คุณยังไม่ได้ Log in | สมัครสมาชิก ฟรี
กลับหน้าแรก วิชาการ.คอม
ความคืบหน้า และ รายละเอียด การเกิดโรคทางเดินหายใจเฉียบพลันรุนแรง (โรค SARS)
โพสต์เมื่อ: 12:05 วันที่ 2 เม.ย. 2546         ชมแล้ว: 47,008 ตอบแล้ว: 53
ตามที่มีการระบาดของโรคทางเดินหายใจเฉียบพลันรุนแรง
(Severe Acute Respiratory Syndrome, SARS) เกิดขึ้นในภูมิภาคต่างๆ ของโลก
แล้วนั้น จากรายงานองค์การอนามัยโลกตั้งแต่ วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2546

ถึงวันที่ 27 มีนาคม 2546 มีผู้ป่วยที่สงสัยว่าอาจป่วยเป็นโรคนี้ ใน 13
ประเทศ รวมจำนวน 1,408 ราย เสียชีวิต 53 ราย
เพื่อป้องกันไม่ให้ประชาชนได้รับอันตรายจากโรคนี้ และป้องกันไม่ให้เกิดการระบาดของโรคนี้ในประเทศไทย
กระทรวงสาธารณสุข มีข้อแนะนำสำหรับประชาชนดังนี้


1.หลีกเลี่ยงการเดินทางไปยังประเทศที่เป็นพื้นที่ที่เป็นเขตระบาดของโรค จนกว่าสถานการณ์ระบาดของโรคนี้จะยุติลง สำหรับพื้นที่ที่เป็นเขตระบาดของโรค ได้แก่ จีน ฮ่องกง ไต้หวัน สิงคโปร์ และเวียดนาม

2. ในกรณีที่จำเป็นต้องเดินทางไปในพื้นที่ที่เป็นเขตระบาดของโรค ให้หลีกเลี่ยงการใกล้ชิดกับผู้ที่มีอาการไอหรือจาม หลีกเลี่ยงสถานที่ที่มีประชาชนแออัด พร้อมทั้งปฏิบัติตามข้อแนะนำของทางการในพื้นที่นั้นๆ อย่างเคร่งครัด ซึ่งข้อแนะนำของทางการแต่ละพื้นที่อาจมีการปรับเปลี่ยนเป็นระยะๆ ขึ้นอยู่กับสถานการณ์ของโรค และถ้าอยู่ในพื้นที่เสี่ยงสมควรสวมหน้ากากอนามัย

3. เมื่อเดินทางกลับมาจกพื้นที่ที่เป็นเขตแพร่ระบาดของโรค ถ้ามีอาการของไข้หวัด เช่น มีไข้ 38-40 0c ไอ ปวดเมื่อยตามตัว เจ็บคอ ภายใน 14 วันหลังจากเดินทางกลับ ให้รีบปรึกษาแพทย์
และเพื่อเป็นการป้องกันที่เข้มงวด เมื่อกลับมาแล้วให้ระมัดระวังตนเองไม่ให้คลุกคลีใกล้ชิดกับบุคคลในครอบครัวภายใน 14 วัน จนแน่ใจว่าไม่เป็นโรคนี้

4. สร้างเสริมสุขภาพให้แข็งแรง เพื่อป้องกันเชื้อโรคไม่ให้เขาสู่ร่างกายได้ง่าย ดังต่อไปนี้

4.1 ดื่มน้ำสะอาด รับประทานผักและผลไม้เพิ่มมากขึ้น และรับประทานอาการที่มีคุณค่าทางโภชนาการที่ถูกสุขลักษณะ

4.2 นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ

4.3อย่าหักโหมการทำงานจนเหน็ดเหนื่อยเมื่อยล้า

4.4 ทำจิตใจให้ร่าเริง เบิกบาน ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ

สำหรับประชาชนที่มีข้อสงสัยโปรดสอบถามได้ที่หมายเลขที่ 0 2590 3194, 0
2590 3192, 0 2590 3168

และ Web site ของกระทรวงสาธารณสุข http://www.moph.go.th

กระทู้อาจจะไม่แสดงทุกความเห็น
คลิกที่นี่เพื่อดูทุกความเห็น


เปี้ยว เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 1204 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 178 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

จำนวน 27 ความเห็น, หน้า่ | -1- 2|
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 1 2 เม.ย. 2546 (12:14)
ศูนย์เฉพาะกิจโรคทางเดินหายใจเฉียบพลันรุนแรง

บนเว็บไซต์
http://www-ddc.moph.go.th/sars_center.html

และสอบถามกรมควบคุมโรคติดต่อได้ที่เว็บบอร์ด
http://ddc_public.bizpotential.com

ติดตามข่าวได้ที่ องค์การอนามัยโลก
เปี้ยว เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 1204 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 178 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 2 2 เม.ย. 2546 (12:20)
สถานการณ์และการดำเนินงานป้องกันและควบคุมโรคทางเดินหายใจเฉียบพลันรุนแรง

