คุณยังไม่ได้ Log in | สมัครสมาชิก ฟรี
กลับหน้าแรก วิชาการ.คอม
สงคราม
โพสต์เมื่อ: 13:57 วันที่ 2 ก.พ. 2551         ชมแล้ว: 2,512 ตอบแล้ว: 5
ข้อเขียนนี้ย่อมาอีกทีตามความเข้าใจของข้าพเจ้า

ข้อเขียนโดย aldous huxley นักประพันธ์ชาวอังกฤษ

"สงครามเป็นปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นกับมนุษย์ชาติเท่านั้น" สัตว์เดรัชฉานก็มีการต่อสู้เหมือนกันก็จริง เเต่การต่อสู้ของสัตว์เดรัชฉานนั้นเเตกต่างจากมนุษย์ สัตว์เดรัชฉานต่อสู้ในยามมีอารมณ์กลัดมัน บ้างก็ฆ่าเพื่อหาอาหาร บ้างก็ฆ่าเพื่อเป็นการเล่นสนุก การต่อสู้ของสุนัขที่หิวโหย หรือการต่อสู้ของกวางตัวผู้ที่กลัดมันก็เหมือนกับการทะเลาะกันธรรมดา ไม่เเตกต่างจากกิจกรรมของคนในโรงฆ่าสัตว์ หรือ นายพรานที่ล่าสุนัขจิ้งจอก
กิจกรรมเหล่านี้ไม่มี(ลักษณะร่วม)ของการทำสงครามซึ่งเป็น(ฆาตรกรรมหมู่)ที่เลือดเย็น
จริงอยู่ว่าเเมลงที่อยู่รวมกันเป็นสัตว์สังคมออกสู้รบเป็นกองทัพ เเต่การโจมตีมุ่งที่สัตว์อีกประเภทหนึ่งเสมอ
ลักษณะเด่นของมนุษย์อยู่ที่การ "จัดให้มีการสังหารหมู่เหล่ามนุษย์ด้วยกันเอง"

"สงครามเป็นส่วนหนึ่งของธรรมชาติของมนุษย์" หรืออาจจะเรียกได้หรือไม่ว่า "หนึ่งในธรรมชาติของมนุษย์ก็คือสงคราม" นักชีววิทยาบางคนมองว่าสงครามเป็น
"กรรไกรเล็มกิ่งของธรรมชาติ" เพื่อให้เเน่ใจว่าผู้ที่เเข็งเเรงที่สุดในหมู่มวลมนุษย์เเละนานาชาติที่มีอารยธรรมจะเหลือรอดต่อไป
ประโยคตรงนี้เป็นสิ่งที่เหลวไหลเพราะ...
"สงครามมีเเนวโน้มกำจัดคนหนุ่มเเละเเข็งเเรงเเต่ไว้ชีวิตผู้อ่อนเเอ"
ไม่มีเหตุ-ผลใดบ่งชี้ว่า เชื้อชาติที่มีวัฒนธรรมที่นิยมความรุนเเรงเเละสงครามจะเป็นเชื้อชาติที่สูงส่งกว่าชนชาติอื่น
คุณค่าของมนุษย์ คุณค่าของเชื้อชาติไม่ได้ขึ้นอยู่กับ "ระดับความกระหายสงคราม" เเละตามข้อเท็จจริงทางประวัติศาสตร์ ชนชาติทีนิยมสงครามก็มิใช่ชาติที่เหลือรอดได้เสมอไป
ในสังคมมนุษย์เเบบดั้งเดิมเช่นพวกเอสกิโมก็ได้เเสดงให้เห็นเเล้วว่า "สงครามนั้นไม่ใช่สิ่งจำเป็น"
จากตรงนี้เลยทำให้เกิดคำถามขึ้นว่า
"สงครามเเละอารยธรรมเป็นสิ่งที่เกี่ยวข้องสัมพันธ์กันอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ใช่หรือไม่"
นักโบราณคดีพบข้อมูลบางอย่างที่พอจะบ่งชี้ได้ว่าสงครามเริ่มปรากฏขึ้นในช่วงเเรกเริ่มของอารยธรรมมนุษย์
ซึ่งกลายมาเป็นอีกเหตุ-ผล หนึ่งที่ทำให้เชื่อได้ว่า
"สงครามเป็นส่วนหนึ่งของธรรมชาติมนุษย์"

