ต่อมไร้ท่อ

โปรแกรมที่ให้แพทย์สูติฯ เรียนต่อไปทางต่อมไร้ท่อโดยตรงเนี่ยส่วนมากจะมีชื่อเป็นภาษาอังกฤษว่าอะไรคะ


ความคิดเห็นที่ 139


18 ธ.ค. 2553 09:19
  1. อยากทราบว่าต่อมไร้ท่อที่เป้นอิสระต่อมใต้สมองมีอะไรบ้าง ต่อมไร้ท่อที่ถูกควบคุมด้วยระบบประสาทมีอะไรบ้าง ต่อมไร้ท่อที่ควบคุมจากต่อมใต้สมองส่วนหน้า

ความคิดเห็นที่ 138

28 พ.ย. 2553 08:52
  1. ต่อมไร้ท่อใดทำหน้าที่เผลาผลาญเซลล์ต่างๆ ควบคุมการเจริญเติบโตของร่างกายและสติปัญญา

ความคิดเห็นที่ 136

27 มิ.ย. 2553 09:46
  1. อยากทราบว่าต่อมไร้ท่อที่เป็นอิสระจากต่อมใต้สมองมีอะไรบ้างค่ะ

ความคิดเห็นที่ 129

24 ส.ค. 2549 19:32
  1. อยากรู้เกวียวกับต่อมไร้ท่อ ใครรู้บ้าง

ความคิดเห็นที่ 128

spider
14 ส.ค. 2549 05:09
  1. http://coursewares.mju.ac.th/DP320/pdf/Lesson11.pdf

ความคิดเห็นที่ 127

13 ส.ค. 2549 23:14
  1. พี่คะ ตอนนี้หนูเรียน ม.5 แล้ว ก็เรียนเรื่องนี้แหล่ะค่ะ อยากทราบว่า ไฮโปทาลามัส มีความสัมพันธ์ที่เกี่ยวข้องกับ พิทถลทารี อย่างไรน่ะคะ เรียนแล้วไม่ค่อยเข้าใจเลยค่ะ

ความคิดเห็นที่ 126

8 ส.ค. 2549 20:58
  1. อยากทราบ ว่า ต่อมใต้สมอง ต่อมธัยรอยด์ ต่อมไธมัส ต่อมหมวกไต และ ตับอ่อน ทำหน้าที่อะไรและสร้างฮอร์โมนอะไรคะ เร่งตอบหน่อยนะคะ จะสอบแล้ว ^ ^

ความคิดเห็นที่ 125

supernova_boy
8 ส.ค. 2549 19:40
  1. ไม่เคยได้ยินเหมือนกัน

ความคิดเห็นที่ 124

7 ส.ค. 2549 18:27
  1. ต่อมบาโทลีน นี่ต่อมไรอ่ะคับ ไม่เคยได้ยิน ผู้รู้ช่วยตอบหน่อยคับ

ความคิดเห็นที่ 123

7 ส.ค. 2549 18:25
  1. อยากทราบว่าต่อมไร้ท่อนี้ชื่อว่าอะไรAdrenal glandมีหน้าที่และความสำคัญอย่างไร ............................................................... Adrenal gland (Ad = ติด, renal = ไต,) แปลออกมาก็ประมาณว่า ต่อมติดไต -*- เอาแบบสวยงามคุ้นหูหน่อยก็ ต่อมหมวกไตนั่นเองคับ ต่อมหมวกไตมี 2 ชั้นนะคับ ต่อมหมวกไตชั้นนอก (Adrenal cortex) ส่วนที่อยู่ด้านนอกนี้จะสร้างฮอร์โมนได้มากกว่า 50 ชนิดเลย OoO!! เป็นสารจำพวก steroid มี 3 กลุ่มใหญ่ๆ 1. Glucocorticoid ทำหน้าที่ควบคุมเมแทบอลิซึมของคาร์โบไฮเดรต โดยเปลี่ยน glycogen ในตับและกล้ามเนื้อให้เป็นกลูโคส (ทำหน้าที่คล้ายกลูคากอนอ่ะคับ แต่ฤทธิ์แรงกว่า) มีฤทธิ์มากที่สุดคงเป็น cortisol คับ (อันนี้'จารย์บอกมา) 2. Minerarocorticoid ทำหน้าที่ควบคุมสมดุลของน้ำและเกลือแร่ เช่น aldosterone ช่วยในการทำงานของไตในการดูดกลับ Na และ Cl ภายในท่อตับ 3. Adrenal sex hormone ฮอร์โมนเพศช่วยกระตุ้นให้มีลักษณะทางเพศที่สมบูรณ์ทั้งชายและหญิง (secondeary sexual characteristics = ลัษณะเพศขั้นที่ 2 คือ เพศชาย ก็มีหนวดเครา มีกล้ามและ..... อ่านะ - - ส่วนหญิงก็มีหน้าอกโต! สะโพกผาย! และก็ .... อ่ะนะ - - ส่วนขั้นที่1 ก็มีมาแต่เกิดละ คงรู้นะคับ ^ ^) แต่ฮอร์โทนเพศที่ผลิตที่ Adrenal cortex นี้จะมีปริมาณน้อยกว่าที่สร้างที่อวัยวะเพศนะครับ แต่ก็มีผลนะ ไม่ใช่ไม่มี เช่นเพศชาย หากมีการสร้างฮอร์โมนเพศหญิง มากกว่าปกติก็อาจจะ ขี้งอน อ่อนไหว (นิสัยของผู้หญิงอ่ะนะ) เวลาโกรธก็ง้อยากหน่อย ไรเงี้ยะ ^ ^ ต่อมหมวกไตชั้นใน (Adrenal medulla) เป็นเนื้อชั้นในของต่อมหมวกไต อยู่ภายใต้การควบคุมของ sympathetic ( ไม่มี parasympathetic ) ถูกกระตุ้นในขณะตกใจ เครียด กลัว โกรธ เนื้อเยื่อชั้นนี้จะทำหน้าที่สร้างฮอร์โมน 2 ชนิด* (อันนี้ก็อบจากเว็บมาทั้งหมดเลย ขี้เกียจพิมพ์ - -) 1. Adrenalin (Epinephrin) บางทีก็เรียกฮอร์โมนฉุกเฉิน (Emergency Hormone)ก็คงได้ หลั่งออกมาตอนเราอยู่ในสภาวะที่โกรธ ตกใจ ทำให้กระตุ้นให้หัวใจบีบตัวแรง ( ความดันเลือดสูง ) เส้นเลือดขยายตัวเปลี่ยน glycogen ในตับให้เป็นกลูโคสในเลือด ทำให้มีพลังงานมาก เรียกได้ว่า เวลาไฟไหม้ก็ยกตู้เย็น ทีวี หนีได้เลยล่ะ เหอๆ (ลำบากเวลายกกลับนี่แหละ -*-) 2. Noradrenalin (Norepinephrin) มีฤทธิ์คล้ายๆอะดรีนาลีน แต่อ่อนกว่าคับ และต่างกันที่ นอร์อะดรีนาลีนจะทำให้หลอดเลือดอาร์เตอรีที่ไปเลี้ยงอวัยวะภายในต่างๆบีบตัว (ทำให้ความดันสูงขึ้นนั่นเอง)*จากหนังสือเรียนสาระการเรียนรู้พื้นฐานและเพิ่มเติมชีววิทยา เล่ม 3 ของ สสวท. เช่นกันคับ

ความคิดเห็นที่ 122

7 ส.ค. 2549 18:01
  1. เหอๆ ลืม *หนังสือเรียนสาระการเรียนรู้พื้นฐานและเพิ่มเติมชีววิทยา เล่ม 3 ของ สสวท. คับ

ความคิดเห็นที่ 121

7 ส.ค. 2549 17:59
  1. จะอธิบายได้หรือไม่ว่า ความสามารถในการตอบสนองต่อ สิ่งเร้าของร่างกายที่ควบคุมโดยระบบต่อมไร้ท่อ แตกต่างจากที่ควบคุม โดยระบบประสาทอย่างไร ................................................. ต่างกันที่ ระบบประสาทนั้นจะตอบสนองต่อสิ่งเร้าได้อย่างรวดเร็ว แต่มีผลระยะเวลาสั้นๆ เช่นการกระตุกแขนขา การขยับอวัยวะต่างๆ เป็นต้น ส่วนระบบต่อมไร้ท่อ จะตอบสนองต่อสิ่งเร้าช้ากว่า (เพราะตัวสั่งการก็อยู่ในสมองเหมือนกัน) แต่มีผลเป็นเวลานาน ทั้งสองระบบนี้จะทำงานร่วมกัน เรียกว่าระบบประสานงาน (coordinating system)*

ความคิดเห็นที่ 120

7 ส.ค. 2549 15:35
  1. ขอบคุงคราบ

ความคิดเห็นที่ 119

7 ส.ค. 2549 14:06
  1. ต่อมไร้ทำยังไงถึงจะมีท่อ

ความคิดเห็นที่ 118

31 ก.ค. 2549 13:25
  1. จะอธิบายได้หรือไม่ว่า ความสามารถในการตอบสนองต่อ สิ่งเร้าของร่างกายที่ควบคุมโดยระบบต่อมไร้ท่อ แตกต่างจากที่ควบคุม โดยระบบประสาทอย่างไร

ความคิดเห็นที่ 117

27 ก.ค. 2549 19:50
  1. ต่อมไร้ท่อคืออะไร-จะสอบแล้ว

ความคิดเห็นที่ 116

17 ก.ค. 2549 21:10
  1. ต่อมไร้ท่อมีกี่ชนิดที่ต้องเรียนในระดับม.ต้น

ความคิดเห็นที่ 115

17 ก.ค. 2549 21:02
  1. ต่อมไต้สมองมีน่าที่อะไรฮะ

ความคิดเห็นที่ 114

14 ก.ค. 2549 19:11
  1. อยากทราบว่าต่อมไร้ท่อนี้ชื่อว่าอะไรAdrenal glandมีหน้าที่และความสำคัญอย่างไร

ความคิดเห็นที่ 113

14 ก.ค. 2549 09:35
  1. อยากทราบว่าต่อมไร้ท่อ ต่อมไหนสำคัญที่สุด แล้วสร้างฮอร์โมนอะไรคะ?

