ยูคาลิปตัส

ตามข่าว: http://www.matichon.co.th/news_detail.php?id=19687&catid=37&catid=27























รมว.วิทย์ฯ ไอเดียกระฉูด สั่งปลูก 'ยูคาลิปตัส' อ้างผลวิจัยมีสารพัดข้อดี ราคาสูง เป็นพลังงานทางเลือก ให้ศึกษาขยายพื้นที่ปลูกใน 25 ลุ่มน้ำ 'สป.' โดดขวาง ยันเป็นตัวการทำโลกร้อน ทำระบบนิเวศเสื่อมโทรมแห้งแล้ง



นายวุฒิพงศ์ ฉายแสง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (วท.) ส.ส.ฉะเชิงเทรา พรรคพลังประชาชน เปิดเผยเมื่อวันที่ 10 กุมภาพันธ์ว่า ในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี จะส่งเสริมให้มีการปลูกไม้โตเร็ว ราคาดี เพื่อนำมาใช้เป็นพลังงานทางเลือก โดยเฉพาะปลูกต้นยูคาลิปตัส เนื่องจากมีงานวิจัยชี้ชัดว่า การปลูกต้นยูคาลิปตัสบนคันนาสามารถช่วยระบบนิเวศให้สมดุล ลดปัญหาโลกร้อน ทำให้ฝนตกอย่างต่อเนื่อง และเพิ่มผลผลิตการเกษตรในบริเวณใกล้เคียงได้



'ที่ผ่านมาเคยนำ ส.ส.พรรคพลังประชาชน ลงพื้นที่ภาคอีสานใต้ อาทิ จ.บุรีรัมย์ จ.ร้อยเอ็ด พบว่ามีการปลูกต้นยูคาลิปตัสบนคันนาได้ผลน่าพอใจ พื้นที่ไม่แห้งแล้ง ที่สำคัญต้นยูคาลิปตัสยังขายได้ราคาดีประมาณต้นละ 1,200 บาท ขณะนี้ตลาดกำลังขาดแคลนวัตถุดิบอย่างมาก การส่งเสริมการปลูกยูคาลิปตัสไม่เพียงแต่ช่วยเรื่องสิ่งแวดล้อม ยังสามารถนำไปใช้ประโยชน์ในการผลิตพลังงานไอน้ำให้กับสาธารณูปโภคต่างๆ โดยเฉพาะโครงการคมนาคมทั้งหมด อาทิ รถไฟรางคู่ โดยใช้เทคโนโลยีเชื้อเพลิงชีวภาพ' นายวุฒิพงศ์กล่าว



รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทย์ กล่าวอีกว่า เบื้องต้นจะส่งทีมผู้เชี่ยวชาญไปศึกษาดูงานที่ประเทศแคนาดา เพื่อศึกษาความเป็นไปได้ต่อไป และจะมอบหมายให้ ดร.รอยล จิตรดอน ผู้อำนวยการสถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำและการเกษตร (สสนก.) สำรวจพื้นที่ 25 ลุ่มน้ำของประเทศไทย เพื่อจัดหาพื้นที่ระบบนิเวศป่าฝนที่เหมาะสมสำหรับปลูกยูคาลิปตัส โดยจะประสานข้อมูลกับกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.)



ด้านนายนิคม แหลมสัก ภาควิชาวนผลิตภัณฑ์ คณะวนศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ กล่าวว่า การปลูกต้นไม้โตเร็วเพื่อใช้ประโยชน์ในการผลิตผลิตภัณฑ์ และเชื้อเพลิงชีวภาพ เป็นแนวโน้มที่ทั่วโลกให้ความสนใจ เนื่องจากเป็นเชื้อเพลิงทางเลือกที่ทดแทนเชื้อเพลิงจากฟอสซิล ยูคาลิปตัสเป็นหนึ่งในไม้โตเร็วที่ปลูกในประเทศไทยมากกว่า 10 ปี มีงานวิจัยที่พิสูจน์ได้ว่า ยูคาลิปตัสไม่ได้ส่งผลกระทบกับดินและน้ำ ผลจากการศึกษาคุณภาพดินก่อนปลูกและหลังปลูก พบว่าไม่มีการเปลี่ยนแปลง



'พืชแต่ละชนิดต้องการธาตุอาหารเหมือนกัน ไม่ว่าจะเป็นต้นยูคาลิปตัส ต้นยางพารา หรือต้นสัก แต่จะปลูกให้ได้ผลต้องขึ้นอยู่กับการจัดการพื้นที่ปลูกให้ถูกต้อง การนำไม้ยูคาลิปตัสมาผลิตเป็นเชื้อเพลิงชีวภาพนั้นมีความเป็นไปได้ ขณะนี้ยุโรปตอนใต้มีการตั้งโรงงานผลิตเชื้อเพลิงจากไม้ในระดับอุตสาหกรรม ขณะที่เทคโนโลยีดังกล่าวของไทยยังอยู่ในขั้นตอนของการพัฒนาระบบในห้องปฏิบัติการ และกำลังเข้าสู่ขั้นตอนโรงงานต้นแบบ' นายนิคมกล่าว