กระทรวงสาธารณสุข
วันที่ 31 มีนาคม 2546


1. สถานการณ์โรคทางเดินหายใจเฉียบพลันรุนแรง (Severe Acute Respiratory Syndrome : SARS)
องค์การอนามัยโลกได้ประกาศเตือนประเทศต่างๆทั่วโลก ถึงการระบาดของโรคทางเดินหายใจเฉียบพลันรุนแรง (Severe Acute Respiratory Syndrome : SARS) ที่เกิดขึ้นในหลายประเทศ โดยตั้งแต่
วันที่ 1 พฤศจิกายน 2545 ถึงวันที่ 29 มีนาคม 2546 มีรายงานผู้ป่วยจาก 13 ประเทศ จำนวน 1,550 ราย เสียชีวิต 54 ราย เมืองและประเทศที่องค์การอนามัยโลกแจ้งเป็นพื้นที่ติดโรค (Affected area) ได้แก่ จีน (ปักกิ่ง ,กวางตุ้ง, ฮ่องกง, เซี่ยงไฮ้, ไต้หวัน), กรุงฮานอย ประเทศเวียดนาม, สิงคโปร์ และเมืองโตรอนโต ประเทศแคนาดา โดยมีรายงานผู้ป่วยและผู้เสียชีวิตที่พบมาก คือ
- จีน มีผู้ป่วย 806 ราย เสียชีวิต 34 ราย (รายงานจากมณฑลกวางตุ้ง ตั้งแต่ 16 พฤศจิกายน 2545 ถึง 28 กุมภาพันธ์ 2546)
- ฮ่องกง มีผู้ป่วย 470 ราย เสียชีวิต 10 ราย
- เวียดนาม มีผู้ป่วย 58 ราย เสียชีวิต 4 ราย
- สิงคโปร์ มีผู้ป่วย 89 ราย เสียชีวิต 2 ราย

ทั้งนี้ จากการสอบสวนเพื่อหาสาเหตุของโรค จนถึงขณะนี้ยังไม่อาจยืนยันเชื้อที่เป็นสาเหตุของการระบาดครั้งนี้ ในเบื้องต้นสงสัยว่าน่ามาจากไวรัสในกลุ่ม Paramyxoviridae, Corona virus อย่างไรก็ดี องค์การอนามัยโลกได้ประมวลข้อมูลอาการผู้ป่วยที่ผ่านมา สรุปอาการทางคลินิกที่สำคัญของผู้ป่วยที่สงสัยโรคทางเดินหายใจเฉียบพลันรุนแรง คือ มีไข้สูงมากกว่า 38 องศาเซลเซียส และมีอาการระบบทางเดินหายใจต่อไปนี้อย่างน้อย 1 อาการ ได้แก่ ไอ หายใจเร็ว หายใจลำบาก และมีประวัติการเดินทางไปในเขตเกิดโรค หรือประวัติสัมผัสใกล้ชิดกับผู้ป่วยโรคทางเดินหายใจเฉียบพลันรุนแรง ส่วนในรายที่น่าจะป่วยเป็นโรค (Probable case) จะมีปรากฏอาการปอดอักเสบร่วมด้วย อนึ่ง ขณะนี้ยังไม่มีการรักษาเฉพาะโรค นอกจากการรักษาตามอาการ
ในส่วนของประเทศไทย กระทรวงสาธารณสุขได้จัดระบบการเฝ้าระวังและควบคุมโรคดังกล่าวไว้อย่างชัดเจน ซึ่งจะช่วยให้ค้นหาผู้ป่วยได้รวดเร็วและป้องกันควบคุมโรคได้ผลดี ตั้งแต่ต้นเดือนมีนาคมเป็นต้นมา มีผู้ป่วยสงสัยที่เดินทางมาจากประเทศเวียดนามและฮ่องกง จำนวน 5 ราย เสียชีวิต 1 ราย (รายงานขององค์การอนามัยโลกมีผู้ป่วย 3 ราย เสียชีวิต 1 ราย เป็นข้อมูลที่ยังไม่ล่าสุด) ผู้เสียชีวิตเป็น
นายแพทย์ขององค์การอนามัยโลก ที่มีประวัติเดินทางไปสอบสวนการเกิดโรคทางเดินหายใจเฉียบพลันรุนแรงที่ประเทศเวียดนาม และได้รับการรักษาที่โรงพยาบาลบำราศนราดูร ตั้งแต่วันที่ 11 มีนาคม 2546 เสียชีวิตเมื่อวันที่ 29 มีนาคม 2546 อนึ่ง ตลอดระยะเวลาที่เข้ารับการรักษาในประเทศไทย เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานได้ให้การดูแลรักษาผู้ป่วยอย่างเต็มที่ และมีมาตรการป้องกันการติดเชื้อในบุคลากรที่เข้มงวด จนถึงขณะนี้ไม่มีบุคลากรในโรงพยาบาลที่ติดเชื้อจากผู้ป่วย ส่วนผู้ป่วยสงสัยอีก 3 ราย ได้รับการดูแลอาการจนหายเป็นปกติและได้ออกจากโรงพยาบาลแล้ว อีก 1 ราย อาการดีขึ้นมาก คาดว่าจะออกจากโรงพยาบาลเร็วๆ นี้ และไม่ปรากฏการแพร่กระจายเชื้อต่อไปในชุมชน องค์การอนามัยโลกจึงรายงานว่า ประเทศไทยไม่มีการแพร่ระบาดของโรคภายในประเทศ

มาตรการดำเนินงานของกระทรวงสาธารณสุข แม้ประเทศไทยยังไม่มีการระบาดของโรคทางเดินหายใจเฉียบพลันรุนแรง แต่เนื่องจากการระบาดของโรคอยู่ในภูมิภาคนี้ และยังไม่ทราบการติดต่อของโรคนี้ที่ชัดเจน จากข้อมูลการสอบสวนโรคเบื้องต้น ผู้ป่วยที่ได้รับเชื้อจากผู้ป่วยรายแรก ๆ มักมีประวัติเป็นผู้สัมผัสใกล้ชิดหรือเป็นบุคลากรสาธารณสุข
ในโรงพยาบาล จึงมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมีมาตรการพิเศษ เพื่อป้องกันมิให้เกิดการระบาดของโรคเข้ามาในประเทศไทย ซึ่งมาตรการสำคัญที่กระทรวงสาธารณสุขได้ดำเนินการ มีดังนี้