ความคิดเห็นที่ 112

10 ก.ค. 2549 22:22
  1. เป็นต่อมบาโทลีนอักเสบ ปวดมากต้องให้คุณหมอเจาะเอาหนองออกมา น่ากลัว ขนาด 3 เซนติเมตร ไม่อยากเป็นอีก ถามว่า 1. เกิดจากอะไรค่ะ ดิฉันเป็นคนรักษาความสะอาดอยู่เสมอ นี่เป็นมา 2 หนแล้ว อายมากด้วย 2. จะกลับมาเป็นอีกหรือเปล่า ขอบคุณค่ะ

ความคิดเห็นที่ 111

8 ก.ค. 2549 20:26
  1. อยากได้รูป ต่อมไร้ท่อค่ะ เอาแบบชี้โยงรายละเอียดด้วยน่ะค่ะ

ความคิดเห็นที่ 110

8 ก.ค. 2549 15:01
  1. Endocrine System and Disorders Mark E.Peterson & John F. Randolf THE ENDOCRINE GLANDS The endocrine system is composed of glands that secrete hormones directly into the bloodstream. These hormones regulate many body processes. The endocrine system of the cat includes the following glands: thyroid, parathyroids, adrenals, pancreas, gonads (testicles and ovaries), and pituitary. The thyroid in the cat is a single gland with right and left lobes, situated in the neck alongside the upper part of the trachea (windpipe). The thyroid lobes produce two major hormones, thyroxine (T-4) and trfiodothyronine (T-3). These hormones help control the overall metabolism of the body. Adherent to the thyroid gland are the parathyroid glands. These four small glands (two per thyroid lobe) produce parathyroid hormone (PTH), which regulates calcium and phosphorus concentrations in the body. Adjacent to the front of each kidney in the cat is an adrenal gland. These glands consist of an outer region, or cortex, that surrounds a centrally located inner part, or medulla. The adrenal cortex elaborates glucocorticoid (e.g., cortisol) and mineralocorticoid (e.g., alclosterone) hormones, whereas the adrenal medulla produces catecholarnine hormones (e.g., adrenaline). The glucocorticoids affect the metabolism of carbohydrates, fat, and protein; the mineralocorticoids, help regulate salt and water balance-, and the catecholamines alter blood pressure and heart function. The pancreas of the cat lies along the upper part of the small intestine near the stomach. The endocrine activity of the pancreas resides in clusters of cells called the islets of Langerhans that are dispersed among the more predominant pancreatic cells that produce digestive enzymes. The pancreatic islets secrete several hormones including glucagon, somatostatin, gastrin, and insulin. Insulin is especially important in regulating the metabolism of glucose (blood sugar) and other fuels for the body. The gonads serve as a source of the sex hormones that govern reproduction and fertility. in the mate cat, the testicles produce testosterone; in the female cat, the ovaries produce progesterone and estrogen. The pituitary gland is located at the base of the brain. just as the brain is the "nerve center" for the nervous system, so the pituitary gland is the control center for many of the endocrine glands. The pituitary gland exerts this control by secreting hormones that affect particular endocrine glands. For example, pituitary-derived adrenocorticotropic hormone (ACTH) stimulates the adrenal cortex to produce cortisol, whereas pituitary production of thyroid-stimulating hormone (TSH) stimulates the thyroid to make T-4 and T-3 The pituitary gland also secretes growth hormone (GH) which stimulates growth, and vasopressin (also called antidiuretic hormone [ADH]) which acts to conserve body water by reducing urine output. Should the pituitary gland malfunction, then other endocrine glands under its control may also malfunction. Disorders of the endocrine system develop when there is an overproduction (hyper-) or underproduction (hypo-) of hormones. Certain endocrine disorders such as hyperthyroidism are common diseases in cats, whereas other diseases such as hypoadrenocortism are less well recognized. DISEASES OF THE ENDOCRINE SYSTEM Hyperthyroidism Hyperthyroidism results from excessive production of the thyroid hormones T-4 and T-3 In the cat, hyperthyroidism is most commonly caused by a functional benign tumor involving one or both thyroid lobes. Hyperthyroidism occurs in middle- to old-aged cats (average age, approximately thirteen years). There is no breed or sex predisposition. The most common clinical signs of hyperthyroidism in cats are weight loss, ravenous appetite, vomiting, excessive drinking and urinating, hyperactivity, and diarrhea. Often the haircoat looks unkempt and lull. Heart abnormalities including murmurs, rapid heart rate, arrhythmias (variations in the normal heartbeat), and even secondary cardiomyopathy (disorder of the heart muscle) may develop, occasionally in cats with hyperthyroidism, hyperexcitability and increased appetite are replaced by weakness and inappetance. Because the clinical signs of hyperthyroidism in cats mimic other diseases such as diabetes mellitus, kidney failure, heart disease, and gastrointestinal disorders, a thorough evaluation of the cat should include a complete physical exam and screening laboratory tests (complete blood count, serum biochemical profile, and urinalysis). Results of these tests may show alterations that will aid in the diagnosis of hyperthyroidism. Even more important, however, results of such routine screening tests may reveal the presence of a concurrent disorder not directly related to the hyperthyroidism, a situation that should not be surprising considering the old age of most cats with hyperthyroidism. During the physical examination, the veterinarian will carefully feel the neck region of the cat to determine if the lobes of the thyroid are enlarged and listen to the heart for any abnormalities. Findings on physical examination may prompt the need for further testing, such as electrocardiogram, radiographs, or echocardiogram. A definitive diagnosis of hyperthyroidism in cats is made when the blood concentrations of T-4 and/or T-3. are increased. Rarely, cats with hyperthyroidism may have normal concentrations of thyroid hormones. In these instances, repeating the thyroid hormone measurement or performing other thyroid function tests may be necessary. Thyroid imaging (scanning after administration of a small tracer dose of a radionuclide) is helpful in determining the extent of thyroid gland involvement in hyperthyroid cats, especially when no enlargement of the thyroid gland can be felt, when the enlarged thyroid gland has descended into the chest, or in the rare instance when the thyroid tumor is malignant. Hyperthyroidism in cats can be treated in three ways: surgical removal of the affected thyroid lobe(s), radioactive iodine therapy, or antithyroid drugs. Each form of treatment has its advantages and disadvantages. The treatment of choice for an individual cat depends on several factors, including the presence of heart disease or other medical problems (e.g., kidney failure) and the availability of a nuclear medicine facility. Surgical removal of the enlarged thyroid lobe(s) thyroidectomy-is an effective treatment for hyperthyroidism in cats. However, hyperthyroid cats may have increased anesthetic and surgical risks because of the effect the disease has had on the cat's heart and metabolism. The most serious complication of thyroidectomy is hypocalcemia (low blood calcium). This occurs when the parathyroid glands are inadvertently injured or removed during surgery. Exacting and special attention must be given to try and save at least one of the four parathyroid glands which are closely associated with the thyroid glands. This can be tricky, especially to maintain the microscopic blood supply to these tiny organs. Careful skill and keen surgical vision is essential to maintain parathyroid gland function for these cats to avoid the cat having a hypoparathyroid crisis. If both glands were removed, there is always a question as to how well the parathyroid glands will function; if they fail the cat could have a fatal seizure due to a severe drop in blood calcium. Some cats never have complications, others will require supplements and vitamin D therapy to help them otherwise maintain their blood calcium levels. Regular post-surgical thyroid checks are also needed to guard against recurrence and/or see if there is a need for thyroid supplementation. If both lobes of the thyroid are removed, thyroid hormone supplementation should be given daily with periodic measurement of blood T-4 concentration. If only one thyroid lobe is removed, the remaining lobe usually can maintain the proper hormone balance without additional treatment. However, if only one parathyroid gland remains, it can maintain normal calcium levels. If hypocalcemia does develop, it usually occurs within the first three days of surgery. Signs of hypocalcemia associate with hypoparathyroidism include: Lethargy, anorexia, and depression (100%); seizures (50%); muscle trembling, twitching, and fasciculations (83%); panting (33%); posterior lenticular cataracts (33%); bradycardia (17%); fever (17%); hypothermia (17%). There is an approximately 10% fatality rate associated with this surgery. Preparing hyperthyroid cats for surgery by pretreating them with an antithyroid drug may minimize the anesthetic and surgical complications. After antithyroid drugs have maintained normal thyroid hormone blood concentrations for 1 to 3 weeks, most systemic complications associated with hyperthyroidism will have improved. In hyperthyroid cats that cannot tolerate antithyroid drug treatment, alternate preoperative preparation with B-adrenoreceptor-blocking drugs (e.g., propranolol) may be tried. The beta-blockers do not lower thyroid hormone concentrations but instead block many of the effects of excess thyroid hormones on the heart. Radioactive iodine I-131 is the safest, most effective cure for cats with hyperthyroidism because it selectively destroys functioning thyroid tissue while sparing the parathyroid glands. The procedure involves first a nuclear medicine scan in which the cat receives an injection of the radioactive compound pertechnetate . The resulting scan shows the location of the cat’s thyroid glands, confirms the disease, and, most importantly, determines the cat’s dose of the radioactive agent iodine 131. Iodine is joined to the amino acid tyrosine in the thyroid gland to create T4. Iodine 131 is carried directly to the thyroid gland as though it were regular iodine. Iodine 131, being radioactive, emits high speed electrons which kill the surrounding abnormal thyroid tissue. Because these electrons penetrate only fractions of an inch, only the thyroid gland experiences the radiation and the rest of the body is spared. Radioactive iodine treatment does not require surgery or anesthesia. In most cats with hyperyroidism, a single treatment with radioactive iodine sufficient to return thyroid hormone concentrations normal. Cats that remain hyperthyroid can be successfully retreated with radioiodine. Cats whose T4 levels drop too low can be supplemented with T-4 At present the major disadvantage of radioactive iodine treatment is the unavailability of nuclear medicine facilities and the period of quarantine for treated cats. Cats receiving radioactive iodine need to be confined a nuclear medicine facility. This amounts to about nine days of hospitalization.