|
ช่วยดูและแก้ไขประโยคและไวยากรณ์ ให้หน่อยครับ
โพสต์เมื่อ:
13:44 วันที่ 10 ก.พ. 2551 ชมแล้ว:
15,005
ตอบแล้ว:
40
ช่วยดูให้หน่อยครับ ว่าตรงไหนไวยากรณ์ผิด หรือแปลผิด หรือ ช่วยยกตัวอย่างมาด้วยก็ยิ่งดีครับ ขอบคุณมากครับ 1. What cares ? น่าจะแปลว่า แล้วทำไมหรือ ? 2. go on a date น่าจะแปลว่า ไปออกเดท หรือเปล่าครับ ? 3. sign autographs น่าจะแปลว่า ขอลายเซ็นจาก คนดัง หรือ ดารา ? 4. so am I น่าจะแปลว่า ผมก็เหมือนกัน เช่น A: I'm bored B: so am I ? 5. make up your mind น่าจะแปลว่า รีบตัดสินใจ (ทำนองนี้หรือเปล่าครับ)? 6. change your mind น่าจะแปลว่า เปลี่ยนใจได้น่ะ (ทำนองนี้หรือเปล่าครับ) ? 7. the world over กับ all over the world เหมือนกันไหมครับ ที่แปลว่า ทุก ๆ ที่โลก ? วันนี้ขอรบกวนแค่นี้ก่อนแล้วกันครับ ถ้าได้ข้อไหน ช่วยแบ่งปันความรู้กันหน่อยนะครับ ขอบคุณมากครับ ครับ อีกคำถามแล้วกัน ส่วนประโยคที่ว่า walk by จะแปลว่า เดินผ่าน เป็น วลี หรือเปล่าครับ เช่น What were you doing when the beggar walked by ? - I was giving money when the beggar walked by. ตามที่คุณ freewill ตอบเลยครับ สงสัยเปิดดิคเล่มเดียวกันแน่เลย ผมตอบเพิ่มหน่อยละกัน เพิ่งไปเขียนไว้ที่ blog เมื่อกี้ อย่างแรก คำเกี่ยวกับขยะทุกคำเป็นนามนับไม่ได้นะครับ (uncountable noun) อย่าเผลอไปใส่ a หรือเติม s เชียวนะ RUBBISH (รั้บ-บิช) GARBAGE (ก้าร-เบ่จ) TRASH (แถร่ช) สามคำนี้จะคล้าย ๆ กันคือหมายถึง พวกเศษอาหาร เศษกระดาษ หรืออะไรก็ตามที่คุณต้องทิ้ง - Can you take out the garbage when you go? (ฝากคุณสามีเอาขยะไปทิ้งหน่อย) แต่ rubbish ยังใช้หมายถึง (ความคิด/ความเห็น) ขยะ ๆ รวมถึงใช้เป็นคำด่าด้วย เช่น - The suggestion is absolute rubbish. - Is there any chance of a coup in Thailand again? That's rubbish! (นึกถึงหน้าลุงหมักด้วย) ส่วนอีกคำที่น่าสนใจคือ WHITE TRASH หมายถึงพวกคนขาวที่วัน ๆ ไม่ค่อยทำอะไร ขี้เกียจ และไร้การศึกษา ใช้ภาษาผิด ๆ วัน ๆ เอาแต่กินเบียร์ (รูปอุบาทว์จริง ๆ) Junk : old or unwanted objects that have no use or value: ของที่คุณไม่ต้องการ คือนัยยะอาจจะเป็นของที่ยังใช้ได้ หรือเสียแล้ว แต่คุณไม่ต้องการเก็บมันเอาไว้แล้ว คือภาพอันจะเป็นชิ้นเป็นอันมากกว่า ส่วน rubbish หรือ garbage นี่จะเป็นเศษขยะ ส่วน Junk yard ก็คือ a place where old or broken furniture, cars etc can be left, or bought and sold เป็นสถานที่ที่เอาไว้ที่ของเก่าพวกรถ หรือเฟอร์นิเจอร์ ซึ่งอาจเอามาขายได้ ![]() ใน Disovery Channel ก็มีรายการ Junkyard Wars คือเป็นการแข่งขันให้ทีมต่าง ๆ ประดิษฐ์ของจากขยะพวกนี้แล้วเอามาสู้กัน ส่วน LITTER นี่เป็นพวกขยะที่เกลื่อนกลาดตามท้องถนน หรือในสวนสาธารณะ (อย่าไปใช้คำว่า rubbish, garbage หรือ junk เข้าล่ะ) ![]() Don't drop litter in the street. ตอนเด็ก ๆ เคยร้องเพลง "อย่าทิ้งขยะนะเธอ ลุงเป็ดเขาเจอเดี๋ยวเค้าดุเอา..." สมัยนี้คงเป็นคุณ "เซ็งเป็ด" แทน