|
มาตอบคำถามง่ายๆกัน
โพสต์เมื่อ:
04:25 วันที่ 15 ม.ค. 2551 ชมแล้ว:
7,859
ตอบแล้ว:
20
1. วินาทีแรกคือเมื่อไหร่???
2. เอกภพถือกำเนิดมาได้อย่างไร??? คำถามง่ายมากๆ ... ตอบได้ไหมล่ะ.. ถ้าไม่ได้ เด๋วมาเฉลย.. เราอยู่อาศัยในเอกภพ เราน่าจะรู้ประวัติศาสตร์ของที่อยู่อาศัยเรานะ ไม่ใช่หลับหูหลับตาอยู่ๆไปแบบไม่รู้อะไรเลย ไว้จะมาเฉลยนะคะ ^^ เร็วๆนี้ อิอิ ให้คิดคำตอบกันไปพลางๆก่อน อิอิ รับรองว่ามีคำตอบแน่นอนค่ะ ไม่ได้มั่วด้วย .. อิอิ ถ้าใครตอบไม่ได้ ลองถามตัวเองดูสิ่ว่า ทำไมคำถามง่ายๆแค่นี้ถึงตอบไม่ได้ มีอะไรผิดพลาดระหว่างที่สมองกำลังประมวลผลหรือเปล่า ทำไมถึงตอบไม่ได้น้อออออ อิอิ ^^ โชคดีค่ะทุกคน ^^ \n\n ![]() ![]() จำนวน 20 ความเห็น, หน้า่ | -1- 2| ความเห็นเพิ่มเติมที่ 1 16 ม.ค. 2551 (07:41) แปลกใจจริงๆ ทำไมไม่มีคนตอบคำถามเลยอ่ะ ความเห็นเพิ่มเติมที่ 2 16 ม.ค. 2551 (08:47) วินาทีแรกคือ........งง ความเห็นเพิ่มเติมที่ 3 16 ม.ค. 2551 (09:01) เด๋วไปมหาลัยก่อน ประมาณบ่ายโมงของวันนี้จะกลับมาเฉลยค่ะ เหอะๆๆ นึกว่าจะมีคนแสดงความเห็นเยอะ ที่ไหนได้ ไม่มีเลย อิอิ mamboo (IP:124.120.147.189) เอกภพถือกำเนิดมาได้อย่างไร ? มันมีอยู่หลายทฤษฏีนะครับ ไม่ว่าจะไม่เป็น ทฤษฎีการระเบิดครั้งใหญ่ (Big-Bang Theory) หรืออาจจะเป็น ทฤษฎีแห่งการดำรงอยู่ (Steady State Theory) ฯลฯ ที่กล่าวมานี้คือทฤษฏีที่เป็นที่รู้จักกันมาก 1. Big-Bang Theory ทฤษฎีนี้กล่าวว่าเอกภพเริ่มจากความเป็นศูนย์ ทั้งขนาดและเวลา และมีความหนาแน่นเป็นอนันต์ ไม่มีเวลา ไม่มีแม้แต่ความว่างเปล่า เอกภพกำเนิดขึ้นโดยการระเบิดและหลังจากนั้นก็เริ่มขยายตัวออก อนุภาคมูลฐาน อะตอม และโมเลกุล ต่าง ๆ ค่อย ๆ เกิดขึ้นหลังจากนั้น คาดว่าการระเบิดใหญ่นั้นเกิดขึ้นเมื่อประมาณ 10,000-20,000 ล้านปีที่แล้ว ซึ่งตัวเลขนี้หมายถึงอายุของเอกภพด้วย ทฤษฎีนี้ได้รับการยืนยันอีกครั้งหนึ่งในปี 1929 เมื่อเอ็ดวิน ฮับเบิล (Edwin Hubble) นักดาราศาสตร์ชาวอเมริกันได้ผลิตกล้องดูดาวขนาดยักษ์ของเขาขึ้นมา ฮับเบิลได้สังเกตดูอวกาศด้วยกับกล้องดูดาวขนาดยักษ์ของเขา และได้พบว่าจักรวาลประกอบด้วยกาแล็กซี่ต่างๆ มากมาย และกาแล็กซี่ต่างๆ ก็กำลังเคลื่อนที่หนีออกจากกัน