|
ช่วยกันนิยามหน่อยครับว่า "ผีคืออะไร"
โพสต์เมื่อ:
13:55 วันที่ 14 ม.ค. 2551 ชมแล้ว:
39,587
ตอบแล้ว:
128
วิชาการ.คอม > วิทยาศาสตร์
วิชาการ.คอม > ครูอาจารย์ วิชาการ.คอม > สายศิลป์ วิชาการ.คอม > พักผ่อนหย่อนใจ วิชาการ.คอม > การบ้านแบบฝึกหัด วิชาการ.คอม
หลายคนถกเถียงกันเรื่องของผี
บางคนว่ามีผี บางคนก็ว่าไม่มี แต่ในความเห็นของผมก็คือเราสรุปไม่ได้ว่าที่จริงผีคืออะไรแน่ เมื่อไม่ได้สรุปว่าผีคืออะไรแน่ ก็สรุปไม่ได้ว่าผีมีหรือไม่ ผมขอประเดิมก่อนในฐานะคนตั้งกระทู้ครับ นิยามที่ 0 ผีคือซากศพคนตายที่ปราศจากวิญญาณ ... นิยามเพิ่มเติม วิญญาณ คือ สภาพการรับรู้ด้วยอายะตนะคือ ตา หู จมูก ลิ้น สัมผัส และใจ ถามต่อว่า กลัวผีไหม(ตามนิยามที่ 0) ตอบว่า ไม่กลัว แต่อาจสังเวช สมเพศ หรือขยะแขยง ฯลฯ ตามสภาพของผีนั้น ๆ ครับ ความเห็นเพิ่มเติมที่ 88 27 มิ.ย. 2551 (22:01) ![]() ไม่ทราบว่าใครเคยถ่ายได้ภาพปรากฏการณ์วิญญาณบ้างไหมครับ จำพวกมือลึกลับบนบ่า หน้าคนในเงามืดอะไรอย่างนี้น่ะครับ ความเห็นเพิ่มเติมที่ 89 27 มิ.ย. 2551 (22:05) ปล.ภาพข้างบน เป็นภาพถ่ายปรากฏการณ์วิญญาณที่ได้มาโดยบังเอิญ ทายซิว่าอยู่ไหน ภาพนี้ผมถ่ายไปเรื่อยเปื่อย กำลังลองว่า ถ้าถ่ายหน้าจอคอม จะมีวิธีทำให้ไม่เป็นเส้นๆได้ไหม เอามาไล่เปิดดูก็ประมาณนี้ทุกรูปแหละครับ แต่รูปนี้เหมือนหน้าคนเลยเอามาลงเล่นๆ การสะท้อนคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าบางทีก็มีอะไรเจ๋งๆไว้ให้ดูน่าตื่นเต้นเหมือนกันนะครับ!! ^ ^
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 90 28 มิ.ย. 2551 (08:10) ขอเดาคล้ายกับจะมีหลักการว่า หากถ่ายโดยใช้ความเร็ว เท่าๆ กับ คลื่นแม่เหล็กที่เห็นทาง จอภาพ ควรจะไม่เห็นเส้นค่ะ คือวิชาฟิสิกส์น่ะ เป็นอริกันมาช้านานแล้ว อย่างที่เคยเล่าตอนเรียน มัธยมปลาย ครูสอนคณิตศาสตร์ ท่านยังบอกเองว่า วิชานี้ชื่อจริงๆ ว่า ฟี้-สิกส์ .... ด้วยประสพการณ์ของตัวเองไม่เคยเห็นภาพคล้าย ภาพเหมือน เงาราง หรืออาจะเป็นผี แต่ก็ไม่อยากพูดชัดๆ เพราะเกรงอยู่เหมือนกันว่า พวกที่คุยๆ นี่มักจะเจอเข้าจนได้.... ความเห็นเพิ่มเติมที่ 91 28 มิ.