คุณยังไม่ได้ Log in | สมัครสมาชิก ฟรี
กลับหน้าแรก วิชาการ.คอม
ยูคาลิปตัส
โพสต์เมื่อ: 15:04 วันที่ 11 ก.พ. 2551         ชมแล้ว: 11,543 ตอบแล้ว: 13

ตามข่าว: http://www.matichon.co.th/news_detail.php?id=19687&catid=37&catid=27











รมว.วิทย์ฯ ไอเดียกระฉูด สั่งปลูก 'ยูคาลิปตัส' อ้างผลวิจัยมีสารพัดข้อดี ราคาสูง เป็นพลังงานทางเลือก ให้ศึกษาขยายพื้นที่ปลูกใน 25 ลุ่มน้ำ 'สป.' โดดขวาง ยันเป็นตัวการทำโลกร้อน ทำระบบนิเวศเสื่อมโทรมแห้งแล้ง


นายวุฒิพงศ์ ฉายแสง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (วท.) ส.ส.ฉะเชิงเทรา พรรคพลังประชาชน เปิดเผยเมื่อวันที่ 10 กุมภาพันธ์ว่า ในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี จะส่งเสริมให้มีการปลูกไม้โตเร็ว ราคาดี เพื่อนำมาใช้เป็นพลังงานทางเลือก โดยเฉพาะปลูกต้นยูคาลิปตัส เนื่องจากมีงานวิจัยชี้ชัดว่า การปลูกต้นยูคาลิปตัสบนคันนาสามารถช่วยระบบนิเวศให้สมดุล ลดปัญหาโลกร้อน ทำให้ฝนตกอย่างต่อเนื่อง และเพิ่มผลผลิตการเกษตรในบริเวณใกล้เคียงได้


'ที่ผ่านมาเคยนำ ส.ส.พรรคพลังประชาชน ลงพื้นที่ภาคอีสานใต้ อาทิ จ.บุรีรัมย์ จ.ร้อยเอ็ด พบว่ามีการปลูกต้นยูคาลิปตัสบนคันนาได้ผลน่าพอใจ พื้นที่ไม่แห้งแล้ง ที่สำคัญต้นยูคาลิปตัสยังขายได้ราคาดีประมาณต้นละ 1,200 บาท ขณะนี้ตลาดกำลังขาดแคลนวัตถุดิบอย่างมาก การส่งเสริมการปลูกยูคาลิปตัสไม่เพียงแต่ช่วยเรื่องสิ่งแวดล้อม ยังสามารถนำไปใช้ประโยชน์ในการผลิตพลังงานไอน้ำให้กับสาธารณูปโภคต่างๆ โดยเฉพาะโครงการคมนาคมทั้งหมด อาทิ รถไฟรางคู่ โดยใช้เทคโนโลยีเชื้อเพลิงชีวภาพ' นายวุฒิพงศ์กล่าว


รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทย์ กล่าวอีกว่า เบื้องต้นจะส่งทีมผู้เชี่ยวชาญไปศึกษาดูงานที่ประเทศแคนาดา เพื่อศึกษาความเป็นไปได้ต่อไป และจะมอบหมายให้ ดร.รอยล จิตรดอน ผู้อำนวยการสถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำและการเกษตร (สสนก.) สำรวจพื้นที่ 25 ลุ่มน้ำของประเทศไทย เพื่อจัดหาพื้นที่ระบบนิเวศป่าฝนที่เหมาะสมสำหรับปลูกยูคาลิปตัส โดยจะประสานข้อมูลกับกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.)


