|
พอกันทีกับหนูทดลอง นักวิทย์เจอตัวแทนแล้ว
โพสต์เมื่อ:
20:53 วันที่ 31 ม.ค. 2551 ชมแล้ว:
45,941
ตอบแล้ว:
7
Troy,N.Y. หนูทดลองในอนาคตจะไม่มีหนวดและหางอีกแล้ว หรือบางทีมันจะไม่เหมือนหนูซักกะนิดเดียว
เนื่องมาจากสหภาพยุโรปจะประกาศห้ามการใช้สัตว์ทดลองในผลิตภัณฑ์เครื่องสำอาง ทางบริษัทเหล่านั้นจึงต้องมองหาสิ่งที่จะมาแทนสัตว์ทดลอง ซึ่งสิ่งที่จะมาแทนนั้นเป็นชิพไฮเทครูปสี่เหลี่ยมเล็กๆ จากการคิดค้นของ Jonathan Dordick แห่งสถาบัน Rensselaer Polytechnic ชิพนี้จะรูปร่างคล้ายๆ สไลด์ที่ใช้ส่องกับกล้องจุลทรรศน์ธรรมดา แต่ว่ามันจะมีจุดสีขวาเล็กๆ จำนวนหลายร้อยจุดที่จะใส่เอาเซลล์และเอนไซม์ของมนุษย์ลงไป ซึ่งจะจำลองปฏิกิริยาของคนต่อสารที่จะเป็นสารพิษต่อเซลล์ นั่นก็คือเราไม่จำเป็นต้องใช้หนูทดลองในการทดลองในการทดลองยาใหม่ๆ หรือว่าครีมลดรอยเหี่ยวย่นอีกแล้ว Dordick และวิศวกรเคมีเพื่อนร่วมงานของเขา Douglas Clark ประกาศจะนำชิพของพวกเขาเข้าสู่ตลาดผ่านบริษัท Solidus Bioscience ภายในปีหน้า โดยหวังว่าการทดลองในห้องทดลองทั่วไปจะถูกและมีประสิทธิภาพกว่ากว่าการใช้สัตว์ทดลอง ไม่มีใครคาดว่าการใช้ชิพจะแทนการใช้สัตว์ทดลองได้ในเร็ววันนี้ แต่การช่วยตรวจหาสารพิษจะช่วยลดการตายของสัตว์ทดลองลงได้ Dordick กล่าวว่า สุดท้าย เราจะใช้สัตว์ในการทดลองน้อยลง การทดลองทางการแพทย์ตั้งแต่วัคซีนโปลิโอจนกระทั่งหัวใจเทียมล้วนแต่เป็นหนี้บุญคุณเหล่าสัตว์ทดลองทั้งหลาย ตั้งแต่หนู, กระต่าย, สุนัข, ลิง และหมู ซึ่งหนูมักจะถูกใช้ในการตรวจหาสารพิษขององค์ประกอบทางเคมี Taylor Bennett ที่ปรึกษาของนักวิจัย National Association for Biomedical Researchers กล่าวว่า การใช้สัตว์ทดลองยังมีบทบาทสำคัญในการทดลองผลิตภัณฑ์ยาใหม่ๆ ว่าปลอดภัยและมีผลในการรักษาคน และการทดลองโดยใช้สัตว์ยังจำเป็นในการขออนุญาตกับองค์การอาหารและยาในการทำการทดลองโดยการรักษาจริงในคนอีกด้วย เรายังไม่สามารถใช้เทคโนโลยีกับคนไข้ได้ โดยไม่ผ่านการทดลองกับสัตว์เสียก่อน การทดลองในสัตว์อาจใช้เวลานานและนักวิจัยยังสงสัยกันอยู่ว่าการตอบสนองของสัตว์ทดลองจะสามารถนำไปคาดการณ์กับการตอบสนองในคนได้หรือไม่ ตอนนี้ สังคมยังมีการเรียกร้องให้หยุดการทดลองที่สร้างความเจ็บปวดให้กับสัตว์ทดลองโดยเฉพาะอย่างยิ่งการทดลองลิปสติกและอายชาโดว์ และมีการเดินขบวนประท้วงให้หยุดใช้สัตว์ทดลองขึ้น ส่งผลให้ทางสหภาพยุโรปออกกฎหมายห้ามการใช้สัตว์ทดลองในผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางในเดือนมีนาคมปี 2009 John Bailey ประธานที่ปรึกษาของคณะกรรมการดูแลสุขภาพของผู้บริโภคกล่าวว่าทางบริษัทเครื่องสำอางได้มีการลดการใช้สัตว์ทดลองลงไปอย่างมาก แต่ก็ยังมีการทดลองในสัตว์สำหรับสูตรเครื่องสำอางใหม่ๆ ดร. Alan Goldberg ผู้อำนวยการของศูนย์ทดแทนสัตว์ทดลองของมหาวิทยาลัยจอห์น ฮอปกิ้น กล่าวว่า ทางเลือกใหม่ๆ ในการทดแทนสัตว์ทดลองเช่น การใช้ผิวหนังสังเคราะห์หรือการจำลองด้วยคอมพิวเตอร์มีประสิทธิภาพในการทดลองในห้องทดลอง ไม่ต้องสงสัยเลยว่ามันจะเป็นแผนสำคัญแห่งอนาคตอย่างแน่นอน ดร. Goldberg กล่าว Baily เห็นด้วยว่าในการทดลองในห้องทดลอง ชิพจะมีประโยชน์มาก