(depending on the dose of radioiodine used and radiation safety regulations). This method of therapy is the safest and most effective cure for feline hyperthyroidism. If kidney function is not thoroughly investigated prior to this therapy, latent kidney failure may be unmasked irreversibly by this therapy. This can be avoided simply by screening potential candidates for kidney failure prior to recommending radiotherapy. Those who have possible kidney insufficiency should be treated with medication to bring the thyroid levels under control. If kidney function begins to show deterioration on this therapy, medication is discontinued and one must reevaluate the need for treating thyroid disease. If kidney function remains stable on treatment with anti-thyroid medications, then radiotherapy can proceed. A glomerular filtration rate test may well be an excellent predictor of possible kidney problems after I-131treatment and should be considered before I-131 radiotherapy. Antithyroid drugs inhibit the production of thyroid hormones, but they do not destroy the thyroid tumor. If doses of antithyroid drugs are missed, the signs of hyperthyroidism will recur. The most commonly used antithyroid drug is methimazole. In cats in which long-term methimazole treatment is planned, the goal of treatment is to maintain the blood T4 concentrations within the low-normal range with the lowest possible daily dose. Adverse reactions associated with methimazole include loss of appetite, vomiting, and lethargy. In most cats, these mild reactions disappear in a few days. However, if these gastrointestinal signs persist, the drug may need to be discontinued. Other, less common side effects of methimazole requiring cessation of the drug include severe scratching of the head and neck, liver damage, severe thrombocytopenia (low clotting-cell count predisposing to bleeding episodes), severe leukopenia (low white blood cell count predisposing to infection), immune-mediated hernolytic anemia, and lupus-like syndrome. Some cats simply cannot take methimazole or other drugs of its class. In most cases, there was a good reason why oral therapy was selected over radiotherapy and surgery. These factors are still present even if side effects preclude the use of methimazole. Fortunately there is an alternative: IPODATE (ORAGRAFFIN®) Ipodate blocks the activation of T4 into T3. It may also block the activity of existing T3. Because Ipodate does not block T4 production, T4 levels will remain high. In other words, T4 levels cannot be used to monitor success of Ipodate treatment. Further, because Ipodate is an iodine containing substance just as T3 & T4 are, Ipodate may interfere with the uptake of iodine 131 should radiotherapy be selected after Ipodate treatment has been underway. (The most current recommendation is to withdraw Ipodate for 3-4 weeks prior to radiotherapy). Ipodate may, however, be used up until the day of thyroid surgery with no ill effects. So far, no negative side effects have been reported with Ipodate in the treatment of feline hyperthyroidism even at the highest doses tested. One might ask, why this medication has not replaced Methimazole as “drug of choice?” Indeed, in the future, we may see that Ipodate does eclipse Methimazole; however, one recent study performed at the Animal Medical Center in New York City, found that a full 30% of hyperthyroid cats did not respond to ipodate (these cats were felt to be the most severely affected). Further, the Veterinary profession must still be concerned about “off-label” use of medications. Neither Methimazole nor Ipodate is licensed for use in animals; it is simply too expensive for pharmaceutical companies to pursue this kind of registration. The FDA recognizes that most animal diseases could not be treated if veterinarians were restricted to prescribing only those medications licensed for animal use; however, the FDA expects off-label drugs to be used only if there is extensive literature published supporting their use. Ipodate’s use in hyperthyroid cats is still newly recognized and not widely published whereas Methimazole’s use has been well reported for over ten years. Most veterinarians choose to reserve Ipodate for cats unable to tolerate Methimazole. If a cat has not had a clear response to ipodate after 6 weeks of treatment, one of the other treatment methods should be selected. In hyperthyroid cats with compromised kidney function, a trial course of antithyroid drug therapy may be advisable prior to more permanent treatment modalities (thyroidectomy or radioiodine). Deterioration of kidney function may occur in some cats after correction of the hyperthyroid state. If no decompensation of kidney function develops when normal thyroid levels are achieved by methimazole treatment, then more permanent intervention may be attempted. Hypothyroidism Naturally occurring hypothyroidism (decreased T-4 and T-3 production resulting from a loss of functioning thyroid tissue) is an extremely rare clinical disorder in the adult cat. However, hypothyroidism can be created in adult cats by complete surgical removal or radioiodine destruction of the thyroid gland in the treatment of hyperthyroidism. Kittens may develop a congenital hypothyroidism resulting from defects in thyroid hormone synthesis. The clinical signs associated with hypothyroidism in the adult cat include lethargy, weight gain, dullness, low body temperature, dry scaly skin, matting of hair, and possibly hair loss. Kittens afflicted with hypothyroidism may also show retarded growth (with an enlarged head and short neck and limbs) and constipation. A tentative diagnosis of hypothyroidism can be made on the basis of clinical signs, physical examination, exclusion of nonthyroidal disease, and the finding of a low blood T4 concentration. However, because many factors can falsely lower blood T4 levels, a definitive diagnosis of hypothyroidism usually requires thyroid function testing (i.e., TSH response test or thyrotropin-releasing hormone stimulation test). Treatment of hypothyroid cats consists of administering a thyroid hormone supplement. Dosage of the supplement is adjusted based on clinical response and serial blood T-4 concentrations. In hypothyroid kittens, dullness, constipation, and growth abnormalities may persist despite thyroid hormone supplementation, . Hyperparathyroidism The parathyroid glands are sensitive to the balance of calcium and phosphorus in the blood. If there is a chronic excess of phosphorus or a deficit of calcium, the parathyroid glands will overproduce the parathyroid hormone (PTH) resulting in secondary hyperparathyroidism. This overproduction causes calcium to be removed from the bones to reestablish the proper calcium-to-phosphorus ratio in the blood. Secondary hyperparathyroidism may develop as a result of kidney disease or feeding all-meat diets. In contrast, primary hyperparathyroidism is caused by a tumor of one or more parathyroid glands that results in an overproduction of PTH that is totally unrelated to the calcium-to-phosphorus ratio in the blood. in fact, the increased PTH in this instance causes hypercalcemia (high blood-calcium concentration). Primary tumors of the parathyroid glands are rare in the cat. When they occur, they seem to develop more commonly in older female Siamese cats. The most common clinical signs of primary hyperparathyroidism in cats are lethargy and inappetance. Primary hyperparathyroidism may be suspected when a cat with appropriate clinical signs is found to be consistently hypercalcemic on screening laboratory tests. However, other causes of hypercalcernia (e.g., nonparathyroid tumors, vitamin D toxicity, kidney disease, hypoadrenocorticism, and spurious factors) must be ruled out. Determination of blood concentrations of PTH and ionized calcium may help differentiate among these causes of hypercalcemia. Treatment of primary hyperparathyroidism involves surgical removal of the parathyroid tumor. Postoperatively, the blood-calcium concentration might fall too low, until the remaining parathyroid glands resume their function. Temporary vitamin D and calcium supplementation may be required during this transition. Hypoparathyroidism In the cat, the most common cause of hypoparathyroidism is inadvertent injury or removal of the parathyroid glands during thyroidectomy for hyperthyroidism. In contrast, naturally occurring hypoparathyroidism is a rare disorder in the cat, affecting mainly young to middle-aged cats. The most common clinical signs of hypoparathyroidism, regardless of cause, are lethargy, inappetance, and muscle tremors. The diagnosis of hypoparathyroidism is based on history, clinical signs, laboratory evidence of hypocalcemia and hyperphosphatemia (high blood-phosphorus concentration), and exclusion of other causes of hypocalcemia (e,g., phosphate enema toxicity, kidney failure, pancreatitis, intestinal malabsorption). if naturally occurring hypoparathyroidism is suspected, the disorder may be confirmed by determination of blood PTH concentrations or biopsy of parathyroid tissue. Treatment of hypoparathyroidism, regardless of cause, includes the use of calcium supplements and vitamin D. With naturally occurring hypoparathyroidism, long-term management is necessary; however, with hypoparathyroidism following thyroidectomy, calcium and vitamin D therapy usually may be tapered off and eventually discontinued based on results of serial blood-calcium concentrations. Hyperadrenocorticism Hyperadrenocorticism (Cushing's syndrome) results from excessive production of glucocorticoids by the adrenal glands. The syndrome appears to be quite rare. Most cases of hyperadrenocorticism in the cat are caused by overstimulation of the adrenal glands by a pituitary tumor, or by an overly active pituitary gland producing excess amounts of ACTH; the remaining cases result from functional adrenal tumors. Hyperadrenocorticism occurs mainly in middle-aged to older cats, with a slightly greater incidence in females. The most common clinical signs associated with hyperadrenocorticism, in cats include excessive drinking and urinating, increased appetite, enlarged abdomen, hair loss, thin skin, and lethargy. A cat afflicted with Cushing's syndrome may also exhibit extreme fragility of the skin that results in skin tears during routine handling. Cats with hyperadrenocorticism are predisposed to developing diabetes mellitus because of the effects of chronic glucocorticoid excess on blood sugar metabolism. In fact, more than 90 percent of the cats with hyperadrenocorticism have concurrent diabetes mellitus. Interestingly, many of these cats with hyperadrenocorticism and secondary diabetes mellitus require exceptionally high doses of insulin (more than 1 to 2 units per pound of body weight per day), because the excess glucocorticoids antagonize the actions of the insulin. The ideal diagnostic testing protocol for hyperadrenocorticism in cats is still unknown, but helpful procedures include adrenal function testing (e.g., dexamethasone suppression test), measurement of ACTH concentrations, and radiographic studies (e.g., ultrasound, computed tomography). In general, surgical removal of the adrenal gland(s) -adrenalectomy-appears to be the most successful means of treating cats with hyperadrenocorticism. Only the affected adrenal gland is removed in cats. with a functional adrenal tumor, whereas both adrenal glands are removed in cats with an overstimulating pituitary tumor/gland. Permanent replacement therapy with glucocorticoids and mineralocorticoids is necessary in cats that have had both adrenal glands removed. Temporary glucocorticoid supplementation may be required in cats following removal of the adrenal gland tumor. Unfortunately, drugs used in dogs with Cushing's syndrome to destroy the adrenal cortex or block glucocorticoid synthesis do not seem to be consistently effective in the cat. Similarly, radiation therapy directed at the causative pituitary tumor has had variable results in cats. Hypoadrenocorticism Naturally occurring hypoadrenocorticism (also known as primary hypoadrenocorticism or Addison's disease) is caused by destruction of the adrenal cortices. The resultant deficiency of both glucocorticoids and mineralocorticoids causes the clinical signs observed. Primary hypoadrenocorticism is a rare disease in the cat. The most common clinical signs of primary hypoadrenocorticism in the cat are lethargy, inappetance, and weight loss. Vomiting and diarrhea are less frequently encountered. in some cats, the symptoms may wax and wane. Physical examination may reveal depression, weakness, dehydration, and low body temperature. Primary hypoadrenocorticism should be suspected in a cat with appropriate clinical features and laboratory abnormalities. Classic laboratory findings in a cat with Addison's disease include low blood sodium and high blood potassium concentrations (resulting from the lack of mineralocorticoids), as well as hyperphosphatemia, azotemia, (excess urea in the blood), and mild anemia. However, these laboratory findings also can be seen with other diseases. The most accurate screening test for hypoadrenocorticism is the ACTH stimulation test, in which the response of the adrenal glands to a test dose of commercial ACTH is evaluated. Therapy for the cat with primary hypoadrenocorticism consists of lifelong glucocorticoid and mineralocorticoid supplementation, either oral or injectable. Initial treatment also may require fluid administration. The dosage of mineralocorticoid replacement is adjusted based on the results of serial blood sodium and potassium concentrations. Secondary hypoadrenocorticism develops when pituitary ACTH secretion is deficient, resulting in inadequate stimulation of adrenal glucocorticoid production. Certain drugs containing glucocorticoids or progesterone can inhibit pituitary ACTH secretion. The resultant deficiency in glucocorticoid production may result in clinical signs similar to those observed in primary hypoadrenocorticism, except the electrolyte (sodium and potassium) disturbances associated with mineralocorticoid deficiency arc absent. Diabetes