คุณยังไม่ได้ Log in | สมัครสมาชิก ฟรี
กลับหน้าแรก วิชาการ.คอม
แสงและการมองเห็น
โพสต์เมื่อ: 06:57 วันที่ 9 ก.พ. 2551         ชมแล้ว: 15,494 ตอบแล้ว: 37
.
75889


แขชนะ เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 2069 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 342 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

จำนวน 32 ความเห็น, หน้า่ | 1| -2-
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 13 9 ก.พ. 2551 (07:51)

เห็นสมควรติดป้ายเป็นกระทู้แนะนำค่ะ


ครูไผ่ เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 1967 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 207 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 14 10 ก.พ. 2551 (08:06)
76013
แสงอูลตร้าไวโอเล็ตเป็นแสงที่ตาคนเรามองไม่เห็น เรานำไปใช้ประโยชน์ต่างๆมากมาย เช่นใช้เกี่ยวกับการป้องกันการปลอมแปลงเอกสารต่างๆ

ธนบัตรมีการป้องกันการปลอมแปลงโดยใส่วัสดุบางอบ่างลงไปในธนบัตร โดยที่ภายใต้แสงไฟธรรมดาจะมองไม่เห็นต่อเมื่อส่องด้วยแสงอูลตร้าไวโอเล็ตก็จะมองเห็นได้


แขชนะ เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 2069 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 342 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 15 10 ก.พ. 2551 (08:07)
76014
บัตรเครดิตวีซ่า ภายใต้แสงไฟธรรมดาจะมองไม่เห็นอะไรแปลก ต่อเมื่อส่องด้วยแสงอูลตร้าไวโอเล็ตก็จะมองเห็นนกบริเวณกลางบัตรได้

แขชนะ เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 2069 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 342 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 16 10 ก.พ. 2551 (08:09)
76015
บัตรประจำตัวประชาชนของประเทศมาเลเซีย ภายใต้แสงไฟธรรมดาจะมองไม่เห็นอะไรแปลก ต่อเมื่อส่องด้วยแสงอูลตร้าไวโอเล็ตก็จะมองเห็นรูปเจ้าของบัตรอีกรูปหนึ่งปรากฏซ้อนขึ้นมากลางบัตรได้

แขชนะ เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 2069 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 342 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 17 10 ก.พ. 2551 (08:11)
76016
 

ฟันของมนุษย์เรา ประกอบด้วยแคลเซียมและฟอสฟอรัส เมื่อส่องด้วยแสงอูลตร้าไวโอเล็ตจะมองเห็นฟันสว่างขึ้นมาเนื่องจากการวาวแสง ถ้าเป็นฟันปลอมก็จะไม่วาว ที่เห็นในรูปนี้ จะเห็นฟันแท้เพียง 1 ซี่เท่านั้น นอกนั้นฟันปลอม


แขชนะ เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 2069 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 342 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 18 17 ก.พ. 2551 (06:39)
77174
ผมไปบรรยายตามที่ต่างๆ บางครั้งต้องใช้เทคนิคและการทดลองสาธิตหลายหลาก ผมก็เลยดัดแปลงทำ Pointer อเนกประสงค์ใช้เอง คือ มีปุ่มให้เลือกใช้งาน 4 ปุ่ม 2ปุ่มบนเป็น เลเซอร์ให้เลือก 2 สีคือ แดงและเขียว 2 ปุ่มล่างเป็นไฟฉาย 2 สี คือ ให้แสงสว่างมากสีขาว และ อูลตร้าไวโอเล็ต แบตเตอรี่ที่ใช้ก็ใช้แบบ Re-chargable ขนาด AAA 3 ก้อน ด้านบนเป็นนาฬิกา ขณะบรรยายมันไม่สุภาพที่จะยกนาฬิกาขึ้นมาดูว่ามีเวลาเหลือเท่าไร ก็ใช้วิธีดูจากสิ่งประดิษฐ์ชิ้นนี้
แขชนะ เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 2069 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 342 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 19 17 ก.พ. 2551 (07:29)