แต่ว่าจะทำการปรับปรุงก่อนที่บริษัทจะมีความมั่นใจกว่านี้และเขายังเสริมอีกว่าชิพยังมีข้อจำกัดในการประเมินความเสี่ยงบางอย่าง เช่น การหาถึงปริมาณสารที่ได้รับแล้วเสี่ยงที่จะเป็นมะเร็ง ชิพที่ Dordick และ Clark ประกอบด้วยแผ่นสไลด์ 2 แผ่น แผ่นแรกเรียกว่า Metachip ประกอบด้วยจุดเล็กๆ ที่บรรจุเอนไซม์จากตับมนุษย์เอาไว้ ส่วนชั้นที่สองเรียกว่า DataChip ซึ่งใส่เซลล์ต่างๆ แยกตามการทดลอง เช่น เซลล์กระเพาะปัสสาวะ, ตับ, ไต, หัวใจ, ผิวหนัง หรือปอด ซึ่งเป็นเซลล์ที่ทำการเพาะเลี้ยงมา แล้วนำมาประกบกัน ซึ่งจะจำลองการทำงานของร่างกายคนเรานั่นเอง ถ้าเซลล์ตายหรือหยุดการเจริญเติบโต นั่นหมายความว่ามีความเป็นไปได้ที่จะมีสารพิษอยู่ บริษัท Solidus ได้รับเงินทุนวิจัยจากรัฐ 3 ล้านดอลลาร์ และรวมถึงการรับรองจากสถาบันสุขภาพแห่งชาติและกองทุนวิทยาศาสตร์ ซึ่งทาง Dordick คาดว่าจะสามารถผลิตชิพสำหรับบริษัทยาและเครื่องสำอางได้ภายในปี 2009 Goldberg เชื่อว่าปัจจุบันมีความก้าวหน้าทางการทดลองในห้องทดลองมาก และมีแนวโน้มว่าจะมีการใช้สัตว์ทดลองน้อยลงใน 10 ปีที่ผ่านมา แต่ว่าเขายังเชื่อว่าสักวันหนึ่งเหล่าหนูทดลองจะกลายเป็นของโบราณไป ในอนาคตอันใกล้ผมคาดว่ามันน่าจะเป็นไปได้ เนื่องจากตอนนี้เรากำลังพัฒนาไปทีละขั้น เขากล่าว ที่มา http://www.msnbc.msn.com/id/22869393/ ภาพของ Metachip (Photos courtesy Clark and Dordick) ที่มา http://www.berkeley.edu/news/media/releases/2005/01/21_metachip.shtml ![]() จำนวน 7 ความเห็น, หน้า่ | -1- ความเห็นเพิ่มเติมที่ 1 31 ม.ค. 2551 (20:56) ![]() ที่มา http://www.berkeley.edu/news/media/releases/2005/01/21_metachip.shtml ความเห็นเพิ่มเติมที่ 2 1 ก.พ. 2551 (19:38) เป็นความคิดที่ดีครับ สงสารหนู vvv (IP:125.25.239.210) ความเห็นเพิ่มเติมที่ 3 2 ก.พ. 2551 (22:06) แล้วให้ผลแน่ชัดหรือคะ มีอะไรเป็นเครื่องทดสอบบ้าง ความเห็นเพิ่มเติมที่ 4 4 ก.พ. 2551 (13:34) เป็นประโยชน์ต่อการแพทย์มากค่ะ wanida (IP:117.47.165.254) ความเห็นเพิ่มเติมที่ 5 5 ก.พ. 2551 (14:49) นับว่าเป็นผลงานที่น่าให้การสนับสนุน เพื่อการพัฒนาให้มีความสะดวกและน่าเชื่อถือมากขึ้น และราคาที่ไม่แพง นักวิทยาศาสตร์ต่าง ๆ จะได้นำมาใช้อย่างแพร่หลายทั่วไปครับ ขอชื่นชมคณะนักวิจัยชุดนี้ด้วยความจริงใจครับ เสรี/seri_singthong@yahoo.com (IP:203.157.44.226) ความเห็นเพิ่มเติมที่ 6 7 ก.พ. 2551 (22:09) <P>ผม ได้อ่านเกี่ยวกับข่าวนี้ถือเป็นข่าวดี ของวงการวิทยาศาสตร์ ที่หันมาพึ่ง</P> <P>ควมก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์ โดยไม่ต้องทรมานสัตว์ ผมหวังว่าสักวันหนึ่ง</P> <P>ผมต้องใช้ความรู้ทางวิทยาศาสตร์ของผมที่จะสามาถนำมาพัฒนา และประดิษฐ์</P> <P>ที่ทุกคนต้องการและเป็นประโยชน์ เหมือนที่กับนักวิทยาศาสตร์กลุ่มนี้ได้ทำ</P> <P>แม้อาจ ผมคิดเพ้อไปหน่อยแต่ผมก็อย่างทำเพื่อส่วนรวมบ้างครับ </P> <P> (จาก ร.ร สตูลวิยา ครับ) 555+</P> <P> </P> <P><FONT size=1></FONT> </P> <P> </P> risdrgon@hotmail.com (IP:125.27.148.66) ความเห็นเพิ่มเติมที่ 7 7 ก.พ. 2551 (22:14) mail ผมพิมพ์ผิดครับด้านบน (แก้ใหม่แล้วครับด้านล่าง) risdragon@hotmail.com (IP:125.27.148.66) |