|
เยี่ยมพิพิธภัณฑ์เรือพระราชพิธีที่คลองบางกอกน้อย
โพสต์เมื่อ:
11:19 วันที่ 17 ม.ค. 2551 ชมแล้ว:
23,237
ตอบแล้ว:
123
วิชาการ.คอม > บทเรียนเสริม
วิชาการ.คอม > เยาวชน > วัฒนธรรม วิชาการ.คอม > สุขภาพ > สุขภาพทั่วไป วิชาการ.คอม > ครูอาจารย์ > ครูคุยทั่วไป วิชาการ.คอม > สายศิลป์ > ถาปัตย์ วิชาการ.คอม > สายศิลป์ > ศิลปะ วิชาการ.คอม > พักผ่อนหย่อนใจ > ท่องเที่ยว
ที่จริงแล้วอยากไปโพสต์ไว้ในกระทู้มารู้จักเรือพระราชพิธีกันเถอะของคุณอรยุพา
http://www.vcharkarn.com/include/vcafe/showkratoo.php?Pid=52183 แต่ก็เกรงจะหากระทู้ไม่พบเพราะระบบการค้นกระทู้เปลี่ยนไปเรื่อย และวิธีการนำเสนอก็อาจแตกต่างกัน จึงมาตั้งกระทู้ใหม่ที่นี่ครับ ในวันครู 16 ม.ค. 2551 ผมได้ไปลงนามถวายอาลัยสมเด็จพระพี่นางฯ กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ จึงได้นั่งสามล้อตุ๊ก ๆ จากลานคนเมืองฯไปยังท่าช้าง ข้ามเรือข้ามฟากไปยังท่าวัดระฆังโฆสิตาราม(หากจะให้ใกล้กว่านี้ ก็ข้ามไปที่ท่าศิริราช) แวะกราบพระที่วัดระฆังก่อน ค่าเรือข้ามฟากเคยไปบาทเดียว นานมาแล้ว ตอนนี้ราคา 3.50 บาท มีคูปองด้วยสำหรับผู้โดยสารประจำ แต่ก็มีผู้อาศัยข้ามฟรีไม่ยอมจ่ายค่าเรือเป็นจำนวนมาก แต่ก็ไม่ยักมีใครรังเกียจ ก็เลยถ่ายรูปผู้โดยสารที่ไม่ยอมจ่ายค่าข้ามฟากให้ดูนิดหน่อย ![]() http://www.vcharkarn.com/vcafe/53269/1 ![]() ก็อย่าเอาเป็นเยี่ยงอย่างนะครับ น่าไม่อายจริง ๆ ถูกถ่ายรูปประจานก็ไม่หลบสายตาเลย เมื่อมาถึงท่าน้ำวัดระฆัง เราต้องเสียเวลาจ่ายค่าโดยสารค่อนข้างนาน หลายคนหงุดหงิดเพราะถูกแซงคิว ก็มีช่องทางเดินทางเดียวกับคนหลายสิบคน ก่อนจะเดินทางต่อไปยังพิพิธภัณฑ์ ก็แวะกราบพระประธานยิ้มรับฟ้าของวัดระฆังฯเสียก่อนเพื่อเป็นศิริมงคลของการเดินทางและชิวิต พระประธานมีชื่อนี้เนื่องจากพระพุทธรูปนี้ยิ้มกับพระพุทธยอดฟ้าทุกครั้งที่ท่านเสด็จมา ![]() คือต้นสาละ ฝรั่งเรียก Canon Ball เห็นผลสาละแล้วคงทราบว่าทำไมฝรั่งเรียกอย่างนั้น ![]() และมีความงดงามมาก เป็นที่ประดิษฐานพระไตรปิฎกฉบับที่อัญเชิญมาจากนครศรีธรรมราชคราวที่ สมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรีมหาราชเสด็จไปปราบกบฐพระยานครฯ หากมีโอกาสจะเล่าเรื่องวัดระฆังให้อ่านกัน แต่เกรงจะเป็นการหลงประเด็นของผมเอง รีบไปพิพิธภัณฑ์เรือฯกันดีกว่านะครับ จากวัดระฆังฯ ผมจับแท็กซี่ไปพิพิธภัณฑ์เรือพระราชพิธีที่คลองบางกอกน้อย ตามถนนอรุณอัมรินทร์ ผ่านศิริราช พอข้ามสะพารอรุณอัมรินทร์ก็ลงแล้วเดินข้ามถนน เพราะแท็กซี่บอกว่าต้องไป U-turn ไกลถึงสะพานพระราม ๘ ตอนอยู่สะพานก็เห็นพิพิธภัณฑ์อยู่ไม่ไกล พอข้ามถนนมาก็เห็นป้ายบอกทางไปพิพิธภัณฑ์ เมื่อมาถึงทางเข้าก็ชักไม่แน่ใจ เป็นช่องทางเดินเล็ก ๆ ที่คน 2 คนพอเดินสวนกันได้ มีมัคคุเทศน์จำเป็นท่านหนึ่งเฝ้าอยู่ ถามเราว่าจะไปดูเรือพระราชพิธีใช้ไหม เมื่อเรารับปาก เขาก็ไม่พูดจาอะไรกับเราอีกเลย เดิน ๆ ๆ ๆ นำหน้าอย่างเดียว เราก็พยายามเดินตามให้ทัน ในภาพจะเป็นทางเดินเข้าพิพิภัณฑ์ มีมัคคุเทศนำหน้า ภริยาผมเดินกลางแล้วผมปิดท้าย ![]() ![]() ![]() ที่ดูและโดยหน่วยงานของรัฐฯ เป็นเป็นที่เชิดหน้าชูตาของประเทศที่สามารถอวดเชิญคนระดับประมุขของชาติต่าง ๆ ทั่วทั้งโลกมาชม ![]() แต่เราก็เห็นป้ายบอกทางเป็นระยะ และเป็นป้ายสำหรับนักท่องเที่ยวชาวต่างประเทศ ![]() เราจะต้องลัดเลาะคูน้ำสีดำที่ส่งกลิ่นน้ำเน่าด้วย ![]() เหนื่อยมากกว่าจะถึงได้ เหนื่อยเดินไม่เท่าใดหรอกครับ แต่เหนื่อยใจมากกว่า พอพ้นโค้งในภาพเราก็ให้ค่านำทางกับมัคคุเทศสุดหล่อไปเล็กน้อย ที่จริง ไม่มีคนนำทางเราก็คงไม่หลงเพราะมีป้าย แต่เราอาจจะถอดใจก่อนเท่านั้น ที่จริง วิธีมาเที่ยวชมเรือที่พิพิธภัณฑ์นี้ อีกวิธีที่สะดวกกว่าก็คือเช่าเรือท่องเที่ยวที่ท่าน้ำ ในอัตรา ชั่วโมงละแปดร้อยบาท ก็ดีสำหรับนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ แต่ไม่ค่อยเหมาะกับกระเป๋าครูไทยเท่าใดนัก เมื่อมาถึงเจ้าหน้าที่เฝ้าประตูจะแนะนำให้เราไปซื้อบัตรผ่านประตู(ที่จริงเราก็เข้าประตูมาแล้ว) ถ้าเป็นคนไทยก็เพียง 10 บาท ชาวต่างชาติ 30 บาท ไม่แพง แม้จะเก็บ 30 บาท แต่ถ้าถือกล้องมาด้วยก็จะต้องจ่ายค่ากล้องอีก 100 บาทต่อกล้อง หากเป็นกล้องวิดิโอก็ 300 บาท แต่ผมว่าไม่ค่อยคุ้มหรือเพราะเราดูเรือที่อยู่นิ่ง ๆ ภาพนิ่งก็น่าจะ OK นะครับ ที่เสียความรู้สึกอีกขั้นก็คือมีเรือไม่ถึงสิบลำ ซึ่งเวลาเราชมกระบวนพยุหยาตราฯนั้นมีกว่าห้าสิบลำ ผมแบกขาตั้งกล้องไปด้วย กะจะเก็บภาพสวย ๆ มาฝากเพื่อน ๆ แต่เขาห้ามใช้(อ้าว) ถ่ายภาพ เสียเงิน แต่ใช้ขาตั้งไม่ได้ เขาเกรงจะเอาภาพไปทำธุรกิจ ผมเคยไปสเปน ไปถ่ายรูปเรือในทะเล เจ้าหน้าที่เฝ้าชายหาดยังไม่ให้วางขาตั้งกล้อง ก็เลยพอเข้าใจเจ้าหน้าที่ไทยบ้าง แต่ที่สเปน ผมก็แปลกใจ(ขอนอกเรื่องนิดนะครับ)ว่า เราเอาขาตั้งกล้องมาวางปุ๊บ ตำรวจถึงตัวเราปั๊บเลย แต่นักท่องเที่ยวถูกลอกคราบที่ชายหาด เจ้าหน้าที่กลับไม่เห็น ผมไปที่สถานีตำรวจที่สเปน พบภาพนักท่องเที่ยวที่แจ้งหายเต็มข้างฝา เดินในซอยขนานน้ำครำเลียบคลองบางกอกน้อย ยังไงก็ยังปลอดภัยกว่าเดินเที่ยวชายหาดที่สเปน เพราะนอกจากจะต้องระวังมิจฉาชีพแล้วตำรวจที่นั่นโหดกว่าตำรวจเมืองไทยมาก เที่ยวเมืองไทย สนุก ปลอดภัยที่สุดในโลกแล้วครับ เรือรูปสัตว์ลำแรกที่ถ่ายมาให้ดูเป็นอสุรวายุภักษ์ คือมีหัวเป็นอสูร แต่มีลำตัวท่อนล่างเป็นนกครับ ![]() ![]() อีกลำชื่ออสุรปักษี ไม่ได้เก็บภาพมาครับ เพราะไม่ปรากฏอยู่ใพพิธภัณฑ์นี้ ![]() มืออสูรย์ไม่ได้ท้าวสะเอวเฉย ๆ น่ะฮะ แต่ไว้ทำหรับถือธง ดูภาพประกอบที่ http://www.vcharkarn.com/vcafe/53269/1 ![]() โขนเรือใหญ่มาก ลวดลายบนตัวเรือก็วิจิตรอย่างยิ่ง ท่าทางไม่มีคนสนใจชมเรือกับผมสักเท่าใด ยังมีเรือพระที่นั่งอีก 3 ลำและเรือรูปสัตว์อีก 3 ลำ เจาะภาพให้เห็นภายในตัวเรือด้วยบางส่วน กับโขนเรือเก่าที่ไม่ใช้แล้วอีกหลายอัน ภาพที่ถ่ายได้คุณภาพไม่ค่อยดีนักเพราะมืดมากและไม่ได้ใช้ขาตั้งกล้อง หากสนใจดูจะพยายามคัดภาพออกมาให้ชมกันอีกภายหลังนะครับ ภาพสวยมากๆๆครับ ![]() ![]() ๓ บ้าง ๕ บ้าง ก็มี ![]() ความเห็นเพิ่มเติมที่ 21 21 ม.ค. 2551 (20:36) รูปสวยมากค่ะ รอดูต่อ อยากบอกเหมือนกันค่ะว่าทางเดินเข้าหน้ากลัวมาก ขอบคุณอ.นิรันดร์ค่ะที่ยังไม่ลืมกระทู้ที่บัวเขียนไว้ หากจะโพสต์คำตอบสำหรับกระทู้ในห้องนี้ ล๊อกอินก่อนนะคะ สมัครสมาชิก ฟรี ตลอดชีพ ที่ http://www.vcharkarn.com/my ค่ะ |
ขอบคุณผู้สนับสนุนHot Links |
Copyright© 2000-2007, Vcharkarn.Com. All rights reserved.
|
คลิ๊กเพื่อดูสถิติ รับรองและสนับสนุนโดย |
![]() สสวท. |
![]() มูลนิธิ พสวท. |
![]() พสวท. |