วันนี้เขียนลวก ๆ แฮะ รู้สึก rubbish ชอบกล... What were you doing when the beggar walked by ? - I was giving money when the beggar walked by. ไม่ต้องคิดมากครับ walk by ก็เดินผ่านน่ะแหละ แต่ที่น่าสนใจสำหรับตัวอย่างที่คุณยกมาก็คือ ทำไมถึงใช้ในรูป past continuous : was/were + Ving? คำตอบคือ ใช้ "ภาพ + ความรู้สึก" เหมือนที่ผมคุยกับคุณวันก่อนน่ะแหล่ะ การใช้ past continuous แสดงให้เห็นว่า ภาพนั้น "กำลังขยับ" ในอดีต I was giving money when the beggar walked by คุณลองนึกภาพตามละกัน ขอทานแต่งตัวมอซอเดินผ่าน คุณสงสาร ก็เลยล้วงมือไปหยิบแบ๊งค์พัน (รวยจัด 555) ให้เขา จะเห็นภาพเลยว่าคุณ "กำลัง" ขยับมือล้วงตังค์ให้ ซึ่งเป็นภาพเคลื่อนไหว ขยุกขยิก ยิก ๆๆ ถ้าคุณใช้ past simple จะเห็นเป็นอีกภาพคือ คุณให้ตังค์เขาและเหตุการณ์นั้นจบสิ้นลงไปแล้ว นี่คือความละเอียดอ่อนของภาษาอังกฤษครับ ซึ่งมี feeling แฝงอยู่ในการใช้ไวยากรณ์เสมอ... ขอบพระคุณมากครับ สำหรับคุณ นัท305 ได้ความรู้และศัพท์ ในเรื่องขยะไปด้วยอีกครับ ครับ เมื่อคืนได้ดูหนังอยู่เรื่องหนึงครับ เห็นอยู่ 2 ประโยคนี่ครับเลยมาถามดูอีกรอบครับ Cool wicked person - ผมไม่แน่ใจถ้าเกิดแปลแล้ว จะออกมา 1. เป็นคนดีมาก ยอดเยี่ยม หรือ 2. เป็นคนเลือดเย็น อีกประโยคหนึงก็คือ Do you savvy ? ถ้าเกิดจะแปลแล้ว จะแปลว่า เข้าใจไหม ? (ออกแนวแสลง) หรือไม่ครับ ขอบคุณครับ Thanks khun นัท305 for tidying my bits. You are awesome and very savvy . With your very good heart and English; you can help a lot of people to be good at English too. 'cool wicked person' could be a sarcastic praise. It could be good or bad or both. Because 'cool' is usually used for 'good', and 'wicked' can be used for 'evil' or 'smart or cunning'. 'Cold wicked ...' would mean bad, cold-blooded and evil. I would not much spend time thinking or remembering these 'slangs'. The aim of any language is to make others understand first and foremost. Colourful phrases are fun but may not work as 'we intend'. SR (IP:144.138.31.15) I totally agree with Khun SR about 'slangs'. Although they are parts of communication in spoken English, we, as Thai, shoud focus on something more productive and useful, such as grammar, high-power vocabulary, idiomatic expressions, and also "the clearliy of idea". Anyway, for Khun Jumboy, here's the answer: savvy [uncountable noun] [informal] practical knowledge and ability: - He's obviously got a lot of political savvy. someone [adj.] who is savvy is clever and knows how to deal with situations successfully: ประมาณว่า "หลักแหลมรอบรู้" ละกัน oops, I mispelled it again. It's clarity... ความเห็นเพิ่มเติมที่ 29 26 ก.