ซึ่งนั่นก็หมายถึงการขยายตัวของจักรวาล (The expansion of the universe) 2.Steady State Theory ทฤษฎีนี้กล่าวว่าเอกภพในอดีต ปัจจุบัน และ อนาคตก็เหมือนอย่างทุกวันนี้ไม่มีการเปลี่ยนแปลง เอกภพไม่มีการเริ่มต้นและไม่มีจุดจบ เนื่องจากว่าถ้าเอกภพมีการขยายตัวจะทำให้เกิดมีที่ว่างในกาแล็กซี่มากขึ้น ความเห็นเพิ่มเติมที่ 5 16 ม.ค. 2551 (09:09) วินาทีแรกคือวินาทีที่โลกถูกกำเนิดขึ้นใช่ไหม วินาทีแรกคือเมื่อไหร่ ? คุณจะนับจากอะไรครับ เราสามารถนับวินาทีแรกได้จากหลายอย่าง วินาทีแรกของวัน หรือวินาทีแรกของโลก หรือวินาทีแรกของเอกภพ วินาทีแรกของชีวิตเราเอง ตามที่บอกนะคะ จะมาเฉลยเวลา บ่ายโมง ตอนนี้กำลังพิมพ์อยู่ แต่ส่งข้อความนี้มาก่อน เด๋วจะมีคนหาว่า ผิดนัด แล้วจะโพสต์คำตอบตามหลังภายใน 30 นาทีต่อจากนี้ จาก จขกท.(ตามนัดหมาย) ต้องขอเกริ่นก่อนเลยว่า สิ่งที่ถูกต้อง..(ของที่มันถูกต้อง) ย่อมไม่มีอะไรมาหักล้างได้ สิ่งของที่เป็นสีเขียว..มันก็จะเป็นสีเขียวอยู่วันยังค่ำ จะไม่มีคนมากล่าวหาว่ามันเป็นสีอื่น.. เข้าเรื่องเลยนะคะ อ้างอิงไปถึงความเห็นที่ 4: คุณบอกว่า การถือกำเนิดของเอกภพมี 2 ทฤษฏี... แต่ในความเป็นจริงแล้ว.. หากมีการถือกำเนิดของเอกภพจริงๆ ย่อมมีแค่วิธีเดียว และเป็นความจริงด้วย การที่นักวิทยาศาสตร์ต้องสร้างทฤษฏีมาหลายๆอัน เพราะนั่น ยังไม่ใช่ความจริง ก็อย่างที่บอกคือ.. ความจริงก็คือความจริง จะไม่มีการถูกหักล้างด้วยทฤษฏีใดอีก อ้างอิงถึงความเห็นที่ 6: ถ้าพวกคุณเคยอ่านเรื่อง เวลา ในเชิงวิทยาศาสตร์ เขาก็บอกไว้แล้วว่า เวลาคือสิ่งสมมติ เวลาไม่มีอยู่จริง แต่เป็นสิ่งที่ถูกตั้งขึ้นมาเพื่อใช้ในการอธิบายสิ่งที่เกิดขึ้นก่อนและหลังในช่วงเวลาใดเวลาหนึ่ง ขอย้ำว่า ช่วงเวลาใดเวลาหนึ่ง ต่อไปนี้...ไม่ได้อ้างอิงความเห็นของใครนะคะ ขอพูดต่อเลย... ในเมื่อเวลาไม่มีอยู่จริง ปัจจุบันนักวิทยาศาสตร์ก็เริ่มจะคลายปริศนาออกแล้วว่า อดีต ปัจจุบัน และอนาคต ดำเนินไปพร้อมๆกัน(ฟังเข้าใจยาก แต่ถ้าใครเข้าใจก็จะดีมาก ถ้าไม่เข้าใจก็อาจจะอ่านสิ่งที่ดิฉันจะเขียนต่อไปไม่รู้เรื่องก็เป็นได้) เมื่ออดีต ปัจจุบัน อนาคต ดำเนินไปพร้อมๆกัน จึงแสดงให้เห็นว่า ไม่มีเหตุการณ์ใดๆเกิดขึ้นก่อนหรือหลังตามที่เราเข้าใจ ยกตัวอย่างนะคะ... คนเรามักคิดว่า ตายแล้วต้องไปเกิดในปี ค.