|
ยูคาลิปตัส
โพสต์เมื่อ:
15:04 วันที่ 11 ก.พ. 2551 ชมแล้ว:
11,543
ตอบแล้ว:
13
ตามข่าว: http://www.matichon.co.th/news_detail.php?id=19687&catid=37&catid=27
ข้อเท็จจริงเป็นเช่นไร ความเหมาะสมเป็นอย่างไร "ไม้ยูคาทำให้ดินและระบบนิเวศเสีย..." ความเชื่อหรือความจริงที่โดนผลประโยชน์บดบัง ใคร่ขอผู้รู้ช่วยแจ้งด้วยครับ จำนวน 13 ความเห็น, หน้า่ | -1- ความเห็นเพิ่มเติมที่ 1 12 ก.พ. 2551 (09:40) ความจริงของยูคาลิปตัส สัมภาษณ์รุ่นพี่ศิษย์เก่าเกษตรศาสตร์ คณะวนศาสตร์ KU 61 เมื่อวานนี้ ยูคาลิปตัส เป็น ต้นไม้ที่ปลูกในเขตร้อน และแห้งแล้ง เติบโตเร็ว เนื่องจากมีความสามารถในการดูดน้ำเคลือบผิวดินและแร่ธาตุมาก ทำให้ผืนดินในบริเวณนั้นมีลักษณะที่แห้งแล้ง พืชหรือวัชพืชชนิดอื่น ๆ ที่มีความสามารถในการดูดน้ำน้อยกว่าก็จะไม่สามารถเติบโตขึ้นได้ นอกจากนี้ ลูกไม้ที่ร่วงหล่นจากต้นแม่ ก็จะไม่สามารถเจริญบริเวณนั้นด้วย เนื่องจากรากของยูคาลิปตัสจะปล่อยสารที่ยับยั้งการเจริญของเมล็ดของมันเอง เพื่อไม่ให้เกิดการแก่งแย่งในบริเวณนั้น จากลักษณะดังกล่าว ทำให้ความหลากหลายในบริเวณนั้นสูญเสียไป เหลือเพียงต้นยูคาลิปตัสเท่านั้นที่เหลือรอดในบริเวณนั้น จึงนิยมปลูกในพื้นที่แห้งแล้ง ความชื้นต่ำ บางบริเวณที่นิยมปลูกเป็นเหมืองแร่เก่า อย่างไรก็ดี ต้นยูคาลิปตัส ก็เป็นพืชชนิดหนึ่ง ที่มีการคายน้ำ คืนความชุ่มชื้นได้เช่นกัน และยังเป็นที่อยู่อาศัยของสิ่งมีชีวิต ใบของยูคาลิปตัสจะหนา และกักเก็บน้ำได้ดี เมื่อร่วงหล่นจากต้น จะคลุมดินส่งผลให้ความชื้นในดินไม่สูญเสียไป โดยความเห็นของผู้สัมภาษณ์ การส่งเสริมให้ปลูกยูคาลิปตัส ไม่ใช่สิ่งผิด ซึ่งก็คงจะดีกว่าพื้นที่รกร้างแห้งแล้งที่เดิมปลูกอะไรก็ไม่ขึ้นอยู่แล้ว แต่ถ้าจะปลูกในพื้นที่อุดมสมบูรณ์ ควรปลูกให้หลากหลายชนิด เพื่อให้เกิดความสมดุล มิใช่ปลูกเป็นสวนป่าชนิดเดียว ซึ่งจะทำให้ความอุดมสมบูรณ์และความหลากหลายสูญเสียไป ความเห็นเพิ่มเติมที่ 2 12 ก.พ. 2551 (10:38) สวัสดีครับ 006 ขอเสนอด้วย 006 ไม่เห็นด้วยถ้าจะปลูกในคันนา หรือใกล้กับแหล่งพื้นที่ ที่ทำการเกษตร(ปลูกผักขาย หรือ นาข้าว) เพราะไม้ยูคาลิปตัส เป็นไม้ยืนต้น จะบางแดดของพืชผลิตที่ปลูก และแย่งอาหารบางส่วนของพืชที่อยู่ใกล้ต้น ยูคา ฯ แต่ 006 เห็นด้วยกับการที่จะปลูกยูคาลิปตัสถ้าปลูกเป็นสวน เพราะจะช่วยในการปกคลุมหน้าดิน