ท่องอย่างมีความหมาย เช่น ท่อง "สูตรคูณ" ที่เด็กเป็นผู้สร้างขึ้นเอง

การบังคับให้เด็กท่องจำเอาดื้อ ๆ เช่น ท่องสูตรคูณ โดยไม่มีความเข้าใจ ตั้งแต่แม่ 2 จนถึงแม่ 12 ถ้าท่องไม่ได้ถูกลงโทษ เป็นการทรมานเด็ก ผิดศีลข้อ 1
ก่อนท่องสูตรคูณแม่ 2 ควรทำให้เด็กเข้าใจความหมายของการคูณก่อน
โดยให้เด็กเป็นผู้สร้างสูตรคูณเอง เช่น

ครั้งที่ 1

1+1 = 2
มี 1 อยู่ 2 จำนวน รวมกันเป็น 2
เรียกว่า 2 คูณ 1 เป็น 2

2 + 2 = 4
มี 2 อยู่ 2 จำนวน รวมกันเป็น 4
เรียกว่า 2 คูณ 2 เป็น 4

3+3 = 6
มี 3 อยู่ 2 จำนวน รวมกันเป็น 6
เรียกว่า 2 คูณ 3 เป็น 6

4+4 = 8
มี 4 อยู่ 2 จำนวน รวมกันเป็น 8
เรียกว่า 2 คูณ 4 เป็น 8

5+5 = 10
มี 5 อยู่ 2 จำนวน รวมกันเป็น 10
เรียกว่า 2 คูณ 5 เป็น 10

6+6 = 12
มี 6 อยู่ 2 จำนวน รวมกันเป็น 12
เรียกว่า 2 คูณ 6 เป็น 12

1. ให้เด็กหาผลลัพธ์ในบรรทัดแรก (ที่เป็นสีเขียว) ด้วยตัวเองก่อน
2. ให้เด็กอ่านบรรทัดที่มีสีน้ำเงิน และสีแดง
3. ให้เด็กอ่านเฉพาะตัวที่เป็นสีแดงอย่างเดียวโดยเริ่มจาก 2 คูณ 1 เป็น 2, 2 คูณ 2 เป็น 4, 2 คูณ 3 เป็น 6, 2 คูณ 4 เป็น 8, 2 คูณ 5 เป็น 10, 2 คูณ 6 เป็น 12
4. ท่อง สองหนึ่งสอง สองสองสี่ ... (เพื่อความรวดเร็วในการนำไปใช้งานในโอกาสต่อไป)

ครั้งที่ 2
1. ให้เด็กท่อง สองหนึ่งสอง จนถึง สองหกสิบสอง
2. ให้แก้โจทย์ปัญหาการคูณโดยใช้ความรู้ในข้อ 1 สัก 1 ข้อ
3. ให้เด็กหาผลคูณของ 2 คูณ 7 ไปจนถึง 2 คูณ 12 ด้วยตนเองตามแบบข้อ 1 ถึงข้อ 4 ของวันที่ 1 (หรือวิธีอื่นที่สร้างความเข้าใจได้ดีเช่นกัน)

ครั้งที่ 3
1. ให้เด็กท่องตั้งแต่ สองหนึ่งสอง จนถึง สองสิบสองเป็นยี่สิบสี่
2. ให้แก้โจทย์ปัญหาการคูณโดยใช้ความรู้ในข้อ 1 สัก 1 ข้อ
3. ดำเนินการหาผลคูณในแม่ 3 ด้วยตนเองตามแบบข้อ 1 ถึง ข้อ 4 ของวันที่ 1 (หรือด้วยวิธีอื่นที่สร้างความเข้าใจได้ดีเช่นกัน)

ครั้งที่ 4
1. ให้เด็กท่องตั้งแต่ สองหนึ่งสอง จนถึง สามสิบสองเป็นสามสิบหก
2. แก้โจทย์ปัญหาการคูณโดยใช้ความรู้ในข้อ 1 สัก 1 ข้อ
3. ดำเนินการหาผลคูณในแม่ 4 ด้วยตนเองต่อไป