ย. 2551 (11:46) ผีเป็นกลุ่มพลังงานจิต คือ นอกจากเป็นพลังงาน ยังมีความนึกคิดเหมือนมนุษย์ หรือไร้ความนึกคิดเลยก็มี ปัญหาที่คนส่วนใหญ่สัมผัสไม่ได้ เป็นเหมือนคลื่นความถี่ อย่างคุณเห็นคลื่นโทรศัพท์ ป่ะ คลื่นเสียงไรพวกนี้ เรามองไม่เห็น แต่ดันพิสูจน์ และนำมาใช้ได้ ต่างจากผี พิสูจน์กันบ่อย เห็นเป็นกลุ่มก้อนพลังงานด้วยเครื่องมือ บางชนิด แต่เอามาใช้ประโยชน์ หรือ พิสูจน์ บางอย่างไม่ได้บางสถานการณ์ ทั่วโลกมีผี เพราะคนมีจิต เมื่อเป็นวิญญาณ ไม่มีใครสรุปแบบร้อยเปอร์เซนต์ว่า ตายแล้วไปไหน ผี ไทย ผีฝรั่ง ไปที่เดียวกันไหม เพราะแม้แต่เทพที่นับถือ ก็ยังเป็นคนละองค์กัน ในชีวิตจริงมักจะพบเห็นวิญญาณได้หลายลักษณะ เช่นเห็นแว็บ ๆ ติดมาในรูปถ่าย มีเสียงก้องในหู เหมือนคนคุยด้วย หรือ เคาะประตู รายที่หนักก็โดนดูดพลัง นอนเหมือนไม่ได้นอน เหมือนมีคนนั่ง หรืออยู่ข้าง ๆ หรือ เหมือนมีคนจ้อง อาการเหล่านี้เจอได้บ่อย ๆ แต่ผีที่เก่งหน่อย ส่วนใหญ่ไปเข้าทรง หาตังค์ว่ะ โดนบ่อย (IP:125.25.132.52) ความเห็นเพิ่มเติมที่ 92 28 มิ.ย. 2551 (11:52) จะผีอะไร ก็ตามครับ ไม่น่ากลัวหรอก
เพราะที่น่ากลัวที่ ซู๊ดดดดดดดดดดด ในตอนนี้ คือ ผีพนัน (ช่วงนี้มีบอล ด้วยสิ) ดูกีฬา เพื่อความบันเทิง ดีกว่า ครัฟฟฟฟฟฟฟ ความเห็นเพิ่มเติมที่ 93 28 มิ.ย. 2551 (20:58) คุณโดนบ่อยครับ ผมว่าสรุปได้นะครับว่าตายแล้วไปไหน บางคนตายแล้ว ไม่มีคนพบแต่หนูพบก็แทะกินบ้าง แบคทีเรียย่อยไปก็มี แล้วคุณสับสนระหว่างวิญญาณกับผีหรือเปล่า ความเห็นเพิ่มเติมที่ 94 30 มิ.ย. 2551 (11:34) ไม่รู้ว่าเกี่ยวข้องกันหรือเปล่า ผมมีคำถามให้ลองช่วยวิเคราะห์ดู 1) ตอนที่เราหลับไป ความรู้สึกตัว และ ความคิดต่างๆ ของเราเป็นอย่างไร 2) พอเราตื่นขึ้นมา ความคิด ความรู้สึกในตอนแรกๆนั้นเป็นอย่างไร 3) ถ้าเรานอนหลับไป แล้วไม่ตื่นขึ้นมาเลย ... เราจะรู้ตัวหรือไม่ มันจะเป็นอย่างไร ? 4) ตอนที่เราสนุกตื่นเต้นมากๆ ดีใจ หรือยินดีมากๆ จิตใจของเราตอนนั้นเป็นอย่างไร 5) ตอนที่เราทุกข์มากๆ บีบคั้นมากๆ เสียใจ ปวดร้าวมากๆ จิตใจของเราตอนนั้นเป็นอย่างไร 6) มีบ้างมั้ย ตอนที่จิตใจของเราเรียบสงบ เบาสบาย มีปิติสุข ไม่กังวล ไม่วุ่นวาย 6) เด็กที่อยู่ในครรภ์มารดา เด็กทารก น้องๆอนุบาล หรือวัยประถม เริ่มจะมีความรู้สึกตัวต่างๆ มีความคิดต่างๆ ตั้งแต่ตอนไหน