พ. 2551 (11:45) ขอบพระคุณครับสำหรับคุณ SR กับคุณ นัท305 มากเลยครับ ไม่ได้มาหลายวันเลยครับ คำถามแรกเลยละกัน เพิ่งดูหนังจากเมื่อวานมาครับ + นิตยสาร ครับ 1. You should take it from me กับสำนวนนี้ ความหมายน่าจะออกแนวชวนเชื่อ หรือเปล่าครับ "น่าจะแปลว่า คุณควรจะเชื่อผมเหอะ" 2. He is an open. เขาเป็นคนที่เปิดใจง่าย หรือ เป็นคนที่ไม่ปิดบังอะไร หรือเป็นคนที่ง่าย ๆ 3. A common way to do this something. มีอีกทางหนึ่งที่ต้องทำบางสิ่ง ถ้าเกิดแปลผิดหรือใช้ไวยากรณ์ผิด รบกวนชี้แนะด้วยครับ ขอบคุณครับ
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 30 27 ก.พ. 2551 (05:46) ขอโทษ หายหน้าไปสามอาทิตย์ ตอบ SMS ก็ไม่ได้ วิชาการ.คอมไม่ยอม บอกว่าต้องเป็นสมาชิก ทั้งๆที่เป็นสมาชิกมานานแล้ว You should take it from me ไม่ใช่ชวนให้เชื่อ แต่เป็นการแนะนำคล้าย คุณน่าจะเชื่อผม He is an open. เป็นสำนวนความหมายหนึ่งคือ เป็นคนที่เราอ่านใจง่าย ไม่มีเล่ห์กล คิดว่าคงมาจาก He is an open book. เป็นหนังสือที่เปิดไว้ A common way to do this something. วิธีสามัญ(ทำกันบ่อยๆ ง่ายๆ)วิธีหนึ่งที่จะทำสิ่งนี้ คนไทยคงพูดว่า ถ้าจะให้ง่าย ทำยังงี้ this something หมายถึงอะไรสักอย่างที่กำลังพูดถึง เคยได้ยินพูดกันแต่มันขวางๆ A common way to do this (is by subtracting the first number from the second). ถูกต้องกว่า ความเห็นเพิ่มเติมที่ 31 28 ก.พ. 2551 (22:20) ขอบคุณคุณหมอ ศานติ มากครับ นึกว่าจะหายไปแล้ว ครับมีคำถามต่อครับ ได้อ่านหนังสือและดูหนังมาครับ 1. Would you go back ? กับ Would you go again ? ถ้าดูประโยคนี้แล้ว จะมีนัยความเหมือนกันหรือเปล่าครับ 2. I haven't decided yet ที่แปลว่า ยังไม่ได้ตัดสินใจ กับคำว่า I haven't made up my mind yet. พอดีไปเจอในหนังสือมาครับ *เลยไม่แน่ใจว่าถูกหรือเปล่าครับ 3. อยากให้ช่วยอธิบายกับศัพท์คำว่า built-up หน่อยครับ ถ้าเกิดลองให้ผมเดานะครับว่า น่าจะเป็นตึกเยาะ ๆ เหมือนในหนัง หรือเปล่าครับ เช่น New York อะไรประมาณนี้หรือเปล่าครับ ? ยังไงผมก็ขอรบกวนหน่อยแล้วกันน่ะครับ ขอบพระคุณมากครับ ความเห็นเพิ่มเติมที่ 32 29 ก.พ. 2551 (06:10) Would you go back ? กับ Would you go again ? คล้ายกันครับ จะกลับไปอีกไหม กับ จะไปอีกไหม I haven't decided yet. vs. I haven't made up my mind yet. เหมือนกันเลย เพียงแต่พูดคนละแบบ built-up ส่วนมากมักจะหมายความว่า มีการก่อสร้างขึ้นอย่างมากมาย When I left Thailand 40 years ago, Bangkok was not as built-up as it is today. อีกความหมาย แต่เขียนต่างกันหน่อย He has such an inferiority complex. We will need to build him up and get him to talk about his favorite subject - computer animation. หรือ She is in such poor health that we will need to build her up before we can think about operating on her. อันแรก build up หมายถึงการสร้างเสริมกำลังใจ ส่วนอันที่สองหมายถึงสร้างเสริมสุขภาพ ความเห็นเพิ่มเติมที่ 33 2 มี.