ฯลฯ

ครั้งต่อ ๆ ไป อาจจะเพิ่มขึ้นมากกว่าครั้งละหนึ่งแม่ก็ได้ ขึ้นอยู่กับความสามารถของเด็กกลุ่มนั้น

ในการสร้างสูตรแต่ละวัน ครูอาจมีกิจกรรมสนุก ๆ มาประกอบด้วยก็ได้ เช่น หลังจากเด็กหาผลคูณในแม่ 9 ได้แล้ว
ครูก็อาจให้เด็กทำกิจกรรมนี้เพิ่มเติมให้หนู ๆ ได้เห็น มหัศจรรย์ผลคูณบนปลายนิ้วของหนู


ถ้าคุณพับนิ้วที่สอง
ฝั่งซ้ายของนิ้วที่สองจะเป็น 1 ฝั่งขวา เป็น 8

ถ้าคุณพับนิ้วที่สาม
ฝั่งซ้ายของนิ้วที่สามจะเป็น 2 ฝั่งขวา เป็น .......

ถ้าคุณพับนิ้วที่สี่
ฝั่งซ้ายของนิ้วที่สี่จะเป็น...... ฝั่งขวา เป็น ........


พับนิ้วในทำนองนี้ทีละนิ้ว ตั้งแต่นิ้วที่ 1 ถึงนิ้วที่ 10 (ทำทีละนิ้ว)
ผลที่เกิดขึ้นทางฝั่งซ้ายและฝั่งขวาของนิ้วที่พับเกี่ยวข้องกับการคูณด้วยอะไร? เกี่ยวข้องอย่างไร?




ความคิดเห็นที่ 19

jrpee
6 มี.ค. 2551 10:46
  1. พ่อหลีพี่หนูหล่อ  พ่อเขาชื่อหมอหลำ อยู่แพที่สำเหร่ เขาค้าผ้าไหม ผ้าใหม่ๆก็มี ดืหมีดีหมูป่า ... (นี่ก็ฝึกการท่องจำ)



ความคิดเห็นที่ 18

แขชนะ vcharkarn vteam
4 มี.ค. 2551 18:08



ความคิดเห็นที่ 3

tonmelb (Guest)
25 มี.ค. 2546 16:27
  1. " ท่องได้ แต่ต้องเข้าใจก่อน " เห็นด้วยกับครูไผ่ครับ



    คือ ต้องเข้าใจ ซึมซาบ/ซึมซับไปก่อน( เข้าใจบทเรียนที่เรียนก่อน) เเล้วขั้นตอนต่อจากนั้นก็คือบริโภค(ท่อง)ครับ เหมือนเช่น อาหาร ถ้าเราไม่เลือกบริโภค(ท่องเเบบไม่ดูเลย ไม่เข้าใจ) ป่วยได้ ต้องเลือกบริโภค



    ก็คือ ก่อนที่จะเลือกได้ ต้องมีความรู้-ความเข้าใจก่อน



    งานนี้ ตบมือข้างเดียวไม่ดังนะ ถ้าครูตั้งใจสอน เเต่ น ร จะเอาเเต่คะเเนน หรือ น ร ตั้งใจเรียน เเต่ครูสอนไปวัน ๆ ก็ลําบากครับ



ความคิดเห็นที่ 1

ครูไผ่ vcharkarn vteam
25 มี.ค. 2546 16:11

  1. กราฟเปรียบเทียบความรู้ที่ได้มาแบบสำเร็จรูปจากการเรียนรู้แบบท่องจำ (rote learning) กับ ความรู้ที่ได้มาจากการคิด ค้น ทำความเข้าใจจากการเรียนรู้อย่างมีความหมาย (meaningful learning)

    ที่มา: Ericksen, S.C. Motivation for learning: A guide for the teacher of the young adult. Ann Arbor: The University of Michigan, 1974.