mellitus Diabetes mellitus, a common endocrine disorder in the cat, is caused by decreased insulin production by the pancreatic islet cells, or decreased responsiveness of the cat's body cells to the action of insulin. When insulin quantity or activity is decreased, most body tissues cannot use glucose. Hyperglycemia (high blood sugar concentration) and subsequent glucosuria (sugar in the urine) rapidly develop. The glucosuria leads to excessive urination and thirst. Because the body's cells cannot use the available glucose, lethargy and weight loss develop, despite a good appetite. As the disease progresses, derangements in fat and protein metabolism accelerate, causing inappetance, vomiting, weakness, and dehydration. Diabetes mellitus occurs in cats of any age, breed, or sex, but typically it is seen in aged (older than ten years), obese (over fifteen pounds), castrated male cats. A veterinarian's diagnosis of diabetes mellitus is based on clinical signs, physical examination, laboratory tests, and the persistent presence of hyperglycemia and glucosuria. Diagnosis usually is not based on a single elevated blood sugar test, especially in the cat with equivocal clinical signs, because stressed cats can have temporary sugar levels that are abnormally high. The presence of ketones, a by-product of the body's digestion of its own tissues to produce energy when sugar cannot be metabolized, in urine or blood indicates the disease has progressed. Proper treatment of diabetes mellitus is based on the severity of the disorder. Diabetic cats that are ill (i.e., inappetance, vomiting, dehydration) with ketones in their blood and urine require intensive care. Their hospitalized treatment program will probably include fluid therapy to correct dehydration and electrolyte abnormalities, and short-acting insulin (e.g., regular insulin given frequently during the day) to lower blood glucose and stop ketone production. Once the ill diabetic cat starts to feel better (i.e., eating with no vomiting, normal hydration), then the fluid therapy is tapered off and discontinued, and a longer acting insulin given once or twice a day is substituted for the short-acting insulin. In diabetic cats that are not ill, the longer acting insulins (NPH insulin, lente insulin, or ultralente insulin) given once or twice a day by injection under the skin may be started initially. Alternatively, in diabetic cats that are not ill and do not have ketones, an attempt may be made for management without insulin treatment by use of dietary modification and oral hypoglycemic drugs, These cats should be monitored carefully; if they become ill, develop ketones, or remain persistently hyperglycemic, then insulin therapy should be initiated. INSULIN. In general, home therapy for diabetic -cats involves the injection of ultralente insulin once or twice daily, or NPH or lente insulin twice daily, or NPH or lente insulin twice daily. Selection of the type and dose frequency of insulin of an individual diabetic cat should be based on eighteen- to twenty-four-hour blood glucose profiles following insulin administration. These in-hospital profiles involve frequent determinations of blood glucose values throughout the day to assess how long the insulin action lasts and how effectively the insulin lowers the blood glucose. The dose of insulin is also variable for each cat and may need to be adjusted based on blood glucose profiles, intermittent blood glucose determinations, clinical response, and at home urine glucose monitoring. Obtaining a urine sample from a diabetic cat to check urine glucose may be facilitated by using nonabsorbent Kitty Litter substitutes, such as plastic beads or aquarium gravel. One of the most potentially dangerous complications of insulin therapy is hypoglycemia (low blood sugar). Signs of hypoglycernia include weakness, lethargy, wobbly gait mimicking a drunken state, convulsions, and coma. Should these signs develop, you should offer the cat its normal food if it will eat, or rub a tablespoon of Karo syrup on its gums. Food or fluids should never be forced down the mouth, nor should fingers be placed inside the mouth of a convulsing cat. If no response to food or Karo syrup is observed within a few minutes, the cat should be taken to a veterinarian. Whenever signs of hypoglycemia occur, your cat's veterinarian should be contacted and subsequent doses of insulin should be reduced until appropriate insulin dosage adjustments can be made based on the results of serial blood glucose determinations. Some diabetic cats lose their need for insulin injections. These temporary diabetics may develop hypoglycemia as their insulin requirements gradually decrease. Once the diabetic state has resolved, these cats may go for weeks to years without requiring insulin, although diabetes mellitus may recur. In contrast, other diabetic cats seem to require excessive doses of insulin (greater than 1 to 2 units of insulin per pound of body weight per day). These cats may have concurrent diseases (e.g., hyperadrenocorticism, infections, acrornegaly) that are blocking insulin's action, technical problems with insulin administration (e.g., inadequate mixing of the insulin, outdated or denatured insulin), poor absorption of insulin, too rapid metabolism of insulin, or even overdosage of insulin. Your cat's veterinarian can help you sort out most of these conditions by careful history, thorough physical examination, screening laboratory tests, and a blood glucose profile. DIET. Obese diabetic cats should lose weight to better control their diabetes. The weight loss should be gradual, with no greater a loss than 3 percent of body weight weekly. High-fiber diets have been recommended in the management of diabetic cats, because they help promote weight loss and may help control the increase in blood glucose after eating. Thin diabetic cats should be fed a high-calorie diet initially and then be switched to a lower calorie, high-fiber diet once their ideal body weight is reached. Diabetic cats receiving insulin should have their meals spaced according to their insulin administration. With once-daily injection of insulin, the cat is fed one-half of its food at the time of insulin injection and the remainder at the time of peak insulin activity (about eight to twelve hours later). When a cat is receiving insulin twice daily, feedings should coincide with insulin injections. Diabetic cats that are being given oral hypoglycemic drugs rather than insulin should be encouraged to eat several small meals throughout the day to minimize the increase in blood sugar after eating. ORAL HYPOGLYCEMIC DRUGS. Oral hypoglycemic drugs are not "oral insulins," but rather drugs that stimulate insulin secretion from the cat's own pancreatic islet cells. The oral hypoglycemic drug that is most commonly used in diabetic cats is glipizide. Diabetic cats receiving glipizicle should have their blood glucose levels monitored weekly by a veterinarian. The ideal goal of treatment is a normal blood glucose, at which time the dose of glipizicle may be discontinued or tapered. Side effects of glipizide in cats include vomiting, inappetance, and liver damage. If the diabetic cat receiving glipizide becomes ill, develops ketones, or remains persistently hyperglycemic after one to two months of treatment, then the glipizide should be discontinued and insulin therapy should be started. Pancreatic Islet Cell Tumors Pancreatic islet cell tumors (e..g., insulinoma, gastrinorna) are extremely rare in the cat. Insulin-secreting islet cell tumor (insulinoma) seems to occur most commonly in older, castrated, male Siamese cats. Clinical signs are related to hypoglycemia and include weakness and convulsions. Laboratory findings of hypoglycemia and increased blood insulin concentration are consistent with the diagnosis of insulinoma. Treatment has included surgical removal of the insulinoma. and medical management with frequent feedings and oral glucocorticoids. Unfortunately, most insulinomas in cats seem to be malignant. Gastrin-secreting pancreatic tumor (gastrinoma) results in vomiting and weight loss. The increased gastrin secreted by these tumors causes excessive production of stomach acid that leads to intestinal ulcers. Possible treatment includes surgical removal of the tumor and management of the ulcers with antacids. Acromegaly Acromegaly occurs when there is an excess of growth hormone (GH) in an adult cat. Although uncommon, acromegaly in the cat is most often caused by a GH-secreting pituitary tumor. Most of the cats diagnosed with acromegaly have been middle-aged or old, and male. The clinical features of acromegaly are caused by the excess GH. They include large head and paws, forward-jutting lower jaw, weight gain, enlarged abdomen, thick skin, and enlargement of many of the organs in the body (e.g., heart, liver, kidneys). The overgrown heart and kidneys may fail as the disease progresses. Cats with acromegaly are prone to the development of diabetes mellitus because of the effect of chronic GH excess on blood sugar metabolism. So far, all the cats diagnosed with acromegaly have had concurrent diabetes mellitus. In fact, cats with acromegaly and secondary diabetes mellitus require very large doses of insulin (greater than I to 2 units per pound of body weight daily), because the excess GH antagonizes the action of insulin. Acromegaly should be suspected in any diabetic cat that is persistently hyperglycemic throughout the day despite daily insulin doses exceeding 20 units, especially if accompanied by clinical signs characteristic of acrornegaly (e.g., weight gain, changes in facial features and body dimensions). The definitive diagnosis of acromegaly generally requires finding increased blood GH concentrations. However, because GH determinations in the cat are not performed by most laboratories, a tentative diagnosis is based on characteristic clinical and laboratory features, normal results on thyroid and adrenal testing, and demonstration of a pituitary tumor by brain scan. Measurement of somatomedin C (a substance produced in response to GH) also may be helpful diagnostically. Acromegaly can be treated in three ways: surgical removal of the pituitary tumor, radiation of the pituitary tumor, or drugs that inhibit GH secretion. Unfortunately, at this time, there does not appear to be a consistently effective treatment for acromegaly in cats. Surgical removal of GH-secreting pituitary tumors has not been evaluated in cats. Radiation of the pituitary tumor is temporarily effective in lowering GH levels in some cats, yet ineffective in other cats. Long-acting somatostatin, a drug that inhibits GH secretion in people with acromegaly, does not have the same effect in acromegalic cats. Diabetes insipidus Diabetes insipidus is caused by deficient pituitary secretion of vasopressin (also called antidiuretic hormone or ADH), or by the kidneys' inability to respond to the vasopressin hormone. The kidneys' inability to respond to vasopressin can be caused by various drugs and diseases. The reasons for the pituitary's decreased secretion of vasopressin include pituitary tumor, pituitary cyst, head trauma, and unknown factors. The following discussion pertains to deficient secretion of vasopressin by the pituitary gland. All the cats diagnosed with diabetes insipidus have been kittens or young adults, and most have been males. The major clinical signs of this rare condition are extreme thirst and the elimination of vast quantities of urine. .The diagnosis of diabetes insipidus requires that it be differentiated from other, more common causes of increased drinking and urinating in the cat, such as kidney failure, diabetes mellitus, and hyperthyroidism. A veterinarian can help distinguish many of these disorders by evaluating the cat's history, performing a complete physical examination, and completing some laboratory tests (e.g., routine hemogram, serum biochemical profile, analysis of the urine, T4 concentration). However, definitive diagnosis of diabetes insipidus requires more extensive testing; these additional in-hospital procedures monitor the cat's ability to make more concentrated urine as water is withheld and following an injection of vasopressin. The treatment of choice for diabetes insipidus is desmopressin (DDAVP), a synthetic form of vasopressin. Desmopressin is available as a nose spray for people that can be converted to an eye drop for cats. The number of drops is adjusted to control the excessive drinking and urinating. Adverse side effects of DDAVP are uncommon but could include excess water retention.

