คุณยังไม่ได้ Log in | สมัครสมาชิก ฟรี
กลับหน้าแรก วิชาการ.คอม
สารแม่เหล็กในค้างคาว เสมือนเข็มทิศในตัว ช่วยบอกทิศทาง
โพสต์เมื่อ: 18:04 วันที่ 28 ก.พ. 2551         ชมแล้ว: 27,436 ตอบแล้ว: 2

แม้ค้างคาวจะไม่ใช่สัตว์น่าดึงดูดใจของใครหลายคน แต่ค้างคาวก็จัดได้ว่าเป็นสัตว์ ‘ประหลาด’ ที่น่าสนใจครับ เนื่องจากพวกมันมีอำนาจแม่เหล็กอยู่ในตัว นักวิจัยจากมหาวิทยาลัย Leeds และ Princeton ได้ค้นพบว่า ค้างคาวใช้สารแม่เหล็กในร่างกายที่เรียกว่า ‘แมกนิไทท์’ เป็น ‘เข็มทิศในตัว’ ช่วยบอกทิศทางครับ 


ดร. Richard Holland จากภาควิชาวิทยาศาสตร์ชีวภาพแห่งมหาวิทยาลัย Leeds และศาสตราจารย์ Martin Wikelski จากมหาวิทยาลัย Princeton ศึกษาทิศทางการบินของค้างคาว Big Brown หลังจากได้รับคลื่นแม่เหล็กทิศทางแตกต่างกันแล้วปล่อยไปทางทิศเหนือไกลจากที่พักอาศัยชั่วคราว 20  กม. 


Big Brown Bat มีชื่อสปีสีช์ว่า Eptesicus fuscus มีขนาดใหญ่กว่าค้างคาวทั่วไป ความาวลำตัวประมาณ 4-5 นิ้ว (10-13 ซม.) หนักประมาณ  1/2 - 5/8 ออนซ์ ขนลำตัวยาวปานกลางและมีสีน้ำตาล ส่วนปีก หู เท้า และใบหน้ามีสีน้ำตาลเข้มจนถึงดำเข้ม 


ดร. Holland นักวิจัยอีกท่านหนึ่งในทีม ผู้ค้นพบว่า ค้างคาวใช้สนามแม่เหล็กโลกในการเดินทาง แต่การที่ค้างคาวสามารถรับสนามแม่เหล็กโลกได้อย่างไรนั้นยังไม่มีใครทราบคำตอบครับ  


งานนี้บรรดาค้างคาว Big Brown จึงถูกจับมาไว้ในที่ที่มีคลื่นแม่เหล็กแรงกว่าสนามแม่เหล็กโลก 5000 เท่าแต่ทิศทางตรงกันข้ามครับ (ค้างคาวถูกจับมาไว้ในขดลวดเหนี่ยวนำ ศก. 10 ซม. ความยาว 10 ซม. สามารถสร้างคลื่นแม่เหล็กได้ 0.4 วินาที ซึ่งหมายความว่ามีความแรง 0.1 เทสลา) 


ดร. Holland กล่าวว่า การทดลองประกอบไปด้วยค้างคาวสามกลุ่ม กลุ่มแรกได้รับคลื่นแม่เหล็กทิศทางแตกต่างจากสนามแม่เหล็กโลก กลุ่มที่สองเป็นกลุ่มควบคุมคือไม่ได้รับคลื่นแม่เหล็ก กลุ่มที่สามได้รับคลื่นแม่เหล็ก แต่ทิศทางเดียวกับสนามแม่เหล็กโลก จากการทดลองนี้ทำให้สามารถสรุปได้ว่าพฤติกรรมที่เปลี่ยนไปของค้างคาวนั้นเป็นผลกระทบจากทิศทางคลื่นแม่เหล็กหรือไม่ 


ผลการทดลองพบว่ากลุ่มควบคุมหาทางกลับบ้านได้ปกติเหมือนกับกลุ่มที่ได้รับคลื่นแม่เหล็กทิศเดียวกับสนามแม่เหล็กโลก แต่สำหรับกลุ่มที่ได้รับคลื่นแม่เหล็กในทิศตรงข้ามกับสนามแม่เหล็กโลกกลับพบว่าครึ่งหนึ่งของค้างคาวเท่านั้นที่หาทางกลับบ้านได้ส่วนอีกครึ่งหนึ่งเดินทางไปทิศตรงข้ามครับ 


 ดร. Holland อธิบายว่า แมกนิไทท์หรือสารแม่เหล็กในเซลล์ค้างคาวช่วยบอกทิศทางให้ค้างคาวได้เสมือนเข็มทิศในร่างกาย จากการทดลองจะพบว่าเมื่อกลับทิศเข็มทิศของค้างคาว พวกมันก็นึกว่าทิศเหนือกลายเป็นทิศใต้ แต่การที่มีค้างคาวเพียงครึ่งหนึ่งที่ได้รับผลกระทบอาจเนื่องมาจากมีกลไกควบคุมอื่นอยู่เหนืออิทธิพลจากคลื่นแม่เหล็กครับ 


สารแม่เหล็กหรือแมกนิไทท์พบได้ในเซลล์นกและสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมทั่วไป เช่น คน อาจเป็นไปได้ว่ากาลครั้งหนึ่งเราเคยมีความสามารถหาทิศทางได้โดยใช้เข็มทิศในร่างกาย แต่ทักษะนั้นคงสูญสิ้นไปตามกาลเวลาแล้วครับ 