1. การติดตามเฝ้าระวังสถานการณ์โรค กระทรวงสาธารณสุขได้จัดตั้งศูนย์เฉพาะกิจ ฯ เพื่อติดตามสถานการณ์การเกิดโรคในต่างประเทศอย่างใกล้ชิด และจัดทำแนวปฏิบัติในการเฝ้าระวัง สอบสวน วินิจฉัย รักษา และควบคุมโรค แจกจ่ายให้แก่บุคลากรสาธารณสุขที่ปฏิบัติงานเกี่ยวข้องทั่วประเทศ

2. เร่งรัดการเฝ้าระวังโรคภายในประเทศ โดยแจ้งสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดและโรงพยาบาล
ทุกแห่งทั้งภาครัฐและเอกชนทั่วประเทศให้ดำเนินการเฝ้าระวัง สอบสวน และรายงานผู้ป่วยสงสัยทันที เพื่อการควบคุมโรคและแยกดูแลรักษาผู้ป่วยที่สงสัยอย่างเข้มงวด

3. เพิ่มมาตรการเฝ้าระวังโรคในกลุ่มผู้เดินทางมาจากพื้นที่ที่มีการระบาด ได้แก่ ประเทศจีน ฮ่องกง เวียดนาม สิงคโปร์ และไต้หวัน ดังนี้
? ตรวจสอบผู้โดยสารก่อนขึ้นเครื่องบิน หรือถ้าป่วยให้ขอรับใบรับรองแพทย์ว่าไม่ใช่โรคติดเชื้อ โดยเฉพาะโรคทางเดินหายใจเฉียบพลันรุนแรง (Severe Acute Respiratory Syndrome : SARS) ถ้าพบผู้ป่วยดังกล่าวให้ระงับการขึ้นเครื่อง
? ให้พนักงานบนเครื่องบินแจกแบบสอบถาม (เอกสาร ต.8) แก่ผู้โดยสารทุกท่าน เพื่อแสดงต่อเจ้าหน้าที่กรมควบคุมโรคฯ ท่าอากาศยานกรุงเทพ
? ขอความร่วมมือทุกสายการบินได้ประกาศแจ้งคำเตือนสำหรับผู้เดินทางมาจาก
เวียดนาม ฮ่องกง ไต้หวัน จีน และสิงคโปร์ เรื่อง โรคทางเดินหายใจเฉียบพลันรุนแรง ในเที่ยวบินที่มาจากประเทศดังกล่าว
? หากมีผู้ป่วยใดๆ มากับเครื่องบินให้แจ้งด่านควบคุมโรคติดต่อระหว่างประเทศก่อนเครื่องบินลงจอด/ก่อนเรือเทียบท่า
? ให้สายการบิน/เรือส่งรายชื่อผู้โดยสารและใบแสดงสุขภาพของเครื่องบิน/เรือ
ทุกเที่ยวที่เดินทางมาจากพื้นที่ที่มีการระบาด
? รายงานการใช้มาตรการเหล่านี้ต่อด่านควบคุมโรคฯ ณ ท่าอากาศยานในพื้นที่ที่มีการระบาด
นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ด่านควบคุมโรคระหว่างประเทศ ยังติดตามเฝ้าระวังผู้เดินทางจากพื้นที่ดังกล่าวที่สงสัยมีอาการป่วย โดยสังเกตอาการผู้เดินทางเมื่อออกจากเครื่องบิน ตรวจสอบจากแบบสอบถามและแจกใบเตือนสุขภาพ (Health Beware Card) ถ้ามีอาการป่วยที่สงสัย จะได้รับการตรวจร่างกายเบื้องต้น และติดตามอาการเป็นเวลา 7 วัน

4. ให้ข้อมูลเผยแพร่ความรู้สำหรับประชาชนผ่านสื่อมวลชน และบริการตอบข้อซักถามประชาชนตลอด 24 ชั่วโมง รวมถึงออกประกาศกระทรวงสาธารณสุขให้ประชาชนปฏิบัติ (รายละเอียดแนบท้าย)

5. เตรียมความพร้อมของโรงพยาบาลทุกแห่งทั่วประเทศทั้งภาครัฐและเอกชน ทั้งในด้านวิชาการและด้านสถานที่ อุปกรณ์ บุคลากร ระบบงาน เพื่อรองรับผู้ป่วยที่สงสัย

6. ขอความร่วมมือนายสถานีการบินทุกสายการบินในการเฝ้าระวังป้องกันโรคทางเดินหายใจเฉียบพลันรุนแรง

7. ขอความร่วมมือกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เพื่อชะลอการส่งเสริมการท่องเที่ยวในเขตระบาดของโรค

8.ขอความร่วมมือกระทรวงการต่างประเทศ ให้ประกาศเตือนคนไทยที่พำนักอยู่ในพื้นที่เขตระบาดของโรคทางเดินหายใจเฉียบพลันรุนแรง

9. ขอความร่วมมือทุกกระทรวง/ทบวงมหาวิทยาลัย/รัฐสภา เพื่อหลีกเลี่ยงการส่งข้าราชการไปประชุมในพื้นที่เขตระบาดของโรค

10. ขอความร่วมมือภาคเอกชนด้านธุรกิจการท่องเที่ยวในการป้องกันโรคจากพื้นที่ที่เป็นเขตระบาด
อนึ่ง ขณะนี้ศูนย์เฉพาะกิจเพื่อการป้องกันและควบคุมโรคทางเดินหายใจเฉียบพลันรุนแรง กระทรวงสาธารณสุข ยังคงติดตามสถานการณ์และเร่งรัดมาตรการต่าง ๆ อย่างใกล้ชิดและต่อเนื่องทุกวัน
เปี้ยว เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 1204 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 178 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 3 3 เม.ย. 2546 (10:41)
สวัสดีอีกครั้งครับ... รายงานสดติดขอบสนามจากเวียดนาม