ความคิดเห็นที่ 109

8 ก.ค. 2549 14:58
  1. ต่อมที่ผลิตฮอร์โมนควบคุมการทำงานของต่อมไร้ท่ออื่นๆคือ ต่อมใต้สมองหรือ pituitary gland เป็นต่อมที่อยู่ในแอ่งที่เรียกว่า sella turcica อยู่ภายใต้การควบคุมของ hypothalamus แบ่งออกเป็น สองส่วน คือ ต่อมใต้สมองส่วนหน้าหรือ Anterior Lobe และต่อมใต้สมองส่วนหลังหรือ Posterior Lobe โดยต่อมใต้สมองส่วนหน้านั้นสร้างและหลั่งฮอร์โมน 1.Growth Hormone (GH)เพื่อไปกระตุ้นการเจริญเติบโต เพิ่มขนาดของกล้ามเนื้อและกระดูก 2.Luteinizing hormone(LH) ทำหน้าที่กระตุ้นรังไข่ให้สร้างฮอร์โมนestrogenและกระตุ้นการตกไข่ในผู้หญิงและกระตุ้นให้มีการสร้างฮอร์โมนtestosterone ในเพศชาย 3.Adrenocorticotrophic hormone(ACTH)กระตุ้น adrenal cortex ที่ต่อมหมวกไตให้สร้างฮอร์โมน 4.Prolactin(PRL) กระตุ้นการสร้างน้ำนม 5.Thyroid-stimulating hormone(TSH)กระตุ้นต่อมthyriod ให้มีการหลั่งฮอร์โมน 6.Follicle-stimulating hormone(FSH)ในผู้หญิงกระตุ้นการสร้างestrogen และการเจริญเติบโตของไข่ ในชายกระตุ้นการสร้างเสปิร์ม ที่ต่อมใต้สมองส่วนหนังมีหน้าที่หลั่งฮอร์โมนที่สร้างจากต่อมใต้สมองส่วนหน้าแล้วนำมาเก็บไว้ที่ต่อมใต้สมองส่วนหลัง ได้แก่ 1.Antidiuretic Hormone (ADH) กระตุ้นการดูดกลับน้ำที่ไต 2.Oxytocin กระตุ้นการบีบตัวของ uterus ขณะคลอดและกระตุ้นการหลั่งของน้ำนม

ความคิดเห็นที่ 108

3 ก.ค. 2549 17:08
  1. อยากทราบเกี่ยวกับต่อมที่ผลิตฮอร์โมนควบคุมการทำงานของต่อมไร้ท่ออื่นๆ

ความคิดเห็นที่ 107

1 ก.ค. 2549 18:53
  1. ข้อมูลต่อมไร้ท่อเป็นภาษาอังกฤษ

ความคิดเห็นที่ 105

28 มิ.ย. 2549 06:41
  1. อยากทราบข้อมูลชื่อฮอร์โมนที่ต่อมไร่ท่อแต่ละต่อมผลิต มีผลต่อร่างการอย่างไรและควบคุมการทำงานอย่างไร

ความคิดเห็นที่ 104

22 มิ.ย. 2549 18:10
  1. จะทำรายงานช่วยบอกทีว่าต่อมไร้ท่อคืออะไร

ความคิดเห็นที่ 103

18 มิ.ย. 2549 13:16
  1. ต่อนไร้ท่อในระบบร่างกายของมนุษย์มีทั้งสำคัญมากและมีความสำคัญน้อย(หรือไม่มีความสำคัญเลย)

ความคิดเห็นที่ 102

15 มิ.ย. 2549 13:40
  1. เอาเป็นว่า ผมสรุปง่ายๆ จะได้เข้าใจหลักๆของต่อมต่างๆน่ะครับ ร่างกายคนเราสามารถสร้าง ฮอร์โมนได้จาก 1.ต่อมมีท่อ 2.ต่อมไร้ท่อ 3.เนื้อเยื่อ 4.เซลประสาท งิงิงิ เอาล่ะมาแยกดูกันเลย 1.ต่อมมีท่อ ชื่อมันก็บอกอยู่แล้วว่ามีท่อ เอาไว้คอยส่งสารที่มันสร้างออกมา กระจายไปทั่วร่างกาย เช่นพวกเซลตับ เซลสร้างน้ำย่อยต่างๆ 2.ต่อมไร้ท่อ ผมจะถนัดอธิบายตัวนี้มากก่า ต่อมไร้ท่อ คือ มันไม่มีท่อในการขนสารออกมาโดยตรง แต่จะมีเส้นเลือด ไปรับสารที่มันสร้างออกมา เพื่อกระจายไปทั่วร่างกาย เช่น ต่อมไอส์เลต ออฟแลงเกอฮาน มันจะมี 2 ชนิด คือ แอลฟาเซล จะสร้าง glucagon และ บีตาเซล จะสร้าง Insulin ต่อไปเป็นต่อมไทรอยด์ ต่อมนี้จะสร้าง ไทรอกซิน ควบคุมอุณหภูมิร่างกาย และอื่นๆ กะ แคลซิโตนิน ควบคุมปริมาณ แคลเซี่ยมไอออน ต่อมไพเนียล ต่มนี้ในจิงๆแล้ว สามารถรับแสงได้น่ะ โดยเฉพาะในตัว.. อาไรหว่า ลืมล่ะ คล้ายๆกิ่งก่าอ่ะ ซาลามานเดอร์ป่ะ อิอิอ ลองไปค้นดูน่ะงับ สร้าง เมลาโตนิน ควบคุม สีผิวหนังให้เข้มขึ้นโดยมีแสงเป็นตัวกระตุ้นงับ ต่อม พาราไทรอยด์(4 ต่อม) ต่อมนี้สร้าง พาราทอร์โมน เอาไว้ควบคุม เกี่ยวกะ ประมาณแคลเซี่ยม ทำงานร่วมกะวิตามินดีน่ะงับ ต่อมใต้สมอง (อันนี้ตัวหลักงับ) แบ่ง เป็น 3 ส่วน 1.ส่วนหน้า สร้างฮอร์โมนเองได้ มี GH เอนดรอฟิน TSH LH ง่าลืมง่ะ เดี๋ยวไปค้นมาให้ใหม่ง่ะงับ งิงิงิ

ความคิดเห็นที่ 101

14 มิ.ย. 2549 20:13
  1. อยากทราบความรู้เรื่องต่อมใต้สมองมากกว่านี้

ความคิดเห็นที่ 100

13 มิ.ย. 2549 21:25
  1. อยากรู้เรื่องต่อมไร้ท่อความสำคันและประโยชน์จะทำรายงานคับ ด่วนน

ความคิดเห็นที่ 99

13 มิ.ย. 2549 19:57
  1. อวัยวะที่เกี่ยวกับต่อมไร้ท่อมีไรบ้างคะ

ความคิดเห็นที่ 98

7 มิ.ย. 2549 11:47
  1. เดเพ

ความคิดเห็นที่ 97

6 มิ.ย. 2549 22:26
  1. ต้องทำรายงานเรื่องต่อมไร้ท่อ ให้หาเกี่ยวกับการเสริมสร้างต่องไร้ท่อ ประมาณว่าดูแลยังไง รักษายังไง ช่วยหน่อยน่ะค่ะ ตอบให้หนูหน่อย ขอขอบพระคุณอย่างสูง

ความคิดเห็นที่ 96

6 มิ.ย. 2549 09:13
  1. สรุปให้ระเอียดกว่านี้ใด้ใหม

ความคิดเห็นที่ 95

4 มิ.ย. 2549 16:36
  1. สรุปไม่ได้เรื่องเลย

ความคิดเห็นที่ 94

4 มิ.ย. 2549 14:00
  1. ช่วยส่งข้อความเกี่ยวกับต่อมหมวกไตให้หน่อยค่ะต้องการด่วนมาก

ความคิดเห็นที่ 93

3 มิ.ย. 2549 18:08
  1. --ขอข้อมูลเรื่องต่อมใต้สมองหน่อยค่า....