ไม่ให้หน้าดินสัมผัสความร้องโดยตรง และเป็นพืชที่ช่วยคาย ก๊าซออกซิเจน บ้าง เพราะทุกวันนี้ โลกร้องส่วนหนึ่งมาจากไม่มีต้นไม้บางหน้าดิน ทำให้แผ่นดินร้อง บวกกับ การที่มนุษย์ใช้เทคโนโลยีฆ่าโลกอีก บทสรุปแนวคิด 006 คือ ไม่อยากให้ปลูกใกล้กับแหล่งการเกษตรแบบ อายุสั้น แต่สนับสนุนให้ปลูกเป็นสวน น่ามีประโยชน์มากกว่า ความเห็นเพิ่มเติมที่ 3 12 ก.พ. 2551 (12:21) <P>พวกคุณมีความรู้จริงกันแค่ไหนที่จะปลูกและส่งเสริม ถ้าใครคิดว่าปลูกแล้วดีมีความเชื่อกันที่ผิดก็ปลูกเข้าไป แต่ถ้าดีจริงทำไมประเทศที่เป็นเจ้าของถึงเข้าขั้นวิกิต ต้องใช้มาตรการประหยัดน้ำในระดับ 6 คนไทย ภูมิปัญญาไทยก็ดีอยู่ปลูกพืชผักสวนผสมไว้อยู่ ไว้ใช้ ไว้กิน คงความอุดมสมบูรณ์ไว้ และยังรักษาระบบนิเวศ แต่เมื่อประมาณ 50-60 ปีที่ผ่านมามีคนที่เป็นขี้ฆ่า นายทุนเห็นแก่อามิจสินจ้างค่าน้ำร้อนน้ำชาทำให้ประเทศชาติ.....</P> <P>มีทางออกอีกมากมายทำไมต้องยูคา และพืชเชิงเดี่ยว</P> พิทักษ์ ทรณี (IP:124.120.27.132) ความเห็นเพิ่มเติมที่ 4 12 ก.พ. 2551 (15:06) ขออย่าให้มันเป็นเรื่องการเมืองได้มั้ยครับ จริงอยู่ที่ คุณความเห็นที่ 3 บอกว่ามีทางออกอีกมาก ซึ่งนี่ก็คงเป็นทางออกที่แก้ปัญหาอีกวิถีทางหนึ่งในอีกมากมาย ซึ่งไม่สมควรพิจารณาหรือ ผมเชิญมาร่วมวิเคราะห์ ความเป็นไปได้ ผลดี ผลเสียที่อาจจะเกิดขึ้น วิธีหลีกเลี่ยง ข้อมูล ข้อเท็จจริง คำแนะนำ อยากให้ทุกคำแนะนำเป็นประโยชน์ เป็นข้อเท็จจริงที่สามารถรับรู้ และประเมินค่าได้ ถ้าจะกรุณา ผมในฐานะผู้ไม่รู้จริง ขอให้คุณพิทักษ์ ทรณี ช่วยให้ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับต้นยูคาลิปตัสได้มั้ยครับ ว่ามีแหล่งที่มาอย่างไร ประเทศต้นกำเนิดที่กำลังวิกฤติ เกิดอะไรขึ้น คาดว่าจะเป็นประโยชน์มากเลยครับ ผมได้มรดกที่ดินมาจากคุณพ่อจำนวน ๓๐ ไร่ เมื่อก่อนนี้ทำนาก็ขาดทุน ต่อมาปลูกอ้อยก็ยังขาดทุนมาสองรุ่นแล้ว จึงตัดสินใจไม่ทำอะไรอีกแล้ว ก็เสียดายที่ดินเพราะทิ้งไว้ที่ดินก็แห้งไม่มีอะไรเกิดเลยนอกจากวัชพืชต่าง ๆ นา ๆ จึงตัดสินใจนำเอากล้ายูคามาปลูกตอนนั้นราคาต้นละ๗๕ สต. ปลูกจำนวน ๑๒,๐๐๐ ต้น ผมก็ไม่ได้ไปดูอีกเลยเป็นเวลาปีกว่า หวังเพื่อให้เป็นพืชที่คลุมดินและโตขึ้นเป็นต้นไม้ยืนต้นที่สามารถนำมาใช้อะไร ๆ ได้บ้างเท่านั้น ปรากฏต้นยูคาโตเร็วมากครับ และพื้นที่ก็ชุ่มชื้นดีกว่าเดิมเยอะครับ มีแมลงมีนกมาอาศัยมากมาย