ด้านนายนิคม แหลมสัก ภาควิชาวนผลิตภัณฑ์ คณะวนศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ กล่าวว่า การปลูกต้นไม้โตเร็วเพื่อใช้ประโยชน์ในการผลิตผลิตภัณฑ์ และเชื้อเพลิงชีวภาพ เป็นแนวโน้มที่ทั่วโลกให้ความสนใจ เนื่องจากเป็นเชื้อเพลิงทางเลือกที่ทดแทนเชื้อเพลิงจากฟอสซิล ยูคาลิปตัสเป็นหนึ่งในไม้โตเร็วที่ปลูกในประเทศไทยมากกว่า 10 ปี มีงานวิจัยที่พิสูจน์ได้ว่า ยูคาลิปตัสไม่ได้ส่งผลกระทบกับดินและน้ำ ผลจากการศึกษาคุณภาพดินก่อนปลูกและหลังปลูก พบว่าไม่มีการเปลี่ยนแปลง


'พืชแต่ละชนิดต้องการธาตุอาหารเหมือนกัน ไม่ว่าจะเป็นต้นยูคาลิปตัส ต้นยางพารา หรือต้นสัก แต่จะปลูกให้ได้ผลต้องขึ้นอยู่กับการจัดการพื้นที่ปลูกให้ถูกต้อง การนำไม้ยูคาลิปตัสมาผลิตเป็นเชื้อเพลิงชีวภาพนั้นมีความเป็นไปได้ ขณะนี้ยุโรปตอนใต้มีการตั้งโรงงานผลิตเชื้อเพลิงจากไม้ในระดับอุตสาหกรรม ขณะที่เทคโนโลยีดังกล่าวของไทยยังอยู่ในขั้นตอนของการพัฒนาระบบในห้องปฏิบัติการ และกำลังเข้าสู่ขั้นตอนโรงงานต้นแบบ' นายนิคมกล่าว


นายนิคมกล่าวด้วยว่า เทคโนโลยีการผลิตเชื้อเพลิงจากไม้ คือการนำไม้โตเร็วมาเข้าสู่กระบวนการย่อยด้วยวิธีการเผาไหม้อย่างรวดเร็วโดยกระบวนการเปลี่ยนแปลงองค์ประกอบทางเคมีแบบไม่ใช้ออกซิเจน หรือกระบวนการไพโรไลซิส เปลี่ยนไม้เป็นของเหลว หรือเชื้อเพลิงชีวภาพ โดยจะได้เชื้อเพลิงร้อยละ 70 ของน้ำหนักไม้ และเมื่อนำเชื้อเพลิงที่ได้ไปผ่านกระบวนการแก๊สซิฟิเคชั่นจะได้เชื้อเพลิงประเภทน้ำมันดีเซลสังเคราะห์ สำหรับใช้เป็นเชื้อเพลิงให้กับเครื่องยนต์


ขณะที่ ดร.เพิ่มศักดิ์ มกราภิรมย์ สมาชิกสภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สป.) กล่าวว่า ที่ผ่านมาทราบกันดีว่า การปลูกยูคาลิปตัสส่งผลเสียต่อสิ่งแวดล้อม เพราะยูคาลิปตัสดูดซับสารอาหารต่างๆ ในดิน และความชุ่มชื่นจากน้ำจนหมด รวมทั้งยังแย่งสารอาหารจากพืชที่ปลูกใกล้เคียงทำให้ความอุดมสมบูรณ์ของระบบนิเวศเริ่มเสื่อมโทรม แห้งแล้ง ในที่สุดอุณหภูมิจะสูงขึ้น ฝนไม่ตกตามฤดูกาล


'พื้นที่ภาคตะวันออกที่ปลูกยูคาลิปตัสจำนวนมากกลายเป็นพื้นที่ที่มีอุณหภูมิสูงขึ้น ฝนทิ้งช่วงไม่ตกต้องตามฤดูกาล ที่อ้างว่าจะทำให้ระบบนิเวศดีนั้น จึงไม่เป็นความจริง สิ่งที่น่ากังวลคือ หากปลูกยูคาลิปตัสในพื้นที่ป่าของไทย จะเพิ่มความร้อนให้โลก สวนกระแสลดโลกร้อน' ดร.เพิ่มศักดิ์กล่าว


 


 