ความคิดเห็นที่ 92

3 มิ.ย. 2549 11:49
  1. ต่อมไร้ท่อ ที่ชื่อว่า Pancreas วมีหน้าที่อาไร

ความคิดเห็นที่ 91

2 มิ.ย. 2549 10:29
  1. ต่อมไร้ท่อๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ สร้างฮอร์โมนหลายชนิดครับๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ

ความคิดเห็นที่ 90

31 พ.ค. 2549 21:10
  1. ต่อมไร้ท่ออยู่ที่ไหนบ้างคะ? ขอความกรุณาช่วยตอบทีค่ะ...

ความคิดเห็นที่ 89

31 พ.ค. 2549 20:50
  1. ขอบคุนมากนะคะคุนเด็กพยาบาลเราทำรายงานได้เเล้วะคะขอบคุนคะ

ความคิดเห็นที่ 88

29 พ.ค. 2549 19:04
  1. อยากรู้ว่าต่อมไพนีลมีลักษณะอย่างไร

ความคิดเห็นที่ 87

27 พ.ค. 2549 15:13
  1. ต่อมไร้ท่อมีความสำคัญมากน้อยแค่ไหนคะ

ความคิดเห็นที่ 86

26 พ.ค. 2549 20:06
  1. พี่ๆค่ะ อยากทราบเกี่ยวกับ ความผิดปกติของต่อมไร้ท่อ อ่ะค่ะ จะไปทำรายงาน ใครทารบช่วยบอกทีค่ะ ขอบคูรค่ะ

ความคิดเห็นที่ 85

25 พ.ค. 2549 12:05
  1. น้องภูมิใจมากค่ะที่ได้อ่านเกี่ยวกับอวัยวะสืบพันธ์ที่อยู่ในเว็บนี้ขอบคุณมากค่ะที่พี่ได้นําความรู้เเก่พวกเรา

ความคิดเห็นที่ 84

22 พ.ค. 2549 22:15
  1. มีวิธีการบำรุงรักษาต่อมไร้ท่ออย่างไรหรอ

ความคิดเห็นที่ 83

16 พ.ค. 2549 18:20
  1. โหได้วามรู้เยอะเลยอ่าพี่เจ๋งจิงๆ

ความคิดเห็นที่ 82

ศานติ
13 ก.พ. 2549 21:57
  1. ข้อ ๘๐ ต่อม Parathyroid มีหน้าที่ควบคุมระดับแคลเซี่ยมในเลือด ถ้าขาดฮอร์โมนตัวนี้ (Parathormone - ย่อมาจาก Parathyroid hormone) ระดับแคลเซี่ยมในเลือดจะต่ำกว่าปกติมากทำให้เกิดอาการที่เรียกว่า tetany กล้ามเนื้อกระตุกเกร็ง นิ้วมือรวบเข้าหากัน กล้ามเนื้อที่หน้ากระตุก มือกับหน้าชา แก้ระยะสั้นโดยให้แคลเซี่ยมเข้าเส้น ระยะยาวใช้ Calcitriol หรืออีกชื่อคือ Rocaltrol ช่วยให้ลำไส้ดูดซึมแคลเซี่ยมมากขึ้น สภาพ hypoparathyroidism นี้ไม่ค่อยพบนอกจากหลังการผ่าต่อม thyroid แล้วต่อม parathyroid ติดไปด้วย เพราะต่อม parathyroid เล็กมาก (ขนาดเม็ดถั่วเขียว) โดยมากมีข้างละสองต่อมอยู่ด้านหลังของต่อม thyroid เวลาตัดต่อม thyroid ออกทั้งต่อม (total thyroidectomy) ถ้าไม่ระวังจะมีต่อม parathyroid ติดมาด้วย ถ้าเหลือเพียงต่อมเดียวก็ไม่เท่าไหร่ กินยาจนต่อมที่เหลือทำงานทดแทนได้ แต่ถ้าตัดออกหมดก็ต้องกินยาตลอดชีวิต ถ้ารู้ทันอาจเอาต่อมที่ตัดออกฝังลงไปในกล้ามเนื้อเช่นกล้าม sterno-mastoid ได้ จะเจริญขึ้นสามารถผลิตฮอร์โมนได้

ความคิดเห็นที่ 81

13 ก.พ. 2549 21:33
  1. อยากรู้เรื่องเกี่ยวกับอวัยวะเป้าหมายของฮอร์โมนจากต่อมไร้ท่ออย่างละเอียดอะครับใครรู้ช่วยตอบทีครับ

ความคิดเห็นที่ 80

12 ก.พ. 2549 14:30
  1. อยากทราบว่า Parathyroid Glands ผลิต Parathomone แล้วถ้าขาดฮอร์โมนชนิดนี้จะมีผลต่อร่างกายยังงัยอะคร่ะ แล้วจะมีวิธีการรักษายังงัย รบกวนช่วยตอบด้วยนะคร่ะ หามาหลายที่แล้วไม่เจอเรย ขอบคุนคร่ะ

ความคิดเห็นที่ 79

10 ก.พ. 2549 21:23
  1. อยากทราบเกี่ยวกับการทำงานของต่อมไร้ท่อ

ความคิดเห็นที่ 78

10 ก.พ. 2549 18:04
  1. ทำไมต่อมไร้ท้อมีแค่ 9 กระบวนการทำงาน

ความคิดเห็นที่ 77

2 ก.พ. 2549 13:39
  1. 1. อยากทราบว่าฮอร์โมนที่มีผลการทำงานของร่างการมนุษย์มีอะไรบ้าง 2. ต่อมไร้ท่อที่สร้างฮอร์โมนนั้นๆ ควบคุมการทำงานของร่างกายอย่างไร

ความคิดเห็นที่ 76

31 ม.ค. 2549 19:41
  1. ฮอร์โมนคือ สารเคมีที่ผลิตจากต่อมไร้ท่อ หรือกล่มเซลล์ หรือเซลล์ประสาทชนิดพิเศษ ลำเลียงสารโดยระบบหมุนเวียนเลือด มีผลต่ออวัยวะเป้าหมาย ฮอร์โมนเป็นสาร พวกโปรตีน เอมีน และสเตอร์รอย 1. ต่อมไพเนียล สัตว์เลือดเย็นทำหน้าที่เป็นเซลล์รับแสงแต่ในสัตว์เลือดอุ่นมีฮอร์โมนเมลาโทนินโดยถ้าเมลาโทนินรวมตัวสีผิวก็จะจางลงทำหน้าที่ตรงกันข้ามกับต่อมใต้สมองส่วนท้ายที่มีฮอร์โมนชื่อว่า MSH เมลาโนไซต์

ความคิดเห็นที่ 75

31 ม.ค. 2549 16:27
  1. ต่อมไร้ท่องคือต่อมที่ไม่ค่อยสำคัญมากนัก

ความคิดเห็นที่ 74

31 ม.ค. 2549 15:41
  1. ไม่มีเอาอย่างอื่นก็ได้

ความคิดเห็นที่ 73

31 ม.ค. 2549 15:40
  1. ต่อมไร้ท่อมีรายประโยชน์นะค่ะ ลองคิดในดีนะค่ะเเล้วจะคิดออกเองค่ะ

ความคิดเห็นที่ 72

28 ม.ค. 2549 19:40
  1. ขอรูปภาพต่อมไรเท่อทั้งหมดค่ะ

ความคิดเห็นที่ 71

18 ม.ค. 2549 00:18
  1. อยากทราบโครงสร้างคร่าวๆของ ต่อมไร้ท่อ หน่อยครับ

ความคิดเห็นที่ 70

17 ม.ค. 2549 08:19
  1. อยากทราบว่าต่อมไร้ท่อต่อมใดที่ทำหน้าที่เผาผลาญเซลล์ต่าง ๆ ควบคุมการเจริญเติบโตของร่างกายและสติปัญญา

ความคิดเห็นที่ 69

11 ม.ค. 2549 14:17
  1. ต่อไร้ท่อที่สำคัญ มีอะไรบ้าง

ความคิดเห็นที่ 68

10 ม.ค. 2549 09:17
  1. อยากได้แผนภาพรูปร่างของคนและบอกว่าต่อมไร้ท่อต่างๆนั้นอยู่ส่วนใดของร่างกาย

ความคิดเห็นที่ 67

9 ม.ค. 2549 17:53
  1. ในระบบต่อมไร้ท่อมีอวัยวะใดบ้างค่ะ

ความคิดเห็นที่ 66

9 ม.ค. 2549 13:47
  1. ระบบต่อมเพศเเละความสำคัญบอกที่ครับ

ความคิดเห็นที่ 65

18 ธ.ค. 2548 21:44
  1. ความเห็นที่64 จะทำรายงานใช่ป่าวคะ อิอิ ดิฉันก็เหมือนกันค่ะ คำถามเดียวกันเด๊ะ วอนผู้รู้ช่วยด้วยละกันค่ะ เกี่ยวกับฮอร์โมนค่ะ ......