และเป็นแหล่งอาหารของชาวบ้านได้อีกด้วยเพราะชาวบ้านเข้าไปล่านก ล่าหนูมาเป็นอาหารกันสนุกเลยล่ะครับ จากการไปดูสวนยูคาที่ปลูก ตลกครับ มีคนเข้ามาเหมาต้นยูคาในสวนผมครับ บอกวาจะให้ หลายแสนบาทครับ ทั้งที่ผมไม่ได้ทำอะไรกมายแค่หากล้ายูคามาปลูกและก็ล้อมรั้งด้วยเศษไม้ในสวนเท่านั้น ปีกว่า ๆ มีราคาหลายแสน (ถ้าขายไม่มีขาดทุน) แถมยังได้เงินใช้หนี้แทนการลงทุนทำนาและทำอ้อยเสียด้วยซ้ำไป มีคนที่ทำสวนยูคาบอกผมว่าอย่าเพิ่งขายนะครับ เพราะถ้าคุณเก็บไว้อีกสักสามปี คุณจะขายได้เป็นล้าน ผมอดหัวเราะไม่ได้ เมื่อผมมาศึกษาเรื่องปลูกยูคาจริง ผมยิ้มทุกวันที่คิดถึงต้นยูคาที่ผมปลูกเลยละครับ เพราะทุกวันนี้ราคายูคาอยู่ที่ ตันละ ๑,๒๐๐ - ๑,๕๐๐ บาท ครับขายรับเงินสดได้ด้วย ถ้ายูคาที่ปลูกต้นละ ๑๐๐ กิโลกรัม จะมีเงินเท่าไหร่ครับ แล้วอย่างนี้ถ้าใครมีที่ดินว่างเปล่าจะให้เขาทำอะไรครับ นักวิชาการอย่ามัวแต่คิดครับให้บอกมาว่าจะให้ทำอย่างไร แต่สำหรับผมนะครับ อีกสามปีมีเงินใส่กระเป๋าเจมส์บอนเป็นล้านเดินทานก๋วยเตี๋ยวได้เป็นสิบ ๆ ปี แถมไม่มีหนี้สินอีกด้วย สบายดีครับ คนไม่คิดแต่ทำ (IP:124.121.122.42) จริงเหรอครับ น่าสนใจมากครับ ถ้าเป็นไปได้ผมอยากดูรูปสวนได้มั้ยครับ ผมอยากทราบองค์ประกอบ สภาพแวดล้อม ความคิดของผม เป็นไปได้ว่าการปลูกแบบปล่อยเป็นวิธีที่ดี ปนไปกับพืชธรรมชาติทำให้เกิดความสมดุล แบบป่าอนุรักษ์ มากกว่าปลูกเป็นสวนป่า และไม่มีการเร่งรีบเก็บผลผลิต การหมุนเวียนจึงเป็นระบบ ไม่สูญเสียความหลากหลาย ถ้าเร่งปลูก เร่งตัด ทำให้ยูคาใช้น้ำและอาหารในดินมาก เลยทำให้ดินในบริเวณนั้นสูญเสียความอุดมสมบูรณ์ไป ทีนี้ล่ะปลูกอะไรก็ไม่ขึ้น นักวิชาการเองก็มีนะครับ ประเภททำไม่คิด ไม่ใช่ไม่มี ผลลัพธ์ก็เห็น ๆ กันอยู่ DDT, CFC, ... วิ่งตามแก้กันเข้าไปสิครับ ผมว่าทำโดยไม่คิดไม่ใช่เรื่องยาก ผลประโยชน์ที่อยู่ข้างหน้ามันบังความคิดหมดแหละครับ ชนรุ่นหลังเป็นอย่างไรไม่ใช่ปัญหาของเขาหรอก... ครับ 006 แจมอีกนิดนะครับ แฮ หลายคนหลายความคิดเลยหน๊อ หลายคนบอกว่า ยูคาฯ เป็นพืชที่ใช้ธาตุอาหารมากจริง แต่ยังเป็นส่วนหนึ่งที่ทำการกรองอากาศให้เรา คลุมหน้าดิน ไม่ใช่ให้แต่พื้นดินกับหญ้าที่มี ผมเองจะเห็นด้วเป็นอย่างมากเลยถ้าปลูกในดินที่ไม่มีการปลูกพืช ขึ้นอยู่กับวิธีจัดการสินะครับ ความเห็นเพิ่มเติมที่ 9 20 ก.