นายนิคมกล่าวด้วยว่า เทคโนโลยีการผลิตเชื้อเพลิงจากไม้ คือการนำไม้โตเร็วมาเข้าสู่กระบวนการย่อยด้วยวิธีการเผาไหม้อย่างรวดเร็วโดยกระบวนการเปลี่ยนแปลงองค์ประกอบทางเคมีแบบไม่ใช้ออกซิเจน หรือกระบวนการไพโรไลซิส เปลี่ยนไม้เป็นของเหลว หรือเชื้อเพลิงชีวภาพ โดยจะได้เชื้อเพลิงร้อยละ 70 ของน้ำหนักไม้ และเมื่อนำเชื้อเพลิงที่ได้ไปผ่านกระบวนการแก๊สซิฟิเคชั่นจะได้เชื้อเพลิงประเภทน้ำมันดีเซลสังเคราะห์ สำหรับใช้เป็นเชื้อเพลิงให้กับเครื่องยนต์



ขณะที่ ดร.เพิ่มศักดิ์ มกราภิรมย์ สมาชิกสภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สป.) กล่าวว่า ที่ผ่านมาทราบกันดีว่า การปลูกยูคาลิปตัสส่งผลเสียต่อสิ่งแวดล้อม เพราะยูคาลิปตัสดูดซับสารอาหารต่างๆ ในดิน และความชุ่มชื่นจากน้ำจนหมด รวมทั้งยังแย่งสารอาหารจากพืชที่ปลูกใกล้เคียงทำให้ความอุดมสมบูรณ์ของระบบนิเวศเริ่มเสื่อมโทรม แห้งแล้ง ในที่สุดอุณหภูมิจะสูงขึ้น ฝนไม่ตกตามฤดูกาล



'พื้นที่ภาคตะวันออกที่ปลูกยูคาลิปตัสจำนวนมากกลายเป็นพื้นที่ที่มีอุณหภูมิสูงขึ้น ฝนทิ้งช่วงไม่ตกต้องตามฤดูกาล ที่อ้างว่าจะทำให้ระบบนิเวศดีนั้น จึงไม่เป็นความจริง สิ่งที่น่ากังวลคือ หากปลูกยูคาลิปตัสในพื้นที่ป่าของไทย จะเพิ่มความร้อนให้โลก สวนกระแสลดโลกร้อน' ดร.เพิ่มศักดิ์กล่าว



 



 



ข้อเท็จจริงเป็นเช่นไร  ความเหมาะสมเป็นอย่างไร  "ไม้ยูคาทำให้ดินและระบบนิเวศเสีย..."  ความเชื่อหรือความจริงที่โดนผลประโยชน์บดบัง 



ใคร่ขอผู้รู้ช่วยแจ้งด้วยครับ



ความคิดเห็นที่ 21


8 ธ.ค. 2553 23:31
  1. อยากขายยูคาจังครับ ประมาณ 15 ไร่ 4 ปีกว่าแล้วครับ ถ้าขายจะได้เท่าไหร่ครับ หรือมีใครรับซื้อบ้างครับ ที่จังหวัดหนองบัวลำภู ตำบลนามะเฟือง 0847558735 ขายได้แล้วจะนำประสบการณ์มาเล่าให้ฟัง

ความคิดเห็นที่ 20

27 ส.ค. 2553 11:43
  1. อยากทราบว่าไม้ยูคาลิปตัส ตอที่ 3 ตอที่ 4 มีผลผลิตกี่ตันต่อไร่ แล้วราคาจะได้ประมาณตันละเท่าไหร่ ใครรู้ช่วยบอกหน่อยนะคะ