ความคิดเห็นที่ 64

10 ธ.ค. 2548 13:09
  1. ขอ..ทราบข้อมูลของฮอร์โมน..ที่มีผลต่อร่างกายมนุษย์มา 10 ชนิด และชื่อต่อมไร้ท่อที่สร้างฮอร์โมนชนิดนั้นๆ ควบคุมการทำงานอย่างไร.....จาก..เด็กโง่ ค่ะ....

ความคิดเห็นที่ 63

NK
10 ธ.ค. 2548 00:00
  1. ต่อมไร้ท่อที่สำคัยของคนได้แก่ 1 ต่อมไพเรีนล 2 ต่อมใต้สมอง 3 ต่อมไทรอยด์ 4 ต่อมพาราไทรอยด์ 5 ต่อมไทมัส 6 ต่อมไอส์เลตออฟแลงเกอร์ฮานส์ 7 ต่อมหมวกไต 8 รังไข่>>>>อวัยวะสืบพันธ์ 9 อัณฑะ>>>>อวัยวะสืบพันธ์ ---------------------------------------------- ต่อมไร้ท่อและฮอร์โมนมีทั้งหมด 2 ชนิด มาฟังกันทางนี้นะ รายกายคนเรามีต่อมที่หลั่งสารเคมีและของเหลวอยู่หลายต่อมวึ่งแบ่งออกเป็น 2 ชนิดคือ 1 ต่อมมีท่อ exocrine gland เป็ต่อมที่สร้างสารเคมีแล้วมีท่อลำเลียงสิง่ที่ผลิตขึ้นออกมาภายนอกได้ เช่น ต่อมน้ำลาย ต่อมน้ำตา ต่อมเหงื่อ ตับ ต่อมน้ำเมือกในโพรงจมูก 2 ต่อมไร้ท่อ endicorine gland เป็นต่อมที่ทำหน้าที่สร้างสารเคมีที่เรียนว่าฮอร์โมนแล้วถุกลำเลียงไปออกฤทธิ์จำเพราะที่อวัยวะเป้าหมาย(target organ) โดยอาศัยระบบหมุนเวียนโลหิตเช่น ต่อใต้สมอง ต่อมไทรอยด์ ต่อพาราไทรอยด์ ต่อมหมวกไต -หมายเหตุ : ตับออ่อน (Pancreas) เป็นได้ทั้งต่อมที่มีท่อแล้วไม่มีท่อ เพราะสามารถสร้างได้ทั้งเอนไซม์ (มีท่อน้ำออก) แล้วฮอร์โมน(ไมท่อน้ำออก) -------------------------------------------------------------- อวัยวะเป้าหมาย a ฮอร์โมนจากต่อม หรือเนื้อเยื่อแพร่เข้าสู่กระแสเลือด ไปควบคุมอวัยวะเป้าหมายซึ่งอยุ่ไกล b ใช้ฮอร์โมนประสาทจากเซลล์ประสาท แพร่เข้าสู่กระแสเลือด ไปควบคุมอวัยวะเป้าหมายซึ่งอยุ่ไกล c ใช้สารสื่อปรสาทห จากปลายแอกซอนกระตุ้นอวัยวะเป้าหมาย หมายเหตุ : ที่วัยวะเป้าหมาย Target organ จะมีหน่วยรับ Receptor ที่เจาะจงกับฮอร์โมนแต่ละชนิด จึงเป็นสาเหตุให้ฮอร์โมนแต่ล่ะชนิดไปออกฤทธิ์ที่อวัยวะเป้าหมายนั้นๆ ได้อย่างเจาะจง -------------------------------------------------------------- ผลของฮอร์โมนต่อ Target organ 1 การซึมผ่านของสารผ่านเซลล์ 2 อัตราเมตาโบลิวึมของเซลล์ 3 เพิ่ง cAMP เพื่อควบคุม emzyme ซึ่งมีผลต่อ metabolism 4การสร้าง RNA และโทรตีนของเซลล์ --------------------------------------------------------------- คุณสมบัติของฮอร์โมน มีดังนี้ 1 เป็นสารเคมีพวกโทรตีน เอมีน หรือสเตอรอยด์ ซึ่งสร้างมาจากต่อไร้ท่อ หรือเนื้อเยื่อกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง 2 มีอวัยวะเป้าหมาย (Target organ ) ที่แน่นอน 3 มีผลทางสรีระในปริมาณต่ำ (พบในเลือดปริมาณต่ำ) ยาวนานและกว้างขวาง --------------------------------------------------------------- บทบาทหรือของฮอร์โนมีดังนี้ 1 ควบคุมกระบานการเมตา โบลิซึมต่างๆ ภายในร่างกาย เช่นควบคุมเมตา โบลิซึมของ คาร์โบไฮเดรต โปรตีน ไขมัน และเกลือแร่ต่างๆ 2 ควบคุมความสมดุลของสะภาวะต่างๆ และแรงดันในเลือด 3 ควบคุมการเจริยเติบโตของสิ่งมีชิวิต 4 ควบคุมเกี่ยวกับระบบสืบพันธุ์ การคลอดบุตร และการหลั่งน้ำนม 5 ควบคุมเกี่ยวกับการปรับตัวของสิ่งมีชีวิตให้เข้ากับสภาพแวดล้อม วันหลังจะมาคุยกันเรื่องต่อมใต้สอมงแล้วกันนะงับวันนี้ง่วงแล้ว ฝันดีครับ วัยรุ่น *-*

ความคิดเห็นที่ 62

9 ธ.ค. 2548 20:01
  1. อยากทราบว่าต่อมไร้ท่อ มีกี่ชนิด แต่ละชนิดมีหน้าที่ทำอะไรบ้างมีวิธีการทำงานอย่างไร ขอบคุณค่ะ

ความคิดเห็นที่ 61

[-Constantine-]
27 ก.ย. 2548 20:05
  1. ต่อมไร้ท่อคือต่อมที่ไม่มีท่อนำสารออกสู่ภายนอก แต่สารจะนำออกโดยการเข้าสู่กระแสเลือดครับ

ความคิดเห็นที่ 60

27 ก.ย. 2548 18:35
  1. น่าจะมีเกี่ยวกับต่อมไร้ท่อมั้งนะคะไม่ใช่มีแต่ตอบคำถาม?นู๋จะเอาไปทำโครงงานค่า

ความคิดเห็นที่ 58

23 ก.ย. 2548 13:01
  1. ต่อไร้ท่อคือต่อมไม่ท่อ

ความคิดเห็นที่ 57

13 ก.ย. 2548 20:38
  1. นะจะมีรูปประกอบด้วยนะคับ

ความคิดเห็นที่ 56

13 ก.ย. 2548 12:10
  1. อยากทราบว่าใน exocrine pancreas มีเซลล์ที่สร้าง pancreatic juice ประกอบด้วยเซลล์ชนิดใดบ้าง สร้างอะไรบ้าง ตอบให้ด้วยนะคะ จะเป็นพระคุณอย่างสูง