ความคิดเห็นที่ 8

ครูไผ่ vcharkarn vteam
27 มี.ค. 2546 13:14
  1. ไพเราะมากค่ะ เพลงส่องฮกสิบซอง แถมให้อีกหนึ่งซองค่ะ



    ผิดหรือไม่ผิด ขึ้นอยู่กับความถูกต้อง ชอบธรรม ชอบด้วยเหตุผล และเจตน์จำนงค่ะ

    พฤติกรรมบางอย่างนำไปใช้กับลูกเมียคนอื่นหรือกับลูกของตัวเองถือว่าผิดศีลข้อ 3 ทั้ง ๆ ที่พฤติกรรมอย่างเดียวกันนั้นใช้กับภรรยาที่ถูกต้องของตัวเองในเวลาและสถานที่อันเหมาะสมถือว่าชอบธรรม ! (ถ้าไม่ใช้จะถูกหาว่าบกพร่องต่อหน้าที่ด้วยซ้ำไป)



    การให้ร้องเพลงส่องฮกสิบซองก่อนเรียนรู้เรื่องการคูณ โดยมีเจตน์จำนงเพื่อความสนุกสนาน หรือเพื่อเป็นการฝึกจิต ฝึกสมาธิ ฝึกสมองส่วนความจำ หรือบริหารเส้นเสียง หรือทำกิจกรรมเข้าจังหวะ ไม่ถือว่าผิด



    การให้ร้องเพลงส่องฮกสิบซองหลังเข้าใจความหมายเรื่องการคูณแล้วโดยมีเจตน์จำนงเพื่อเสริมย้ำความแม่นยำและการถ่ายโอน ก็ไม่ถือว่าผิด



    แต่ถ้ามีเจตน์จำนงให้เรียนรู้เรื่องการคูณจากการร้องเพลงส่องฮกสิบซอง ถ้าร้องไม่ได้ไม่ผ่านจุดประสงค์การเรียนรู้ที่เกี่ยวกับการคูณ โดนหวดก้น เขกโต๊ะ กางแขนยืนขาเดียวคาบไม้บรรทัด ขัดส้วม ขังให้อยู่เย็น ฯลฯ ให้ท่องจนได้ โดยไม่ได้ใช้วิธีการสร้างความเข้าใจอื่นได อย่างนี้ถือว่าผิดค่ะ



ความคิดเห็นที่ 6

ครูไผ่ vcharkarn vteam
26 มี.ค. 2546 07:50
  1. ขอบคุณ คุณ 555 มากค่ะ

    สำหรับกิจกรรม มหัศจรรย์บนปลายนิ้ว เป็นกิจกรรมเพื่อเสริมทักษะการสังเกต ไม่ใช่กิจกรรมเพื่ออธิบายความหมายของการคูณ จึงให้เด็กทำหลังจากเข้าใจความหมายของการคูณและหาผลคูณเองได้แล้วค่ะ



ความคิดเห็นที่ 5

ครูไผ่ vcharkarn vteam
26 มี.ค. 2546 02:17
  1. โอ๊ะ โอ๊ะ ครูไผ่มิบังอาจจาบจ้วงล่วงเกินคุณครูยุคก่อนนะคะ

    ที่ครูไผ่พูดถึงนั้นหมายถึงครูยุคนี้ พ.ศ. นี้ ที่ผ่านการร่ำเรียนวิชาครู วิชาการศึกษา และจิตวิทยาการเรียนรู้กันมามากมายแล้ว



    สำหรับยุคก่อน ๆ โน้น แค่จะหาคนอ่านออกเขียนได้มาเป็นครูให้ได้ในปริมาณมากเพียงพอสำหรับทุกพื้นที่ก็ยังไม่ใช่เรื่องง่ายนัก ที่สอนกันมาได้ต้องนับว่าเป็นพระคุณอันสูงยิ่งค่ะ



ความคิดเห็นที่ 9

อ.กล้วยไม้ ใจงาม (Guest)
23 เม.ย. 2546 12:49
  1. ผมว่าครูไทย แต่ก่อนให้เด็กท่องไม่มีความหมายก็จริงแต่เด็กจะซาบซึ้งภายหลังโดยเฉพาะโคลงกลอนต่างๆ ผมเห็นด้วยกับการท่อง เช่น กลอนเกี่ยวกับความดีงามงาม เกี่ยวกับชีวิต

