|
โพสต์เมื่อ:
06:57 วันที่ 9 ก.พ. 2551 ชมแล้ว:
18,232
ตอบแล้ว:
39
จำนวน 34 ความเห็น, หน้า่ | -1- 2| ความเห็นเพิ่มเติมที่ 1 9 ก.พ. 2551 (07:03) ![]() นัยน์ตาของคนเรามีเซลล์ประสาทรับแสงอยู่ 2 แบบคือแบบที่มีรูปร่างเป็นแท่ง และแบบที่มีรูปร่างเป็นกรวย แบบที่มีรูปร่างเป็นแท่งจะไวต่อแสงที่สลัวแต่ไม่ไวต่อสี แบบที่มีรูปร่างเป็นกรวยจะมี 3 พวกคือพวกที่ไวต่อแสงสีแดง แสงสีเขียว และแสงสีน้ำเงิน การที่เรามีเซลล์รับแสงสี 3 สีนั้นทำให้เราเห็นแม่สีของแสง 3 สีคือ สีแดง สีเขียวและ สีน้ำเงินนั่นเอง ความเห็นเพิ่มเติมที่ 2 9 ก.พ. 2551 (07:06) ![]() นัยน์ตาของบางคนมีเซลล์ประสาทรับแสงบางสีบกพร่องไป จึงทำให้เห็นสีผิดเพี้ยนไปจากที่ควรจะเห็น ซึ่งเราเรียกว่า ตาบอดสี ภาพที่เห็นอยู่นี้เป็นตัวอย่างภาพที่ใข้ในการทดสอบความบอด สีแดง-สีเขียว ท่านบอกได้หรือไม่ว่าท่านเห็นอะไร ความเห็นเพิ่มเติมที่ 3 9 ก.พ. 2551 (07:15) ในกรณีที่แสงสีอื่นนอกเหนือจาก 3 สีดังกล่าวผ่านเข้ามาในตา เช่นแสงสีม่วง เซลล์รับแสงสีแดงและสีน้ำเงินจะทำงานพร้อมกัน แล้วส่งสัญญาณไปที่สมองเพื่อรับรู้ ในทำนองเดียวกัน แสงสีเหลืองเข้ามาในตา เซลล์สีแดงและเซลล์สีเขียวจะทำงานพร้อมกัน สมองจะรับรู้สัญญาณทั้งสองแล้วตีความว่าเป็นสีเหลือง ซึ่งได้บันทึกไว้ก่อนหน้านี้ในเยาว์วัย นี่คือการผสมสีของแม่สีของแสงนั่นเอง ถ้าเรามีแสงสีเหลืองแท้ๆ เช่นแสงจากหลอดไฟที่บรรจุไอของโซเดียม ฉายลงบนฉาก เมื่อเรามองที่ฉากจะเห็นสีเหลือง อันเนื่องจากเซลล์สีแดงและเซลล์สีเขียวส่งสัญญาณไปที่สมองพร้อมกัน ถ้าเรามีหลอดไฟสีแดงและหลอดไฟสีเขียวฉายลงบนฉากพร้อมกัน แสงสีแดงและแสงสีเขียวจากฉากจะสะท้อนเข้าตาเราพร้อมกัน เซลล์สีแดงและ เซลล์สีเขียวจะรับรู้และส่งสัญญาณไปที่สมอง ซึ่งจะตีความว่าเป็นสีเหลือง ดังนั้น เราสมองของเราจึงไม่สามารถแยกได้ว่า สีเหลืองที่เห็นนั้นเป็นแสงสีเหลืองแท้หรือเป็นแสงที่เกิดจากการผสมของแม่สีของแสง วิธีการที่จะแยกให้ออกนั้น เราต้องอาศัยอุปกรณ์พิเศษช่วย เช่น สเปคโตรสโคป http://www.vcharkarn.com/include/vcafe/showkratoo.php?Pid=98527 ความเห็นเพิ่มเติมที่ 4 9 ก.พ. 2551 (07:16) ![]() แสงเป็นคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าที่เกิดจากการสั่นของประจุไฟฟ้าทำให้เกิดเป็นคลื่นของสนามแม่เหล็กและสนามไฟฟ้าในทิศทางที่ตั้งฉากกัน ที่เห็นในรูปแสดงเฉพาะคลื่นไฟฟ้า อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้จาก http://www.vcharkarn.com/include/vcafe/showkratoo.php?Pid=134945 ความเห็นเพิ่มเติมที่ 5 9 ก.