หากเราลองพิจารณาตอบคำถามเหล่านี้ เราอาจจะพอเข้าใจถึงจิตใจ ถึงวิญญาณ(การรับรู้) และน่าจะทำให้เราพิจารณาไปถึงสภาพที่เกิดขึ้น เมื่อร่ายกาย ชีวิตของเรา เข้าสู่สภาวะที่เรียกว่า "ความตาย" ได้ หากเราเข้าใจ ความตาย ... เรื่องผี ก็อาจจะไม่ใช่ปัญหาอะไรที่เราจะสงสัยอีกต่อไป
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 95 1 ก.ค. 2551 (16:10) อ้างตาม ที่ศึกษามา วิญญาณ จะมี 2 ชนิด 1 วิญญาณ แท้ คือ สิ่งอันจีรังยั่งยืนที่เป็นที่ยึดติดของร่างกายอันจะวนเวียนตายเกิด สืบเวรกรรมทุกชาติไป 2 วิญญาณอันหมายถึง การรับรู้ได้ รู้ร้อนรู้หนาว อันเป็นหนึ่งในขันธ์ 5 ของร่างกาย ซึ่งจะสลายไป เมื่อตาย เพราะไม่เคยมีการพบความรู้สึกคนตายที่เชิงตะกอน หลังจากเผา วิญญาณตามข้อ 1 จึงเป็นผี ตามความเข้าใจของคนทั่วไป ตามข้อมูลทางสถิติ ผี จะเกี่ยวข้องกับสิ่งที่เขายึดติด หรือรักมาก จึงจะมีโอกาสพบเจอ และ ผี ไม่เกี่ยวข้องกับเรา เราอยู่บนหลักการทางวิทยาศาสตร์ คือต้องมีการกระทำจึงจะเกิดผลของการกระทำ มีประโยชน์อะไรกับการกังวลเรื่อง ผี และจะเสียประโยชน์หรือถ้าไม่เชื่อว่า ผี มีจริง คนอยู่ส่วนคน ผี อยู่ส่วน ผี ไม่เกี่ยวข้องกัน ถ้าเราเมีความพยายาม ผี ก็ห้ามไม่ได้ ถ้าเราดีพอ แม้แต่ ผี ก็ต้องยกมือไหว้เรา ทำงานไปเถอะ อย่ามัวคิดมากเรื่อง ผี อีกเลย ไพ (IP:61.7.147.72) ความเห็นเพิ่มเติมที่ 96 1 ก.ค. 2551 (21:55) สัพเพธัมมาอนิจจา ไม่มีอะไรยั่งยืนหรือสามารถอยู่ได้ชั่วกัลปาวสารหรอกครับคุณไฟ การยึดติดว่าวิญญาณแท้เป็นสิ่งที่จีรัง ความเห็นเพิ่มเติมที่ 97 1 ก.ค. 2551 (22:43) จากความคิดเห็นเพิ่มเติมที่ 94 ของอาจารย์ MG ไม่รู้ว่าเกี่ยวข้องกันหรือเปล่า ผมมีคำถามให้ลองช่วยวิเคราะห์ดู 1) ตอนที่เราหลับไป ความรู้สึกตัว และ ความคิดต่างๆ ของเราเป็นอย่างไร 2) พอเราตื่นขึ้นมา ความคิด ความรู้สึกในตอนแรกๆนั้นเป็นอย่างไร 3) ถ้าเรานอนหลับไป แล้วไม่ตื่นขึ้นมาเลย ... เราจะรู้ตัวหรือไม่ มันจะเป็นอย่างไร ? 