ข้อเท็จจริงเป็นเช่นไร  ความเหมาะสมเป็นอย่างไร  "ไม้ยูคาทำให้ดินและระบบนิเวศเสีย..."  ความเชื่อหรือความจริงที่โดนผลประโยชน์บดบัง 


ใคร่ขอผู้รู้ช่วยแจ้งด้วยครับ



ตุเช่ เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 195 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 157 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

จำนวน 13 ความเห็น, หน้า่ | -1-
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 1 12 ก.พ. 2551 (09:40)

ความจริงของยูคาลิปตัส  สัมภาษณ์รุ่นพี่ศิษย์เก่าเกษตรศาสตร์  คณะวนศาสตร์ KU 61 เมื่อวานนี้


ยูคาลิปตัส  เป็น  ต้นไม้ที่ปลูกในเขตร้อน  และแห้งแล้ง


เติบโตเร็ว  เนื่องจากมีความสามารถในการดูดน้ำเคลือบผิวดินและแร่ธาตุมาก  ทำให้ผืนดินในบริเวณนั้นมีลักษณะที่แห้งแล้ง  พืชหรือวัชพืชชนิดอื่น ๆ ที่มีความสามารถในการดูดน้ำน้อยกว่าก็จะไม่สามารถเติบโตขึ้นได้


นอกจากนี้ ลูกไม้ที่ร่วงหล่นจากต้นแม่  ก็จะไม่สามารถเจริญบริเวณนั้นด้วย เนื่องจากรากของยูคาลิปตัสจะปล่อยสารที่ยับยั้งการเจริญของเมล็ดของมันเอง  เพื่อไม่ให้เกิดการแก่งแย่งในบริเวณนั้น


จากลักษณะดังกล่าว  ทำให้ความหลากหลายในบริเวณนั้นสูญเสียไป  เหลือเพียงต้นยูคาลิปตัสเท่านั้นที่เหลือรอดในบริเวณนั้น  จึงนิยมปลูกในพื้นที่แห้งแล้ง  ความชื้นต่ำ  บางบริเวณที่นิยมปลูกเป็นเหมืองแร่เก่า


อย่างไรก็ดี ต้นยูคาลิปตัส ก็เป็นพืชชนิดหนึ่ง ที่มีการคายน้ำ คืนความชุ่มชื้นได้เช่นกัน  และยังเป็นที่อยู่อาศัยของสิ่งมีชีวิต  ใบของยูคาลิปตัสจะหนา และกักเก็บน้ำได้ดี  เมื่อร่วงหล่นจากต้น จะคลุมดินส่งผลให้ความชื้นในดินไม่สูญเสียไป


โดยความเห็นของผู้สัมภาษณ์ การส่งเสริมให้ปลูกยูคาลิปตัส  ไม่ใช่สิ่งผิด ซึ่งก็คงจะดีกว่าพื้นที่รกร้างแห้งแล้งที่เดิมปลูกอะไรก็ไม่ขึ้นอยู่แล้ว  แต่ถ้าจะปลูกในพื้นที่อุดมสมบูรณ์  ควรปลูกให้หลากหลายชนิด เพื่อให้เกิดความสมดุล  มิใช่ปลูกเป็นสวนป่าชนิดเดียว ซึ่งจะทำให้ความอุดมสมบูรณ์และความหลากหลายสูญเสียไป


ตุเช่ เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 195 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 157 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 2 12 ก.พ. 2551 (10:38)

สวัสดีครับ 006 ขอเสนอด้วย


006 ไม่เห็นด้วยถ้าจะปลูกในคันนา หรือใกล้กับแหล่งพื้นที่ ที่ทำการเกษตร(ปลูกผักขาย หรือ นาข้าว) เพราะไม้ยูคาลิปตัส เป็นไม้ยืนต้น จะบางแดดของพืชผลิตที่ปลูก และแย่งอาหารบางส่วนของพืชที่อยู่ใกล้ต้น ยูคา ฯ