พ. 2551 (07:17) ![]() ทิศทางการเคลื่อนที่ของแสงหรือคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าจะตั้งฉากกับทิศทางของสนามแม่เหล็กและสนามไฟฟ้า ความเห็นเพิ่มเติมที่ 6 9 ก.พ. 2551 (07:19) ![]() สเปคตรัมของคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าจะมีช่วงกว้างมาก ช่วงของสเปคตรัมของแสงที่ตาคนมองเห็นนั้นเป็นช่วงแคบๆเท่านั้น สิ่งมีชีวิตอื่นๆอาจมีความสามารถรับรู้คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าในช่วงที่กว้างกว่ามนุษย์เรา เช่น แมวมองเห็นรังสีเอ็กซ์ นกบางชนิดเห็นอูลตร้าไวโอเล็ต ปลาทองและงูรับคลื่นความร้อนหรืออินฟราเรดได้ ความเห็นเพิ่มเติมที่ 7 9 ก.พ. 2551 (07:21) ![]() เราอาจจะเคยสังเกตเห็นเวลาส่องไฟฉายไปยังตาของสัตว์ เช่นแมว ในตอนกลางคืน เราจะเห็นแสงสะท้อนออกมา เห็นเป็นตาวาว ด้วยเหตุผลข้างต้นนั่นเอง (รูป ตัดมาจากรายการสารคดี Animal Planet ของ UBC) ความเห็นเพิ่มเติมที่ 8 9 ก.พ. 2551 (07:23) ![]() นอกจากที่เรตินาจะมีลักษณะคล้ายกระจกเงาแล้ว เซลล์ประสาทรับแสงของแมวยังได้มีพัฒนาการให้ไวต่อแสงเป็นพิเศษ แต่ก็มีข้อด้อยคือ ไวเฉพาะแสง จะเห็นสีบ้างแต่ไม่เห็นชัดเจน จะมีแนวโน้มออกไปทางภาพขาว-ดำ (รูป ตัดมาจากรายการสารคดี Animal Planet ของ UBC) ความเห็นเพิ่มเติมที่ 9 9 ก.พ. 2551 (07:24) ![]() นกประเภทเหยี่ยว หรือ แร้ง ที่คอยล่าเหยื่อจะต้องบินสูง เพื่อไม่ให้เหยื่อรู้ตัวหรือตั้งตัวได้ทัน เมื่ออยู่สูงจึงจำเป็นต้องมีสายตาดีเป็นพิเศษที่สามารถมองเห็นภาพในระยะไกลได้ (รูป ตัดมาจากรายการสารคดี Animal Planet ของ UBC) ความเห็นเพิ่มเติมที่ 10 9 ก.พ. 2551 (07:26) ![]() นกประเภทเหยี่ยว หรือ แร้ง มีสายตาดีเป็นพิเศษที่สามารถมองเห็นภาพในระยะไกลได้ โดยอาศัยเลนส์นัยน์ตาพิเศษที่อยู่เฉพาะบริเวณเล็กๆตรงกลางที่ขยายภาพให้ใกล้เข้ามามากกว่าปกติ เหมือนกับมองเห็นภาพปกติ แต่มีกล้องส่องทางไกลพิเศษบริเวณตรงกลางนั่นเอง ความเห็นเพิ่มเติมที่ 11 9 ก.