4) ตอนที่เราสนุกตื่นเต้นมากๆ ดีใจ หรือยินดีมากๆ จิตใจของเราตอนนั้นเป็นอย่างไร 5) ตอนที่เราทุกข์มากๆ บีบคั้นมากๆ เสียใจ ปวดร้าวมากๆ จิตใจของเราตอนนั้นเป็นอย่างไร 6) มีบ้างมั้ย ตอนที่จิตใจของเราเรียบสงบ เบาสบาย มีปิติสุข ไม่กังวล ไม่วุ่นวาย 6) เด็กที่อยู่ในครรภ์มารดา เด็กทารก น้องๆอนุบาล หรือวัยประถม เริ่มจะมีความรู้สึกตัวต่างๆ มีความคิดต่างๆ ตั้งแต่ตอนไหน ความเห็นเพิ่มเติมที่ 98 2 ก.ค. 2551 (16:19) ผี ก็แค่สิ่งที่เราสร้างขึ้นมา คือก้นบึ้งของใจเรา คือความอ่อนแอของเรา คือความกลัวของเรา
นั่นแหละผี ความเห็นเพิ่มเติมที่ 99 2 ก.ค. 2551 (21:27) อันนี้เป็นอีกความหมายที่ผมคิดว่าเหมาะ เเละเข้าใจได้ง่ายในภาพกว้าง
" ผี เป็นสิ่งที่สะท้อนถึง ความหวาดกลัวที่มนุษย์มีต่อความตาย " เพราะฉะนั้นถ้าดูให้ลงไปถึงต้นตอเราจะพบว่า ที่จริงเเล้ว ผี นั้นคือ ความตาย เเละมนุษย์กลัวผี เเท้จริงเเล้วมาจากการที่ มนุษย์กลัวความตายนั่นเอง เช่น คนที่ตายไปเเล้วก็เท่ากับว่าคนๆนั้นกลายเป็นความตายสำหรับคนที่ยังมีชีวิต เเละถ้าสมมุติว่าเราเจอคนที่ตาย ก็เปรียบเหมือนกับว่าความตายได้เข้ามาหาเรา เราจึงกลัวมัน ไม่ได้กลัวผี เเต่กลัวความตายที่ปรากฏออกมาทั้งๆที่เรายังมีชีวิตอยู่ ( อธิบายยากเเฮะเอาเเค่เครื่องหมายคำพูดข้างบนก่อนก็พอ )
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 100 3 ก.ค. 2551 (10:41) ในความเห็นที่ 97 ของอ.นิรันดร์ ขอบคุณมากครับที่กรุณาช่วยตอบช่วยวิเคราะห์คำถามดังกล่าว เมื่อศึกษา และได้ค่อยๆปฏิบัติ ดูกายใจของเรา ผมเริ่มมองเห็นว่า กายและใจ เขาทำงานร่วมกันอย่างลึกซึ้งมาก แต่อย่างไรก็ตาม ดูเหมือนว่า ร่างกาย สมอง อวัยวะ ความรู้สึกนึกคิดต่างๆนั้น จะถูกใช้เป็นเครื่องมือของจิตใจ พัฒนาการของเด็กในครรภ์ จนโตขึ้นมาเป็นผู้ใหญ่ ถ้าเราสังเกต จะพบว่า มีความรูสึกนึกคิด ลักษณะนิสัยต่างๆ ที่เหมือนมีซ่อนอยู่ในตัวของเด็กอยู่แล้ว ... และเพียงคอยระยะเวลาที่เหมาะสมที่จะแสดงออกมา ความเก่ง ความดี หรือความชั่วร้าย บางอย่าง ... ดูเหมือนว่า ไม่น่าจะพัฒนาได้ในระยะเวลาสั้นๆ แต่สิ่งเหล่านี้ ดูเหมือนจะมีสะสมอยู่ในตัวเด็กอยู่แล้ว