    การเกื้อกูลกัน การมีความกตัญญู ฯลฯ ผมว่าครูไทยสมัยก่อนท่านฉลาดที่เลือกสรรสิ่งที่ดีให้เรา เช่น กลอน-โคลงท่านหม่อมหลวงปิ่น มาลากุล ท่านหลวงอุปกิตศิลปสารฯลฯ แม้แต่ของท่านอาจารย์ฐาปนีย์ นาครทรรพ กลอนของท่านเด็ดจริงๆนำไปใช้ในชีวิตได้ดีมาก คนไทยเจ้าบทเจ้ากลอนอยู่แล้ว ไม่เสียหายอะไรถ้ามีอีก ถ้าท่องมีความหมายยิ่งดี

    ผมมีเรื่องหนึ่งที่ ผมว่าแปลกจากประสบการณ์ของผม ผมเคยเรียนโรงเรียนอัสสัมชัญอุบลราชธานี กับฝรั่งท่านหนึ่งขอเอ่ยนามท่านนะครับชื่อภราดาเซราฟิน ความดีของท่านเวลาสอนภาษาอังกฤษจะไม่พูดภาษาไทย(ท่านพูดได้) พูดภาษาอังกฤษอย่างเดียว ขอยกตัวอย่าง เวลาท่านพูดให้เปิดหนังสือ ท่านบอกว่า โอเพ่น ยัว บุ๊ค ท่านพูดอย่างนี้ซ้ำๆ(จะถือว่าท่องหรือเปล่าไม่รู้) ผมมารู้ภายหลังว่าเป็นการสอนโดยวิธีธรรมชาติ คือพูดให้เด็กซ้ำๆเข้าใจง่ายๆเองและรู้เอง ยังมีอีกมากที่ท่านพูดลักษณะแบบนี้เวลาท่านสอน เราฟังบ่อยจนชินและเข้าใจ เรา(ผม)กลัวท่านมากเวลาท่านสอน แต่แปลกทุกวันนี้ผมไม่กลัวฝรั่งเลย เวลาฝรั่งมาผมสามารถสนทนากับฝรั่งได้ แม้ไม่เก่ง ภราดาเซราฟินจะสอนให้ซื่อสัตย์ รักความสะอาดผมได้สิ่งที่ท่านสอนมา นำมาใช้กับนักเรียนจนทุกวันนี้ ผมเห็นครูไทยสมัยนี้สอนภาษาอังกฤษมักห่วงไวยากรณ์ ห่วงออกเสียงมากไป เชื่อไหมฝรั่งเขาไม่ห่วงมากตรงนี้ เขาจะสอนให้พูดไปเลยถูกผิดเขาแก้ไขตรงนั้น ครูไทยจำนวนมากสอนภาษาอังกฤษไม่ได้ดีนัก เด็กเรียนจบพูดกับฝรั่งไม่ได้ ผมว่าตรงนี้สำคัญเห็นที่จะต้องทบทวนการเรียนการสอนภาษาอังกฤษใหม่ของไทยเราทุกระดับ อายสิงคโปร์ มาเลย์มากเขาใช้ดีกว่าเรา การท่องศัพท์เป็นของจำเป็นผมเห็นด้วย แต่ควรเรียนแบบวิธีธรรมชาติและต้องเรียนอย่างมีความสุขด้วยถึงจะมีอย่าเรียนแบบมีความกลัวแบบผม กลัวฝรั่งถามแล้วจะตอบไม่ได้ เพราะอาย ทุกวันนี้ผมไม่อายหรือกลัวอีกแล้ว.. และ ขอขอบคุณท่านภาดาเซราฟินมากครับ

    ขอบคุณครับที่ให้ร่วมตอบกระทู้ ตรงหรือเปล่าไม่รู้






ความคิดเห็นที่ 4

แก้ว-ขุนทอง (Guest)
25 มี.ค. 2546 17:22
  1. ตั้งแต่ ป. 1-4 ครูของผมบังคับให้ผมท่อง เด็กเอ๋ยเด็กน้อย แมวเอ๋ยแมวเหมียว

    ไก่ เอ๋ยไก่แจ้ มดเอ๋ยมดแดง ตั้งเอ๋ยตั้งไข่

    ดุเอ๋ยดุเหว่า ช้างเอ๋ยช้างพลาย ปักเอ๋ยปักษิน

    เมื่อนั้นท้าวสามล…(ลืมแล้ว)…เห็นนางมณฑาว่าวุ่นวาย จึ่งซังตายดำเนินเดินมา เข้าไปในทัพเห็นลูกเขย พ่อเจ้ากูเอ๋ยงามนักหนา…

    เมื่อนั้น พระสังข์บังคมก้มหน้า . . .

