|
บัตรทายตัวเลข
โพสต์เมื่อ:
04:33 วันที่ 20 ก.พ. 2551 ชมแล้ว:
7,783
ตอบแล้ว:
12
จำนวน 9 ความเห็น, หน้า่ | -1- ![]() วิธีเล่น: มีบัตรตัวเลขอยู่ 6 ใบ ผู้ทายบอกให้เพื่อนเลือกตัวเลขใดๆที่มีอยู่ในบัตรมา 1 ตัว แล้วเก็บไว้ในใจ ผู้ทายส่งบัตรตัวเลขให้เพื่อนดูว่า ตัวเลขที่เขาเลือกนั้นมีอยู่ในบัตรใบใดบ้าง ตัวอย่างเช่น เพื่อนเลือกเลข 11 แต่ผู้ทายไม่รู้ ผู้เลือกตัวเลขจะต้องหยิบบัตรที่มีตัวเลข 11 อยู่ออกมาทั้งหมด ซึ่งในที่นี้มี 3 ใบ ผู้ทายนำเอาตัวเลขที่อยู่มุมบนซ้ายมือมาบวกกัน ในที่นี้คือเลข 1+2+8 = 11 ก็จะรู้คำตอบว่าเป็น 11 ทดลองเล่นดูเองก้ได้ครับ โดยเลือกเลขอื่นๆ ความเห็นเพิ่มเติมที่ 2 20 ก.พ. 2551 (04:52) ![]() ทำไมจึงเป็นเช่นนั้น และตัวเลขที่อยู่ในตารางมาได้อย่างไร ลองมาดูที่มากันก่อนครับ ถ้าเรามีสิ่งของที่ต้องการชั่งน้ำหนักที่ไม่ทราบค่า (สมมุติว่าจริงๆแล้วหนัก 6 กรัม) โดยใช้ตาชั่งแบบคานดังรูป แต่เรามีตุ้มน้ำหนักมาตรฐานที่ใช้ปรับเทียบอยู่ 5 ก้อนคือ A,B,C,D และ E ซึ่งมีค่าน้ำหนักดังรูป ปรากฏว่าเราต้องใช้ตุ้มน้ำหนัก 2 ก้อนคือ B กับ C มาชั่งรวมกันจึงจะทำให้คานสมดุลย์ คือ 6 กรัม ถ้าเรามีก้อนวัตถุอื่นๆที่ต้องการชั่ง เราก็จะต้องทำการผสมก้อนน้ำหนักให้ได้พอดีที่ทำให้คานสมดุลย์ ตัวอย่างในรูปคือ ก้อนน้ำหนักตั้งแต่ 1 ถึง 10 กรัม ตัวเลข "1" ที่แสดงในตารางขวามือคือตัวบอกว่าต้องเอาตุ้มน้ำหนักก้อนนี้มารวมด้วยจึงจะได้ค่าที่ทำให้คานสมดุลย์ ความเห็นเพิ่มเติมที่ 3 20 ก.พ. 2551 (04:56) ![]() เราอาจสังเกตเห็นว่าตัวเลขที่แสดงค่าของตุ้มน้ำหนักมาตรฐานแต่ละก้อนนั้น คือตัวเลขที่อยู่มุมบนซ้ายมือของบัตรทายตัวเลข ซึ่งเราจะต้องเอามารวมกันเพื่อให้ได้ตัวเลขที่ต้องการ ข้อสังเกตคือ ตัวเลขนี้ จะเรียงโดยมีค่ามากขึ้นเป็น 2 เท่าขึ้นไปเรื่อยๆ คือ 1,2,4,8,16,32,..... ความเห็นเพิ่มเติมที่ 4 20 ก.พ. 2551 (05:02) ![]() ท่านทดลองบรรจุตัวเลข 1 และ 0 ลงในตารางโดยที่ให้สอดคล้องกับตัวเลขตั้งแต่ 1 ถึง 31 ดูที่ตาราง A,B,C,D และ E ตัวเลข 1 อยู่ที่ใดก็ให้เอาตัวเลขซ้ายสุดมาใส่ในตาราง เช่น ตาราง A ตัวเลข 1 อยู่ที่เลข 1 3 5 7 ....., ตาราง B ตัวเลข 1 อยู่ที่เลข 2 3 6 7 ...... ความเห็นเพิ่มเติมที่ 5 20 ก.พ. 2551 (05:06) ![]() เมื่อบรรจุตัวเลขลงไปทั้งหมดแล้วจะได้ตารางดังนี้ ตัวเลข 1 และ 0 ที่เรียงกันนี้ก็คือตัวเลข "ฐานสอง" ที่สอดคล้องกับตัวเลขฐาน 10 นั้นเอง เช่น เลขฐานสิบเป็น 12 จะได้ ตัวเลขฐานสองเป็น 1100 นั่นเอง หรือ เลขฐานสิบเป็น 27 จะได้ ตัวเลขฐานสองเป็น 11011 นั่นเอง ความเห็นเพิ่มเติมที่ 7 24 ก.พ. 2551 (02:15) ถ้าต้องการตัวเลขที่มีค่ามากกว่า 31 ก็ต้องเพิ่มตารางเป็น A B C D E F G H ..... ส่วนวิธีการบรรจุตัวเลขใส่ในตารางก็จะเป็นแบบดียวกับที่กล่าวมาแล้วข้างต้น ความเห็นเพิ่มเติมที่ 8 24 ก.พ. 2551 (14:19) อัศจรรย์มากเลยครับอาจารย์ ใครเป็นคนคิดหรือขอรับ ความเห็นเพิ่มเติมที่ 11 29 มี.ค. 2551 (19:04) เราไม่เข้าใจค่ะ ความเห็นเพิ่มเติมที่ 12 15 พ.ค. 2551 (07:04) ลองอ่านทวนดูช้าอีกครั้งครับ |
ขอบคุณผู้สนับสนุนHot Links |
Copyright© 2000-2007, Vcharkarn.Com. All rights reserved.
|
คลิ๊กเพื่อดูสถิติ รับรองและสนับสนุนโดย |
![]() สสวท. |
![]() มูลนิธิ พสวท. |
![]() พสวท. |