มีบทเรียนเกี่ยวกับการผสมสีของแสงที่นี่ค่ะ


http://www.krupai.net/color/color.htm


ครูไผ่ เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 1967 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 207 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 20 17 ก.พ. 2551 (07:58)

แหล่งเรียนรู้วิธีผสมสีของแสงอีกที่หนึ่งก็คือ ที่กล่องสำหรับเขียนข้อความแสดงความคิดเห็นของกระทู้ในวิชาการ.คอม นี่เอง 


ลองเอาเมาส์ไปคลิกที่ตัว T แขวนสี ในแถบเหนือกล่องเขียนข้อความ จะมีตารางสีขึ้นมาให้เลือก พร้อมกับแสดงรหัสของตัวอย่างสีตรงเมาส์ชี้ 


เช่น เอาเมาส์ไปชี้ที่สีเขียวที่เป็นแม่สี  จะได้ #00FF00  ชี้ที่สีแดงที่เป็นแม่สีจะได้ #FF0000  ชี้ที่สีน้ำเงินจะได้ #0000FF


นั่นหมายความว่า ตัวเลขคู่แรกทางซ้าย, คู่กลาง, และคู่สุดท้ายทางขวามือแทนความเข้มของสีอะไรเอ่ย


เมื่อต้องการผสมทั้งสามสีในอัตราความเข้มสูงสุด คือ #FFFFFF จะได้เป็นสีอะไรเอ่ย ลองเอาเมาส์ไปชี้ตรงสีที่คิดไว้ แล้วดูว่าขึ้นรหัสตรงกับ #FFFFFF หรือไม่  ถ้าไม่ตรง ให้คิดใหม่ แล้วชี้ใหม่ค่ะ


ในกรณีที่ต้องเขียนรหัสเองโดยไม่มีตารางสีให้ดู  ก็ศึกษาที่


http://www.krupai.net/color/color.htm ให้เข้าใจ ก็จะสามารถผสมสีใด ๆ ไม่ว่าจะให้อ่อนหรือเข้มปานใดก็ได้ตามต้องการค่ะ


ครูไผ่ เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 1967 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 207 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 21 17 ก.พ. 2551 (08:04)

ขอบคุณครูไผ่มากเลยครับ จะเป็นประโยชน์แกผู้ "หลง" ในแสงสีทีเดียว


แขชนะ เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 2069 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 342 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 22 19 ก.พ. 2551 (05:14)
77680
.
แขชนะ เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 2069 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 342 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 23 19 ก.พ. 2551 (08:26)

อีก 1 กระทู้ที่ควรปักหมุดครับ


 


^^


Tanmodify เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 597 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 243 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 24 22 ก.พ. 2551 (02:33)
78139

จากบทเรียนเกี่ยวกับการผสมสีของแสง โดย ดร.ไพจิตร สดวกการhttp://www.krupai.net/color/color.htm ทำให้เราเห็นว่าการผสมสีของแม่สีแสง สามสี คือ แดง เขียว และ น้ำเงิน (RGB) ในสัดส่วนที่แตกต่างกันจะให้สีที่แตกต่างกันหลายหมื่นสี


แม่สีในงานศิลปะมี 3 สีคือ แดง เหลือง และน้ำเงิน ในการแต่งแต้มสีให้แลดูสวยสดงดงามและเป็นธรรมชาติ จะต้องใส่สีดำอีก 1 สีร่วมในการผสมด้วย


สำหรับงานพิมพ์ เรามักได้ยินเสมอว่า การพิมพ์ภาพ 4 สี สีที่ใช้ในงานพิมพ์ จะมี 4 สี คือ สีบานเย็น(Magenta-สีออกไปทางแดง) สีเหลือง สีฟ้า(Cyan) และสีดำ และเพื่อให้ภาพพิมพ์เหมือนธรรมชาติซึ่งจะมีการไล่ระดับสีที่แตกต่างกัน จึงมีการพิมพ์สีในลักษณะเป็นจุดๆ ถ้าต้องการสีเข้ม จำนวนจุดก็จะมาก ถ้าต้องการสีอ่อน จำนวนจุดก็จะน้อย เมื่อต้องการผสมสีให้เกิดสีที่แตกต่างกันก็จะพิมพ์จุดสีทับกันไป ดังแสดงในรูป เช่นต้องการพิมพ์สีเขียว ก็จะพิมพ์จุดสีฟ้าทับกับจุดสีเหลือง ถ้าต้องการสีม่วงก็พิมพ์จุดสีบานเย็นทับกับจุดสีฟ้า เป็นต้น