ศ. 2100 แต่จริงๆแล้ว เราไม่จำเป็นต้องไปเกิดในยุค hi-tech เราสามารถย้อนไปเกิดในสมัยอยุธยาก็ได้ เอาล่ะ มาถึงตอนนี้แล้ว...ไม่สามารถจะเล่าได้อย่างละเอียด เพราะมันจะยาวมากๆ ขอเฉลยเลยแระกานนะ(ใครที่มีข้อติดใจสงสัย ก็ฝากคำถามไว้ จะมาแสดงความคิดเห็นให้นะคะ) ขอเฉลยว่า เอกภพไม่มีการถือกำเนิด และไม่มีที่สิ้นสุด เวลาไม่มีจุดเริ่มต้นและไม่มีที่สิ้นสุด เอกภพของเรามีโครงสร้างที่ซับซ้อน ถ้าเอาทางวิทยาศาสตร์ เค้าก็หามาได้แล้ว 11 มิติ แต่จริงๆแล้วมีมากกว่านั้น สิ่งที่ดิฉันพูดมาทั้งหมด ถ้าใครอยากจะลองพิสูจน์ มีข้อแนะนำด้วย พิสูจน์แล้วจะอึ้ง... แต่ขอหลังไมค์นะคะ เพราะว่าตอนนี้ยาวมากแล้ว ไปแล้วค่ะ บายค่ะ เด๋วจะกลับมาเช็คใหม่ภายในวันนี้นะ อิอิ ^^ อ้อ ลืมบอกไปอย่าง... การตั้งคำถามผิด ทำให้หาคำตอบไม่เจอ เมื่อเราถามว่า หมามีใบไม้กี่ใบ เราย่อมหาคำตอบไม่ได้ เพราะมันไม่ make sense คำถามง่ายๆ 2 ข้อที่ถามไป แต่พวกเราตอบกันไม่ได้ ไม่ว่าเวลาจะดำเนินไปอีกนานแค่ไหน ไม่ว่าจะมีรุ่นหลานถือกำเนิดมาอีกกี่รุ่นๆๆๆ พวกคุณก็หาคำตอบไม่ได้ เพราะพวกคุณตั้งคำถามผิด มาเพิ่มเติมแค่นี้แหละค่ะ ไปแระ อิอิ ทุกๆอย่างในเอกภพ เกิดขึ้น ตั้งอยู่ และดำเนินไป พร้อมๆกันหมด เวลาคือสิ่งสมมติ อดีต ปัจจุบัน อนาคต กำลังดำเนินไปพร้อมๆกันหมด จาก จขกท. Mamboo แล้วจะแน่ใจได้อย่างไรว่าเอกภพไม่มีที่สิ้นสุด มันมีความเป็นไปได้หรือไม่ที่นักวิทยาศาสตร์อาจจะผิด ! วิทยาศาสตร์ต้องมีเหตุผลมาประกอบด้วยที่จะทำให้คนมีความเชื่อถือ ปล.อีกอย่างอย่าใช้ภาษาแปลก ๆ นะครับ อย่างเช่น ไปแระ ฯลฯ วิทยาศาสตร์ความรู้ที่ได้โดยการสังเกตและค้นคว้าจากปรากฎการณ์ธรรมชาติ แล้วจัดเข้าอย่างเป็นระเบียบ ตอบเลยนะคะ... จะแน่ใจได้อย่างไรว่า เอกภพไม่มีที่สิ้นสุด? คำตอบก็คือ: คุณ..ผู้ถามคำถามนี้.. ต้องค้นหาคำตอบด้วยตัวเองค่ะ... วิธีที่จะค้นหานั้น ต้องคุยหลังไมค์นะคะ บอกตรงนี้ไม่ได้ เพราะมัน ยาวจริงๆ O_O อีกข้อที่ว่า.. เป็นไปได้หรือไม่ที่นักวิทยาศาสตร์อาจจะผิด? คำตอบ: เป็นไปได้บ้างงงง ใช้คำว่าบ้าง ก็เพราะว่า 1. วิทยาศาสตร์ค้นพบความจริงของธรรมชาติ 2. ค้นพบก็จริง แต่พบไม่หมด