แสงและการมองเห็น

.
9 ก.พ. 2551 06:57
65 ความเห็น
94351 อ่าน


ความคิดเห็นที่ 1 โดย แขชนะ



 

นัยน์ตาของคนเรามีเซลล์ประสาทรับแสงอยู่ 2 แบบคือแบบที่มีรูปร่างเป็นแท่ง และแบบที่มีรูปร่างเป็นกรวย

แบบที่มีรูปร่างเป็นแท่งจะไวต่อแสงที่สลัวแต่ไม่ไวต่อสี แบบที่มีรูปร่างเป็นกรวยจะมี 3 พวกคือพวกที่ไวต่อแสงสีแดง แสงสีเขียว และแสงสีน้ำเงิน การที่เรามีเซลล์รับแสงสี 3 สีนั้นทำให้เราเห็นแม่สีของแสง 3 สีคือ สีแดง สีเขียวและ สีน้ำเงินนั่นเอง

9 ก.พ. 2551 07:03


ความคิดเห็นที่ 2 โดย แขชนะ

 
นัยน์ตาของบางคนมีเซลล์ประสาทรับแสงบางสีบกพร่องไป จึงทำให้เห็นสีผิดเพี้ยนไปจากที่ควรจะเห็น ซึ่งเราเรียกว่า “ตาบอดสี”  ภาพที่เห็นอยู่นี้เป็นตัวอย่างภาพที่ใข้ในการทดสอบความบอด “สีแดง-สีเขียว” ท่านบอกได้หรือไม่ว่าท่านเห็นอะไร
9 ก.พ. 2551 07:06


ความคิดเห็นที่ 3 โดย แขชนะ

ในกรณีที่แสงสีอื่นนอกเหนือจาก 3 สีดังกล่าวผ่านเข้ามาในตา เช่นแสงสีม่วง เซลล์รับแสงสีแดงและสีน้ำเงินจะทำงานพร้อมกัน แล้วส่งสัญญาณไปที่สมองเพื่อรับรู้



ในทำนองเดียวกัน แสงสีเหลืองเข้ามาในตา เซลล์สีแดงและเซลล์สีเขียวจะทำงานพร้อมกัน สมองจะรับรู้สัญญาณทั้งสองแล้วตีความว่าเป็นสีเหลือง ซึ่งได้บันทึกไว้ก่อนหน้านี้ในเยาว์วัย



นี่คือการผสมสีของแม่สีของแสงนั่นเอง



ถ้าเรามีแสงสีเหลืองแท้ๆ เช่นแสงจากหลอดไฟที่บรรจุไอของโซเดียม ฉายลงบนฉาก เมื่อเรามองที่ฉากจะเห็นสีเหลือง อันเนื่องจากเซลล์สีแดงและเซลล์สีเขียวส่งสัญญาณไปที่สมองพร้อมกัน



ถ้าเรามีหลอดไฟสีแดงและหลอดไฟสีเขียวฉายลงบนฉากพร้อมกัน แสงสีแดงและแสงสีเขียวจากฉากจะสะท้อนเข้าตาเราพร้อมกัน เซลล์สีแดงและ เซลล์สีเขียวจะรับรู้และส่งสัญญาณไปที่สมอง ซึ่งจะตีความว่าเป็นสีเหลือง ดังนั้น เราสมองของเราจึงไม่สามารถแยกได้ว่า สีเหลืองที่เห็นนั้นเป็นแสงสีเหลืองแท้หรือเป็นแสงที่เกิดจากการผสมของแม่สีของแสง วิธีการที่จะแยกให้ออกนั้น เราต้องอาศัยอุปกรณ์พิเศษช่วย เช่น สเปคโตรสโคป http://www.vcharkarn.com/include/vcafe/showkratoo.php?Pid=98527
9 ก.พ. 2551 07:15


ความคิดเห็นที่ 4 โดย แขชนะ

 