พ. 2551 (07:29) ![]() แม้ว่าคนเรามีขีดจำกัดในการมองเห็นแสงในช่วงแคบๆสู้สัตว์บางชนิดไม่ได้ แต่มนุษย์เราอาศัยความเฉลี่ยวฉลาดสร้างอุปกรณ์ที่สามารถขยายขีดความสามารถของมนุษย์ เช่น เราสามารถสร้างอุปกรณ์ตรวจวัดแสงอินฟราเรด หรือ อูลตร้าไวโอเล็ต ที่ปกติตาคนเรามองไม่เห็นได้ Remote control ที่เราใช้กับควบคุมอุปกรณ์ไฟฟ้าต่าง เช่น โทรทัศน์ เราอาศัยการส่งสัญญาณด้วยอินฟราเรด ที่ตามองไม่เห็น แต่ถ้าเราใช้กล้องถ่ายรูป หรือ Video เราจะสามาถเห็นแสงที่ออกมาจาก Remote control ได้ ความเห็นเพิ่มเติมที่ 12 9 ก.พ. 2551 (07:42) น่าสนใจมากๆเลย ความเห็นเพิ่มเติมที่ 13 9 ก.พ. 2551 (07:51) เห็นสมควรติดป้ายเป็นกระทู้แนะนำค่ะ ความเห็นเพิ่มเติมที่ 14 10 ก.พ. 2551 (08:06) ![]() ธนบัตรมีการป้องกันการปลอมแปลงโดยใส่วัสดุบางอบ่างลงไปในธนบัตร โดยที่ภายใต้แสงไฟธรรมดาจะมองไม่เห็นต่อเมื่อส่องด้วยแสงอูลตร้าไวโอเล็ตก็จะมองเห็นได้ ความเห็นเพิ่มเติมที่ 15 10 ก.พ. 2551 (08:07) ![]() ความเห็นเพิ่มเติมที่ 16 10 ก.พ. 2551 (08:09) ![]() ความเห็นเพิ่มเติมที่ 17 10 ก.พ. 2551 (08:11) ![]() ฟันของมนุษย์เรา ประกอบด้วยแคลเซียมและฟอสฟอรัส เมื่อส่องด้วยแสงอูลตร้าไวโอเล็ตจะมองเห็นฟันสว่างขึ้นมาเนื่องจากการวาวแสง ถ้าเป็นฟันปลอมก็จะไม่วาว ที่เห็นในรูปนี้ จะเห็นฟันแท้เพียง 1 ซี่เท่านั้น นอกนั้นฟันปลอม ![]() มีบทเรียนเกี่ยวกับการผสมสีของแสงที่นี่ค่ะ http://www.krupai.net/color/color.htm แหล่งเรียนรู้วิธีผสมสีของแสงอีกที่หนึ่งก็คือ ที่กล่องสำหรับเขียนข้อความแสดงความคิดเห็นของกระทู้ในวิชาการ.คอม นี่เอง ลองเอาเมาส์ไปคลิกที่ตัว T แขวนสี ในแถบเหนือกล่องเขียนข้อความ จะมีตารางสีขึ้นมาให้เลือก พร้อมกับแสดงรหัสของตัวอย่างสีตรงเมาส์ชี้ เช่น เอาเมาส์ไปชี้ที่สีเขียวที่เป็นแม่สี จะได้ #00FF00 ชี้ที่สีแดงที่เป็นแม่สีจะได้ #FF0000 ชี้ที่สีน้ำเงินจะได้ #0000FF นั่นหมายความว่า ตัวเลขคู่แรกทางซ้าย, คู่กลาง, และคู่สุดท้ายทางขวามือแทนความเข้มของสีอะไรเอ่ย เมื่อต้องการผสมทั้งสามสีในอัตราความเข้มสูงสุด คือ #FFFFFF จะได้เป็นสีอะไรเอ่ย ลองเอาเมาส์ไปชี้ตรงสีที่คิดไว้ แล้วดูว่าขึ้นรหัสตรงกับ #FFFFFF หรือไม่ ถ้าไม่ตรง ให้คิดใหม่ แล้วชี้ใหม่ค่ะ ในกรณีที่ต้องเขียนรหัสเองโดยไม่มีตารางสีให้ดู ก็ศึกษาที่ http://www.krupai.net/color/color.htm ให้เข้าใจ ก็จะสามารถผสมสีใด ๆ ไม่ว่าจะให้อ่อนหรือเข้มปานใดก็ได้ตามต้องการค่ะ |
ขอบคุณผู้สนับสนุนHot Links |
Copyright© 2000-2007, Vcharkarn.Com. All rights reserved.
|
คลิ๊กเพื่อดูสถิติ รับรองและสนับสนุนโดย |
![]() สสวท. |
![]() มูลนิธิ พสวท. |
![]() พสวท. |