ถ้าพูดถึงเรื่องของอารยธรรมที่มีความสัมพันธ์กับเรื่องของสงคราม เมื่อ ลองเปรียบเทียบทรรศนคติของจีนเเละอินเดียที่มีต่อสงคราม กับ ทรรศนคติของยุโรปที่มีต่อสงคราม

ชาวยุโรปจะยกย่องวีรบุรุษสงคราม ยกย่องผู้ยอมสละชีวิตเพื่อสงคราม ตั้งเเต่ศาสนาคริสต์เริ่มเป็นใหญ่ในยุโรป ชาวยุโรปชื่นชมวีรกรรมทางทหารเเละการสละชีพเพื่อชาติ ซึ่งมีเเนวโน้มที่จะทำให้คนเชื่อว่า(การตายที่ดีสำคัญกว่าการมีชีวิตที่ดี)

ผิดกับ

ชาวจีน มนุษย์ในอุดมคติตามเณฑ์ของขงจื้อ คือ คนที่เที่ยงธรรม มีเหตุ-ผล มีเมตตา มีการศึกษา อยู่ในสังคมอย่างสันติสุข มีระเบียบ มีความสามัคคี ความรอบคอบบนความมีปัญญา น่ายกย่องมากว่าความกล้าหาญบนความมีกำลัง เละการประกาศสละชีวตก่อนวัยอันควรไม่ใช่สิ่งที่ผู้มีปัญญาพึงกระทำ เหลาจื้อต่อเติม เหตุ-ผล นิยมของขงจื้อให้สมบูรณ์ต่อมาว่า อยู่อย่างกลมกลืนกับเต๋าต้องละเว้นจากการเรียกร้องที่เกิดจากการให้ความสำคัญกับตนเองเเละความก้าวร้าว เเละต้องฝึกฝนตนให้รู้จักถ่อมตนตอบเเทนความชั่วร้ายด้วยความดี

สันตินิยมของอินเดียเเสดงให้เห็นอย่างสมบูรณ์ในคำสอนของพระพุทธเจ้า ศาสนาพุทธสอนเรื่อง อหิงสา ไม่มุ่งร้ายต่อสิ่งมีชีวิตทั้งปวง ห้ามเเม้กระทั่งสามัญชนมิให้ผลิตอาวุธหรือขายอาวุธ ห้ามเป็นทหาร ศาสนาพุทธเป็นศาสนาเดียวในบรรดาศาสนาหลักๆที่เผยเเพร่ไปโดยไม่ใช้วิธี "ปราบปราม"
เรื่องของความโกรธเป็นสิ่งที่น่าอับอายเสมออย่างไม่มีเงื่อนไข

สำหรับชาวคริสต์มีสิ่งที่เรียกว่า "ความโกรธอันชอบธรรม" จึงมี เหตุ-ผล ที่จะทำสงครามได้มากกว่า