แต่ 006 เห็นด้วยกับการที่จะปลูกยูคาลิปตัสถ้าปลูกเป็นสวน เพราะจะช่วยในการปกคลุมหน้าดิน ไม่ให้หน้าดินสัมผัสความร้องโดยตรง และเป็นพืชที่ช่วยคาย ก๊าซออกซิเจน บ้าง เพราะทุกวันนี้ โลกร้องส่วนหนึ่งมาจากไม่มีต้นไม้บางหน้าดิน ทำให้แผ่นดินร้อง บวกกับ การที่มนุษย์ใช้เทคโนโลยีฆ่าโลกอีก


บทสรุปแนวคิด 006 คือ  ไม่อยากให้ปลูกใกล้กับแหล่งการเกษตรแบบ อายุสั้น แต่สนับสนุนให้ปลูกเป็นสวน น่ามีประโยชน์มากกว่า


006 เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 28 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 118 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 3 12 ก.พ. 2551 (12:21)
<P>พวกคุณมีความรู้จริงกันแค่ไหนที่จะปลูกและส่งเสริม ถ้าใครคิดว่าปลูกแล้วดีมีความเชื่อกันที่ผิดก็ปลูกเข้าไป แต่ถ้าดีจริงทำไมประเทศที่เป็นเจ้าของถึงเข้าขั้นวิกิต ต้องใช้มาตรการประหยัดน้ำในระดับ 6&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; คนไทย ภูมิปัญญาไทยก็ดีอยู่ปลูกพืชผักสวนผสมไว้อยู่ ไว้ใช้ ไว้กิน คงความอุดมสมบูรณ์ไว้ และยังรักษาระบบนิเวศ&nbsp; แต่เมื่อประมาณ 50-60 ปีที่ผ่านมามีคนที่เป็นขี้ฆ่า นายทุนเห็นแก่อามิจสินจ้างค่าน้ำร้อนน้ำชาทำให้ประเทศชาติ.....</P>
<P>มีทางออกอีกมากมายทำไมต้องยูคา และพืชเชิงเดี่ยว</P>
พิทักษ์ ทรณี (IP:124.120.27.132)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 4 12 ก.พ. 2551 (15:06)

ขออย่าให้มันเป็นเรื่องการเมืองได้มั้ยครับ


จริงอยู่ที่ คุณความเห็นที่ 3 บอกว่ามีทางออกอีกมาก  ซึ่งนี่ก็คงเป็นทางออกที่แก้ปัญหาอีกวิถีทางหนึ่งในอีกมากมาย 


ซึ่งไม่สมควรพิจารณาหรือ


ผมเชิญมาร่วมวิเคราะห์ ความเป็นไปได้  ผลดี ผลเสียที่อาจจะเกิดขึ้น  วิธีหลีกเลี่ยง  ข้อมูล ข้อเท็จจริง คำแนะนำ


อยากให้ทุกคำแนะนำเป็นประโยชน์  เป็นข้อเท็จจริงที่สามารถรับรู้ และประเมินค่าได้ 


ถ้าจะกรุณา ผมในฐานะผู้ไม่รู้จริง ขอให้คุณพิทักษ์ ทรณี  ช่วยให้ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับต้นยูคาลิปตัสได้มั้ยครับ  ว่ามีแหล่งที่มาอย่างไร  ประเทศต้นกำเนิดที่กำลังวิกฤติ เกิดอะไรขึ้น  คาดว่าจะเป็นประโยชน์มากเลยครับ