ตอนนี้ที่นี่กระผมว่ายังไม่ค่อยมีมาตรการการป้องกันที่เด็ดขาดเท่าไร
ข่าวก็มีออกบ้างทางวิทยุและทีวี (ถามจากคนเวียดนามเอา
ผมฟังข่าวมันไม่ค่อยรู้เรื่องหรอก)
แต่อาจเป็นเพราะว่าอยู่ที่นี่กระผมได้ดูแต่ทีวีไทย(ยูบีซี)ก็เป็นได้
เลยไม่ได้รับข่าวสารจากท้องถิ่นเวียดนามเท่าที่ควร
อีกอย่างกระผมอยู่เมืองติดกับโฮจิมินต์ทางภาคใต้ ก็ไกลจากฮานอยพอสมควร
ตอนนี้ไม่รู้ว่าที่โฮจิมินต์มีการระบาดของเชื้อซาร์คนี้หรือเปล่า
ถ้ามีรุนแรงแค่ไหน แล้วมีคนตายกี่คนแล้ว จะพยายามหาข้อมูลมาให้ต่อไป
ตอนนี้กระผมก็อาศัยตามข่าวจากเมลและที่เมืองไทยเอา
ซึ่งบอกตามตรงว่าน่ากลัวครับ
เพราะที่นี่ยังไม่มีมาตรการเข้มงวดเรื่องผู้โดยสารที่มาจากประเทศเสี่ยงต่างๆเลย
รวมทั้งวันๆหนึ่งก็มีเที่ยวบินจากฮานอยมาลงที่โฮจิมินต์วันละหลายรอบ
นักท่องเที่ยวชาวจีน ไต้หวัน ฮ่องกงก็เดินกันยั้วเยี้ยเต็มถนนไปหมด
ยังไงเพื่อนๆหมอทั้งหลายช่วยไขความกระจ่างให้ด้วยว่าถ้าเป็นโรคนี้แล้วตาย 100
เปอร์เซ็นต์จริงหรือเปล่า

โชคดีทุกคน

ประพนธ์ ... รายงานสดจากกรุงลองอัน ประเทศเวียดนาม
praponp@hotmail.com (IP:203.172.67.4,203.172.67.1,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 4 3 เม.ย. 2546 (10:46)
ตอนนี้ สถานการณ์ ของโรคนี้ ก็คงเป็นดั่งที่หนังสือพิมพ์ว่าแล้วจริงๆ
ล่าสุดก็เมื่อวาน ที่ รพ. มอ. มีเสียชีวิต ด้วยอาการคล้ายกับ ไข้SARS
เป็นคนไข้ที่เพิ่งกลับมาจากฮ่องกง
แล้วจะทำอะไรได้บ้าง
- สรุปสั้นๆง่ายๆคือ
1.อย่าเพิ่งไปเที่ยวประเทศ ที่มีรายงานว่ามีโรคนี้ระบาด ล่าสุด
กระทรวงสาธารณะสุข ประกาศ ให้ SRAS เป็นโรคติดต่อร้ายแรงแล้ว(พบต้องแจ้งความ) และให้ พื้นที่ดังต่อไปนี้เป็น เขต อันตราย จีน ฮ่องกง ไต้หวัน สิงค์โปร์ เวียตนาม รวม5ประเทศ

2.ระวังคนที่เพิ่งเดินทางกลับมาจากประเทศนี้ แนะนำให้คนเหล่านั้นไปถือสันโดดก่อน ประมาณ14 วัน ถ้าหลังจากนี้ มักปลอดภัย

3.คอยติดตามข่าวอย่างใกล้ชิด เพราะในเมืองไทย
พื้นที่ที่มีรายงานว่าอาจจะมีการพบคนไข้โรคนี้แล้วเสียชีวิต คือที่ กรุงเทพมหานคร(บำราศนราดูร) และ หาดใหญ่(สงขลานครินทร์) พอประกาศออกไปปุ๊บ เพื่อนหมอที่นั่น คงทำงานเบาลง เพราะคนจะไม่กล้าไปตรวจ แต่ จริงๆไม่ต้องกลัวมากครับ เพราะระบบการ แยกผู้ป่วย ทำอย่างดี

4.อาการ ย้ำเหมือนเดิม เหมือนไข้หวัด( คือมีไข้(>38องศา) อาจมีน้ำมูกใส ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ เจ็บคอ) แต่เริ่มหายใจเร็ว หอบ เหนื่อย ภายหลังจากกลับจากประเทศเหล่านี้ หรือ
คบค้ากะเพื่อนที่เดินทางมาจากประเทศเหล่านี้ภายในเวลา น้อยกว่า 2 สัปดาห์

5.ติดทางไหน ได้บ้าง ตอนนี้ ทางการแพทย์กำลังหาสาเหตุอยู่ ว่า ลอยมาตามสายลม(ลมหายใจเข้าออก) หรือ ทางการไอ จาม(หายใจออกแรงๆจนเสมหะ ออกมาด้วย) แล้วสารคัดหลั่งแพร่ลอยออกมา ซึ่งอาจจะลงไปในน้ำแกง อาหารได้
ก็ต้องระวังกันหน่อย
ตอนนี้หน้ากากปิดหน้ากำลัง ขายดี แต่ เขาแนะนำว่าต้องอย่างน้อยรุ่น N95 แล้วก็กันเฉพาะละอองขนาดเล็กนะครับ ถ้าโดนคนจามใส่ ก็คงต้องรีบเปลี่ยนเพราะ มันจะทำให้พวกเสมหะซึม เข้ามาได้ ทานอาหารกับคนอื่นก็ใช้ช้อนกลางนะครับ และควรเป็นอาหารปรุงสุกใหม่ด้วย(อันนี้สุขศึกษาทั่วไป)