เป็นไปได้มั้ยว่า "อารยธรรมหลัก3 อารยธรรมที่เเตกต่างกันทำให้มีทรรศนคติทางปรัชญาเกี่ยวกับ
สงครามที่เเตกต่างกัน" เเละทั้งหลายทั้งปวงนั้นเองที่ก่อให้ความหวัง ?
ความสัมพันธ์ระหว่างสถานการณ์ของเราในปัจจุบันกับสงคราม ไม่มีอะไรที่เรียกได้ว่าเป็น "ธรรมชาติ"
ทั้งการอ้างเหตุผลทางการเมืองเเละศาสนา การเเสดงออกซึ่งความริษยาทางเพศอย่างเลือดเย็น การสังหารภรรยาที่นอกใจ หรือชู้รักของน้องสาวหรือเเม่ เคยเป็นหน้าที่ที่ต้องทำ เป็นการกระทำที่สังคมถือว่าถูกต้อง เเละเชื่อกันว่าเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงมิได้ ซึ่งมีอยู่ทั่วยุโรปจนถึงตอนต้นของศตวรรษที่เเล้ว

เป็นการเเสดงออกของ "ธรรมชาติมนุษย์" ที่มิอาจเปลี่ยนเเปลงได้ ฆาตรกรรมเช่นนี้ในปัจจุบันไม่ได้เป็นที่นิยมอีกเเล้วในหมู่คนดีที่สุด จึงไม่ได้เป็นธรรมชาติสำหรับเราอีกต่อไป มันกลายเป็นสิ่งที่มี "ทางเลือก" เกิดขึ้น นั่นหมายความว่า ถ้าเราต้องการขจัดสงครามเเบบเดียวกับที่เราทำพิศวาสฆาตรกรรมกับคนรักเมื่อเธอนอกใจ จึงไม่เหตุ-ผลที่จะทำไม่ได้ สงครามไม่ใช่กฏธรรมชาติของสิ่งมีชีวิต เเม้กระทั่งของมนุษย์ เเต่สงครามเกิดเพราะมนุษย์ประสงค์อยากให้เกิด เเต่เจตจำนงค์มีอิสระในระดับหนึ่ง เราสามารถมีความปรารถนาอย่างอื่นจากที่เรามีในขณะนั้นได้...

yoshisuku เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 208 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 149 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

จำนวน 5 ความเห็น, หน้า่ | -1-
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 1 2 ก.พ. 2551 (14:38)
um...
Human (IP:58.147.19.147)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 2 2 ก.พ. 2551 (14:42)
-*-
เเสส (IP:58.147.19.147)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 3 4 ก.พ. 2551 (13:37)
สงคราม มีมูลเหตุสำคัญคือ ขาดคุณธรรม "ความมีเมตตา"

ซึ่งมีมูลเหตุเสริมอีกหลายประการ เช่น

- ความโกรธ โทสะ (จะในนามของอะไรก็ตาม ที่เราเข้าใจผิดๆ)

- ความพยาบาท อาฆาต เคียดแค้น ไม่ยอมให้อภัย

- ความหลงอำนาจ บ้าอำนาจ บ้าในเรื่องต่างๆ

- ความเห็นแก่ตัว ความโง่เขลา

- ความเชื่อ ความเข้าใจผิดๆ ... ขาดไร้ปัญญาของความเป็นมนุษย์

ฯลฯ
MathGuy เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 1669 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 314 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 4 4 ก.พ. 2551 (14:43)

เเสดงว่าคนเราถ้ามีคุณธรรมอยู่ในตัว  สงครามย่อมไม่เกิดขึ้น  เเต่สิ่งที่คิดว่าสำคัญกว่านั้นคิดว่า     ผู้มีอำนาจในการตัดสินใจ  "ทำ" หรือ "ไม่ทำสงคราม"  ต้องเป็นผู้มีคุณธรรม  เพราะถ้าเขาไม่มีคุณธรรมสิ่งที่เขาตัดสินใจจะไร้ซึ่งเงื่อนไขทางศีลธรรมมาคอยเหนี่ยวรั้งการตัดสินใจ       เมื่อนั้นย่อมนำพาผู้อยู่ใต้อำนาจทั้งหลายทั้งปวง   โดยเฉพาะผู้ที่อยู่ใต้อำนาจที่เป็นชาวบ้าน  คนมีคุณธรรม    ต้องผลอยได้รับเคราะห์กรรมจากผลการตัดสินใจของผู้มีอำนาจที่ไร้คุณธรรมนั้นด้วย....      