นักวิทยาศาสตร์จึงได้สร้างการทดลองเฉพาะขึ้นอีกชิ้นหนึ่งครับ โดยปล่อยสัญญาณวิทยุไปที่ค้างคาว ซึ่งมีเครื่องตรวจสอบการรับส่งสัญญาณอยู่ที่พื้นดินและเครื่องบินเพื่อตรวจสอบว่าสัญญาณที่ให้นั้นถูกต้องหรือไม่ อย่างไรก็ตามการตรวจสัญญาณโดยวิธีนี้มีข้อจำกัดอยู่ที่ระยะทางที่ตรวจนั้นค่อนข้างจะสั้น ดังนั้นทีมวิจัยจึงปรึกษากับองค์กร NASA และ ESA เพื่อใช้สัญญาณดาวเทียมสะกดรอยการอพยพของนกและสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมกลุ่มเล็ก ๆ 


 ดาวเทียมที่นักวิทยาศาสตร์นำมาใช้นั้นสามารถสะกดรอยนกทะเลขนาดใหญ่กว่า 300 กรัมได้ แต่โดยทั่วไปสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมประมาณ 60% และนกประมาณ 80% จะมีขนาดเล็กกว่านี้ครับ เทคโนโลยีปัจจุบันสามารถสะกดรอยสัตว์ขนาดนี้ได้ แต่ยังไม่มีกลุ่มใดนำดาวเทียมมาใช้ช่วยตรวจหาครับ 


ดร. Holland เชื่อว่าการสะกดรอยนกและสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมถือเป็นกุญแจสำคัญ เนื่องจากนกและสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมเป็นพาหะและตัวแพร่กระจายเชื้อโรคชั้นดี เช่น โรคพิษสุนัขบ้าและไข้หวัดนก การทำแผนที่ติดตามการอพยพการย้ายถิ่นจะช่วยทำนายการแพร่กระจายของเชื้อโรคได้ การเคลื่อนย้ายของนกกลุ่มใหญ่อาจหมายความถึงผู้ล่าจำนวนมากกำลังมา ส่งผลให้สัตว์สปีชีส์อื่นลดจำนวนลง ต้องเร่งดำเนินการอนุรักษ์ งานนี้สามารถศึกษาการดำรงชีวิตของค้างคาวในป่าได้เพียงอย่างเดียว สำหรับสิ่งมีชีวิตอื่นนั้นยังไม่มีใครสามารถศึกษาได้ วิธีหนึ่งที่จะช่วยในการศึกษาก็คือ การใช้ดาวเทียม และถือเป็นวิธีเดียวที่จะช่วยสะกดรอยการดำรงชีวิตในป่าของพวกมันได้ครับ


 



 


Big Brown Bat


 


ที่มา:   http://www.sciencedaily.com/releases/2008/02/080226213443.htm


อ้างอิง: http://www.plosone.org/doi/pone.0001676


          http://en.wikipedia.org/wiki/Big_brown_bat



gik_ravicha เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 14 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 162 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

จำนวน 2 ความเห็น, หน้า่ | -1-
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 1 3 มี.ค. 2551 (13:06)
79775

ว้าว จริง เหรอ ค้า ที่ ครั้งนึง


คนอย่าง เราๆ น่ะ จะมี เข็ม ทิศ ในตัว


รู้ ทิศ ได้ โดย ไม่ต้องใช้เข็ม ทิศ


แต่ ทำไมตอนนี้ถึง เหมือนไม่เห็นมี ไม่รู้ ทิศ ทาง กัน ล่ะ ค้า


ashley เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 12 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 149 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 2 7 มี.ค. 2551 (21:13)

ตอนนี้ผมก็ยังใช้ได้ครับ เพราะเข็มทิศในหัวใจของผมชี้ไปที่คุณ ว่างั้น 5555555555555


RETRORIAN เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 176 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 152 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติม วิชาการ.คอม

ชื่อ / email:
ข้อความ

รูปภาพ หรือ ไฟล์
กรุณาล๊อกอินก่อน เพื่อโพสต์รูปภาพ และ ใช้ LaTex ค่ะ สมัครสมาชิกฟรีตลอดชีพที่นี่
ตัวช่วย 1: CafeCode วิธีการใช้
ตัวช่วย 2: VSmilies วิธีการใช้
ตัวช่วย 3: พจนานุกรมไทย ออนไลน์ ฉบับราชบัณฑิต
ตัวช่วย 4 : dictionary ไทย<=>อังกฤษ ออนไลน์ จาก NECTEC
ตัวช่วย 5 : ดาวน์โหลด โปรแกรมช่วยพิมพ์ Latex เพื่อแสดงสมการบนวิชาการ.คอม
วิชาการ.คอม

บทความแนะนำ

Blog แนะนำ

Hot Links

ขอบคุณผู้สนับสนุน

Google
 
ติดต่อลงโฆษณา :   คุณอันนา 081 4965363
สำนักงาน :   02 2015735
อีเมล์ :   
Copyright© 2000-2007, Vcharkarn.Com. All rights reserved.
คลิ๊กเพื่อดูสถิติ
รับรองและสนับสนุนโดย

สสวท.

มูลนิธิ พสวท.

พสวท.