ตุเช่ เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 195 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 157 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 5 13 ก.พ. 2551 (19:53)
ผมได้มรดกที่ดินมาจากคุณพ่อจำนวน ๓๐ ไร่&nbsp; เมื่อก่อนนี้ทำนาก็ขาดทุน ต่อมาปลูกอ้อยก็ยังขาดทุนมาสองรุ่นแล้ว จึงตัดสินใจไม่ทำอะไรอีกแล้ว ก็เสียดายที่ดินเพราะทิ้งไว้ที่ดินก็แห้งไม่มีอะไรเกิดเลยนอกจากวัชพืชต่าง ๆ นา ๆ จึงตัดสินใจนำเอากล้ายูคามาปลูกตอนนั้นราคาต้นละ๗๕ สต. ปลูกจำนวน ๑๒,๐๐๐ ต้น&nbsp; ผมก็ไม่ได้ไปดูอีกเลยเป็นเวลาปีกว่า หวังเพื่อให้เป็นพืชที่คลุมดินและโตขึ้นเป็นต้นไม้ยืนต้นที่สามารถนำมาใช้อะไร ๆ ได้บ้างเท่านั้น ปรากฏต้นยูคาโตเร็วมากครับ&nbsp; และพื้นที่ก็ชุ่มชื้นดีกว่าเดิมเยอะครับ&nbsp; มีแมลงมีนกมาอาศัยมากมาย และเป็นแหล่งอาหารของชาวบ้านได้อีกด้วยเพราะชาวบ้านเข้าไปล่านก ล่าหนูมาเป็นอาหารกันสนุกเลยล่ะครับ&nbsp; จากการไปดูสวนยูคาที่ปลูก&nbsp; ตลกครับ&nbsp; มีคนเข้ามาเหมาต้นยูคาในสวนผมครับ บอกวาจะให้&nbsp; หลายแสนบาทครับ&nbsp; ทั้งที่ผมไม่ได้ทำอะไรกมายแค่หากล้ายูคามาปลูกและก็ล้อมรั้งด้วยเศษไม้ในสวนเท่านั้น&nbsp; ปีกว่า ๆ มีราคาหลายแสน&nbsp; (ถ้าขายไม่มีขาดทุน) แถมยังได้เงินใช้หนี้แทนการลงทุนทำนาและทำอ้อยเสียด้วยซ้ำไป&nbsp; มีคนที่ทำสวนยูคาบอกผมว่าอย่าเพิ่งขายนะครับ&nbsp; เพราะถ้าคุณเก็บไว้อีกสักสามปี&nbsp; คุณจะขายได้เป็นล้าน&nbsp; ผมอดหัวเราะไม่ได้ เมื่อผมมาศึกษาเรื่องปลูกยูคาจริง&nbsp; ผมยิ้มทุกวันที่คิดถึงต้นยูคาที่ผมปลูกเลยละครับ&nbsp; เพราะทุกวันนี้ราคายูคาอยู่ที่ ตันละ ๑,๒๐๐ - ๑,๕๐๐ บาท ครับขายรับเงินสดได้ด้วย ถ้ายูคาที่ปลูกต้นละ ๑๐๐ กิโลกรัม จะมีเงินเท่าไหร่ครับ แล้วอย่างนี้ถ้าใครมีที่ดินว่างเปล่าจะให้เขาทำอะไรครับ&nbsp; นักวิชาการอย่ามัวแต่คิดครับให้บอกมาว่าจะให้ทำอย่างไร&nbsp; แต่สำหรับผมนะครับ&nbsp; อีกสามปีมีเงินใส่กระเป๋าเจมส์บอนเป็นล้านเดินทานก๋วยเตี๋ยวได้เป็นสิบ ๆ ปี&nbsp; แถมไม่มีหนี้สินอีกด้วย&nbsp; สบายดีครับ
คนไม่คิดแต่ทำ (IP:124.121.122.42)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 6 13 ก.พ. 2551 (21:41)

จริงเหรอครับ  น่าสนใจมากครับ


ถ้าเป็นไปได้ผมอยากดูรูปสวนได้มั้ยครับ  ผมอยากทราบองค์ประกอบ  สภาพแวดล้อม 


ความคิดของผม  เป็นไปได้ว่าการปลูกแบบปล่อยเป็นวิธีที่ดี  ปนไปกับพืชธรรมชาติทำให้เกิดความสมดุล  แบบป่าอนุรักษ์ มากกว่าปลูกเป็นสวนป่า   และไม่มีการเร่งรีบเก็บผลผลิต  การหมุนเวียนจึงเป็นระบบ  ไม่สูญเสียความหลากหลาย


