คุณยังไม่ได้ Log in | สมัครสมาชิก ฟรี
กลับหน้าแรก วิชาการ.คอม
เวลาได้กลิ่นฉุนแล้วหายใจไม่ออก อาการนี้มาได้อย่างไร?
โพสต์เมื่อ: 13:40 วันที่ 6 มี.ค. 2551         ชมแล้ว: 26,777 ตอบแล้ว: 2
เมื่อเราสูดลมหายใจเอากลิ่นขยะเหม็นเน่าเข้าไป ร่างกายจะเกิดกลไกการต่อต้านเกือบจะทันที อย่างเช่นการยกมือขึ้นมาปิดจมูก การไอ สำลัก หรือหายใจติดขัดนั่นเอง


กลิ่นเหม็นที่ทำให้เกิดการระคายเคือง อาจทำให้คุณไอหรือยกมือมาปิดจมูกโดยไม่รู้ตัว ทั้งนี้เนื่องมาจากเซลล์ที่จมูกจะมีประสาทสัมผัสได้กับสารเคมีที่มีฤทธิ์ในการทำลายหรือกัดกร่อน และจะส่งสัญญาณเตือนไปยังสมองถึงอันตรายที่อาจจะเป็นไปได้ โดยอาการดังกล่าวนี้ นักวิจัยชาวอเมริกันได้ศึกษาถึงผลของกลิ่นต่างๆ ที่กระทบต่อระบบปลายประสาทที่จมูก

จากการวิจัยในหนูทดลองพบว่า เซลล์ที่ปลายจมูกนี้จะทำหน้าที่เสมือนเครื่องส่งสัญญาณระดับควบคุมคุณภาพของอากาศ ทีจะป้องกันร่างกายจากสารเคมีอันตรายได้ เซลล์ส่งสัญญาณสารเคมีนี้พบมากในสัตว์น้ำที่มีกระดูกสันหลัง เช่น ฉลาม ปลาไหลทะเล เป็นต้น และสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม จากการศึกษาพบว่าสัตว์จำพวกปลาใช้ประโยชน์จากเซลล์ชนิดนี้ในการหลบหลีกศัตรูหรือผู้ล่าอีกด้วย

ในมนุษย์เซลล์นี้อาจเป็นตัวกระตุ้นการตอบสนอง เมื่อได้รับสารเคมีในปริมาณสูงจนทำให้เกิดการแพ้ได้ เช่น กลิ่นแอมโมเนีย ทินเนอร์ หรือว่าไอของกรดคาร์บอนิกที่ออกมาจากการเปิดกระป๋องน้ำอัดลม เป็นต้น ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ก็อาจจะทำให้เกิดการกระตุ้นได้โดยมีอาการหอบหรือหายใจไม่ออก

ถ้าปริมาณสารเคมีมากเกินไปอาจเกิดผลกระทบร้ายแรงโดยอาจจะทำให้ร่างกายหยุดหายใจได้ นักวิจัยใช้เยื่อบุโพรงจมูกจากหนูเพื่อทำการวัดความเปลี่ยนแปลงในการตอบสนองของเซลล ์เมื่อได้รับสารก่อภูมิแพ้ในระดับต่ำไปจนสูง และพบว่าเซลล์จะตอบสนองต่อโดยการกระตุ้นและส่งผ่านข้อมูลไปยังเส้นใยประสาทในจมูก

เพียงแค่การสูดกลิ่นหรือหายใจเข้าไปก็สามารถกระตุ้นระบบของร่างกายได้ สัญญาณอันตรายที่ร่างกายจะแสดงออกมาคือ มีอาการไอหรือหายใจติดขัด หายใจไม่ออก ซึ่งเป็นสัญญาณเตือนสำหรับป้องกันตัวเองก่อนที่จะเกิดอาการรุนแรงมากขึ้น สำหรับคนที่ว่องไวต่อสารเคมีเหล่านี้อาจจะกลายเป็นโรคภูมิแพ้ได้ ซึ่งจะต้องได้รับการรักษาให้เฉพาะกับสารที่แพ้และปริมาณที่ได้รับ
80222


ว่านเจ้าขา เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 40 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 149 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

จำนวน 2 ความเห็น, หน้า่ | -1-
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 1 6 มี.ค. 2551 (13:41)
ที่มา http://www.abc.net.au/science/articles/2008/03/05/2180489.htm?site=science&topic=latest
ว่านเจ้าขา เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 40 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 149 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 2 16 มี.ค. 2551 (17:38)
<P>ขอบคุณ สำหรับบทความดีๆคับ</P>
nutch (IP:222.123.110.94)

ความเห็นเพิ่มเติม วิชาการ.คอม

ชื่อ / email:
ข้อความ

รูปภาพ หรือ ไฟล์
กรุณาล๊อกอินก่อน เพื่อโพสต์รูปภาพ และ ใช้ LaTex ค่ะ สมัครสมาชิกฟรีตลอดชีพที่นี่
ตัวช่วย 1: CafeCode วิธีการใช้
ตัวช่วย 2: VSmilies วิธีการใช้
ตัวช่วย 3: พจนานุกรมไทย ออนไลน์ ฉบับราชบัณฑิต
ตัวช่วย 4 : dictionary ไทย<=>อังกฤษ ออนไลน์ จาก NECTEC
ตัวช่วย 5 : ดาวน์โหลด โปรแกรมช่วยพิมพ์ Latex เพื่อแสดงสมการบนวิชาการ.คอม
วิชาการ.คอม

บทความแนะนำ

Blog แนะนำ

Hot Links

ขอบคุณผู้สนับสนุน

Google
 
ติดต่อลงโฆษณา :   คุณอันนา 081 4965363
สำนักงาน :   02 2015735
อีเมล์ :   
Copyright© 2000-2007, Vcharkarn.Com. All rights reserved.
คลิ๊กเพื่อดูสถิติ
รับรองและสนับสนุนโดย

สสวท.

มูลนิธิ พสวท.

พสวท.