ความคิดเห็นที่ 19

16 ก.ค. 2553 15:52
  1. สวัสดีค่ะ ทุกท่าน ปลูกยูคา มา 3 ปีแล้วค่ะ เพราะให้คนอื่นเช่า คนเช่าก็จะปลูกแต่มันสำปะหลัง หรือไม่ก็อ้อย จีงคิดปลูกต้นไม้ที่คิดว่าดูแลน้อยที่สุด จึงมาลงตัวที่ยูคา โดยต้องจ้างไถ จ้างปลูก จ้างดาย ตอนแรกคิดว่าปลูกแล้วทิ้งไว้เหมือนกับของ คุณไม่คิดแต่ทำ แต่พอเดือนเดียวหญ้าขึ้นมาคลุมต้นยูคาหมด ยูคาโตไม่ขึ้น ต้องจ้างคนมาไถบ้าง มาฉีดยาฆ่าหญ้าบ้าง ตอนนี้ ไม้โตพอสมควร ถ้าขายตอนนี้ หักลบกลบหนี้แล้ว ก็พอเสมอตัว ขาดทุนเวลา มีคนมาเหมา เขาบอกว่า ตอแรกก็ต้องขาดทุนไปก่อน ให้รอกำไรตอสอง สำหรับคนที่คิดจะปลูกต้องวางแผนปลูกพืชแซมให้ดีๆ จะช่วยประหยัดค่ากำจัดวัชพืชได้มากทีเดียว และจึงคุ้มค่าการลงทุนทั้งพื้นที่ แรงงาน และเงินทุน ถ้าต้องการข้อมูลเพิ่มเติมก็เมลมาคุยกันได้ค่ะ

ความคิดเห็นที่ 18

27 มี.ค. 2553 23:02
  1. สนใจการปลูกต้นยูคาลิปตัสเหมือนกัน เพราะได้ยินมาว่าผลตอบแทนดี แต่ก็เชื่อผลการวิจัยเรื่องความสูญเสียของดินหลังจากการปลูกยูคา เหมือนกัน ขอความรู้จากทุกท่านหน่อยค่ะ ว่าเราสามารถปลูกพืชคลุมดินเช่นถั่ว หรือพืชผักสวนครัวต่างๆ ทิ้งเอาไว้เป็นพืชคลุมดินระหว่างการปลูกต้นยูคา ได้ไหมคะ ถ้าหากไม่มีวิธีไหนช่วยป้องกัน หรือแก้ปัญหา ความสูญเสียของดินจากการปลูกยูคา ได้ ถึงแม้ว่าจะให้รายได้สูง ก็จะไม่ปลูกน่ะ... " ความเสียหายของคนรุ่นก่อนหน้า รุ่นเรากำลังได้รับผลกระทบอยู่ในปัจจุบัน ฉันใด ความเสียหายจากคนรุ่นเรา ก็จะส่งผลเสียหายกระทบรุ่นลูกรุ่นหลาน ฉันนั้น " (อาจจะน้ำเน่า แต่อยากให้ทุกคนใส่ใจด้วย)