ถ้าหากดูวัยหนุ่มสาว เราก็จะสังเกตได้ว่า มีน้อยคนมากที่จะรู้เท่าทัน เรื่องราคะ เรื่องความรัก ที่จะนำไปสู่การรู้จักสนิทสนมกัน จนอยูด้วยกัน แต่งงานมีครอบครัว และมีสมาชิกคนใหม่ กับดักของความรักนี้ ก็ดูเหมือนว่า ได้ถูกกำหนดไว้แล้วค่อนข้างชัดเจน เพียงรอเวลา ที่จะมาเจอะเจอคนที่ตรงใจกัน พร้อมกับเงื่อนไขแวดล้อมที่พร้อมใจให้ การเกิดของคน จึงเป็น "ความหลง" ที่เราส่วนใหญ่ (รวมทั้งผมเอง) ได้ถูกกำหนดไว้แล้ว พอจะเริ่มรู้ตัว เราก็มีสิ่งที่ต้องเกี่ยวข้องด้วยจำนวนมากมาย อยากที่จะดำเนินชีวิตให้เป็นอย่างอื่นได้ จากการเกิด สู่ ความตาย ... ความตายนับว่าเป็นสิ่งที่เรายิ่งรู้น้อยลงไปอีก เราเห็นคนอื่นตาย แต่เราก็ไม่เคยได้ใส่ใจกับความตายที่จะเกิดขึ้นกับเราเท่าใดนัก เราอาจจะเคยเจ็บป่วย เล็กๆน้อยๆ หรือป่วยหนักมาก ... หากพิจารณาให้ดี ความเจ็บป่วย น่าจะบ่งบอก เกี่ยวกับเรื่องของความตายได้บ้าง
ที่ผมพยายามนึกเปรียบเทียบกับ การหลับ และการตื่น ... จริงๆ อาจจะพอเทียบเคียงกันได้ หรืออย่างน้อย ก็ให้เราได้ใส่ใจกับ จิตใจ สติ ความรู้สึกตัวของเราให้มากยิ่งขึ้น
บางวันผมตื่นขึ้นมา ร่างกายจิตใจสดชื่น แต่บางวัน ร่างกายตึง ปวดร้าว จิตใจก็พลอยไม่สดชื่น
เรื่องกายใจของเรา เป็นเรื่องที่เราควรให้ความใส่ใจให้มาก ความตาย ควรจะเตือนสติให้เราไม่ประมาท ให้ได้รู้จักพิจารณาชีวิตของเราเองว่า เราจะทำอะไร จะทำสิ่งที่ดี หรือสิ่งที่ชั่วร้ายต่างๆ
และแน่นอนว่า ...สุดท้ายทุกคนก็ต้องพบกับความตาย แต่จะพบแบบรู้ตัวหรือไม่อันนี้ก็บอกไม่ได้ ... และคงไม่มีโอกาสกลับมาบอกได้ ดังที่อ.นิรันดร์ว่าไว้ ตามนิยามของ "ผี" ที่อ.นิรันดร์ให้ไว้ ... เราทุกคน ต่างก็กำลังเดินทางเพื่อผ่านเข้าไปในช่วงเวลานั้น
เราจะรู้ตัว เราจะมีสติอยู่ดีหรือไม่ ... ณ ขณะที่ร่างกายของเรา จะหมดสภาพของ "ชีวิต" เพื่อเข้าสู่ความตาย และเข้าสู่อะไรอื่นๆ ที่เราไม่เคยรู้เลย ความเห็นเพิ่มเติมที่ 101 3 ก.ค. 2551 (16:30) สติ ถูกต้องที่สุดครับ ลองพิจารณาว่าเวลาเราหลับ ฝัน เรามีสติหรือไม่ เรามีสติได้แม้กระทั่งหลับ ได้หรือไม่ ปกติแล้วเราตื่นอยู่ การหายใจของเราจะเป็นไปโดยอัตโนมัติ ความเห็นเพิ่มเติมที่ 102 3 ก.