ค. 2551 (01:04) ขอบพระคุณมากครับ ศานติ คำถามเลยดีกว่าครับ 1. ผมเห็นในหนังเค้าใช้คำว่า move แทนคำว่า go ที่แปลว่า ไป เวลาและจะใช้จะผิดไหมครับ แล้วควรจะใช้ move ในสถานการณ์ได้บ้างครับ 2. อยากให้ช่วยอธิบายกับคำว่า say / talk / speak หน่อยครับ ขอบพระคุณมากครับ ที่ช่วยแบ่งปันความรู้ครับ ความเห็นเพิ่มเติมที่ 34 3 มี.ค. 2551 (10:55) move = เคลื่อนที่ ย้ายที่ go = ไป ใช้แทนกันได้ในบางกรณี เช่นนั่งชมวิวอยู่มีคนเข้ามาหนวกหู เราอาจบอกเพื่อนๆว่า Let's move to another spot. Let's move to where it is less noisy. หรือ Let's go to the other side of the lake. ก็ได้ แต่ถ้า let's move to HuaHin. ไม่ใช่ ไปหัวหินกัน แต่แปลว่า ย้ายบ้านไปหัวหินกันเถอะ
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 35 3 มี.ค. 2551 (11:17) Speak ใช้บ่อยเวลาคนหนึ่งพูดให้หลายคนฟัง หรือ บางที่ให้คนเดียวฟังก็ได้ He spoke to the students on the subject of economy. He spoke to me about the upcoming election. (upcoming = ที่จะเกิดขึ้น) Talk ส่วนใหญ่ใช้เวลาพูดคุยกลับไปกลับมา We were talking about the price of gasoline. We talked about our days at Triem Udom. มักไม่ใช้ He talked to us about Bio-chemistry. แต่จะใช้ He spoke to us on Bio-chemistry. เพราะพูดแบบนี้มักเป็นการพูดฝ่ายเดียวไม่ใช่คุยกัน ถ้า We talked about the upcoming election. ก็กลายเป็นคุยกันมากกว่าตัวอย่างข้างต้น ตัวอย่างข้างต้น (He spoke to me ...)ฟังดูแล้วชวนให้เข้าใจว่าผู้พูดมีความรู้มากกว่าเรา เราฟังเป็นส่วนใหญ่ Say ใช้กับข้อความหรือคำ He said that I should work towards a Master's Degree. หรือ He said no when I asked to borrow his BMW. ความเห็นเพิ่มเติมที่ 36 3 มี.ค. 2551 (21:26) ขอบพระคุณมากครับ คุณหมอ ศานติ ครับ สงสัยมานานแล้วครับ 1. กับคำว่า Color และ Colour ใน 2 คำนี้ เหมือนหรือแตกต่างกันอย่างไรบ้างครับ บางทีก็ใช้กันสับสน ไม่รู้ว่าจะผิดกันหรือเปล่าครับ อีกคำถามหนึงแล้วกันครับ 2. อยากทราบวิธ๊การอ่านหมายเลขประกันสังคม ครับ ไม่ทราบว่าจะอ่านแบบแยกตัว หรืออ่านเป็นชุด ex. 295-4870 นี่จะอ่านทีละตัว หรือจะอ่านเป็นคู่ ครับ ไม่ทราบจริงๆ ครับ ขอผู้รู้ช่วย อธิบายให้หน่อยครับ 3. สงสัยครับ "ปั่นจักรยาน" จใช้ cycle กับ ride a bike เหมือนกันไหมครับ ตอนเวลาจะใช้ จะเลือกใช้ตัวไหนก็ได้ใช่ไหมครับ หรือเวลาจะใช้ 2 คำนี้ต้องใช้อย่างไรครับ ? ขอบคุณมากครับ ความเห็นเพิ่มเติมที่ 37 8 มี.ค. 2551 (05:41) color สะกดแบบอเมริกัน ส่วน colour สะกดแบบอังกฤษ ดูทั่วๆไปแล้วคำที่สะกดแบบอเมริกันจะลวดลายน้อยกว่า จะว่าคนอเมริกันเอาแต่ง่ายเข้าว่าก็ได้ การอ่านตัวเลข เช่น อ่านเบอร์ห้องใน รพ. หรือ โรงแรม ถ้าเป็นเลขสามตัว 235 = room two three five ถ้าเลขสี่ตัว อ่านได้สองแบบ 2457 = room twenty four fifty seven หรือ room two four five seven แต่ไม่อ่าน two thousand four hundred and fifty seven เลขประกันสังคมของอเมริกัน มี 9 ตำแหน่ง เขียนแบบนี้ 536-09-5678 เขาจะอ่าน five three six, zero nine, five