6.ถ้าเลยสองสัปดาห์แล้วมักปลอดภัย สำหรับคนที่มีเชื้อ แต่คนอื่น ถ้าได้รับเชื้อก็ขึ้นอยู่กับว่า ตัวเขาสร้างภูมิต่อต้านไวรัสตัวนี้ได้มากแค่ไหน ถ้ามี ก็หายเหมือนกัน ตัวเลขปัจจุบัน อัตรา ตาย ประมาณ1-5% , คนที่หายจากโรคนี้ ต้อง ทำความรู้จักเค้าไว้ให้ดีนะครับ เพราะมีรายงานทางการแพทย์ พบว่า ซีรัม
ของผู้ป่วยที่หายจากโรคนี้ จะสามารถ ช่วยเหลือ ผู้อื่นได้ การรักษาอื่นๆๆก็แบบ ประคับประคอง ร่วมกับให้ยาจัดการกับไวรัสแบบ คอกเทล

7.ตอนนี้ ทำอะไรได้บ้าง----แนะนำอยู่กับบ้านเฉยๆ อย่า ซ่าส์มาก ระวังตัวเอง และญาติพี่น้องด้วย mask รุ่น N95 ถ้าจะซื้อ ต้องหลายอันหน่อย เขาบอกว่า ถ้าใส่จนแฉะ ก็ไม่ช่วยอะไรมาก (บางคนบอกว่าประมาณ4 ชั่วโมง หรือ ใส่จนมีกลิ่นน้ำลาย
ก็ต้องเปลี่ยน)

วิชาการ.คอม ได้รับให้นำมาเผยแพร่โดยคุณหมอ วรพล เวชชาภินันท์ ต้องขอขอบคุณครับ
คุณหมอวรพล เวชชาภินันท์ (IP:203.172.67.4,203.172.67.1,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 5 3 เม.ย. 2546 (10:56)
ทราบข่าวจากเพื่อนที่ทำงานที่ NECTEC ว่า วันนี้(3 เมษา) NECTEC ปิดทำการ เพื่อทำความสะอาดระบบแอร์ และ ระบบเดินอากาศทั้งหมด เนื่องจากพบว่ามีพนักงานที่เพิ่งกลับจากเมืองจีน และมีอาการเข้าข่ายเป็นโรคดังกล่าว เพื่อเป็นการป้องกันไว้ก่อน จึงสั่งทำความสะอาด ซึ่งถือได้ว่าเป็นการตัดสินใจที่เด็ดขาดรวดเร็ว สมเป็น NECTEC
ไม่แน่ใจว่าส่วนอื่นๆของ สวทช จะปิดด้วยหรือปล่าวแหล่งข่าวไม่ได้แจ้งไว้ ใครอยู่ใกล้ๆแล้วทราบข่าวกรุณาช่วย update ด้วยครับ

NECTEC จะเปิดทำการตามปกติในวันพรุ่งนี้ครับ
อ๊อฟ เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 739 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 247 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 6 3 เม.ย. 2546 (17:29)
ผลตรวจนักวิทยาศาสตร์ 2 คนของ NECTEC พ้นไข้หวัดมรณะ

คัดลอกจาก หนังสือพิมพ์คมชัดลึก
http://www.bangkokbiznews.com/bknews/read.php?newsid=740


นายพินิจ จารุสมบัติ รมว.วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เปิดเผยว่า ได้รับรายงานจาก ศ.ดร.ไพรัช ธัชยพงษ์ ผอ.สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ(สวทช.) ว่า นักวิทยาศาสตร์ 2 รายที่เข้ารับการรักษาหลังจากมีอาการคล้ายไข้หวัดมรณะ แพทย์ตรวจและยืนยันผลแล้วว่าไม่ได้ป่วยเป็นไข้หวัดมรณะ จึงอนุญาตให้นักวิทยาศาสตร์ทั้ง 6 คนพักอยู่ที่บ้านจนครบ 14 วันตามประกาศ กระทรวงสาธารณสุข โดยขณะนี้เหลืออีก 3 วันจึงจะครบกำหนดการกักตัว ส่วนการสั่งให้ศูนย์ทั้ง 3 แห่งที่อุทยานวิทยาศาสตร์ประเทศไทย สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ ที่รังสิต จ.ปทุมธานีปิดทำงาน 1 วันนั้น เพื่อให้เกิดความปลอดภัย 100% เพราะไม่รู้ว่าทั้ง 6 คนเดินไปบริเวณไหนบ้าง โดยจะเปิดประตูหน้าต่างให้อากาศระบายถ่ายเท พร้อมทั้งทำความสะอาดท่อแอร์ด้วย ซึ่งวันนี้ (4เม.ย.) จะเปิดทำงานตามปกติ
นายพินิจ กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ยังได้สั่งการให้ศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทค โนโลยีชีวภาพแห่งชาติ (ไบโอเทค) ติดตามโรคนี้ ร่วมกับคณะแพทย์จากโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ มหาวิทยาลัยมหิดล โรงพยาบาลรามาธิบดี คณะแพทยศาสตร์ ศิริราชพยาบาล เพื่อหาวิธีการป้องกันรักษา เนื่องจากที่อุทยานวิทยาศาสตร์ประเทศไทยมีศักยภาพพอ ทั้งนี้หากมีความคืบหน้าจะแถลงข่าวต่อไป
ทั้งนี้ สวทช. ได้มีคำสั่งให้พนักงานจำนวนกว่า 1,000 คน หยุดทำงาน 1 วัน เพื่อต้องการทำความสะอาดสำนักงาน หลัง นักวิทยาศาสตร์ 6 คนเดินทางไปดูงานที่ประเทศเสี่ยงโรคหวัดมรณะและ 2 คนมีอาการป่วยคล้ายไข้หวัด
กลัวๆแมน (IP:203.172.67.4,203.172.67.1,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 7 4 เม.ย. 2546 (00:51)
รายงานเพิ่มเติมจาก หมอวรพล เวชชาภินันท์