พ. 2551 (10:14) <P>ผมไม่ใช่คนทำไม่คิดเป็นคนที่ไม่คิดแต่ทำจากเรื่องที่เล่ามานั้นสามารถไปชมสวนยูคาผมได้ที่บ้านอาแวะตำบลบุแกรงอำเภอจอมพระจังหวัดสุรินทร์มีสวนยูคาสวนเดียวที่ปลูกโดยไม่ได้ดูแลอะไรมากแค่ล้อมรั้วทิ้งไว้ครับผมเหลือที่ว่างไว้ด้านหน้าสวนอีกประมาณสี่ไร่สำหรับปลูกสร้างบ้านได้ปลูกพืชผลที่สามารถทานได้มีมะม่วงมะพร้าวและอื่นๆปลูกพืชสวนครัวผักผลไม้ได้และวัดเนื้อที่ไว้ให้ถนนสามารถขยายเลนได้อีกรวมที่ติดถนนประมาณสองไร่อยู่ด้านหน้าสวนครับ</P> <P>เป็นแนวทางการแก้ปัญหาในเรื่องระบบเศรษฐกิจได้ไหมถ้าถามอย่างนี้ ผมว่าได้นะครับที่แน่ๆเลยตอนนี้ถ้าขายต้นไม้ก็ได้เงินแล้วประมาณสามแสนบาทจากการที่มีนายทุนมาเหมาสวนรับเงินสดเลยระบบเศรษฐกิจการเงินของผมก็จะเปลี่ยนไปอย่างแน่นอนลืมบอกไปว่าผมรับราชการมีเงินเดือนประจำมีค่าใช้จ่ายตายตัวเงินเดือนก็คงจะลงตัวกับค่าใช้จ่ายรายเดือนเพราะรัฐคำนวณมาแล้วว่าต้องอยู่ได้ถ้าไม่อย่างนั้นข้าราชการคงลาออกหมดแล้ว</P> <P>ถ้ามีเงินจากการปลูกยูคาในเนื้อที่สามสิบไร่นี้เป็นเงินสักหนึ่งล้านบาทหักค่าใช้จ่ายสักห้าแสนที่เหลือน่าจะเป็นเรื่องที่ดีสำหรับชีวิตข้าราชการชั้นผู้น้อยอย่างผมเสียด้วยซ้ำไปปัญหาเรื่องเศรษฐกิจในครอบครัวก็จะเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีถึงดีมากและถ้าการปลูกยูคาเป็นไปตามที่ผู้ที่ปลูกก่อนทำมาคือตอที่สองที่สามารถเก็บไว้ได้ถึงสามต้นระยะอีกห้าปีก็สามารถตัดได้นั้นแหละคือชีวิตที่ดีบั้นปลายของข้าราชการที่มีแนวทางในการดำรงชีวิตที่ดีในระบบเศรษฐกิจทุกวันนี้โดยไม่มีการกระทบกระเทือนเลยครับ</P> <P>ผมปลูกยูคาเรียบร้อยแล้วผมจึงคิดอย่างนี้ครับผมเชื่อว่าข้าราชการหลายเปอร์เซ้นที่มีที่ดินของตัวเองแต่ไม่ได้สร้างประโยชน์อะไรในที่ดินเลยนอกเสียจากเอาไปจำนองเงินกู้ครับทำแล้วมาคิดในเรื่องดีๆกันเถอะครับช่วยตัวเองช่วยเศรษฐกิชาติครับ</P> ต่อให้อีกนิดครับ คนไม่คิดแต่ทำ (IP:58.136.98.161) ความเห็นเพิ่มเติมที่ 10 21 ก.พ. 2551 (15:57) <P>ถึงคุณความเห็นที่ 9</P> <P>พันธุ์ที่คุณใช้ เป็นพันธุ์อะไร ?</P> sombat@mirror.or.th (IP:58.8.86.166) ความเห็นเพิ่มเติมที่ 11 2 เม.ย. 2551 (22:21) <P> </P> <P>ถึงคนไม่คิดแต่ทำ</P> <P>ผมสนใจนะแต่ผมอยู่อุทัยธานีมีที่ว่าง 12.5 ไร่จะปลูกได้ใหมและทำอย่างไร</P> rathsaran.s@hotmail.com (IP:58.64.57.98) ความเห็นเพิ่มเติมที่ 12 9 เม.