แสงเป็นคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าที่เกิดจากการสั่นของประจุไฟฟ้าทำให้เกิดเป็นคลื่นของสนามแม่เหล็กและสนามไฟฟ้าในทิศทางที่ตั้งฉากกัน ที่เห็นในรูปแสดงเฉพาะคลื่นไฟฟ้า อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้จาก http://www.vcharkarn.com/include/vcafe/showkratoo.php?Pid=134945

9 ก.พ. 2551 07:16


ความคิดเห็นที่ 5 โดย แขชนะ

 

ทิศทางการเคลื่อนที่ของแสงหรือคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าจะตั้งฉากกับทิศทางของสนามแม่เหล็กและสนามไฟฟ้า

9 ก.พ. 2551 07:17


ความคิดเห็นที่ 6 โดย แขชนะ

 

สเปคตรัมของคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าจะมีช่วงกว้างมาก ช่วงของสเปคตรัมของแสงที่ตาคนมองเห็นนั้นเป็นช่วงแคบๆเท่านั้น สิ่งมีชีวิตอื่นๆอาจมีความสามารถรับรู้คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าในช่วงที่กว้างกว่ามนุษย์เรา เช่น แมวมองเห็นรังสีเอ็กซ์ นกบางชนิดเห็นอูลตร้าไวโอเล็ต ปลาทองและงูรับคลื่นความร้อนหรืออินฟราเรดได้

9 ก.พ. 2551 07:19


ความคิดเห็นที่ 7 โดย แขชนะ

นัยน์ตาของแมวหรือสัตว์ที่หากินกลางคืนบางชนิด ที่เรตินามีลักษณะคล้ายๆกระจะเงา เมื่อแสงผ่านเข้ามาในตา เซลล์ประสาทรับแสงจะรับรู้ และเมื่อแสงตกกระทบเรตินาที่มีลักษณะคล้ายกระจก แสงจะสะท้อนออกมาทำให้เซลล์ประสาทรับแสงทำงานอีกครั้ง จึงทำให้ประสิทธิภาพในการรับแสงดียิ่งขึ้น จึงสามารถมองเห็นในที่มืดได้ดีกว่ามนุษย์

เราอาจจะเคยสังเกตเห็นเวลาส่องไฟฉายไปยังตาของสัตว์ เช่นแมว ในตอนกลางคืน เราจะเห็นแสงสะท้อนออกมา เห็นเป็นตาวาว ด้วยเหตุผลข้างต้นนั่นเอง

(รูป ตัดมาจากรายการสารคดี Animal Planet ของ UBC)

9 ก.พ. 2551 07:21


ความคิดเห็นที่ 8 โดย แขชนะ

นอกจากที่เรตินาจะมีลักษณะคล้ายกระจกเงาแล้ว เซลล์ประสาทรับแสงของแมวยังได้มีพัฒนาการให้ไวต่อแสงเป็นพิเศษ แต่ก็มีข้อด้อยคือ ไวเฉพาะแสง จะเห็นสีบ้างแต่ไม่เห็นชัดเจน จะมีแนวโน้มออกไปทางภาพขาว-ดำ    



(รูป ตัดมาจากรายการสารคดี Animal Planet ของ UBC)
9 ก.พ. 2551 07:23


ความคิดเห็นที่ 9 โดย แขชนะ

 

นกประเภทเหยี่ยว หรือ แร้ง ที่คอยล่าเหยื่อจะต้องบินสูง เพื่อไม่ให้เหยื่อรู้ตัวหรือตั้งตัวได้ทัน เมื่ออยู่สูงจึงจำเป็นต้องมีสายตาดีเป็นพิเศษที่สามารถมองเห็นภาพในระยะไกลได้ 

(รูป ตัดมาจากรายการสารคดี Animal Planet ของ UBC)

9 ก.พ. 2551 07:24


ความคิดเห็นที่ 10 โดย แขชนะ

 