ถ้าเร่งปลูก  เร่งตัด  ทำให้ยูคาใช้น้ำและอาหารในดินมาก เลยทำให้ดินในบริเวณนั้นสูญเสียความอุดมสมบูรณ์ไป ทีนี้ล่ะปลูกอะไรก็ไม่ขึ้น


นักวิชาการเองก็มีนะครับ  ประเภททำไม่คิด  ไม่ใช่ไม่มี  ผลลัพธ์ก็เห็น ๆ กันอยู่ DDT, CFC, ... วิ่งตามแก้กันเข้าไปสิครับ  ผมว่าทำโดยไม่คิดไม่ใช่เรื่องยาก  ผลประโยชน์ที่อยู่ข้างหน้ามันบังความคิดหมดแหละครับ  ชนรุ่นหลังเป็นอย่างไรไม่ใช่ปัญหาของเขาหรอก...


ตุเช่ เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 195 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 157 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 7 18 ก.พ. 2551 (14:03)

ครับ 006 แจมอีกนิดนะครับ แฮ หลายคนหลายความคิดเลยหน๊อ


หลายคนบอกว่า ยูคาฯ เป็นพืชที่ใช้ธาตุอาหารมากจริง แต่ยังเป็นส่วนหนึ่งที่ทำการกรองอากาศให้เรา คลุมหน้าดิน ไม่ใช่ให้แต่พื้นดินกับหญ้าที่มี ผมเองจะเห็นด้วเป็นอย่างมากเลยถ้าปลูกในดินที่ไม่มีการปลูกพืช


006 เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 28 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 118 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 8 18 ก.พ. 2551 (17:19)
ขึ้นอยู่กับวิธีจัดการสินะครับ
ตุเช่ เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 195 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 157 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 9 20 ก.พ. 2551 (10:14)
<P>ผมไม่ใช่คนทำไม่คิดเป็นคนที่ไม่คิดแต่ทำจากเรื่องที่เล่ามานั้นสามารถไปชมสวนยูคาผมได้ที่บ้านอาแวะตำบลบุแกรงอำเภอจอมพระจังหวัดสุรินทร์มีสวนยูคาสวนเดียวที่ปลูกโดยไม่ได้ดูแลอะไรมากแค่ล้อมรั้วทิ้งไว้ครับผมเหลือที่ว่างไว้ด้านหน้าสวนอีกประมาณสี่ไร่สำหรับปลูกสร้างบ้านได้ปลูกพืชผลที่สามารถทานได้มีมะม่วงมะพร้าวและอื่นๆปลูกพืชสวนครัวผักผลไม้ได้และวัดเนื้อที่ไว้ให้ถนนสามารถขยายเลนได้อีกรวมที่ติดถนนประมาณสองไร่อยู่ด้านหน้าสวนครับ</P>