ย. 2551 (23:44) ปลูกยูคาลิปตัส ต้องใช้ปุ๋ยอะไรไม๊ครับ ปุ๋ยเคมี หรือ ปุ๋ยคอกดีกว่ากัน แล้วถ้าจะปลูกซ้ำกันไปเรื่อยๆจะส่งผลต่อสภาพดินไหมครับ มีผลต่อการปลูกครั้งต่อไปทำให้โตช้าลงหรืออะไรไหมครับ แล้วยูคาลิปตัสเป็นพืชที่มีความเสี่ยงต่อโรคและสภาพอากาศไหมครับ เพราะ เห็นว่าเป็นพืชที่ต้องใช้เวลาปลูกค่อนข้างนาน ถ้าน้ำท่วมขึ้นมาจะตายยกแปลงไหมครับ เพราะ เมืองไทยก็เป็นประจำอยู่แล้ว ถ้าตายยกแปลงไปที เงินล้านที่ฝันไว้หลายปีคงได้อันตรธานไปในชั่วพริบตา ถ้าจะทำสวนแบบผสมตามพระราชดำริของในหลวงนี่ จะเอายูคาลิปตัสไปผสมในสวนได้ไหมครับ หรือ ควรปลูกเป็นพืชกลุ่มเดียวทั้งแปลง เพราะ ยูคาลิปตัสกว่าจะขายได้รู้สึกว่าต้องใช้เวลาหลายปีอยู่ ถ้าไม่ได้รายได้อย่างอื่นควบคู่ไปด้วยก็คงไม่ไหวแน่ สนใจครับ (IP:58.9.155.208) ความเห็นเพิ่มเติมที่ 13 24 พ.ค. 2551 (18:25) <P>รู้สึกสนใจเพราะตัวเองไม่ได้เป็นคนปลูกหรอกค่ะคุณแม่เป็นคนปลูกซึ่งเรามีโอกาสไปดูที่ดินในช่วงที่ปลูกไม่กี่วัน แต่เมื่อกลับบ้านอีกที่ซึ่งห่างกันไม่นานต้องตกใจเพราะมันโตเร็วจริงๆ และก็ไม่ได้ตั้งข้อรังเกียจยูคาแต่อย่างใด แต่เนื่องจากในช่วงที่ผ่านมาเราได้ยินแต่เขาว่า เขาว่าอย่างนั้นอย่างนี้โดยที่ตัวเราเองไม่ได้ทดลอง ไม่ได้ศึกษาจริงจังจึงทัดทานคุณแม่มาตลอด ถึงแม้ตอนนี้ก็ยังไม่ค่อยสนิทใจนัก เพราะกระแสมันแรง ที่เกี่ยวข้องกับการเมือง เราจึงเข้าไม่ถึงความเป็นจริง ผลการศึกษาที่เป็นจริง เป็นกลางไม่รู้ว่าจะอ้างอิงจากอะไร แต่ที่แน่ๆ คิดว่า การปลูกแบบรวมๆ กันกับพืชอื่นๆ เพื่อให้มันมีการเกื้อกูลกันก็คงเป็นทางออกที่ดี และพอที่จะยอมรับได้เหมือนกันจึงอยากรู้ข้อมูลที่ชัดเจน จริงๆ ดิฉันเคยมีโอกาสขับรถเข้าไปสำรวจพื้นที่บริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา ซึ่งตอนนั้นเต็มไปด้วยสวนป่ายูคาล้วนๆ 2ปีที่แล้ว ก็ทำให้เกิดความรู้สึกว่าถ้าปลูกมากมายขนาดนั้นแน่นอนที่ดินเสีย เพราะดูจากตาเปล่าหน้าดินแห้งแล้ง ถูกชะล้างแบบดูแล้วปราศจากธาตุอาหารแน่นอน แถมยังทำให้ดิฉันหลงป่าจนได้เพราะต้นยูคามันเหมือนกันหมด ป่าก็ละลานไปด้วยต้นยูคา กว่าจะหลุดออกมาได้ สุดยอดเลย ถ้าสนใจลองขับรถเข้าไปดูก็ได้ แถว อำเภอกาบเชิง จ.สุรินทร์ แว่วๆ ว่าส่วนใหญ่เป็นที่ดินนายทุนล้วนๆ แต่บางส่วนอาจจะเป็นสวนยางไปแล้วก็ได้เพราะมาแรงอีกเช่นเดียวกัน</P> yungdd29@yahoo,com (IP:202.149.25.233) | ||||||