีต่างๆ เป็นต้น เราจึงไม่อาจเห็นวิญญาณได้ตลอดเวลา และผลจากการทดลองที่ว่า คนที่ตายไปแล้วใหม่ๆ จะมีมวลลดลงประมาณ 0.7 กิโลกรัม ซึ่งอาจเป็นไปได้ว่า มวลที่เปลี่ยนแปลงไปนี้ แปรสภาพไปเป็นพลังงาน ตามสมการความสัมพันธ์ของมวลและพลังงาน E=mc2 ซึ่งนั่นก็คือ วิญญาณที่หลุดออกจากร่างไปแล้วนั่นเอง ส่วนโลกของวิญญาณก็คือ ระดับชั้นพลังงานอีกระดับชั้นหนึ่งนั่นเอง และในพระไตรปิฎกก็กล่าวไว้อย่างชัดเจนว่า วิญญาณมีอยู่จริงในขันธ์ 5 ( สิ่งที่ทำให้มีชีวิต ) แต่ทั้งนี้ ก็ยังไม่มีทฤษฎีใดๆที่อธิบายได้อย่างชัดเจนในปัจจุบันปอก คืออะไรครับ มวล 0.7 kg เมื่อแปรเป็นพลังงานตามสมการ E = mc2 แล้วจะพบว่าเป็นพลังงานมหาศาล สามารถทำลายเมืองได้เลย ผลการทดลองที่ว่านี้มีใครทำการทดลอง มีหลักฐานหรือบันทึกไว้ที่ไหนครับ ความเห็นเพิ่มเติมที่ 61 12 ก.พ. 2551 (14:56) Ummm เผลอ แป้บ เดียว 4 ปี ผ่าน ไป อ นิรันดร์ ยังสบายดีอยู่ใหม ครับ ผมก็ ยัง คงสอนอยู่ที่ หน้าวัดเลียบ อยู่เหมือนเดิม ... ปีนี้ ลูกน้องได้ แชมป์ โลก ฟิสิกส์ดาราศาสตร์ กะ อีก 2 เงิน IJSO ก็ตามเคย ครับ เรือจ้าง ลำเก่า .... แล้ว พวกเขาก็จากไปกลาง ลำน้ำ .... ฟิสิกส์ O ... ของ ชาวสวน จะทนยืนหยัดอยู่ได้ แค่ใหน ยากจะคาดเดา 2 เหรียญ ทอง ที่ผ่านมา จะกลายเป็นความ ทรงจำที่ แสนไกลรึเปล่า ก็ไม่ ทราบได้ คิดว่าอาจารย์สอนอยู่ที่ KMUTT เสียอีกครับ ตัวผมสบายดี แต่เส้นผมบนหัวมันเหลือน้อยลง แล้วก็อ้วนลงพุง หวังมากที่สุดก็คือคนที่เรียนจากเราไป ตั้งใจรับใช้สังคมโดยรวม <P>ผี คือสิ่งที่ไม่สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่าควรใช้วิจารณยาณ์ในการมองเห็นแต่มันก็</P> <P>แล้วแต่คนเราจะเชื่อเพราะบางคนก็อาจบอกว่าผีคงไม่มีจิง</P> <P>แต่มันมีจิงเพราะฉันเนี่ยแหละที่เคยมองเห็นมาแล้ว</P> <P>และทุกวันนี้ฉันก็ยังเห็นอยู่ทุกคนจะเชื่อหรือไม่ก็ตามแต่</P> <P>แต่ฉันเคยเห็นผีมาแล้ว</P> <P>ขอบอกเพียงเท่านี้</P> <P>จบ</P> kigkog2007@hotmail.com (IP:119.42.70.61) ที่ว่าเคยเห็น เห็นอย่างไรครับ ความเห็นเพิ่มเติมที่ 65 23 ก.พ. 2551 (01:06) ผีมีไว้หลอกเด็กหรือเปล่า หลอกด้วยคำพูดเช่นถ้าเด็กร้องกระจองอแง แล้วผู้ใหญ่จะบอกว่าเดี๋ยวผีจะมานะ แค่คำพูดพร้อมแสดงสีหน้าท่าทางเด็กก็กลัวแล้ว กลัวทั้งที่ผู้พูดและผู้ฟังก็ไม่รู้ว่าผีมีรูปร่างหน้าตาเป็นอย่างไร แล้วผีจะมีจริงหรือเปล่าก็ไม่รู้ คนที่ชอบหลอกคนอื่นนั้นแหละคือ ผี ความเห็นเพิ่มเติมที่ 66 25 ก.พ. 2551 (23:44) ผี คือ อากาศธาตุ ที่แปรสภาพจากวัตถุ เป็นอนูเล็ก ๆ (ได้แก่คนตาย ไปสู่ คลื่นความถึ่) |
ขอบคุณผู้สนับสนุนHot Links |
Copyright© 2000-2007, Vcharkarn.Com. All rights reserved.
|
คลิ๊กเพื่อดูสถิติ รับรองและสนับสนุนโดย |
![]() สสวท. |
![]() มูลนิธิ พสวท. |
![]() พสวท. |