<P>เป็นแนวทางการแก้ปัญหาในเรื่องระบบเศรษฐกิจได้ไหมถ้าถามอย่างนี้ ผมว่าได้นะครับที่แน่ๆเลยตอนนี้ถ้าขายต้นไม้ก็ได้เงินแล้วประมาณสามแสนบาทจากการที่มีนายทุนมาเหมาสวนรับเงินสดเลยระบบเศรษฐกิจการเงินของผมก็จะเปลี่ยนไปอย่างแน่นอนลืมบอกไปว่าผมรับราชการมีเงินเดือนประจำมีค่าใช้จ่ายตายตัวเงินเดือนก็คงจะลงตัวกับค่าใช้จ่ายรายเดือนเพราะรัฐคำนวณมาแล้วว่าต้องอยู่ได้ถ้าไม่อย่างนั้นข้าราชการคงลาออกหมดแล้ว</P>
<P>ถ้ามีเงินจากการปลูกยูคาในเนื้อที่สามสิบไร่นี้เป็นเงินสักหนึ่งล้านบาทหักค่าใช้จ่ายสักห้าแสนที่เหลือน่าจะเป็นเรื่องที่ดีสำหรับชีวิตข้าราชการชั้นผู้น้อยอย่างผมเสียด้วยซ้ำไปปัญหาเรื่องเศรษฐกิจในครอบครัวก็จะเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีถึงดีมากและถ้าการปลูกยูคาเป็นไปตามที่ผู้ที่ปลูกก่อนทำมาคือตอที่สองที่สามารถเก็บไว้ได้ถึงสามต้นระยะอีกห้าปีก็สามารถตัดได้นั้นแหละคือชีวิตที่ดีบั้นปลายของข้าราชการที่มีแนวทางในการดำรงชีวิตที่ดีในระบบเศรษฐกิจทุกวันนี้โดยไม่มีการกระทบกระเทือนเลยครับ</P>
<P>ผมปลูกยูคาเรียบร้อยแล้วผมจึงคิดอย่างนี้ครับผมเชื่อว่าข้าราชการหลายเปอร์เซ้นที่มีที่ดินของตัวเองแต่ไม่ได้สร้างประโยชน์อะไรในที่ดินเลยนอกเสียจากเอาไปจำนองเงินกู้ครับทำแล้วมาคิดในเรื่องดีๆกันเถอะครับช่วยตัวเองช่วยเศรษฐกิชาติครับ</P>
ต่อให้อีกนิดครับ คนไม่คิดแต่ทำ (IP:58.136.98.161)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 10 21 ก.พ. 2551 (15:57)
<P>ถึงคุณความเห็นที่ 9</P>
<P>พันธุ์ที่คุณใช้ เป็นพันธุ์อะไร ?</P>
sombat@mirror.or.th (IP:58.8.86.166)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 11 2 เม.ย. 2551 (22:21)
<P>&nbsp;&nbsp;&nbsp; </P>
<P>ถึงคนไม่คิดแต่ทำ</P>
<P>ผมสนใจนะแต่ผมอยู่อุทัยธานีมีที่ว่าง 12.5 ไร่จะปลูกได้ใหมและทำอย่างไร</P>
rathsaran.s@hotmail.com (IP:58.64.57.98)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 12 9 เม.ย. 2551 (23:44)
ปลูกยูคาลิปตัส ต้องใช้ปุ๋ยอะไรไม๊ครับ ปุ๋ยเคมี หรือ ปุ๋ยคอกดีกว่ากัน