six seven eight มีหลายๆคนที่อ่าน 0 ว่า oh แบบตัว O แต่ไม่ค่อยดีไม่ถูกต้องด้วย สมัยผมเป็นหัวหน้าแพทย์ประจำบ้าน ออกไปนอกรพ. บอก operator ว่ามีอะไรให้ตามที่ 327-5087 - three two seven, five oh eight seven พนักงานฟังผิดคิดว่าผมว่า three two seven, five four eight seven ลูกน้องเลยตามไม่เจออยู่หลายชม. หลังจากนั้นผมเลิกใช้ oh ใช้แต่ zero ยาวหน่อยแต่ทางผิดน้อยกว่า เบอร์โทรศัพท์ไทย 06-234-8768 จะอ่าน zero six, two three four, eight seven six eight แต่เบอรในยุโรป เขาเขียน 02 34 76 98 56 ก็อ่านทีละคู่ เลขที่คุณให้มาผมว่าน่าจะอ่าน สามตัว เว้นนิด แล้วอ่านสี่ตัว cycle vs. ride a bike (bicycle) เหมือนกัน ผมคิดว่าคนอังกฤษจะใช้ cycle มากกว่า I'll cycle to the corner store for a newspaper. vs. I'll ride my bike to school tomorrow. อเมริกันบางที่ใช้ bike เป็น verb เช่น I'll bike home. อีกอย่างคำว่า bike อาจหมายถึง motorbike หรือ motorcycle ก็ได้
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 38 9 มี.ค. 2551 (00:16) มานึกขึ้นได้ว่าการอ่านเบอร์โทรศัพท์ ในกรณีที่ตัวเลขลงท้ายเป็นร้อยหรือเป็นพัน มีอีกวิธีหนึ่ง เช่น 375-4500 อาจอ่าน three seven five, four five hundred หรือ 475-4000 อาจอ่าน four seven five, four thousand สมัยก่อนที่มี่เครื่องแฟ๊กส์ มือถือ คอม. กันแพร่หลายแทบจะทุกบ้าน ทำให้เบอร์ไม่พอ ในสหรัฐฯ เบอร์โทรศัพท์นำด้วยตัวอักษรสองตัว แล้วตามด้วยเลขห้าต้ว ตัวอักษรที่นำจะเป็นชื่อย่อของย่านหรือชุมโทรศัพท์ เช่น ย่าน Evergreen จะใช้ EV ดังนั้นหมายเลยของโทรศัพท์ในย่านนั้น จะเขียน EVergreen7-2356 หรือ EV7-2356 เวลาเราบอกเบอร์ให้คนอื่นจะว่า My phone number is Evergreen seven, two three five six. รู้กันว่าหมุนเพียงอักษรสองตัวแรก ผมเข้าใจว่าอันนี้เป็นที่มาของตัวอักษรที่คู่กับตัวเลขบน keypad โทรศัพท์ รวมทั้ง ATM ด้วย การใช้ตัวอักษรแทนตัวเลขทำให้จำกัดจำนวนตัวเลขที่ใช้ได้ เพราะปุ่มหนึ่งก็มีสามตัวอักษร เช่น กด A หรือ B หรือ C ก็เท่ากับกด 1 เลยต้องเลิกมาใช้เป็นตัวเลขหมด ความเห็นเพิ่มเติมที่ 39 9 มี.ค. 2551 (22:33) ขอบพระคุณ สำหรับความรู้ที่คุณหมอแบ่งปันให้ครับ ช่วงนี้ไม่ค่อยได้มากระทู้เลยครับ อย่างไงผมก็ขอบคุณมากครับ ความเห็นเพิ่มเติมที่ 40 15 มี.ค. 2551 (09:20) มาพูดถึงเรื่องร้อนกันครับ ช่วงนี้เริ่มจะร้อนแล้ว มีคำศัพท์หลายคำไหมครับ ที่จะพูดถึงอากาศร้อน เท่าที่ผมทราบมาจะมี 1. It's boiling 2. It's sweltering 3. It's stinking hot อยากจะรู้ว่า มีคำศัพท์ที่เกี่ยวกับร้อน อะไรบ้างครับ ?
1. Keep at it 2. stick with it. 3. keep going. ส่วน น่าจะหมายความว่า จงอดทน หรือออกแนวให้กำลังใจ ใช่ไหมครับ ? หรือจะมีประโยค อื่นอีกไหมครับ ขอบพระคุณมากครับ |
ขอบคุณผู้สนับสนุนHot Links |
Copyright© 2000-2007, Vcharkarn.Com. All rights reserved.
|
คลิ๊กเพื่อดูสถิติ รับรองและสนับสนุนโดย |
![]() สสวท. |
![]() มูลนิธิ พสวท. |
![]() พสวท. |