    เมื่อนั้น ท้าวสามล ตบพระหัตถ์ฉัดฉาน ลูกเขยกูผู้ดีมีสันดาน เป็นเผ่าพงษ์วงศ์วานกระษัตรา…



    ตอนที่ท่องนั้นไม่รู้ความหมาย ไม่รู้เรื่องไม่รู้ราวอะไรเลย เราคนจนพ่อแม่ไม่มีบ้านเป็นของตัวเองต้องอาศัยเขาอยู่ เมื่อร้องเพลงสรรเสริญฯ ถึงคำว่า นบพระภูมิบาล ก็นึกถึงคฤหบดีคนหนึ่งที่มีบ้านหลังใหญ่ ใครๆ ก็เคารพนับถือ เราก็คิดว่าเป็น นบพระผู้มีบ้าน หมายถึงใครมีบ้านก็จะเป็นที่เคารพนบนอบของคนทั่วไป



    ในระยะหลังๆ ได้ยินเด็กท่องว่า เจ้านกน้อยน่ารัก ร้องทักว่า ไปไหนมา หนูเล็กเด็กชายหญิง

    ยกออกนอกเมืองสวรรค์โลก ถึงโรงเหล้าเตากลั่นควันโขมง จนกระทั่งโส โพธิ์สัตโต ปางนั้น…ที่ท่องเป็นภาษาอังกฤษก็มี



    เรื่องการท่องนี้ ต้องยกให้พระ ท่องปาติโมกข์ 227 ข้อ และมีอารัมภบทอีกตั้งหลายหน้า ใช้เวลาสวดปากเปล่ามากกว่า ชั่วโมง



    ในการสวดมนต์งานทำบุญบ้านเจ้าภาพนั่งพลิกแล้วพลิกอีกก็ยังสวดไม่จบสักที



    ในการเรียนหนังสือที่เรียกว่ามูลกัจจายน์ ต้องท่องให้ได้ล่วงหน้าก่อนที่ครูจะสอน ถ้าท่องไม่ได้ ครูจะไม่สอนเลย



    ผมท่องสูตรคูณได้ก่อนที่จะรู้ความหมายของมัน อันที่จริงก็ไม่ได้ท่อง แต่ได้ยินพี่สาวท่องทุกวันๆจนจำได้เอง



    ในการทำเลขเราก็จำมาว่า " ลบไม่ได้ ขอยืม" มาตลอด และใช้มาตลอดอย่างถูกต้องและคล่องแคล่วด้วยนะสามารถแข่งกับเด็กรุ่นหลังได้สบายเพราะเด็กรุ่นหลังมัวแต่กระจายหรือแก้ห่อกันอยู่

    การท่องให้ได้สามารถนำมาใช้ได้คล่องแคล่วรวดเร็วกว่าการเข้าใจ แม้ในภาษาอังกฤษ ถ้าเรามัวไปนึกถึงประธาน กรรม กริยา และตัวขยายต่าง ๆ เอกพจน์ พหูพจน์อยู่

    อาจจะพูดไม่ทันชาวบ้าน



    ผมไม่อยากให้ครูบาอาจารย์ผมที่บังคับให้ผมท่องอย่างนกแก้วนกขุนทองอยู่ ต้องผิดศีลข้อ 1 นะครับและเมื่อผมมีความคิด และคิดตามในสิ่งที่ผมท่องไว้ได้ก็ทำให้ผมเข้าใจทะลุปรุโปร่งดีขึ้นขอให้ดวงวิญญาณของท่านได้ทราบว่าสิ่งที่ท่านได้ทำกับผมนั้น ดีแล้วสำหรับผม นอกจากไม่ถือว่าผิดศีลข้อ 1 แล้วยังได้ชื่อว่าทำถูกต้องตามเบญจธรรมข้อ 1 อีก