 


แขชนะ เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 2069 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 342 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 25 22 ก.พ. 2551 (02:35)
78140
รูปนี้แสดงภาพพิมพ์ 4 สี และมีตัวอย่างสีตำแหน่งต่างๆที่ผมได้ทดลองใช้กล้องจุลทรรศน์ส่องดู จะเห็นรายละเอียดของการพิมพ์จุดสีต่างๆอย่างชัดเจน
แขชนะ เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 2069 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 342 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 26 25 ก.พ. 2551 (08:25)
78653

มุมมองของคนและสัตว์ต่างๆมีความกว้างไม่เท่ากัน เนื่องจากลักษณะของโครงสร้างใบหน้าและความสามารถในการกรอกกลิ้งลูกนัยน์ตา ในรูปแสดงการเปรียบเทียบมุมในการมองของคน สิงโตและยีราฟ


หากเรามองตรงโดยไม่กลิ้งลูกตา คนเราจะมีมุมมองที่กว้างกว่าสิงโตและยีราฟ สังเกตดูบริเวณสีน้ำตาล แต่ถ้ารวมการกรอกกลิ้งลูกตาให้มองด้านข้างได้ จะพบว่ายีราฟมีมุมมองที่กว้างกว่าสิงโตและคน ดูบริเวณสีน้ำตาลรวมกับสีส้ม สังเกตดูใบหน้าของยีราฟก็จะเห็นได้ว่ามีลูกตาที่โปนกว่าจึงมีมุมมองที่กว้างกว่านั่นเอง


แขชนะ เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 2069 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 342 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 27 25 ก.พ. 2551 (08:26)
78654
แสดงการวัดมุมมองของนักเรียน
แขชนะ เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 2069 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 342 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 29 19 มี.ค. 2551 (20:48)
ขอบคุณครับ สำหรับความรู้ดีๆ




stom456 เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 109 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 70 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 30 21 มี.ค. 2551 (10:39)

สมุดเงินฝากธนาคาร  การลงลายมือชื่อในสมุดด้านหลังก็มองไม่เห็นค่ะ   แต่ถ้านำไปส่องด้วยแสงอุลตร้าไวโอเลต ก็จะปรากฏ ลายมือชื่อ อย่างชัดเจน ใช่ไหมคะ


ทุ่งอ้อ เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 120 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 151 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 31 20 พ.ค. 2551 (00:39)
93435
จากความเห็น 30 ดูได้จากรูปนี้ครับ
แขชนะ เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 2069 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 342 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 33 16 ก.ค. 2551 (12:17)
อยากได้ภาพ Aspergilus  flavus ภายใต้แสง u.v. จังเลย   เพราะกำลังหาภาพอ้างมาทำวิจัย     ถ้าท่านใดมีหรือศึกษาเร่องนี้อยู่  ขอความกรุณาโพสต์ลงให้หน่อยนะคะ  จะเป็นพระคุณอย่างสูง
PUI (IP:202.29.21.51)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 37 20 ก.ค. 2551 (13:07)

น่าสนใจครับ คุณ Pui ลองเพาะเชื้อราพวกนี้แล้วลองเอาแสงอูลตร้าไวโอเล็ตส่องดูสิครับ ผมก็อยากเห็น

http://www.aspergillusflavus.org/aflavus/


Aspergillus flavus


 


Aspergillus flavus is a fungus. It grows by producing thread like branching filaments known as hyphae. Filamentous fungi such as A. flavus are sometimes called molds. A network of hyphae known as the mycelium secretes enzymes that break down complex food sources. The resulting small molecules are absorbed by the myceilium to fuel additional fungal growth. The unaided eye cannot see individual hyphae, but dense mats of mycelium with conidia (asexual spores) often can be seen. The ear of maize below shows the growth of the fungus covering four maize kernels. When young, the conidia of A. flavus appear yellow green in color. As the fungus ages the spores turn a darker green.