ยังเหลืออีกเยอะที่ยังไม่พบ 3. ก็ด้วยความที่พบยังไม่หมดนี่แหละ ก็เลยเอาเท่าที่ค้นพบได้ก่อนไปตีความ มันก็เลยทำให้ความหมายออกมาผิด สรุปคือ วิทยาศาสตร์ไม่ผิด อยู่ที่ค้นที่เอาไปประกอบเหตุผลและตีความต่างหากล่ะว่า เค้าจะตีความได้ถูกต้องหรือไม่.. ยกตัวอย่างเช่น พวกเค้ายังไม่ได้พบกับ "ดวงจิต" พวกเค้าเอาแค่สิ่งที่พวกเค้าค้นพบมาตีความ แล้วสรุปผลออกมาว่า "จิตวิญญาณ ไม่มีจริง" นี่แหละ คือตัวอย่างการตีความหมายที่ผิดของวิทยาศาสตร์ จบค่ะ อิอิ เฮ้อออ อ่านมาตั้งนาน อย่างกับโต้วาทีเลยนะคะ อ่านไปก็เข้าใจดีค่ะ แต่ยังมีบางสิ่งยังค้างคาใจอยู่ ยังเข้าใจไม่ถึงที่สุดของที่สุด! ความเห็นเพิ่มเติมที่ 15 16 ม.ค. 2551 (21:09) ถึง ความเห็นที่ 14: พอเข้าใจค่ะ การคุยกันเรื่องแบบนี้ มันก็ต้องเป็นแบบนี้แหละ อิอิ ถ้าทุกคนเข้าใจตรงกันหมด .. ก็แย่แระ ธรรมชาติ สร้างให้พวกเรามีความหลากหลาย บางคนดี บางคนชั่ว บางคนเข้าใจ บางคนไม่เข้าใจ ไม่ต้องไปคิดมากค่ะ มันเป็นความหลากหลายของธรรมชาติอ่ะค่ะ อิอิ mamboo (IP:124.120.147.189) ความเห็นเพิ่มเติมที่ 16 18 ม.ค. 2551 (17:10) ![]() ความเห็นเพิ่มเติมที่ 17 20 ม.ค. 2551 (01:32) ประมานว่า... หากเราสามารถรุ้ว่า "วินาทีเเรก" คือเมื่อไรเเล้ว เราก้อคงรุ้ว่าจักรวานมีขอบเขตเท่าไร !! ความเห็นเพิ่มเติมที่ 18 22 ม.ค. 2551 (01:03) ไม่รู้ว่า จขกท จะบอกอะไร รู้แค่ว่า จขกท ใช้ภาษาไทยผิดๆ ผ่านมา (IP:202.12.73.5) ความเห็นเพิ่มเติมที่ 19 5 ก.พ. 2551 (01:52) ถึง ความเห็นที่ 18: จขกท. ตอนตั้งกระทู้ มีจุดประสงค์ที่จะรังฟังความเห็นของผู้อื่น... แต่ว่าตอนนี้... จขกท. ไม่ได้อยากรู้แล้ว อิอิ ^^ ขอโทษทุกคนด้วยนะคะ แต่ถ้าใครยังสนใจ ก็เข้ามาตอบกัน แต่ว่า จขกท... บ๊าย บายแล้วจ้ะ อิอิ ^^ เพราะ จขกท. ได้รู้บางอย่างเพิ่มแล้ว ก็เลยต้องไปจากจุดนี้แล้ว อิอิ ความเห็นเพิ่มเติมที่ 20 21 พ.ค. 2551 (16:26) <P><FONT face="courier new, courier, mono">งง</FONT></P> ดัก (IP:117.47.55.185) |
ขอบคุณผู้สนับสนุนHot Links |
Copyright© 2000-2007, Vcharkarn.Com. All rights reserved.
|
คลิ๊กเพื่อดูสถิติ รับรองและสนับสนุนโดย |
![]() สสวท. |
![]() มูลนิธิ พสวท. |
![]() พสวท. |