ความเห็นเพิ่มเติมที่ 2 8 ก.พ. 2551 (21:18) ความเห็นแก่ตัว นี้
หลับตาแล้ว นึกถึง สติ๊กเกอร์ตัวอักษรประดิษฐ์ประดอยเป็นพระพุทธรูป
ซึ่งก็ไม่แน่ใจว่า เป็นความคิด ริเริ่ม จากวัดใด
มาติดใจ สนใจ กับคำนี้ เมื่อได้อ่านคำสอน จากพระพุทธทาส
อย่าคิดว่า เป็นตัวกู ของกู
คำเหล่านี้ มีความหมายเดียวกับ อย่าเห็นแก่ตัว
..........................................
ความเห็นแก่ตัว มี 2 ความหมาย คือ ทางโลก ทางธรรม
1.ทางโลก คงไม่ต้องอธิบายความหมายอะไรมาก
2.ทางธรรม คือ ค่อนข้างลึกไปกว่า ทางโลก
เมื่อไรที่จิตรู้จักหลุดพ้นจากโลกธรรม 8 พ้นจากโลภะ โทสะ โมหะ เมื่อนั้นจะไม่เห็นแก่ตัว
ซึ่งจะต้องถึงขนาด รู้สึกว่า กาย นี้ไม่ใช่ของเรา
(จิตจะได้ไม่ถวิลหา ร่างกายนี้ หรือร่างกายใหม่ ต่อไป)
ซึ่งเป็นเรื่องที่ สอนกันได้ยากมาก เนื่องจากจิตคุ้นเคยมาตั้งแต่เกิด ว่าร่างกายนี้เป็นของตน
ที่โรงเรียนและมหาวิทยาลัย ก็สอนไว้ว่า ร่างกายนี้เป็นของเรา
ให้รู้จักเอาตัวให้รอดได้ ให้ร่างกายดำรงคงอยู่ได้ยาวนานที่สุด
ความพยายามทำให้ร่างกายมีสุข จึงเกิดขึ้น
ความพยายามแสดงความเป็นเจ้าของ ของร่างกาย ของทรัพย์สินที่หามาได้ จึงเกิดขึ้น
เรื่องแบบนี้ เป็นเรื่องที่ ความเห็นทางโลก และทางธรรม เห็นต่างกันมาก
เมื่อกล่าวมาก ๆ แล้ว ข้างฝ่ายธรรมะ ดูเหมือนจะเป็นคนบ้า
ที่มองร่างกายของตน ไม่ใช่ของตน
.........................................................
ส่วนฝ่ายธรรมะ ที่ลาจากพ่อแม่ สามีภรรยา ลูก เพื่อไปบวชตลอดชีพ ไปปฎิบัติธรรม
ฝ่ายที่มีความสัมพันธ์แน่นแฟ้น ก็รู้สึกเสียประโยชน์ รู้สึกเสียใจ
ก็จะมองไปว่าเขาผู้บวชนั้นเป็นคนเห็นแก่ตัว หนีไปบวช ไม่ห่วงใยดูแลผู้อื่น
(มองในมุมมองของทางโลก)
มันจึงเป็นอุทาหรณ์ของผู้กำลังจะบวช ว่า อย่าได้สร้างกรรม อย่าได้สร้างห่วงผูกไว้มาก
เวลาจะสลัดออก มันสลัดได้ยาก จิตวิญญาณของผู้อื่น(อันเป็นที่ชื่นชอบ)คอยดูดดึง
เพราะเธอเองเป็นผู้เริ่มสร้างห่วง สร้างพันธนาการ
สร้างสังโยชน์(สร้างเครื่องผูก)ให้กับตนเอง
(ให้ดูความหมายที่ http://www.buddhadasa.com/dhamanukom/166sungyot1.html )
สร้างกามราคะ สร้างรูปราคะ สร้างอรูปราคะ เอง
กามราคะ รูปราคะ อรูปราคะ จากเธอ สร้างความยินดีต่อผู้ที่เธอรัก
เครื่องผูกมัด จึงเกิดขึ้น เกิดขึ้นอย่างหนาแน่น ตัดให้ขาด ได้ยาก
การถูกตราหน้าว่า เป็นคนเห็นแก่ตัว(ในทางโลก) จึงเกิดขึ้น
ทั้ง ๆ ที่ตนเอง ตั้งใจจะไปดับความเห็นแก่ตัว ในบั้นปลายชีวิต
.....................................................................