 


 
 


 


To view larger image choose one of the following:


 



 




In nature, A. flavus is capable of growing on many nutrient sources. It is predominately a saprophyte and grows on dead plant and animal tissue in the soil. For this reason it is very important in nutrient recycling.


 


Aspergillus flavus can also be pathogenic on several plant and animal species, including humans and domestic animals. The fungus can infect seeds of corn, peanuts, cotton, and nut trees. The fungus can often be seen sporulating on injured seeds such a maize kernels as shown above. Often, only a few kernels will be visibly infected.


 


Growth of the fungus on a food source often leads to contamination with aflatoxin, a toxic and carcinogenic compound. Aspergillus flavus is also the second leading cause of aspergillosis in humans. Patients infected with A. flavus often have reduced or compromised immune systems.


 



 


The epidemiology of Aspergillus flavus differs depending on the host species. The figure to the left shows the life cycle of the fungus on maize. Click on image to view larger. The fungus overwinters either as mycelium or as resistant structures known as sclerotia. The sclerotia either germinate to produce additional hyphae or they produce conidia (asexual spores), which can be dispersed in the soil and air. These spores are carried to the maize ears by insects or wind where they germinate and infect maize kernels.


 


Unlike most fungi, Aspergillus flavus is favored by hot dry conditions. The optimum temperature for growth is 37 C (98.6 F), but the fungus readily grows between the temperatures of 25-42 C (77-108 F), and will grow at temperatures from 12-48C (54-118 F). Such a high temperature optimum contributes to its pathogenicity on humans.


References





  • Payne, G. A. 1998. Process of contamination by aflatoxin producing fungi and their impacts on crops. In, Mycotoxins in Agriculture and Food Safey. K.K. Sinha and D. Bhatnagar. Marcel Dekker, Inc. New York.

  • Payne, G. A. and M. P. Brown. 1998. Genetics and physiology of aflatoxin biosynthesis. Annual Rev. Phytopathology. 36:329-62.

  • Scheidegger, K. A. and G. A. Payne. 2003. Unlocking the secrets behind secondary metabolism: A review of Aspergillus flavus from pathogenicity to functional genomics. Journal of Toxicology-Toxin Reviews. 22(2-3): 423-459.

  • Richard, J. L. and G. A. Payne. 2003. Mycotoxins in plant, animal, and human systems.Task Force Report No. 139. Council for Agricultural Science and Technology



102708

Aspergillus flavus


แขชนะ เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 2069 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 342 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติม วิชาการ.คอม

ชื่อ / email:
ข้อความ

รูปภาพ หรือ ไฟล์
กรุณาล๊อกอินก่อน เพื่อโพสต์รูปภาพ และ ใช้ LaTex ค่ะ สมัครสมาชิกฟรีตลอดชีพที่นี่
ตัวช่วย 1: CafeCode วิธีการใช้
ตัวช่วย 2: VSmilies วิธีการใช้
ตัวช่วย 3: พจนานุกรมไทย ออนไลน์ ฉบับราชบัณฑิต
ตัวช่วย 4 : dictionary ไทย<=>อังกฤษ ออนไลน์ จาก NECTEC
ตัวช่วย 5 : ดาวน์โหลด โปรแกรมช่วยพิมพ์ Latex เพื่อแสดงสมการบนวิชาการ.คอม
วิชาการ.คอม

บทความแนะนำ

Blog แนะนำ

Hot Links

ขอบคุณผู้สนับสนุน

Google
 
ติดต่อลงโฆษณา :   คุณอันนา 081 4965363
สำนักงาน :   02 2015735
อีเมล์ :   
Copyright© 2000-2007, Vcharkarn.Com. All rights reserved.
คลิ๊กเพื่อดูสถิติ
รับรองและสนับสนุนโดย

สสวท.

มูลนิธิ พสวท.

พสวท.