ค. 2551 (17:05) เป็นภูมิปัญญาที่แยบคาย ละเอียด ลึกล้ำ ค่ะ ความเห็นเพิ่มเติมที่ 103 4 ก.ค. 2551 (14:13) แต่ก่อน ผมมีผีสิง หากเราสามารถคุมระบบประสาทอัตโนมัติได้บ้าง สำหรับผมแล้ว ด้วยการพิจารณาลมหายใจ ผมสามารถกำจัดผีออกไปจากตัวผมได้หลายตัว ขอบพระคุณคุณครูไผ่ที่แวะเข้ามาทักทายในห้องผีของผมครับ คุณครูไผ่มีผีหรือรู้จักผีบ้างไหมครับ ความเห็นเพิ่มเติมที่ 104 4 ก.ค. 2551 (14:41) มีค่ะ ดูตัวอย่างผีเด็ก ได้ที่ ความเห็นที่ 2 ของกระทู้http://www.vcharkarn.com/vcafe/24505 และผีผู้ใหญ่ในความเห็นที่ 3 ของกระทู้นั้น ความเห็นเพิ่มเติมที่ 105 4 ก.ค. 2551 (14:48) อาการผีสิง ตอนวัยรุ่นคงเป็นกันเกือบทุกคน พออายุมากขึ้นรู้สึกผีจะหายไปเอง แต่บางคนก็จะเป็นตอนดื่มเหล้า ผีก็จะสิงอันนี้น่ากลัวมาก เลิกดื่มเหล้าแล้วผีก็หายไปเลย ความเห็นเพิ่มเติมที่ 106 4 ก.ค. 2551 (16:36) ช่วง 2-3 วันนี้ผมเป็นไข้หวัด ลงที่คอ เจ็บแสบคอมาก จนปวดหัว ใช้การฝึกหายใจ เดินกำหนดที่ฝ่าเท้า เคลื่อนไหวมือ ก็พอช่วยได้บ้าง ... แต่เห็นได้ชัดว่า ที่ฝึกมานั้น ยังห่างไกลที่จัดการกับความเจ็บป่วย แม้ไม่มากนักนี้ได้ ... ผมยังคงต้องใช้ยาแก้ปวด และยาแก้อักเสบ ตอนนี้ดีขึ้นมาก เจ็บแสบคอเล็กน้อย และไอบ้างนิดหน่อย ... ที่สังเกตได้อย่างหนึ่งคือ ครั้งนี้ ผมไอไม่มาก ... คือเหมือนมีสติรู้ทันว่าจะไอ และก็ไม่จำเป็นต้องไอ แบบยอมตามจิตใต้สำนึก ... เมื่อไอไม่มาก ก็คาดว่าอาการน่าจะดีขึ้นอย่างรวดเร็ว
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 107 5 ก.ค. 2551 (00:25) แน่นอนครับ อาจารย์ MG ความเจ็บป่วยทางกายภาพ ก็ต้องรักษาด้วยยาหรือวิธีที่ถูก การกำหนดสติให้อยู่กับตัว ช่วยรักษาสภาพจิตใจให้เป็นปกติ หากเรารู้สึกโกรธหรือเครียด แม้ไม่ได้เจ็บป่วย จะเกิดอาการเกร็งทั้งร่างกาย เจ็บคอช่วงนี้ หากไม่มีเสมหะสีเหลืองหรือเขียว เสาร์อาทิตย์ พักผ่อนให้พอ อโรคยา ปรมาลาภาครับ เกิด แก่ เจ็บ ตาย ไม่มีใครรอดหรอกครับ |
ขอบคุณผู้สนับสนุนHot Links |
Copyright© 2000-2007, Vcharkarn.Com. All rights reserved.
|
คลิ๊กเพื่อดูสถิติ รับรองและสนับสนุนโดย |
![]() สสวท. |
![]() มูลนิธิ พสวท. |
![]() พสวท. |