อาการ
ช่วงแรก มันแยกยากระหว่างหวัดกับSARS ไข้ ไอ เมื่อย
น้ำมูกไหลได้เหมือนกัน แต่ปกติ เวลาเป็นหวัด สามวันก็น่าจะดีขึ้นเรื่องไข้
และไม่ควรจะหอบเหนื่อย เราว่าถ้าหายใจหอบ เหนื่ย
หรือ จับอัตราการหายใจ เกิน 20 ครั้งต่อนาที ก็ไปพบแพทย์หน่อยก็ดีนะครับ
ส่วนระดับ ความสูงของอุณหภูมิกายว่ากี่องศา ยังไม่ช่วยอะไรมาก
ในการแยกโรคครับ (คือไข้สูง ไม่สูง ไม่ช่วยวินิจฉัยมาก)

หน้ากาก
อีกอย่างวัสดุที่ใช้ทำก็มีความหมาย เพราะบางรุ่น ไม่ทนน้ำ ทำให้ สารคัดหลั่ง ซึมเข้ามาได้ หรือ ขนาด ของการกรอง ต้องควรจะ กรองอณุภาค อย่างน้อย0.1micron จำนวนชั้น ของแผ่นกรองก็ควร จะเป็นแบบ 3 ชั้น ดังนั้น ถ้าจะเลือกซื้อก็ขอให้ มีคุณสมบัติดังกล่าวนะครับ

หน้ากากผ้าช่วยไหม ทางการแพทย์โรคติดเชื้อบอกว่า ถ้าหน้ากากผ้าซัก สองชั้นก็จะกรองเชื้อวัณโรคได้ แต่ เจ้าเชื้อ ตัวนี้ อาจจะต้องหลายชั้นหน่อย(ขนาดเชื้อ ว่ากันว่า 20-120 ไมครอน) แต่ใส่ดีกว่าไม่ใส่นะครับ เพราะอย่างน้อยก็ลดจำนวนเชื้อลงก็ลดโอกาสการติดเชื้อลง

ไม่ควรให้คนอื่นซื้อหน้ากากให้
ตอนนี้ ข้อมูลทางการแพทย์ เค้าบอกว่า มันติดทางสิ่งของได้(และคิดว่าเป็นทางแพร่เชื้อหลักด้วย) เราคิดว่าน่าจะไปหาซื้อเอง กันการจับโดยมือ คนอื่นให้น้อยที่สุดแต่ก็ต้องไปดูแหล่งที่ซื้อด้วย ผมว่า ร้านขายยาก็น่าห่วง เพราะ คนที่ไปบางคนก็อาจมีคนใกล้ชิดหรือญาติติดเชื้อที่บ้าน ให้คนอื่นไปซื้อ ไม่รู้ จับถือยังไง ช่วงนี้ระวังตัวหน่อย
เปี้ยว เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 1204 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 178 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 8 4 เม.ย. 2546 (00:52)
หน้ากากรุ่นที่ 1

หน้ากาก ที่บอกว่าพอจะกันได้ คือรุ่น N95 มันคืออะไร เพื่อไม่ให้งง มีรูปมาให้ดู รุ่น N95 รุ่นนี้กรองได้มากถึง 95% ถ้าใส่อย่างถูกต้อง (ต้องแนบสนิทกับสันจมูกและครอบแก้มได้ปิดสนิทพอดีเป๊ะ)
19165

เปี้ยว เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 1204 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 178 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 9 4 เม.ย. 2546 (00:53)
รูปที่สอง เป็นN95flat จะแบนขึ้น แนบสนิทมากขึ้น แต่แพงขึ้น
ทั้งสองรุ่นแรก ถ้าหาได้ก็ดีครับ เพราะกันได้แบบมีประสิทธิภาพมาก
สำหรับเชื้อที่สามารถ ติดได้ ทางลมหายใจ
แต่ตอนนี้ ในเมืองไทย หาได้ยากมาก เพราะโดนกว้านซื้อไปหมด
19166

เปี้ยว เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 1204 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 178 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 10 4 เม.ย. 2546 (00:53)
รูปที่สาม อันนี้เป็นแมสที่อย่างน้อยควรจะหาไว้มาป้องกัน ที่จริง
แมซรุ่นนี้ ทางการแพทย์จะใช้ใส่เพือ่นกันการแพร่เชื้อจาก คนที่มีโรค สู่ผู้อื่น ส่วน
สองแบบแรก ใช้กัน เชื้อ หรือ สารเคมี จากสิ่งแวดล้อม เข้าทางเดินหายใจเรา
แต่ เนื่องจาก สองแบบแรก มีราคาแพง และ หายาก จึงมีการปรับเปลี่ยนเอาแบบ
ที่สามมาใช้ โดยมีวิธีการคือ ต้องหา วัสดุมา ปิดช่องว่าง ระหว่างสันจมูก
โหนกแก้ม และข้างใบหูให้สนิท ก็จะพอทนไหว
19167

เปี้ยว เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 1204 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 178 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 11 4 เม.ย. 2546 (18:48)
ตอนนี้รู้สึกคัดจมูก และไอนิดๆแต่คิดว่าไม่น่าใช่มั้ง กลัวเหมือนกัน
กลัว (IP:203.144.195.65,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 12 5 เม.ย. 2546 (10:38)
ตอนน้เพื่อร่วมห้องสองคนเป็นหวัด
แล้วยังไออีก ตอนนี้บ่นเจ็บคอ
คนแรกเป็นมาเกือบสองอาทิตย์ยังไมม่หาย
อีกคนเพิ่งติด แต่ตอง1ยังไม่เป็น
สองคนนี้ไม่ยอมไปหาหมอ
เขาสองคนมีอาการคล้ายๆนะเนี่ย
111 (IP:202.28.27.3,10.7.1.30,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 13 5 เม.ย. 2546 (12:50)
อ่านดูแล้ว อาการก็เหมือนกับไข้หวัด ไอเจ็บคอทั่วไป
ผมเป็น ๆ หาย ๆ ปีละหลายหน ก็ยังไม่ถึงกับตาย
บางครั้งก็ไปหาหมอ บางครั้งก็หายเอง