1.ความเห็นแก่ตัว เกิดขึ้นได้อย่างไร
เกิดขึ้นตั้งแต่จิต เข้าใจว่า ร่างกายนี้ เป็นของตน
ร่างกายนี้ จะต้องได้รับความสุข
การทำให้เกิดความสุขอย่างไร ก็ได้ โลกธรรม 4 คือ พื้นฐานแห่งสุข
ตั้งแต่ทารก ก็เรียนรู้ได้แล้วว่า ร้องไห้ ต่อไป เรื่อย ๆ แล้วจะเกิดสุข
2.ความเห็นแก่ตัว มีลักษณะโดดเด่น อย่างไร
ยิ่งต้องการโลกธรรม 8 เป็นจำนวนมาก ก็ยิ่งเห็นแก่ตัวมาก
คือ ยิ่งอยากได้ ลาภ ยศ สรรเสริญ สุข เป็นจำนวนมาก ๆ
คือ ยิ่งพยายามทำให้กลับคืนมาเป็นบวก จากการที่เสียลาภ เสียยศ เสียสรรเสริญ เสียสุข
ความพยายามเอาคืนมาเป็นบวก มาก ๆ
ซึ่งการทำให้บวกมาก ๆ และทำให้กลับสู่ความเป็นบวกมาก ๆ
โดยไม่คำนึงถึง มนุษย์ สัตว์ สิ่งแวดล้อม โลก ว่าจะเป็นจะตาย อย่างไร อย่างมาก ๆ
อะไรก็ได้ เพื่อให้กูได้ กูใหญ่ กูHero กูเป็นเจ้าของ กูสุข
2.ความเห็นแก่ตัว ทำให้คนเสื่อม สังคมเสื่อม ได้อย่างไร
ถ้าความเห็นแก่ตัวมีมาก ความไม่คำนึงถึงเรื่องดังกล่าวข้างต้น ก็มีมากตาม
จนถึงขนาดผิดศีล 5 เบียดเบียนต่อกัน ก็ต้องทำ ทำเพื่อให้บรรลุเป้าหมาย
แห่งโลกธรรม 8 อย่างมาก ๆ
ลาภ ยศ สรรเสริญ สุข นั้น จะได้มาโดยเร็วที่สุด เร็วกว่าผู้อื่น
เมื่อทุกคน(คือ สังคม)มีความเห็นตรงกัน แบบนี้ ความเสื่อมทางสังคม ก็มีมากขึ้น
วัฒนธรรมแบบนี้ จึงเกิดขึ้น มากขึ้น
มากขึ้นจนเป็นวัฒนธรรม เกิดเป็นปกติวิสัย จนรู้สึกชาชิน
และไม่รู้สึกว่า จิตเสื่อม
ถ้าแต่ละคน เห็นแก่ตัวน้อย สังคมก็เสื่อมน้อย
3.จะมีวิธีการรับมืออย่างไร กับความเห็นแก่ตัว
รับมือความเห็นแก่ตัว ของตนเอง ทำได้ง่าย ถ้ารู้วิธี
โดยย่อของพระพุทธทาส กล่าวว่า คือ การทำประโยชน์ต่อผู้อื่น ทุกเมื่อ
การรับมือ ความเห็นแก่ตัว ก็คงต้องฟังพระ ฟังเจ้า ท่านพระพุทธทาส กล่าวว่า
http://www.buddhadasa.com/dhamanukom/anata61.html
และความเป็นนิพพาน คือ สิ่งตรงข้ามของความเห็นแก่ตัว
อยากทำให้ได้เร็ว ก็ต้องอ่านที่
http://www.buddhadasa.com/dhamanukom/nippan_now93.html
bad&good
ร่วมแบ่งปัน553 ครั้ง - ดาว 164 ดวง