ความคิดเห็นที่ 17

5 มี.ค. 2553 17:56
  1. บรรดานักอะไรๆต่างๆทั้งหลาย ส่วนใหญ่ล้วนกินเงินเดือนทั้งสิ้น กินภาษีชาวบ้านทั้งสิ้นแต่ชอบพูดเสียดัง ข้อมูลถูกมั่งไม่ถูกมั่งก็ชอบมั่วไปเรื่อย บางพวกแฝงอยู่ในฝูงวงการวิชาการแต่ไม่เคยทำวิจัย ชะเลียไปตลอดแต่พล่ามเก่งโม้ไฟแลบ ผุ้เฒ่าปัญญาตื้นทั้งก็เชื่อแล้ว ฟังคนเดียวไม่พอ ตนเองไปใม้ขยายต่ออีก จึงทำให้การพัฒนาการขยายตัวของความรู้เทคโนโลยีที่ดีไปไม่ถึงไหน พวกสอพลอมีมากกว่าคนทำจริง วิชาสามก๊กมีมากเกิน เป้นธรรมดอดาอีกที่ของจริงมักจะไม่พุด แต่ของไม่จริงกลับพูด ชอบแหกตาคนเก่งจริงนัก ความลำบากของเกษตรกรต้องทำเองทั้งหมด พอไปพึ่งใครเขาก้จับเป็นฐานเศรษฐกิจให้เขา โดนเขาหลอกตุ๋นไปรำไป ทั้งปุ๋ยกลายเป้นดิน นำหมักกลายเป้นยาวเศษ ปีแล้วปีเล่า ผู้ปกครองต่างมากแล้วสาบสูญ เหลือแต่ประชาชนผู้อาดูอยูรำไป เกษตรกรต้องปลุกพืชหากินเองแล้วส่ลูกหลานเรียน ได้ดีแล้วก็ชอบสบาย จนปลดเกษียนหมดบุญวาสนาแล้วก้กลับไปมองหน้า พ่อแม่ ถ้าท่านไมอยูก้มอเห็นแต่พี่ป้าน้าอา เขาทำอะไร อยูได้อย่างไรไม่ค่อยรูสึกรูสาเพราะไปเป็นเจ้าคนนายคน แล้วยิ่งอยากซีเยอะ ถ้าไม่เดิมตามก้นนักอะไรที่กิเทืองเก่งๆโกงเมือง เซ็นยินยอมสาระพัดก็ไม่มีทางจะเผยอหน้าข้นได้ คนที่เข้าในความลำบากจริงก็หาได้น้อย แต่พอลองมองเข้าไปลึกๆแล้ว เขาเก่กว่าพวกที่รอกินข้าวเข้าปลูกอยู่แต่ในเมืองเป้นร้อยเท่าพันเท่า วิสัยทัศน็ตรงนี้ต่างหากที่บรรดท่านท่ชอบใส่เสื้อนอกและนั่งเหงิ่อแตกทังหลาย ส่งเสริมเถิดครับ ช่วยฝ่ายเอกชนเขาหน่อย เอกชนเข่ทำมาหากินอยากมากในเมืองไทย คาพรบ.เต็มบ้านเมืองไปหมดแล้วก็ให้อำนาจพนักงานๆก้นำไปรดไถเพราะหาเงินง่าย ปลุกผักก้ต้องรอต้ง 45 วัน เลี้ยงไก้เนื้อก็ตั้ง 35 วัน ไถกินก็ง่ายรับสินบนก็งาย จะไปอยู้ที่ไหนในเมืองไทยก้โนภาษีเถื่อนกันทั้งนั้น คนยุดสมัยเยาวชนของข้าพเจ้าสมัยคณะปฏิวัติสร้างชาติ พลเมืองเป็นระเบียบวินัยกว่าตอนนี้เยอะ เคารพเชื่อฟังผุ้ใหยก้เป้นผู้ใหญ่ ไม่เหมือนผู้ใหญ่สมัยนี้ เด็กๆยังมีจิใจดีกว่า ไม่เชื่อก็ลองฟังดูพวกให้สัมภาษณืบ่อยๆซิครับ สัมภาษณืทีไรก้ตอบไม่เข้าท่าก้นังไปถามซำๆซากได้อยู่ทุกวัน เอาเวลามากปลุกต้นไม้ดีกว่าครับ เดี๋ยวนี้ทางด้านความก้าวหน้าไม้โตเร็วไม่ใช่มีแตยูคาแล้วครับ มีไม้กระถินเทพณรงค์ ที่เป็นผลงานวิจัยปรับปรุพันธุ์ของมก.