    สำหรับคนอื่นก็ "ครูใคร ครูมัน" ครับ



ความคิดเห็นที่ 7

แก้ว ขุนทอง (Guest)
27 มี.ค. 2546 11:02
  1. การท่องสูตรคูณของเด็กอิสาน เป็นทำนองเสนาะ ไพเราะกว่าภาคกลาง ใช้แทนการร้องเพลงได้

    ในการเดินทางคนเดียวในป่าเวลาคำคืน ก็ท่องสูตรคูณดัง ๆ เพื่อให้สัตว์หนีไปไกลๆ(เพราะสัตว์ร้ายทุกชนิด ไม่ชอบเสียงคนและไม่อยากจ๊ะเอ๋กับคน) ถ้าจะร้องเพลงก็เสียงไม่เข้าท่า ถึงไม่มีคนได้ยินก็อายเทวดา

    จะไปธุระจำเป็นที่บ้านญาติซึ่งเป็นสุภาพสตรีล้วนๆ ก็ต้องท่องสูตรคูณเพื่อให้เขาได้จัดการแต่งตัวให้เรียบร้อยก่อนที่เราจะไปถึง



    การท่องสูตรคูณก็เหมือนกับการท่องอาขยานอย่างหนึ่ง หรือเหมือนกับการพูดเล่นๆ ประเภท วัดเอ๋ยวัดโบสถ์ นกเอี้ยงเอย กุ๊กๆไก่เลี้ยงลูกจนใหญ่ ฯลฯ



    ดังนั้น ถ้าครูจะให้เด็กๆ ท่องสูตรคูณสนุกๆ ก่อนที่จะเรียนการคูณ ในยุคสมัยที่ครูเรียนวิชาการศึกษา จิตวิทยาและเทคโนโลยีสูงๆ ไม่น่าจะผิดศีลข้อ 1 นะครับ

    ในทางตรงกันข้าม ถ้าครูคนใด วางมือจากไฮเทคชั่วขณะ มาคลายเครียดพร้อมกับเด็กๆ ด้วยการร้องเพลง

    ซ้องหนึ่งซ้อง ซ้องซ้องซี ซองซามฮก ซ้องซีแปด ซองห้าซิบ ส่องฮกสิบซอง ซองเจ๊ดซิบซี ซองแปดซิบฮก ซองเก้าซิบแปด ฯลฯ แล้วก็บิดซ้ายบิดขวา แอ่นหน้าแอ่นหลังหรือกระโดดเป็นจังหวะ ละก้อ



    ครูคนนั้นน่าจะได้ชื่อว่าปฏิบัติตามเบญจธรรมข้อ 1 เสียอีก ถ้าเป็นครูพละก็จะได้ชื่อว่า ได้เชื่อมโยงความรู้กับศาสตร์อื่นๆ



    แหะ แหะ ก็มีความเห็นอย่างนี้ครับ



ความคิดเห็นที่ 2

555 (Guest)
25 มี.ค. 2546 16:17
  1. สอนแบบให้เข้าใจอย่างตอนแรกก็ดีแล้วครับ แต่หากสอนมหัศจรรย์บนปลายนิ้วด้วย เดี๋ยวเด็กจะเรียนแบบไม่เข้าใจว่าทำไม ทำไมใช้ปลายนิ้วแล้วจึงเป็นการคูณเลขไปได้ จะกลายเป็นว่า เด็กจะท่องจำมหัศจรรย์บนปลายนิ้วไปใช้โดยที่ไม่เข้าใจว่า ทำไม ทำไมมันจึงใฃ้คูณเลขได้ด้วย



ความคิดเห็นที่ 21

ครูไผ่ vcharkarn vteam
18 ก.ค. 2551 10:26
  1. เห็นด้วยกับคุณสิงค่ะ ว่าการเรียนรู้ภายใต้ความรู้สึกชื่นชอบ จะได้ทั้งความรู้และความสุข