yoshisuku เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 208 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 149 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 5 4 ก.พ. 2551 (18:35)

ดูจากประวัติศาสตร์ จากหนังต่างๆ จะเห็นว่ามนุษย์มีวิวัฒนาการช่วงที่ต้องมีผู้นำ ผู้ปกครอง ที่ต้องใช้อาวุธ ใช้ความสามารถในการรบ ช่วงเวลานี้ก็กินเวลาหลายร้อยปีทีเดียว


ถ้าเราอยู่ในสมัยพระนเรศวร ก็มีโอกาสสูงมาก ที่จำจะต้องไปฝึกวิชารบ วิชาฟันดาบ ใช้อาวุธต่างๆ


การต่อสู้ หรือสงครามเช่นนี้ เป็นส่วนหนึ่งของพัฒนาการของเผ่าพันธ์มนุษย์


รวมทั้งสงครามโลก สงครามระหว่างประเทศ


เรายังขาดปัญญา ยังขาดคุณธรรมกันอยู่มาก


แล้วบทเรียนต่างๆ ในอดีต ก็ทำให้สถานการณ์เหล่านี้ดีขึ้นบ้าง


 


เรามีประเทศต่างๆ ที่เคารพกันมากขึ้น


แต่ละประเทศก็มีกฏกติกา มีการปกครอง ที่พัฒนามากขึ้นๆ ตามลำดับ


 


... แต่สงคราม ก็ไม่เคย หมดหายสิ้นไปอย่างสิ้นเชิง


 


เพราะคุณธรรม ก็ยังมีขาดพร่องอยู่ในหลายส่วนๆ


ตรงไหนที่ขาดคุณธรรม มีความขัดแย้ง ... และไม่สามารถนำวิธีทางสันติเข้ามาแก้ปัญหาได้


หรือจงใจที่จะเลือกใช้วิธีที่ขาดไร้คุณธรรม เพราะจิตใจมีคุณภาพเสื่อมด้อยลงไป


 


สงครามก็จะเกิดขึ้น


 


แม้ในหน้ากากของความเจริญทางวัตถุ ทางการทูต ผลประโยชน์ต่างๆที่แอบแฝง


เราก็ยังคงเห็นว่ามีสงครามเกิดขึ้นอยูมากมาย


 


เพียงแต่เปลี่ยนรูปแบบไปเท่านั้นเอง


MathGuy เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 1669 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 314 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติม วิชาการ.คอม

ชื่อ / email:
ข้อความ

รูปภาพ หรือ ไฟล์
กรุณาล๊อกอินก่อน เพื่อโพสต์รูปภาพ และ ใช้ LaTex ค่ะ สมัครสมาชิกฟรีตลอดชีพที่นี่
ตัวช่วย 1: CafeCode วิธีการใช้
ตัวช่วย 2: VSmilies วิธีการใช้
ตัวช่วย 3: พจนานุกรมไทย ออนไลน์ ฉบับราชบัณฑิต
ตัวช่วย 4 : dictionary ไทย<=>อังกฤษ ออนไลน์ จาก NECTEC
ตัวช่วย 5 : ดาวน์โหลด โปรแกรมช่วยพิมพ์ Latex เพื่อแสดงสมการบนวิชาการ.คอม
วิชาการ.คอม

บทความแนะนำ

Blog แนะนำ

Hot Links

ขอบคุณผู้สนับสนุน

Google
 
ติดต่อลงโฆษณา :   คุณอันนา 081 4965363
สำนักงาน :   02 2015735
อีเมล์ :   
Copyright© 2000-2007, Vcharkarn.Com. All rights reserved.
คลิ๊กเพื่อดูสถิติ
รับรองและสนับสนุนโดย

สสวท.

มูลนิธิ พสวท.

พสวท.