จะสังเกตได้อย่างไรว่ามันคือหวัดทั่วไป หรือ sars ครับ

ฮ้าดเช้ย ๆ
อุ้บส์ ขอโทษที มีใครติดไปบ้างหรือเปล่าครับ
นิรันดร์ (IP:203.148.136.66,203.148.159.34,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 14 5 เม.ย. 2546 (13:46)
ต้องมีไข้เกิด 38 องศาครับ เจ็บคอด้วย
ทางที่ดีถ้ามีอาการหวัดก็ไปหาหมอไว้ก่อนครับเป็นไม่เป็นอีกเรื่องนึง
แต่ดูท่าทางแล้วเป็นแล้วมีโอกาสหายสูงนะครับถ้าได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที ผู้ป่วยที่เสียชีวิตมักเป็นผู้สูงอายุหรือผู้ที่ร่างกายอ่อนแอมากนะครับ อย่าพึ่งตกใจกลัวมากเกินไปแต่ต้องป้องกันไว้ให้ดีที่สุด
ตอนนี้ผมไม่ไปดูหนัง ไม่ขึ้นรถแอร์เลยครับ
อ้อ อ.นิรันดร์ครับอาจารย์จามใส่บอร์ดยังงี้ระวัดแพร่ไวรัสสู่คอมพิวเตอร์นะครับ
paganini เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 352 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 162 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 15 6 เม.ย. 2546 (18:47)
I would like to know more about this virus...if it is not too difficult, could you please find some more for me ???...Such as Can it be alive in the hot food ? or something like that...Thank
Chemist (IP:210.50.45.120,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 16 9 เม.ย. 2546 (11:06)
ผมว่าออกไปใช้ชีวิตนอกบ้านให้โดนแดดให้มากขึ้นหน่อยก็คงจะช่วยป้องกันได้มาก ยิ่งตอนนี้เป็นหน้าร้อนเชื้อโรคแพร่ได้ยากอยู่แล้วในที่กลางแจ้ง ไวรัสอยู่ได้แค่ 3-4 ชั่วโมงเท่านั้น พอโดน UV ก็ตายกันบ้างแล้ว ที่สิงคโปร์ กับ ฮ่องกง ติดกันเยอะก็เพราะอยู่กันอย่างแออัด อับชื้น ไม่ออกไปทำกิจกรรมการแจ้งซะบ้าง ออกมาออกกำลังกายกันดีกว่าอย่างน้อยก็ปลอดภัยกว่าการหลบร้อนตากแอร์ในห้างสรรพสินค้า
E=MC^2(New_civilization) (IP:168.70.227.60,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 17 25 เม.ย. 2546 (16:02)
โรคนี้ไม่นานคงจะหาทางออกได้น๊ะ
phanom (IP:202.129.39.236,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 18 10 พ.ค. 2546 (09:22)
ผมคิดว่าควรหลีกเลี่ยงการเดินทางไปยังประเทศที่เป็นพื้นที่ที่เป็นเขตระบาดของโรคนี้ จนกว่าสถานการณ์ระบาดของโรคนี้จะยุติลง เพื่อป้องกันไม่ให้ประชาชนได้รับอันตรายจากโรคนี้ และป้องกันไม่ให้เกิดการระบาดของโรคนี้ในประเทศไทยได้และควรออกกำลังกายสม่ำเสมอเพื่อป้องกันโรคอื่นมาแซกแซง....
นายดิเรก บุญเกิดมา (IP:202.47.247.130,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 19 16 พ.ค. 2546 (17:12)
copy มาจากเว็บผู้จัดการออนไลน์
http://www.manager.co.th/China/viewNews.asp?newsid=4651570565104

\'ซาร์ส\' ช่วยเด็กสอนความซื่อสัตย์ให้กับผู้ใหญ่
โดย ผู้จัดการออนไลน์

พีเพิลเน็ต- ในช่วงเวลาแห่งการระบาดของโรคซาร์ส ทำให้คนจีนได้เรียนรู้สิ่งต่างๆมากมายไม่ว่าจะเป็นการเรียนรู้วิธีการปกป้องตนเอง การทำงานอย่างไม่เห็นแก่ตนเองของเหล่าแพทย์และพยาบาล วิกฤตครั้งนี้ ทำให้ผู้คนซาบซึ้งถึงความเสียสละ แม้กระทั่งการพูดความจริงของเด็กตัวเล็กๆ ก็ทำให้ผู้ใหญ่จำนวนมากได้เรียนรู้ถึง ‘ความซื่อสัตย์’ และ ‘ความรับผิดชอบ’

เมื่อวันที่ 6 พฤษภาคมซึ่งเป็นวันเปิดเรียนวันแรกของโรงเรียนประถมซื่อเจี้ย เขตหยางผู่ในเมืองเซี่ยงไฮ้ หลังจากวันหยุดเทศกาลแรงงาน 5 วัน เด็กหญิงเสี่ยวเยว่ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 ของโรงเรียนแห่งนี้ ต้องก้าวออกจากบ้านอย่างไม่ค่อยสบายใจ เหตุเพราะ ‘ใบรายงานสถานการณ์การป้องกันโรคหวัดมรณะ’ในกระเป๋าที่คุณปู่กรอกอย่างลวกๆเมื่อตอนเช้า มีข้อมูลที่ไม่ตรงกับความจริง