    ความรู้สึกชื่นชอบ หรือสนใจ รวมเรียกว่า มีเจตคติที่ดีต่อการเรียนรู้

    เด็กบางคนมีเจตคติที่ดีต่อการเรียนรู้ด้านใดด้านหนึ่งหรือหลายด้านตามธรรมชาติของเขา

    สำหรับเด็กที่ไม่ได้มีเจตคติในการเรียนรู้ในสิ่งนั้น ๆ มาก่อน

    ซึ่งอาจเกิดจากเขาไม่เข้าใจ หรือทำไม่ได้ ไม่ประสบความสำเร็จ

    ไม่เคยได้รับคำชม หรือไม่เคยรู้สึกภูมิใจในตนเองกับการเรียนสิ่งนั้นมาก่อนเลย

    ครูอาจช่วยได้โดยหาทางให้เขาได้รู้สึกภูมิใจในตนเองสักครั้งหนึ่ง

    ด้วยการพูดคุยกับเขา จากการพูดคุยกับเขาครูจะพอคาดคะเนระดับความรู้ความเข้าใจของเขาได้

    ครูจึงให้โจทย์ที่มีความยากง่ายอยู่ในระดับที่เขาพอทำได้ และชมเชยเมื่อเขาทำถูก

    แล้วค่อย ๆ สอนเพิ่มขึ้นจากจุดนั้น ให้เขาได้รับประสบการณ์ของการเป็นผู้ทำได้ ทำเป็น

    และอยากทำอะไรที่มันยากกว่านี้ รู้สึกว่าที่ทำอยู่มันไม่พอมือเขาเสียแล้ว

    คราวนี้ล่ะ เขาจะไปโลดด้วยความสนใจใฝ่รู้ที่เกิดจากตัวเขาเองค่ะ

    อันนี้ครูไผ่ไม่ได้ฝอยนะคะ แต่เล่าจากประสบการณ์จริงที่เกิดกับเพื่อน ๆ และลูกศิษย์ค่ะ



ความคิดเห็นที่ 20

สิง
8 มี.ค. 2551 11:45
  1. จากเนื้อหา ในต้นกระทู้ กับ กราฟ ในคห.1 ของคุณครูไผ่ จะเห็นว่า การท่องจำ มีความสำคัญไม่น้อย โดยเฉพาะ ในช่วงแรกของการเรียนรู้ และถ้าเรียนรู้ด้วยความเข้าใจ ร่วมด้วยแล้ว ความรู้นั้นจะคงอยู่ไปอีกนาน ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญที่จะเป็นพื้นฐานในการเรียนรู้ในขั้นสูงต่อไป



    ผมไม่แน่ใจว่า คุณครูบางท่าน เข้าใจคลาดเคลื่อน หรือเปล่า ในเรื่องเกี่ยวกับ การท่องจำว่าเป็นสิ่งไม่เหมาะสม เพราะ ผมเคยได้ยินเพื่อนที่เป็นครูมัธยม(ผมเองไม่ได้เป็นครู) บ่นว่า เด็ก ม.1จำนวนไม่น้อย ท่องสูตรคูณไม่ได้ ซึ่งถ้าไม่แก้ไข เด็กเหล่านี้ จะมีปัญหาในการเรียนด้านการคำนวณ อย่างแน่นอน...



    นึกย้อนไป ถึงเมื่อตัวเอง เรียนประถม การเรียนการสอน ก็เหมือนๆกันทุกวิชา คือ ท่องจำ ทำแบบฝึกหัด ทำความเข้าใจ...แต่ตัวเองจะทำได้ดีกว่าวิชาอื่น คือ คณิตศาสตร์ เพราะอะไร เพราะ ชอบ สนุก ได้รับคำชมเชย ทำผิด แค่แก้ข้อที่ผิด ไม่ค่อยถูกตี ส่วนวิชาอื่น ถ้าทำผิดจะถูกตีบ่อยมาก เลยไม่ค่อยชอบ



    สำหรับเด็กแล้ว ในความเห็นของผม ไม่ควรลงโทษเด็ก ด้วยวิธีการตี การดุด่า การทำร้ายจิตใจ เพราะจะทำให้เด็กอคติกับวิชานั้น ไม่อยากเรียนวิชานั้น ซึ่งส่งผลต่อการเรียนวิชานั้น...



