|
แท่งเรืองแสง (Light Stick) ทำงานอย่างไร?
โพสต์เมื่อ:
15:03 วันที่ 28 ก.พ. 2551 ชมแล้ว:
27,669
ตอบแล้ว:
7
นับเป็นเวลากว่า 25 ปีมาแล้วที่แท่งเรืองแสงได้รับความนิยมอย่างแพร่หลาย กลายเป็นสินค้าหลักในเทศกาลฮัลโลวีน ผู้คนนิยมใช้มันเนื่องจากถือเล่นได้ ปลอดภัย และเปล่งแสงสดใสออกมาได้ นอกจากนี้ยังใช้กันมากสำหรับคอนเสิร์ต การดำน้ำ หรือผู้ที่ไปอยู่ค่าย มันเหมือนกับจะเป็นสิ่งมหัศจรรย์เหนือธรรมชาติ แต่จริง ๆ แล้วเทคโนโลยีของแท่งเรืองแสงนั้นสุดแสนจะธรรมดามาก แล้วมันมีหลักการทำงานอย่างไรล่ะ ถึงให้แสงไฟที่สว่างมากได้โดยไม่มีหลอดไฟหรือแบตเตอรี่เลย
แสงเป็นรูปแบบหนึ่งของพลังงาน ซึ่งถูกปลดปล่อยออกมาได้หลายวิธี กระบวนการที่ทำให้เกิดแสงมีดังนี้ •Incandescence – การปล่อยแสงออกมาเนื่องจากความร้อน (เช่น หลอดไฟฟ้า หรือตะเกียงก๊าซ) •Fluorescence and phosphorescence - การเปล่งแสงออกมาเพื่อตอบสนองต่อพลังงานจากการแผ่รังสี (เช่น หลอดฟลูออเรสเซนต์ หรือโทรทัศน์) •Laser - ความเข้มข้นในการปล่อยแสงโดยใช้พลังงานกระตุ้น กระบวนการดังกล่าวทำงานบนพื้นฐานเดียวกัน โดยแหล่งพลังงานภายนอกจะกระตุ้นอะตอม ทำให้อะตอมปลดปล่อยอนุภาคของแสงขนาดเล็ก ๆ ออกมามากมาย เราเรียกอนุภาคเหล่านั้นว่า Photons แต่ถ้าเราเผาสิ่งของ พลังงานความร้อนจะทำุให้อะตอมที่อยู่ในวัตถุนั้นมีความเร็วเพิ่มขึ้น ซึ่งเมื่อแต่ละอะตอมมีความเร็วมาก ๆ จะทำให้เกิดการวิ่งชนกันเองด้วยแรงที่มีค่ามาก ถ้าอะตอมถูกกระตุ้นจนมากพอ การชนกันนี้จะถ่ายเทพลังงานระหว่างอิเล็กตรอนของแต่ละอะตอม ทำให้อิเล็กตรอนนั้นเลื่อนขึ้นไปอยู่ในระดับชั้นพลังงานที่สูงกว่าชั่วคราว (ไกลออกไปจากนิวเคลียสของอะตอม) และเมื่อมันกลับลงมายังระดับชั้นพลังงานเดิม (ใกล้กับนิวเคลียส) มันจะปล่อยพลังงานออกมาในรูปของแสงหรือโฟตอน (Photons) แท่งเรืองแสงก็ใช้หลักการอย่างเดียวกัน แต่ว่าจะใช้ปฏิกิริยาเคมีเป็นตัวกระตุ้นอะตอมในวัตถุแทน แล้วก็จะทำให้เปล่งแสงออกมา ปฏิกิริยาเคมีนี้เกิดจากการผสมกันระหว่างสารประกอบทางเคมีหลายชนิด (สารประกอบ หรือ Compound เป็นสารที่เกิดจากอะตอมของธาตุหลายชนิดมาสร้างพันธะกันในโครงสร้างที่แข็งแรง เมื่อทำการผสมสารประกอบ 2 ชนิดหรือมากกว่านั้น อะตอมต่าง ๆ จะเกิดการจัดเรียงตัวเพื่อสร้างเป็นสารประกอบชนิดใหม่ได้ ขึ้นอยู่กับธรรมชาติของสารนั้น ๆ จากปฏิกิริยาเหล่านี้จะสามารถคายพลังงานออกมา หรือดูดกลืนพลังงานก็ได้) ปฏิกิริยาของสารประกอบที่แตกต่างกันในแท่งเรืองแสงจะทำให้เกิดการคายพลังงานออกมามากมาย คล้ายกับแสงที่เกิดจากหลอดไฟพลังงานความร้อน อะตอมจะถูกกระตุ้น ทำให้อิเล็กตรอนของมันเพิ่มระดับพลังงานและกลับลงมาที่ระดับเดิม ในขณะที่กลับลงมานี้จะปล่อยพลังงานในรูปแสงด้วย ซึ่งเรียกกระบวนการนี้ว่า chemiluminesence ซึ่งปฏิกิริยาในแท่งเรืองแสงจะเกิดขึ้นหลายขั้นตอนด้วยกัน ปกติแล้วในแท่งเรืองแสงจะบรรจุสารละลาย hydrogen peroxide และสารละลายที่มี phenyl oxalate ester รวมกับ fluorescent dye จะเห็นว่ามีสารละลาย 2 ระบบที่อยู่รวมกัน ขั้นตอนของการเกิดแสงมีดังนี้ 1.