เขาดีมากที่เดียว ผลผลิตนำหนักต่อต้นมากกว่ายูคาฯอีก ฉะนั้น ยูคาก็ถูกล้มแชมป์ไปเรียบร้อยแล้ว ถ้าเป้นเมืองสังคมนิยมป่านนี้ขยายไปได้เป้นหลายพันหลายหมื่อแล้ว เดี๋ยวนี้เพื่อนๆผมไปช่วยเขมร ลาวญวนเยอะแล้ว เพราะความรู้เป้นสากล ศาสตรืเป็นสากล เหมือนคำสอนของศาสดาท่านไม่เลือกชาติ วรรณะ วิทยาการเหมือนกัน ผู้วิจัยทำออกมาก็เพื่อให้ชาวบ้านได้ใช้ ทุกระดับของพวกกินเงินเดือนมัวแต่ประชุม หนังสือก้ไม่ค่อยจะอ่าน จะเอาอะไมใส่สมองเพิ่มได้ ชีวิตวันก้ทำเพียงไม่กี่เรื่องรับคำสั่งกันเป็นทอดๆ ไม่รู้ว่าทำงานให้ใครรับใช้ใคร ต้นไม้ทุกชนิก็ปลุกเถอะครับ แนวทางเลือกมีหลากหลาย หากใครสนใจ เขียนมาถามทางอีเมล์ได้ครับ ยินดีแลกเปลี่ยนกันประสบการณืและความรู้กัน เพราะทำมาเยอะแยะนับแต่หนุ่มจนฟันโยกฟันร่วงแล้ว ตัวเองก้กินเงินเดิอนมาเหมือนกัน แต่ทำงานทั้งวิจัยและพัฒนามากับชาวบ้านทุกภูมิภาคแล้ว การรู้ที่จะทำอะไรก็ถามผุ้รู้ดีที่สุด ประสบการณ์กับความรู้เมื่อ่นำมาบวก+ผนวกกันเข้าเมือ่ไหร่ก็เท่ากับสุดยอดแหละครับ วิธีที่ง่ายที่สุดก็ไปดูคนที่เขาทำได้แล้วไปนอนกินกับเขาก็จะได้วิชามาทำต่อได้ครับ วิชาหากินในแผนดินของเรา เยอะครับ ญุคาก็ดีถ้าอยูใกล้โรงงาน ถ้าอยูบนเขาอยาแนะนำให้ปลุกต้นมะกอเอกมหาชันครับ ถ้าอยูที่ชุ่มชื้นดีฝนดี นำดี ให้ปลูกมะม่วงหิมมะพานตื ถ้าอยูแถบ๓เขาก้ต้องมะเม่าที่กินแล้วปากดำๆ แก่แล้วก็ปลูกได้ไว้หมักไวนสาดทกินเอง ทำไวน์ง่านปีหนึ่งเข้าเรียเกษตรทำกินกัยเองเป็นหมด แถมคูณภาพเลสกว่าองุ่นเป้นตันๆ ต้องบอกมาว่าอยู่ที่ไหนแล้วให้ใชหลักคิดดังนี้ครับ 1.พืฃอะไรที่ปลุกไม่ต้องดุแลก้โตได้ เพราะถ้าเอาใจใส่ก็จะยิ่งไม่โตดีหรือ 2.ความรู้ประสบการณืเก่าชอบทำอะไร หากเก่งทางช่างก้เป็นช่างนั้นแหละ เพื่อนผมเรียนช่างกลรวยกันแล้วทุกคน 3.ปลุกขายเป้นการค้าก้ต้องเอาใจตลาด ต้องหาวิชาการใหม่ๆ พันธุญุคาเดี่ยวนี้ก้มีลุกผสม 4.เหมาะกับดิน ฝนบ้านเราไหม มะขาหวานปลุกกินสักต้นได้ แต่ถ้าไม่ใช่เขตพืชสวนก็ทำเขียงครับ 5. ฟ้ากำหนดมาแล้วว่าจะให้ขึ้นได้ที่ไหน มันสำปะหลังก็ดี ปลุกได้ทุกที่เดี่ยวนี้สั่งได้จะเอาต้นละกีสิบกิโล พืชเมืองหนาวกระแดะเอามาปลูกเมืองร้อนก็ไม่หว ทำวิจัยเขียนเปเปอรเพื่อศึกษานะได้ แต่ชาวทำตามก็พังครับ กาแฟ กระชายฟ้าสั่งมาให้ชาวแม้วปลูก เพราะเขาปีนเขาเก่ง ต้องชูกำลัง และมีเมียมาก ชาวพื้นราบอาหารดีอยู่แล้วยิ่เสริมพลังก้ยุ่งตาย.. ถ้าไม่แข็งขันแล้วก้ไม่ว่ากัน 6. ก็คงพอครับ ผมผุกเป็นคาถาไว้กันจน กันถูกหรอก ก่อนจะปลูกอะไรก้ตาม คือ " ถูกดิน ถูกฟ้า ถูกตา ถูกคน ก็ไม่อับจน ครับเมืองไทย" ยกเว้นขออย่างใกล้รังมดแดง แต่เดี๋ยวนี้ขออยู่ไกลจากกับระเบิดครับ นอกนั้นเมืองไทยก้ดัหมด คนชั่วเยอะก้ต้องอยู่เป้นเพื่อนกันกับมันไป เหมือนดอกบัวบูชาพระก็อยู่กับโคลนตม พระท่าสอนให้มองโลกในแง่ดีเข้าไว้ มีปัญญาอยูกับตัวก็ไม่ต้องกลัวอะไร (ยกเว้นคนมีเมียครับ)