นกประเภทเหยี่ยว หรือ แร้ง มีสายตาดีเป็นพิเศษที่สามารถมองเห็นภาพในระยะไกลได้ โดยอาศัยเลนส์นัยน์ตาพิเศษที่อยู่เฉพาะบริเวณเล็กๆตรงกลางที่ขยายภาพให้ใกล้เข้ามามากกว่าปกติ เหมือนกับมองเห็นภาพปกติ แต่มีกล้องส่องทางไกลพิเศษบริเวณตรงกลางนั่นเอง

9 ก.พ. 2551 07:26


ความคิดเห็นที่ 11 โดย แขชนะ



 

แม้ว่าคนเรามีขีดจำกัดในการมองเห็นแสงในช่วงแคบๆสู้สัตว์บางชนิดไม่ได้ แต่มนุษย์เราอาศัยความเฉลี่ยวฉลาดสร้างอุปกรณ์ที่สามารถขยายขีดความสามารถของมนุษย์ เช่น เราสามารถสร้างอุปกรณ์ตรวจวัดแสงอินฟราเรด หรือ อูลตร้าไวโอเล็ต ที่ปกติตาคนเรามองไม่เห็นได้

Remote control ที่เราใช้กับควบคุมอุปกรณ์ไฟฟ้าต่าง เช่น โทรทัศน์ เราอาศัยการส่งสัญญาณด้วยอินฟราเรด ที่ตามองไม่เห็น แต่ถ้าเราใช้กล้องถ่ายรูป หรือ Video เราจะสามาถเห็นแสงที่ออกมาจาก Remote control ได้

9 ก.พ. 2551 07:29


ความคิดเห็นที่ 12 โดย jrpee

น่าสนใจมากๆเลย

9 ก.พ. 2551 07:42


ความคิดเห็นที่ 13 โดย ครูไผ่

เห็นสมควรติดป้ายเป็นกระทู้แนะนำค่ะ

9 ก.พ. 2551 07:51


ความคิดเห็นที่ 14 โดย แขชนะ

แสงอูลตร้าไวโอเล็ตเป็นแสงที่ตาคนเรามองไม่เห็น เรานำไปใช้ประโยชน์ต่างๆมากมาย เช่นใช้เกี่ยวกับการป้องกันการปลอมแปลงเอกสารต่างๆ

ธนบัตรมีการป้องกันการปลอมแปลงโดยใส่วัสดุบางอบ่างลงไปในธนบัตร โดยที่ภายใต้แสงไฟธรรมดาจะมองไม่เห็นต่อเมื่อส่องด้วยแสงอูลตร้าไวโอเล็ตก็จะมองเห็นได้

10 ก.พ. 2551 08:06


ความคิดเห็นที่ 15 โดย แขชนะ

บัตรเครดิตวีซ่า ภายใต้แสงไฟธรรมดาจะมองไม่เห็นอะไรแปลก ต่อเมื่อส่องด้วยแสงอูลตร้าไวโอเล็ตก็จะมองเห็นนกบริเวณกลางบัตรได้
10 ก.พ. 2551 08:07


ความคิดเห็นที่ 16 โดย แขชนะ

บัตรประจำตัวประชาชนของประเทศมาเลเซีย ภายใต้แสงไฟธรรมดาจะมองไม่เห็นอะไรแปลก ต่อเมื่อส่องด้วยแสงอูลตร้าไวโอเล็ตก็จะมองเห็นรูปเจ้าของบัตรอีกรูปหนึ่งปรากฏซ้อนขึ้นมากลางบัตรได้
10 ก.พ. 2551 08:09


ความคิดเห็นที่ 17 โดย แขชนะ

 