สาร peroxyacid ester ที่ไม่เสถียรจะสลายตัว เป็นผลให้เกิดการรวมตัวของ phenol และ สารประกอบ peroxy แบบวงแหวน 2.สารประกอบ peroxy แบบวงแหวนสลายตัวได้คาร์บอนไดออกไซด์ 3.การสลายตัวนี้จะคายพลังงานให้กับ fluotescent 4.อิเล็กตรอนใน dye จะกระโดดไปสู่ระดับพลังงานที่สูงขึ้น และเมื่อตกกลับมาที่ระดับเดิม ก็จะคายพลังงานออกมาเป็นแสงสว่าง แท่งเรืองแสงเป็นเพียงพลาสติกที่ใช้บรรจุสารละลาย 2 ประเภทที่ใช้ในปฏิกิริยาซึ่งมีความจำเป็นมาก เนื่องจากนี่เป็นการทดลองทางเคมีที่เคลื่อนย้ายด้วยมือได้เลยทีเดียว ต่อไปจะมาดูว่าการงอแท่งเรืองแสง ทำให้เกิดปฏิกิริยาได้อย่างไร แท่งเรืองแสงเป็นที่บรรจุสารเคมี 2 ชนิด ที่จะเปล่งแสงออกมาเมื่อสารนั้นมารวมตัวกัน ก่อนที่จะเกิดการเรืองแสงขึ้น ต้องทำการกระตุ้นก่อน เนื่องจากสารทั้ง 2 แยกกันอยู่ใน โดยสารละลาย hydrogen peroxide หรือ ตัวกระตุ้น (Activator) จะอยู่ในกระเปาะแก้วขนาดเล็กที่บางและเปราะที่อยู่แกนกลาง ส่วนสารละลายที่มี phenyl oxalate ester รวมกับ fluorescent dye จะอยู่ในแท่งพลาสติกที่ห่อหุ้มรอบ ๆ แท่งแก้วอีกที เมื่องอแท่งพลาสติก กระเปาะแก้วจะถูกหักออก การผสมของสารทั้ง 2 ชนิดเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว แสงจะถูกปล่อยออกมา จากสีเฉพาะที่ใช้ในสารละลายเคมีนี้ ทำให้แสงที่เปล่งออกมามีสีที่โดดเด่นและสว่างมาก ซึ่งขึ้นอยู่กับสารที่ใช้ ปฏิกิริยานี้อาจเกิดในเวลาเพียงไม่กี่นาทีหรืออาจจะหลายชั่วโมงเลยทีเดียว ถ้าให้ความร้อนแก่สารละลาย พลังงานที่มากเกินไปจะเร่งปฏิกิริยา และแท่งเรืองแสงจะสว่างมากยิ่งขึ้น แต่ก็ทำได้แค่ช่วงเวลาสั้น ๆ เท่านั้น แต่ถ้านำแท่งเรืองแสงไปแช่แย็น ปฏิกิริยาจะเกิดช้าลง และแสงสว่างก็จะมัวลง ถ้าต้องการให้แท่งเรืองแสงคงความสว่างไว้ดังเดิมในวันต่อไป ควรจะนำไปแช่ในช่องแช่แข็ง ซึ่งอาจจะไม่ช่วยหยุดปฏิกิริยา แต่ช่วยชลอการเสื่อมของปฏิกิริยาได้ดีที่สุด แท่งเรืองแสงเป็นอีกรูปแบบหนึ่งของการใช้ปรากฏการณ์ทางธรรมชาติ ที่เรียกว่า ลูมิเนสเซนส์ (Luminescence) ซึ่งถ้าจะทำความเข้าใจง่าย ๆ ก็คือ การปล่อยแสงโดยไม่ได้มีความร้อนมาเกี่ยวข้องนั่นเอง ตามปกติลูมิเนสเซนส์จะใช้กับโทรทัศน์, หลอดไฟนีออน และสติกเกอร์ที่เรืองแสงในความมืดได้ (glow-in-the-dark) ซึ่งเป็นหลักการเดียวกับหิ่งห้อยที่เรืองแสงใช้ ที่มา http://science.howstuffworks.com/light-stick.htm จากรูป เมื่อทำการงอแท่งเรืองแสงกระเปาะแก้วตรงกลางจะแตกออก แล้วสารทั้ง 2 ประเภทจะไหลเข้าหากัน และเกิดปฏิกิริยาเคมีทำให้ fluorescent dye เปล่งแสง ![]() จำนวน 6 ความเห็น, หน้า่ | -1- ความเห็นเพิ่มเติมที่ 1 28 ก.พ. 2551 (15:04) ![]() ความเห็นเพิ่มเติมที่ 2 28 ก.พ. 2551 (15:05) ![]() ความเห็นเพิ่มเติมที่ 4 28 ก.