ความคิดเห็นที่ 14

28 ก.พ. 2552 13:44
  1. ระวังราคายูคาจะตกนะจ้ะ...ปลูกกันเยอะจัด ล้นตลาด 555+ของทุกอย่าง ย่อมมีขึ้นมีลง...ยังไงๆ ก็ต้องบริหารจัดการทรัพย์สินของท่านไว้ดีๆน้าชีวิตของเราต้องลองเปลี่ยนบ้าง ชีวิตจะได้มีสีสันและกินอยู่กันได้ ไม่อัตคัดขัดสน


ความคิดเห็นที่ 13

24 พ.ค. 2551 18:25
  1. <P>รู้สึกสนใจเพราะตัวเองไม่ได้เป็นคนปลูกหรอกค่ะคุณแม่เป็นคนปลูกซึ่งเรามีโอกาสไปดูที่ดินในช่วงที่ปลูกไม่กี่วัน&nbsp; แต่เมื่อกลับบ้านอีกที่ซึ่งห่างกันไม่นานต้องตกใจเพราะมันโตเร็วจริงๆ และก็ไม่ได้ตั้งข้อรังเกียจยูคาแต่อย่างใด แต่เนื่องจากในช่วงที่ผ่านมาเราได้ยินแต่เขาว่า เขาว่าอย่างนั้นอย่างนี้โดยที่ตัวเราเองไม่ได้ทดลอง ไม่ได้ศึกษาจริงจังจึงทัดทานคุณแม่มาตลอด ถึงแม้ตอนนี้ก็ยังไม่ค่อยสนิทใจนัก เพราะกระแสมันแรง ที่เกี่ยวข้องกับการเมือง เราจึงเข้าไม่ถึงความเป็นจริง ผลการศึกษาที่เป็นจริง เป็นกลางไม่รู้ว่าจะอ้างอิงจากอะไร แต่ที่แน่ๆ&nbsp; คิดว่า การปลูกแบบรวมๆ กันกับพืชอื่นๆ เพื่อให้มันมีการเกื้อกูลกันก็คงเป็นทางออกที่ดี และพอที่จะยอมรับได้เหมือนกันจึงอยากรู้ข้อมูลที่ชัดเจน จริงๆ ดิฉันเคยมีโอกาสขับรถเข้าไปสำรวจพื้นที่บริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา ซึ่งตอนนั้นเต็มไปด้วยสวนป่ายูคาล้วนๆ 2ปีที่แล้ว&nbsp;ก็ทำให้เกิดความรู้สึกว่าถ้าปลูกมากมายขนาดนั้นแน่นอนที่ดินเสีย เพราะดูจากตาเปล่าหน้าดินแห้งแล้ง ถูกชะล้างแบบดูแล้วปราศจากธาตุอาหารแน่นอน แถมยังทำให้ดิฉันหลงป่าจนได้เพราะต้นยูคามันเหมือนกันหมด ป่าก็ละลานไปด้วยต้นยูคา กว่าจะหลุดออกมาได้ สุดยอดเลย ถ้าสนใจลองขับรถเข้าไปดูก็ได้ แถว อำเภอกาบเชิง จ.สุรินทร์ แว่วๆ ว่าส่วนใหญ่เป็นที่ดินนายทุนล้วนๆ&nbsp; แต่บางส่วนอาจจะเป็นสวนยางไปแล้วก็ได้เพราะมาแรงอีกเช่นเดียวกัน</P>

ความคิดเห็นที่ 12

9 เม.ย. 2551 23:44
  1. ปลูกยูคาลิปตัส ต้องใช้ปุ๋ยอะไรไม๊ครับ ปุ๋ยเคมี หรือ ปุ๋ยคอกดีกว่ากัน แล้วถ้าจะปลูกซ้ำกันไปเรื่อยๆจะส่งผลต่อสภาพดินไหมครับ มีผลต่อการปลูกครั้งต่อไปทำให้โตช้าลงหรืออะไรไหมครับ แล้วยูคาลิปตัสเป็นพืชที่มีความเสี่ยงต่อโรคและสภาพอากาศไหมครับ เพราะ เห็นว่าเป็นพืชที่ต้องใช้เวลาปลูกค่อนข้างนาน ถ้าน้ำท่วมขึ้นมาจะตายยกแปลงไหมครับ เพราะ เมืองไทยก็เป็นประจำอยู่แล้ว ถ้าตายยกแปลงไปที เงินล้านที่ฝันไว้หลายปีคงได้อันตรธานไปในชั่วพริบตา ถ้าจะทำสวนแบบผสมตามพระราชดำริของในหลวงนี่ จะเอายูคาลิปตัสไปผสมในสวนได้ไหมครับ หรือ ควรปลูกเป็นพืชกลุ่มเดียวทั้งแปลง เพราะ ยูคาลิปตัสกว่าจะขายได้รู้สึกว่าต้องใช้เวลาหลายปีอยู่ ถ้าไม่ได้รายได้อย่างอื่นควบคู่ไปด้วยก็คงไม่ไหวแน่

ความคิดเห็นที่ 11

2 เม.ย. 2551 22:21
  1. <P>&nbsp;&nbsp;&nbsp; </P> <P>ถึงคนไม่คิดแต่ทำ</P> <P>ผมสนใจนะแต่ผมอยู่อุทัยธานีมีที่ว่าง 12.5 ไร่จะปลูกได้ใหมและทำอย่างไร</P>

ความคิดเห็นที่ 10

21 ก.พ. 2551 15:57
  1. <P>ถึงคุณความเห็นที่ 9</P> <P>พันธุ์ที่คุณใช้ เป็นพันธุ์อะไร ?</P>