ฟันของมนุษย์เรา ประกอบด้วยแคลเซียมและฟอสฟอรัส เมื่อส่องด้วยแสงอูลตร้าไวโอเล็ตจะมองเห็นฟันสว่างขึ้นมาเนื่องจากการวาวแสง ถ้าเป็นฟันปลอมก็จะไม่วาว ที่เห็นในรูปนี้ จะเห็นฟันแท้เพียง 1 ซี่เท่านั้น นอกนั้นฟันปลอม

10 ก.พ. 2551 08:11


ความคิดเห็นที่ 24 โดย แขชนะ

จากบทเรียนเกี่ยวกับการผสมสีของแสง โดย ดร.ไพจิตร สดวกการhttp://www.krupai.net/color/color.htm ทำให้เราเห็นว่าการผสมสีของแม่สีแสง สามสี คือ แดง เขียว และ น้ำเงิน (RGB) ในสัดส่วนที่แตกต่างกันจะให้สีที่แตกต่างกันหลายหมื่นสี


แม่สีในงานศิลปะมี 3 สีคือ แดง เหลือง และน้ำเงิน ในการแต่งแต้มสีให้แลดูสวยสดงดงามและเป็นธรรมชาติ จะต้องใส่สีดำอีก 1 สีร่วมในการผสมด้วย


สำหรับงานพิมพ์ เรามักได้ยินเสมอว่า การพิมพ์ภาพ 4 สี สีที่ใช้ในงานพิมพ์ จะมี 4 สี คือ สีบานเย็น(Magenta-สีออกไปทางแดง) สีเหลือง สีฟ้า(Cyan) และสีดำ และเพื่อให้ภาพพิมพ์เหมือนธรรมชาติซึ่งจะมีการไล่ระดับสีที่แตกต่างกัน จึงมีการพิมพ์สีในลักษณะเป็นจุดๆ ถ้าต้องการสีเข้ม จำนวนจุดก็จะมาก ถ้าต้องการสีอ่อน จำนวนจุดก็จะน้อย เมื่อต้องการผสมสีให้เกิดสีที่แตกต่างกันก็จะพิมพ์จุดสีทับกันไป ดังแสดงในรูป เช่นต้องการพิมพ์สีเขียว ก็จะพิมพ์จุดสีฟ้าทับกับจุดสีเหลือง ถ้าต้องการสีม่วงก็พิมพ์จุดสีบานเย็นทับกับจุดสีฟ้า เป็นต้น


 

22 ก.พ. 2551 02:33


ความคิดเห็นที่ 25 โดย แขชนะ

รูปนี้แสดงภาพพิมพ์ 4 สี และมีตัวอย่างสีตำแหน่งต่างๆที่ผมได้ทดลองใช้กล้องจุลทรรศน์ส่องดู จะเห็นรายละเอียดของการพิมพ์จุดสีต่างๆอย่างชัดเจน
22 ก.พ. 2551 02:35


ความคิดเห็นที่ 26 โดย แขชนะ

มุมมองของคนและสัตว์ต่างๆมีความกว้างไม่เท่ากัน เนื่องจากลักษณะของโครงสร้างใบหน้าและความสามารถในการกรอกกลิ้งลูกนัยน์ตา ในรูปแสดงการเปรียบเทียบมุมในการมองของคน สิงโตและยีราฟ


หากเรามองตรงโดยไม่กลิ้งลูกตา คนเราจะมีมุมมองที่กว้างกว่าสิงโตและยีราฟ สังเกตดูบริเวณสีน้ำตาล แต่ถ้ารวมการกรอกกลิ้งลูกตาให้มองด้านข้างได้ จะพบว่ายีราฟมีมุมมองที่กว้างกว่าสิงโตและคน ดูบริเวณสีน้ำตาลรวมกับสีส้ม สังเกตดูใบหน้าของยีราฟก็จะเห็นได้ว่ามีลูกตาที่โปนกว่าจึงมีมุมมองที่กว้างกว่านั่นเอง

25 ก.พ. 2551 08:25

แสดงความคิดเห็น

กรุณา Login ก่อนแสดงความคิดเห็น