ก่อนยื่นรายงานให้คุณครู หนูน้อยละล้าละลังอยู่นาน จนในที่สุดก็ตัดสินใจลบข้อความเดิมและใช้ดินสอเขียนข้อความ ‘มีลูกพี่ลูกน้องมาจากต่างถิ่นมาหา’ลงไปข้างๆช่องที่ถามว่า ‘ที่บ้านมีคนต่างถิ่นมาหาบ้างหรือไม่’ ซึ่งคุณปู่ได้กรอกไว้ว่า ‘ไม่มี’

รอยลบเล็กๆดังกล่าวทำให้คุณครูสงสัยเอะใจ จึงเรียกตัวเด็กมาไต่ถาม หลังจากได้ความเป็นที่เรียบร้อย ทางโรงเรียนก็รีบติดต่อกับทางครอบครัวของเสี่ยวเยว่ เพื่อให้ผู้ปกครองมารับเสี่ยวเยว่กลับบ้าน และให้อยู่ในความดูแลของแพทย์เป็นเวลา 2 สัปดาห์เพราะกลัวเด็กอาจติดเชื้อจากญาติต่างถิ่น เมื่อคุณปู่มาถึงก็โกรธและด่าว่าเสี่ยวเยว่เป็นการใหญ่ หนูน้อยก็ได้แต่ตามคุณปู่กลับไปอย่างละห้อย

บางทีสำหรับเสี่ยวเยว่แล้ว เรื่องราวควรจะจบลงตรงนี้ และหนูน้อยคงไม่คาดคิดว่า วันต่อมา ตัวเองจะกลายเป็น ‘หนูน้อยผู้พิทักษ์ความซื่อสัตย์’ของโรงเรียน คุณครูท่านหนึ่งในโรงเรียนประถมซื่อเจี้ยเล่าว่า หลังจากที่ความกล้าหาญของเสี่ยวเยว่ได้ถูกลือเลื่องไปทั่วโรงเรียน ก็มีเด็กนักเรียนทยอยกันเข้ามา‘เปิดโปง’การปิดบังความจริงของผู้ปกครองกันตลอดอาทิตย์ เมื่อวันที่ 9 พฤษภาคม ทางโรงเรียนได้รับ‘รายงาน’จากนักเรียนกว่า 20 คนว่า ผู้ปกครองไม่ได้วัดอุณหภูมิร่างกายลูกๆจริงก่อนที่จะเติมข้อความในช่อง‘อุณหภูมิร่างกายตอนเช้า’ บางคนก็บอกว่า พ่อแม่ได้กรอกรายงานเสร็จไปตั้งแต่ตอนกลางคืนแล้ว

คุณครูท่านหนึ่งกล่าวอย่างหดหู่ว่า “ถ้าเสี่ยวเยว่ไม่ได้เริ่มต้นพูดความจริง พวกเราคงไม่รู้ว่า จะมีผู้ปกครองที่ไม่รับผิดชอบกับลูกของตนเองและคนอื่นมากขนาดนี้”

ผู้สื่อข่าวเชื่อว่า ในบรรดาเด็กที่กล้ากล่าวโทษ ‘เบื้องบน’เหล่านี้ คงจะมีจำนวนไม่น้อยเลยที่ถูกด่าว่า แต่พวกเขาก็ไม่เสียใจกับการกระทำของตนเองเลยสักนิด เสี่ยวหยางเด็กน้อยที่เปิดเผยว่าคุณพ่อโกหกตัวเลขอุณหภูมิร่างกาย เล่าว่า “ตอนที่คุณพ่อว่าผม ผมถามว่า ผมผิดตรงไหน ท่านตอบไม่ได้ ...หลังจากนั้นสองวัน ท่านมาบอกว่า ท่านผิดเอง”

“ในการต่อสู้ระหว่างความซื่อสัตย์กับคำโกหกครั้งนี้ พวกเด็กๆได้รับชัยชนะอย่างเห็นได้ชัด” คุณครูท่านหนึ่งกล่าว “เพราะขณะนี้ ผู้ปกครองเกือบจะทุกบ้าน ต่างก็ให้ความสำคัญกับการเขียนรายงานสถานการณ์และตรวจวัดอุณหภูมิร่างกายอย่างจริงจัง ผู้ปกครองที่เคยโกหกโทรศัพท์มาบอกว่า หลังจากเกิดเหตุการณ์นี้ขึ้น ทำให้รู้สึกว่าลูกของตนเป็นผู้ใหญ่มากขึ้น”

วันนี้ เสี่ยวเยว่ยังคงต้องอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์อยู่ที่บ้าน แต่สำหรับเรื่องที่เกิดขึ้นนั้น คุณปู่ได้ ‘ยอมรับผิด’ กับเธอแล้ว.
VSL (IP:130.54.130.228,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 20 19 พ.ค. 2546 (15:36)
มาจากไหนครับมาได้ไง
kittipon27061@thaimail.com (IP:203.155.35.113,172.20.10.13,)

หากจะโพสต์คำตอบสำหรับกระทู้ในห้องนี้ ล๊อกอินก่อนนะคะ
สมัครสมาชิก ฟรี ตลอดชีพ ที่ http://www.vcharkarn.com/my ค่ะ
วิชาการ.คอม

บทความแนะนำ

Blog แนะนำ

Hot Links

ขอบคุณผู้สนับสนุน

Google
 
ติดต่อลงโฆษณา :   คุณอันนา 081 4965363
สำนักงาน :   02 2015735
อีเมล์ :   
Copyright© 2000-2007, Vcharkarn.Com. All rights reserved.
คลิ๊กเพื่อดูสถิติ
รับรองและสนับสนุนโดย

สสวท.

มูลนิธิ พสวท.

พสวท.