    บางครั้ง ผมเรียนคณิตศาสตร์ แล้วไม่เข้าใจ ด้วยความจำเป็นและด้วยความชอบ ต้องใช้วิธี ท่องจำ เอาไว้ก่อน เพื่อใช้สอบ เมื่อมีโอกาส มีเวลา จึงกลับทบทวนใหม่



    สำหรับผม นอกจากการท่องจำ ด้วยความเข้าใจ แล้ว ถ้าเรียนรู้ภายใต้ความรู้สึกชื่นชอบ ในวิชานั้น ก็จะได้ทั้งความรู้ และความสุขด้วยครับ...



     




ความคิดเห็นที่ 22

Inwjunior
1 มิ.ย. 2553 20:40
  1. thank you เดอร์



ความคิดเห็นที่ 23

คนรุ่นเก่า (Guest)
8 ต.ค. 2553 13:35
  1. จริงๆ แล้ว การสอนเด็กน่าจะเอาเหมือนอย่างร้องเพลงนะ สังเกตมั๊ยว่า เพลงที่เราร้องบ่อยๆ เราจะจำได้ แต่ถ้าเราไม่ได้ร้องนานๆ เราก็จะลืม คนยุคใหม่อาจจะมองว่าการเรียนแบบท่องจำเป็นนกแก้วนกขุนทองไม่ดี แต่ดิฉันว่า การท่องจำก็เป็นส่วนหนึ่งที่จะทำให้เด็กได้เรียนรู้ควบคู่กับความเข้าใจ มันก็น่าจะเป็นการดีนะ อย่างทุกวันนี้ลองถามเด็กสิว่าสามารถจำเรื่องที่เรียนปีที่ผ่านมาได้บ้างหรือเปล่า ถ้าเป็นเมื่อก่อนดิฉันยังจำและชื่นชอบบทกลอนที่ครูให้ท่อง เช่น เมื่อนั้น นวลนางลำหับพิสมัย ครั้นรุ่งแจ้งทอแสงอโนทัย ทรามวัยแต่งตัวไม่มัวมอง เป็นต้น หรือจะเป็นเรื่องรามเกียรติ ก็ดี
    การท่องสูตรคูณหลังเลิกเรียน ก็สร้างความประทับใจ และก็เป็นแรงบันดาลใจให้กับรุ่นน้องได้นะ อันนี้เทียบกับตัวเอง เมื่อก่อนได้ยินรุ่นพี่ท่องสูตรคูณ ยังคิดเลยว่า เราจะต้องท่องให้ได้ก่อนที่จะได้เรียนเสียอีก "นี่ก็เป็นเพียงแนวคิดหนึ่งเท่านั้นเองนะคะ"



ความคิดเห็นที่ 24

ครูไผ่ vcharkarn vteam
8 ต.ค. 2553 20:14
  1. เห็นด้วยกับคุณ "คนรุ่นเก่า" ค่ะ ว่า
    การท่องจำก็เป็นส่วนหนึ่งที่จะทำให้เด็กได้เรียนรู้ควบคู่กับความเข้าใจ 
    และการผูกเรื่องให้เป็นเพลง นอกจากจะจำง่ายแล้ว ยังเป็นการสร้างสุนทรียทางอารมณ์ให้กับเด็กด้วย




ความคิดเห็นที่ 25

Khittisun (Guest)
23 พ.ค. 2557 19:40
  1. ลองฟังวิดีโอพาท่องสูตรคูณของผมดูครับ แม่ 2-12

    https://www.youtube.com/watch?v=tsjuU6mXm_o



ความคิดเห็นที่ 26

ครูไผ่ vcharkarn vteam
30 พ.ค. 2557 03:25

  1. ยังไม่ได้ฟังวิดีโอของความเห็นที่ 25 เลย ทำไมลบออกจาก youtube เสียแล้วล่ะคะ?


แสดงความคิดเห็น

กรุณา Login ก่อนแสดงความคิดเห็น