พ. 2551 (15:24) แล้วหิ่งห้อยล่ะ มันเปล่งแสงได้อย่างไร??? How do fireflies light up? Fireflies or lightning bugs make light within their bodies. This process is called bioluminescence and is shared by many other organisms, mostly sea-living or marine organisms. Fireflies light up to attract a mate. To do this, the fireflies contain specialized cells in their abdomen that make light. The cells contain a chemical called luciferin and make an enzyme called luciferase. To make light, the luciferin combines with oxygen to form an inactive molecule called oxyluciferin. The luciferase speeds up the reaction, which occurs in two steps: 1. The luciferin combines with adenosine triphosphate (ATP), which is found in all cells, to form luciferyl adenylate and pyrophosphate (PPi) on the surface of the luciferase enzyme. The luciferyl adenylate remains bound to the enzyme: luciferin + ATP -------------> luciferyl adenylate + PPi 2. The luciferyl adenylate combines with oxygen to form oxyluciferin and adenosine monophosphate (AMP). Light is given off and the oxyluciferin and AMP are released from the enzyme's surface: luciferyl adenylate + O2 -------------> oxyluciferin +AMP + light The wavelength of light given off is between 510 and 670 nanometers (pale yellow to reddish green color). The cells that make the light also have uric acid crystals in them that help to reflect the light away from the abdomen. Finally, the oxygen is supplied to the cells through a tube in the abdomen called the abdominal trachea. It is not known whether the on-off switching of the light is controlled by nerve cells or the oxygen supply. The luciferin-luciferase chemical reaction has been used for years to measure the amount of ATP produced in cells and by various chemical reactions. Recently, the gene (section of DNA coding for the protein) for the luciferase enzyme has been isolated, placed in the genes of other organisms, and used to follow the synthesis and/or expression of other genes (i.e. used as a reporter gene). ช่วงนี้ยังไม่ว่างแปลให้นะคะ อ่านเวอร์ชั่นภาษาอังกฤษไปก่อนละกันค่ะ ความเห็นเพิ่มเติมที่ 5 28 ก.พ. 2551 (15:26) ![]() ความเห็นเพิ่มเติมที่ 6 28 ก.พ. 2551 (17:50) แล้วการใช้สารเรืองแสงแต่ละชนิดจะมีผลกระทบอะไรต่อร่างกายไหมคะ ความเห็นเพิ่มเติมที่ 7 29 ก.พ. 2551 (13:24) <FONT size=3>ขึ้นอยู่กับปริมาณสารเรืองแสงที่ได้รับค่ะ เนื่องจากสารเรืองแสงที่ใช้เป็น Fluorescent dye เป็นสีย้อมชนิดหนึ่ง ซึ่งปกติ dye นั้นใช้กันอยู่ทั่วไปในเสื้อผ้าคนเราอยู่แล้ว เช่น เสื้อย้อมสีขาวก็ใช้สารเรืองแสงเช่นกันค่ะ</FONT> อ๋ำ (IP:161.200.255.162) |