|
ทำไมบางครั้งช็อกโกเลตจึงเปลี่ยนเป็นสีเทา? แล้วจะกินได้หรือ?
โพสต์เมื่อ:
10:40 วันที่ 27 ก.พ. 2551 ชมแล้ว:
27,950
ตอบแล้ว:
3
ช็อกโกเลตเปลี่ยนเป็นสีเทาได้เนื่องจากเกิดปรากฏการณ์ที่เรียกว่า sugar bloom หรือ fat bloom
Sugar bloom เกิดจากความชื้นที่บริเวณผิว ความชื้นนี้จะทำให้น้ำตาลในช็อกโกเลตละลาย และเมื่อความชื้นระเหยออกไป ผลึกของน้ำตาลจะยังคงอยู่ที่ผิวช็อกโกเลต ถ้าปรากฏการณ์นี้เกิดขึ้นซ้ำ ๆ ผลึกน้ำตาลจะติดแน่นและทำให้สีเปลี่ยนได้ Sugar bloom เกิดขึ้นบ่อยครั้งถ้าเก็บไว้ในบริเวณที่มีความชื้นสูง แต่ก็สามารถเกิดได้สำหรับช็อกโกเลตที่เก็บบริเวณที่อุณหภูมิต่ำ แต่ถูกนำออกมาสู่อากาศที่ร้อนอย่างรวดเร็ว ทำให้เกิดการควบแน่นเป็นหยดน้ำแล้วความชื้นที่ผิวก็จะสูง Fat bloom จะคล้ายคลึงกับ sugar bloom เว้นแต่มันจะเกิดจากไขมันหรือเนยโกโก้ ซึ่งจะแยกตัวออกจากช็อกโกเลตและจับตัวกันอยู่ภายนอก โดยสาเหตุที่เกิดก็คล้ายคลึงกับ sugar bloom ซึ่งก็คือการเปลี่ยนอุณหภูมิอย่างรวดเร็วและการเก็บที่อุณหภูมิสูงเกินไป สีเทาด้าน ๆ ที่เกิดขึ้นแม้จะดูไม่น่ารับประทานเท่าสีดำมันเงา แต่ว่าช็อกโกเลตที่เกิด sugar bloom ก็ยังสามารถทานได้ แม้ว่าที่ผิวจะเต็มไปด้วยเม็ดเล็ก ๆ ของน้ำตาล แต่รสชาติโดยรวมก็ยังดีอยู่ ทางป้องกันก็คือ เก็บรักษาในสภาวะที่เหมาะสม ทั้งช็อกโกเลตขาว ขนมปังช็อกโกเลต ช็อกโกเลตนม หรือแม้แต่ขนมที่มีส่วนผสมของช็อกโกเลต นอกจากนี้ ช็อกโกเลตยังดูดกลิ่นจากอาหารหรือผลิตภัณฑ์ชนิดอื่นได้เป็นอย่างดี การเก็บที่ถูกวิธีคือห่อให้มิดชิด อยู่ห่างจากอาหารที่มีกลิ่นแรง ที่อุณหภูมิ 18-20 oC และความชื้นสัมพัทธ์ประมาณ 50-55 % สำหรับช็อกโกเลตขาวและช็อกโกเลตนมสามารถเก็บได้นานถึง 6 เดือนเลยทีเดียว แต่ช็อกโกเลตบางชนิดอาจเก็บได้ยาวนานกว่านั้น ที่มา http://science.howstuffworks.com/question711.htm ![]() จำนวน 3 ความเห็น, หน้า่ | -1- ความเห็นเพิ่มเติมที่ 1 28 ก.พ. 2551 (17:55) เป็นข่าวที่น่าสนใจมากกกๆค่ะ โดยเฉพาะข่าวนี้เหมาะสำหรับคนรักช็อคโกแลตเลยค่ะ ความเห็นเพิ่มเติมที่ 2 28 ก.พ. 2551 (18:59) <P>ขอบคุรมากค่ะ </P> 1313 (IP:124.120.134.246) ความเห็นเพิ่มเติมที่ 3 14 มี.ค. 2551 (15:37) ทั้ง sugar bloom and fat bloom ที่เกิดกับผลิตภัณฑ์ชอกโกแลตนั้นแม้จะยังกินได้แต่ก้แสดงถึงตำหนิที่บ่งชี้ถึงคุณภาพได้อย่างชัดเจนโดยเฉพาะการเกิด fat bloom แสดงถึงการควบคุมคุณภาพช่วงการผลิตไม่ถูกต้องโดยเฉพาะขั้นตอนการทำ tempering เพื่อควบคุมขนาดของผลึกไขมันจาก cocoa butter ให้อยู่ในรูปผลึกที่เสถียรสูงสุดที่รู้จักกันในรูปของ เบตา ซึ่งเป็นหนึ่งใน5รูปผลึกของไขมันโกโก้ที่เรียกปรากฏการณ์ของสารประกอบที่มีรูปผลึกหลายรูปนี้ว่า Polymorphism ซึ่งมักส่งผลเสียต่อผลิตภัณฑ์อาหารประเภทไขมันที่จำเป็นต้องเรียนรู้สำหรับผู้ผลิตและสามารถควบคุมได้อย่างถูกต้อง สายสนม |