ความคิดเห็นที่ 55

13 ก.ย. 2548 10:46
  1. ต่อมใต้สมองส่วนกลางมีฮอร์โมนอะไรบ้าง

ความคิดเห็นที่ 54

11 ก.ย. 2548 01:41
  1. ขอบคุณที่ตอบมากๆนะคะ

ความคิดเห็นที่ 53

9 ก.ย. 2548 13:28
  1. อ่านได้ความรู้ศรราม1/1

ความคิดเห็นที่ 52

8 ก.ย. 2548 16:52
  1. อยากได้ข้อมูลเกี่ยวกับต่อมไร้ท่อครับ

ความคิดเห็นที่ 51

4 ก.ย. 2548 11:49
  1. ต่อมไร้ท่อมีอะไรบ้างคะ

ความคิดเห็นที่ 50

2 ก.ย. 2548 21:25
  1. ตูนอยากได้ความรู้มากกว่านี้

ความคิดเห็นที่ 49

2 ก.ย. 2548 19:44
  1. ศรรามได้ความรู้นำไปทำรายงานได้ครับศรราม1/1

ความคิดเห็นที่ 48

30 ส.ค. 2548 21:01
  1. ขอบคุงนะคร๊าบได้ขอมูลและความรู้เพียบเลย

ความคิดเห็นที่ 45

29 ส.ค. 2548 16:39
  1. ขอบคุณทุกคนนะค่ะ ได้ข้อมูลเพียบเลย

ความคิดเห็นที่ 44

21 ส.ค. 2548 23:10
  1. ต่อมไร้ท่อ เป็นอวัยวะของร่างกายที่ทำหน้าที่ในการควบคุมการทำงานของอวัยะหรือเนื้อเยื่ออื่นของร่างกาย ปกติระบบการควบคุมการทำงานของร่างกาย มีอีกระบบหนึ่งคือระบบประสาท ระบบต่อมไร้ท่อเป็นอีกระบบหนึ่ง จะเห็นว่าระบบประสาทเป็นการควบคุมสั่งงานจากศูนย์กลางบัญชาการคือระบบประสาทส่วนกลางอันมีสมองและไขสันหลัง ต้องมีเส้นประสาทเป็นตัวเชื่อมต่อสัญญาณสั่งการไปยังอวัยวะปลายทาง จึงควบคุมสั่งการได้เฉพาะจุด เปรียบเหมือนกับผู้บังคับบัญชาสั่งงานลูกน้องทางสายโทรศัพท์ก็สั่งได้เฉพาะผู้รับโทรศัพท์นั้น ส่วนระบบต่อมไร้ท่อ ต่อมไร้ท่อจะผลิตฮอร์โมนซึ่งเป็นสารที่สามารถควบคุมการทำงานของอวัยวะหรือเนื้อเยื่ออื่นๆที่มีตัวรับฮอร์โมนนั้นๆอยู่ โดยฮอร์โมนนี้จะส่งออกไปโดยแพร่ไปทางกระแสเลือดจึงไปได้ทั้วทั้งร่างกาย ถ้าเนื้อเยื่อใดมีตัวรับฮอร์โมนนั้นก็จะตอบสนองต่อฮอร์โมนนั้น จึงทำให้สามารถสั่งการทีเดียวหลายอวัยะพร้อมๆกัน เปรียบเหมือนกับผู้บังคับบัญชาการสั่งการทางวิทยุ ลูกน้องที่มีเครื่องรับวิทยุตรงคลื่นนั้นก็จะได้รับคำสั่งพร้อมๆกันหลายคน ที่ไม่ต้องมีท่อก็เพราะมันต้องแพร่กระจายทางเลือดไปทั่งร่างกายนั่นเอง ทั้งระบบประสาทและระบบต่อมไร้ท่อนี้จะมีความสัมพันธ์กันอย่างใกล้ชิดมากมีความเชื่อมต่อกันที่สมองตรงบริเวณที่เรียกว่าhypothalamus มีก้านมาเชื่อมต่อกับต่อมไร้ท่อที่เรียกว่าต่อมใต้สมอง(pituitary gland) ซึ่งต่อมนี้ที่ดูเหมือนกับเป็นหนึ่งต่อมนั้น ความจริงแบ่งเป็นสองส่วนคือส่วนหน้ากับส่วนหลัง ส่วนหลังความจริงเป็นส่วนของเนื่อเยื่อสมองที่ยื่นออกมา ส่วนหน้าพัฒนามาจากเนื้อเยื่ออีกส่วนหนึ่งต่างหากมาเชื่อมติดกัน ดังนั้นฮอร์โมนจะส่วนหลังจะผลิตจากเซลสมองส่งมาไว้ที่สมองส่วนหลังนี้ แต่สมองส่วนหน้าจะมีเซลที่จะฮอร์โมนของมันเอง แต่การที่มันจะผลิตฮอร์โมนเหล่านี้ออกมาจะมีใยของเซลประสาทจากสมองมาควบคุมอีกชั้นหนึ่ง และเราจะพบว่าฮอร์โมนจากส่วนหน้าของต่อมใต้สมองนี้จะเป็นฮอร์โมนที่ไปควบคุมต่อมไร้ท่ออื่นๆของร่ายกาย เช่นเป็นฮอร์โมนที่ไปควบคุมต่อมไทรอยด์ ต่อมเพศ ต่อมหมวกไตเป็นต้น นี่เป็นแนวเข้าใจเกี่ยวกับระบบการควบคุมการทำงานของเนื้อเยื่อและอวัยวะของร่ายกายเรา โดยสังเขป รายละเอียดอื่นๆไปอ่านเพิ่มเติมเอาในหนังสือตำราชีวววิทยาทั่วไป

ความคิดเห็นที่ 42

18 ส.ค. 2548 21:25
  1. ต้องทำรายงานเกี่ยว ต่อมไร้ท่อ ทำไงดี ทำไมไม่มีเนื้อเลย ช่วยด้วย

ความคิดเห็นที่ 41

16 ส.ค. 2548 09:44
  1. อยากทราบข้อมูลเกี่ยวกับต่อมไร้ท่อที่ชัดเจนมาก ๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆนะค่ะ ( ขอบคุณมากค่ะ )

ความคิดเห็นที่ 39

14 ส.ค. 2548 10:14
  1. ต่อมไพเนียล นี่มันเป็นยังไงค่ะ มักพบได้ที่ไหน ต่อมไพเนียลในสัตวฺ์กับของคนเรา แตกต่างกันมั๊ยค่ะ ประกอบด้วยอะไรบ้างค่ะ มีหน้าที่ทำอะไร ถ้าหากต่อมไพเนียลหลั่งสารมามากไปจะมีผลมั๊ยค่ะ หรือ ถ้าไม่หลั่งเลย จะมีผลอย่างไรบ้าง

ความคิดเห็นที่ 38

30 ก.ค. 2548 19:30
  1. ต่อมไร้ท่อคับ

ความคิดเห็นที่ 37

30 ก.ค. 2548 08:56
  1. ต่อมไร้ท่อที่ถูกควบคุมด้วยสมองส่วนหว้าคือต่อมอะไรบ้างคะ

ความคิดเห็นที่ 35

25 ก.ค. 2548 18:18
  1. ต่อมไร้ท่อ (The endocrine gland) 1.ชนิดที่เป็นต่อมไร้ท่อแยกอยู่เดี่ยว ต่อมไร้ท่อกลุ่มนี้ จะทำหน้าที่ ผลิตฮอร์โมนเป็นหน้าที่หลัก ได้แก่ ต่อมใต้สมอง (Hypophysis, Pituitary gland) ต่อมไธรอยด์ (Thyroid gland) ต่อมพาราไธรอยด์ (Parathyroid gland) ต่อมหมวกไต (Adrenal gland) ต่อมไพเนียล (Pineal gland, Epiphysis) 2. ชนิดที่เป็นต่อมไร้ท่ออยู่ร่วมกับต่อมมีท่อ ได้แก่ ตับอ่อนส่วน Islets of Langerhans รังไข่ (Ovary) และอัณฑะ (Testes) กลุ่มเซลล์ในรก (Placenta) กลุ่มเซลล์ในไต (Kidney)

ความคิดเห็นที่ 32

18 ก.ค. 2548 19:00
  1. อยากทราบส่วนประกอบของต่อมมีท่อและต่อมไร้ท่อ

ความคิดเห็นที่ 30

14 ก.ค. 2548 12:54
  1. ตำแหน่งต่างๆของต่อมไร้ท่อมีอยู่ที่ไหนบ้างคะ แล้วสามารถบอกตำแหน่งได้อย่างไร

ความคิดเห็นที่ 29

11 ก.ค. 2548 19:46
  1. อย่างนั้นแหละ

ความคิดเห็นที่ 27

3 ก.ค. 2548 21:26
  1. ขอบคุณครับ

ความคิดเห็นที่ 26

3 ก.ค. 2548 21:04
  1. ต่อมไร้ท่อมีกี่ประเภทอะไรบ้าง

ความคิดเห็นที่ 23

24 มิ.ย. 2548 11:47
  1. อยากทราบว่า ฮอร์โมน หมายถึง คืออะไร

ความคิดเห็นที่ 19

6 มิ.ย. 2548 12:58
  1. อาหะหนุกดีผมชื่นชอบพวกพี่ๆมากเลยหะที่อุสาห์หาข้อมลูมาให้พวกผมทำงานได้อย่างสำเร็จรุล่วงไปทุกำประการ ขอขอบคุณมานะโอกาสนี้ด้วย ปลัดต้อม

ความคิดเห็นที่ 18

4 มิ.ย. 2548 12:51
  1. ควรมีรูปภาพด้วย

ความคิดเห็นที่ 17

14 มี.ค. 2548 14:24
  1. Islet of Langerhans คือ ชื่อ cell ที่ตับอ่อน แบ่งเป็น 2 ชนิด คือ แอลฟา กับ เบต้า ที่ต่างกันเห็นๆคือ อัลฟาผลิตฮอร์โมนกลูคากอน(เพิ่มปริมาณน้ำตาลกลูโคสในกระแสเลือด) เบต้าก็ผลิตฮอร์โมนอินซูลิน(ช่วยลดปริมาณน้ำตาลในกระแสเลือด ก็คือเอาไปใช้นั่นแหละ)

ความคิดเห็นที่ 16

คอมบุ
13 มี.ค. 2548 20:29
  1. ขอบคุณค่ะ

ความคิดเห็นที่ 14

27 ก.พ. 2548 21:25
  1. ต่อมไร้ท่อผลิตฮอร์โมนจ้า ปล.เราไม่ค่อนแน่ใจนะจ๊ะ

ความคิดเห็นที่ 13

26 ก.พ. 2548 17:19
  1. ต่อมไร้ท่อทำงานยังไงอะ

ความคิดเห็นที่ 12

20 ม.ค. 2548 21:18
  1. อยากได้ตารางสรุปข้อมูลสำคัญเกี่ยวกับระบบต่อมไร้ท่อของคนว่ามีเนื้อเยื่อและต่อมไร้ท่อที่สำคัญอะไรบ้าง,ผลิตฮอร์โมนอะไร,มีผลต่ออวัยวะหรือระบบการทำงานอย่างไร,และถ้าเกิดความผิดปกติจะส่งผลอย่างดร ขอบคุณค่ะ

ความคิดเห็นที่ 11

17 ม.ค. 2548 21:31
  1. Islet of Langerhans คืออะไรหรอคับ

ความคิดเห็นที่ 9

11 ม.ค. 2548 11:11
  1. ต่อมไร้ท่อมีข้อดีและข้อเสียอะไรบ้างค่ะ

ความคิดเห็นที่ 8

10 ม.ค. 2548 15:12
  1. ต่อมไร้ท่อ คือต่อมกระตุกความฮาครับ

ความคิดเห็นที่ 5

18 ธ.ค. 2547 11:17
  1. ต่อมไร้ท่อคืออะไรค่ะ

ความคิดเห็นที่ 4

24 เม.ย. 2546 23:46
  1. ลอกมาจากบรรณานุกรมในหนังสือที่น่ะ ไม่รู้เหมือนกันว่า U อะไร ลองไปห้องสมุดแพทย์หยิบหนังสือนรีเวชมาสักเล่ม หลังชื่อคนแต่งจะเป็นสาขาที่จบแล้วก็ U นะ ลองดูสิ

ความคิดเห็นที่ 3

24 เม.ย. 2546 21:07
  1. ขอ รู้ U ด้วยได้รึเปล่าคะ

ความคิดเห็นที่ 2

24 เม.ย. 2546 12:41
  1. ขอบคุณค่ะ

ความคิดเห็นที่ 1

23 เม.ย. 2546 22:59
  1. Endocrinology , Reproductive Endocrinology , Reproductive Biology ,

แสดงความคิดเห็น

กรุณา Login ก่อนแสดงความคิดเห็น