ความคิดเห็นที่ 9

20 ก.พ. 2551 10:14
  1. <P>ผมไม่ใช่คนทำไม่คิดเป็นคนที่ไม่คิดแต่ทำจากเรื่องที่เล่ามานั้นสามารถไปชมสวนยูคาผมได้ที่บ้านอาแวะตำบลบุแกรงอำเภอจอมพระจังหวัดสุรินทร์มีสวนยูคาสวนเดียวที่ปลูกโดยไม่ได้ดูแลอะไรมากแค่ล้อมรั้วทิ้งไว้ครับผมเหลือที่ว่างไว้ด้านหน้าสวนอีกประมาณสี่ไร่สำหรับปลูกสร้างบ้านได้ปลูกพืชผลที่สามารถทานได้มีมะม่วงมะพร้าวและอื่นๆปลูกพืชสวนครัวผักผลไม้ได้และวัดเนื้อที่ไว้ให้ถนนสามารถขยายเลนได้อีกรวมที่ติดถนนประมาณสองไร่อยู่ด้านหน้าสวนครับ</P> <P>เป็นแนวทางการแก้ปัญหาในเรื่องระบบเศรษฐกิจได้ไหมถ้าถามอย่างนี้ ผมว่าได้นะครับที่แน่ๆเลยตอนนี้ถ้าขายต้นไม้ก็ได้เงินแล้วประมาณสามแสนบาทจากการที่มีนายทุนมาเหมาสวนรับเงินสดเลยระบบเศรษฐกิจการเงินของผมก็จะเปลี่ยนไปอย่างแน่นอนลืมบอกไปว่าผมรับราชการมีเงินเดือนประจำมีค่าใช้จ่ายตายตัวเงินเดือนก็คงจะลงตัวกับค่าใช้จ่ายรายเดือนเพราะรัฐคำนวณมาแล้วว่าต้องอยู่ได้ถ้าไม่อย่างนั้นข้าราชการคงลาออกหมดแล้ว</P> <P>ถ้ามีเงินจากการปลูกยูคาในเนื้อที่สามสิบไร่นี้เป็นเงินสักหนึ่งล้านบาทหักค่าใช้จ่ายสักห้าแสนที่เหลือน่าจะเป็นเรื่องที่ดีสำหรับชีวิตข้าราชการชั้นผู้น้อยอย่างผมเสียด้วยซ้ำไปปัญหาเรื่องเศรษฐกิจในครอบครัวก็จะเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีถึงดีมากและถ้าการปลูกยูคาเป็นไปตามที่ผู้ที่ปลูกก่อนทำมาคือตอที่สองที่สามารถเก็บไว้ได้ถึงสามต้นระยะอีกห้าปีก็สามารถตัดได้นั้นแหละคือชีวิตที่ดีบั้นปลายของข้าราชการที่มีแนวทางในการดำรงชีวิตที่ดีในระบบเศรษฐกิจทุกวันนี้โดยไม่มีการกระทบกระเทือนเลยครับ</P> <P>ผมปลูกยูคาเรียบร้อยแล้วผมจึงคิดอย่างนี้ครับผมเชื่อว่าข้าราชการหลายเปอร์เซ้นที่มีที่ดินของตัวเองแต่ไม่ได้สร้างประโยชน์อะไรในที่ดินเลยนอกเสียจากเอาไปจำนองเงินกู้ครับทำแล้วมาคิดในเรื่องดีๆกันเถอะครับช่วยตัวเองช่วยเศรษฐกิชาติครับ</P>

ความคิดเห็นที่ 4

ตุเช่
12 ก.พ. 2551 15:06
  1. ขออย่าให้มันเป็นเรื่องการเมืองได้มั้ยครับ

    จริงอยู่ที่ คุณความเห็นที่ 3 บอกว่ามีทางออกอีกมาก  ซึ่งนี่ก็คงเป็นทางออกที่แก้ปัญหาอีกวิถีทางหนึ่งในอีกมากมาย 

    ซึ่งไม่สมควรพิจารณาหรือ

    ผมเชิญมาร่วมวิเคราะห์ ความเป็นไปได้  ผลดี ผลเสียที่อาจจะเกิดขึ้น  วิธีหลีกเลี่ยง  ข้อมูล ข้อเท็จจริง คำแนะนำ

    อยากให้ทุกคำแนะนำเป็นประโยชน์  เป็นข้อเท็จจริงที่สามารถรับรู้ และประเมินค่าได้ 

    ถ้าจะกรุณา ผมในฐานะผู้ไม่รู้จริง ขอให้คุณพิทักษ์ ทรณี  ช่วยให้ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับต้นยูคาลิปตัสได้มั้ยครับ  ว่ามีแหล่งที่มาอย่างไร  ประเทศต้นกำเนิดที่กำลังวิกฤติ เกิดอะไรขึ้น  คาดว่าจะเป็นประโยชน์มากเลยครับ


ความคิดเห็นที่ 3

12 ก.พ. 2551 12:21
  1. <P>พวกคุณมีความรู้จริงกันแค่ไหนที่จะปลูกและส่งเสริม ถ้าใครคิดว่าปลูกแล้วดีมีความเชื่อกันที่ผิดก็ปลูกเข้าไป แต่ถ้าดีจริงทำไมประเทศที่เป็นเจ้าของถึงเข้าขั้นวิกิต ต้องใช้มาตรการประหยัดน้ำในระดับ 6&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; คนไทย ภูมิปัญญาไทยก็ดีอยู่ปลูกพืชผักสวนผสมไว้อยู่ ไว้ใช้ ไว้กิน คงความอุดมสมบูรณ์ไว้ และยังรักษาระบบนิเวศ&nbsp; แต่เมื่อประมาณ 50-60 ปีที่ผ่านมามีคนที่เป็นขี้ฆ่า นายทุนเห็นแก่อามิจสินจ้างค่าน้ำร้อนน้ำชาทำให้ประเทศชาติ.....</P> <P>มีทางออกอีกมากมายทำไมต้องยูคา และพืชเชิงเดี่ยว</P>