แล้วถ้าจะปลูกซ้ำกันไปเรื่อยๆจะส่งผลต่อสภาพดินไหมครับ มีผลต่อการปลูกครั้งต่อไปทำให้โตช้าลงหรืออะไรไหมครับ

แล้วยูคาลิปตัสเป็นพืชที่มีความเสี่ยงต่อโรคและสภาพอากาศไหมครับ เพราะ เห็นว่าเป็นพืชที่ต้องใช้เวลาปลูกค่อนข้างนาน ถ้าน้ำท่วมขึ้นมาจะตายยกแปลงไหมครับ เพราะ เมืองไทยก็เป็นประจำอยู่แล้ว ถ้าตายยกแปลงไปที เงินล้านที่ฝันไว้หลายปีคงได้อันตรธานไปในชั่วพริบตา

ถ้าจะทำสวนแบบผสมตามพระราชดำริของในหลวงนี่ จะเอายูคาลิปตัสไปผสมในสวนได้ไหมครับ หรือ ควรปลูกเป็นพืชกลุ่มเดียวทั้งแปลง เพราะ ยูคาลิปตัสกว่าจะขายได้รู้สึกว่าต้องใช้เวลาหลายปีอยู่ ถ้าไม่ได้รายได้อย่างอื่นควบคู่ไปด้วยก็คงไม่ไหวแน่
สนใจครับ (IP:58.9.155.208)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 13 24 พ.ค. 2551 (18:25)
<P>รู้สึกสนใจเพราะตัวเองไม่ได้เป็นคนปลูกหรอกค่ะคุณแม่เป็นคนปลูกซึ่งเรามีโอกาสไปดูที่ดินในช่วงที่ปลูกไม่กี่วัน&nbsp; แต่เมื่อกลับบ้านอีกที่ซึ่งห่างกันไม่นานต้องตกใจเพราะมันโตเร็วจริงๆ และก็ไม่ได้ตั้งข้อรังเกียจยูคาแต่อย่างใด แต่เนื่องจากในช่วงที่ผ่านมาเราได้ยินแต่เขาว่า เขาว่าอย่างนั้นอย่างนี้โดยที่ตัวเราเองไม่ได้ทดลอง ไม่ได้ศึกษาจริงจังจึงทัดทานคุณแม่มาตลอด ถึงแม้ตอนนี้ก็ยังไม่ค่อยสนิทใจนัก เพราะกระแสมันแรง ที่เกี่ยวข้องกับการเมือง เราจึงเข้าไม่ถึงความเป็นจริง ผลการศึกษาที่เป็นจริง เป็นกลางไม่รู้ว่าจะอ้างอิงจากอะไร แต่ที่แน่ๆ&nbsp; คิดว่า การปลูกแบบรวมๆ กันกับพืชอื่นๆ เพื่อให้มันมีการเกื้อกูลกันก็คงเป็นทางออกที่ดี และพอที่จะยอมรับได้เหมือนกันจึงอยากรู้ข้อมูลที่ชัดเจน จริงๆ ดิฉันเคยมีโอกาสขับรถเข้าไปสำรวจพื้นที่บริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา ซึ่งตอนนั้นเต็มไปด้วยสวนป่ายูคาล้วนๆ 2ปีที่แล้ว&nbsp;ก็ทำให้เกิดความรู้สึกว่าถ้าปลูกมากมายขนาดนั้นแน่นอนที่ดินเสีย เพราะดูจากตาเปล่าหน้าดินแห้งแล้ง ถูกชะล้างแบบดูแล้วปราศจากธาตุอาหารแน่นอน แถมยังทำให้ดิฉันหลงป่าจนได้เพราะต้นยูคามันเหมือนกันหมด ป่าก็ละลานไปด้วยต้นยูคา กว่าจะหลุดออกมาได้ สุดยอดเลย ถ้าสนใจลองขับรถเข้าไปดูก็ได้ แถว อำเภอกาบเชิง จ.สุรินทร์ แว่วๆ ว่าส่วนใหญ่เป็นที่ดินนายทุนล้วนๆ&nbsp; แต่บางส่วนอาจจะเป็นสวนยางไปแล้วก็ได้เพราะมาแรงอีกเช่นเดียวกัน</P>
yungdd29@yahoo,com (IP:202.149.25.233)

ความเห็นเพิ่มเติม วิชาการ.คอม

ชื่อ / email:
ข้อความ

รูปภาพ หรือ ไฟล์
กรุณาล๊อกอินก่อน เพื่อโพสต์รูปภาพ และ ใช้ LaTex ค่ะ สมัครสมาชิกฟรีตลอดชีพที่นี่
ตัวช่วย 1: CafeCode วิธีการใช้
ตัวช่วย 2: VSmilies วิธีการใช้
ตัวช่วย 3: พจนานุกรมไทย ออนไลน์ ฉบับราชบัณฑิต
ตัวช่วย 4 : dictionary ไทย<=>อังกฤษ ออนไลน์ จาก NECTEC
ตัวช่วย 5 : ดาวน์โหลด โปรแกรมช่วยพิมพ์ Latex เพื่อแสดงสมการบนวิชาการ.คอม
วิชาการ.คอม

บทความแนะนำ

Blog แนะนำ

Hot Links

ขอบคุณผู้สนับสนุน

Google
 
ติดต่อลงโฆษณา :   คุณอันนา 081 4965363
สำนักงาน :   02 2015735
อีเมล์ :   
Copyright© 2000-2007, Vcharkarn.Com. All rights reserved.
คลิ๊กเพื่อดูสถิติ
รับรองและสนับสนุนโดย

สสวท.

มูลนิธิ พสวท.

พสวท.