ความคิดเห็นที่ 2

006
12 ก.พ. 2551 10:38
  1. สวัสดีครับ 006 ขอเสนอด้วย

    006 ไม่เห็นด้วยถ้าจะปลูกในคันนา หรือใกล้กับแหล่งพื้นที่ ที่ทำการเกษตร(ปลูกผักขาย หรือ นาข้าว) เพราะไม้ยูคาลิปตัส เป็นไม้ยืนต้น จะบางแดดของพืชผลิตที่ปลูก และแย่งอาหารบางส่วนของพืชที่อยู่ใกล้ต้น ยูคา ฯ

    แต่ 006 เห็นด้วยกับการที่จะปลูกยูคาลิปตัสถ้าปลูกเป็นสวน เพราะจะช่วยในการปกคลุมหน้าดิน ไม่ให้หน้าดินสัมผัสความร้องโดยตรง และเป็นพืชที่ช่วยคาย ก๊าซออกซิเจน บ้าง เพราะทุกวันนี้ โลกร้องส่วนหนึ่งมาจากไม่มีต้นไม้บางหน้าดิน ทำให้แผ่นดินร้อง บวกกับ การที่มนุษย์ใช้เทคโนโลยีฆ่าโลกอีก

    บทสรุปแนวคิด 006 คือ  ไม่อยากให้ปลูกใกล้กับแหล่งการเกษตรแบบ อายุสั้น แต่สนับสนุนให้ปลูกเป็นสวน น่ามีประโยชน์มากกว่า


ความคิดเห็นที่ 1

ตุเช่
12 ก.พ. 2551 09:40
  1. ความจริงของยูคาลิปตัส  สัมภาษณ์รุ่นพี่ศิษย์เก่าเกษตรศาสตร์  คณะวนศาสตร์ KU 61 เมื่อวานนี้

    ยูคาลิปตัส  เป็น  ต้นไม้ที่ปลูกในเขตร้อน  และแห้งแล้ง

    เติบโตเร็ว  เนื่องจากมีความสามารถในการดูดน้ำเคลือบผิวดินและแร่ธาตุมาก  ทำให้ผืนดินในบริเวณนั้นมีลักษณะที่แห้งแล้ง  พืชหรือวัชพืชชนิดอื่น ๆ ที่มีความสามารถในการดูดน้ำน้อยกว่าก็จะไม่สามารถเติบโตขึ้นได้

    นอกจากนี้ ลูกไม้ที่ร่วงหล่นจากต้นแม่  ก็จะไม่สามารถเจริญบริเวณนั้นด้วย เนื่องจากรากของยูคาลิปตัสจะปล่อยสารที่ยับยั้งการเจริญของเมล็ดของมันเอง  เพื่อไม่ให้เกิดการแก่งแย่งในบริเวณนั้น

    จากลักษณะดังกล่าว  ทำให้ความหลากหลายในบริเวณนั้นสูญเสียไป  เหลือเพียงต้นยูคาลิปตัสเท่านั้นที่เหลือรอดในบริเวณนั้น  จึงนิยมปลูกในพื้นที่แห้งแล้ง  ความชื้นต่ำ  บางบริเวณที่นิยมปลูกเป็นเหมืองแร่เก่า

    อย่างไรก็ดี ต้นยูคาลิปตัส ก็เป็นพืชชนิดหนึ่ง ที่มีการคายน้ำ คืนความชุ่มชื้นได้เช่นกัน  และยังเป็นที่อยู่อาศัยของสิ่งมีชีวิต  ใบของยูคาลิปตัสจะหนา และกักเก็บน้ำได้ดี  เมื่อร่วงหล่นจากต้น จะคลุมดินส่งผลให้ความชื้นในดินไม่สูญเสียไป

    โดยความเห็นของผู้สัมภาษณ์ การส่งเสริมให้ปลูกยูคาลิปตัส  ไม่ใช่สิ่งผิด ซึ่งก็คงจะดีกว่าพื้นที่รกร้างแห้งแล้งที่เดิมปลูกอะไรก็ไม่ขึ้นอยู่แล้ว  แต่ถ้าจะปลูกในพื้นที่อุดมสมบูรณ์  ควรปลูกให้หลากหลายชนิด เพื่อให้เกิดความสมดุล  มิใช่ปลูกเป็นสวนป่าชนิดเดียว ซึ่งจะทำให้ความอุดมสมบูรณ์และความหลากหลายสูญเสียไป


แสดงความคิดเห็น

กรุณา Login ก่อนแสดงความคิดเห็น