| |
||
|
เว็บส่งเสริมการเรียนรู้ดีเด่น 2547 (สมาคมผู้ดูแลเว็บไทย)lเว็บสื่อวิทยาศาสตร์ดีเด่น
2549 (กระทรวงวิทย์)|เว็บการศึกษาที่มียอดผู้เข้าชมสูงสุด2549,2550,2551
(TrueHits) |
||
"เนื้อหาในส่วนนี้เป็นความเห็นของผู้เขียน โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปอ้างอิง"
"กรุณาลงข่าวประชาสัมพันธ์ของท่านใน vService" โพสต์เมื่อ:
20:11 วันที่ 11 มี.ค. 2551 ชมแล้ว:
18,144
ตอบแล้ว:
22
เชิญอ่านวิธีปฏิบัติอันเป็นเลิศของครู... ปูชนียบุคคล -แค่ต้องการปราบแมลงวัน กลายเป็นโครงงานที่น่าศึกษา และ ... จำนวน 21 ความเห็น, หน้า่ | 1| -2- ความเห็นเพิ่มเติมที่ 3 12 มี.ค. 2551 (08:33) คุณครูท่านใดมีวิธีปฏิบัติที่ดี ๆ (best practice) เชิญส่งเข้ามาร่วมแบ่งปันได้ค่ะ ความเห็นเพิ่มเติมที่ 4 12 มี.ค. 2551 (08:36) ถ้าจะส่งไฟล์เอกสาร แนบ mail มาที่ครูไผ่นะคะ ความเห็นเพิ่มเติมที่ 5 13 มี.ค. 2551 (01:55) เจาะตรงไปที่นี่เลยก็ได้ค่ะ http://cur.labschools.net/bpt/klin.htm ความเห็นเพิ่มเติมที่ 6 13 มี.ค. 2551 (13:50) I share your sentiment and evaluation. This is truely inspiring story. And the angelic teacher in the story remains unknown. I also note the very beautiful approach to encourage cooperative thinking and acting among the kids. They have learned not only how to solve a problem but also how to work as a team for the good of their community. May I congratulate the teacher, the kids and the community involved for the excellence of their achievement. Salute! SR (IP:144.138.31.163) ขอบคุณคุณ SR แทนคณะผู้เรียนรู้ซึ่งเป็นเจ้าของโครงงานด้วยค่ะ ความเห็นเพิ่มเติมที่ 8 19 มี.ค. 2551 (09:06) ตอบคุณความคิดเห็นที่ 6 ผอ.ท่านนั้นชื่อ ธวัชชัย เกษรสุคนธ์ ผู้เรียบเรียง (IP:202.143.169.246) ความเห็นเพิ่มเติมที่ 9 8 เม.ย. 2551 (15:21) <P>เป็นสัจธรรมไม่มีอะไรที่จะได้มาอย่างสะดวกง่ายดาย สู้สู้ครูไทย</P> <P> </P> หยุดพัด (IP:210.203.177.208) ความเห็นเพิ่มเติมที่ 10 8 เม.ย. 2551 (16:38) <P>สู้สู้ครูไทย สิ่งดีงามเกิดได้จากความเพียรพยายามช่างสังเกตเรียนรู้ร่วมกันไม่ใช่พระเจ้าหรือสิ่งศักดิ์สิทธิ์บันดลบันดาล ไม่ต้องขอไม่ต้องรอสวรรค์ ดีคือสะดวกของตัวเองลงมือทำเลยเด็กคือกระจกเงาของผู้ใหญ่ในชาติในวันข้างหน้า </P> sync.leeg@gmail.com (IP:210.203.177.208) ความเห็นเพิ่มเติมที่ 11 14 พ.ค. 2551 (10:00) เชิญอ่านฉบับภาษาอังกฤษ ซึ่งเรียบเรียงโดยคุณ SR ที่ http://www.vcharkarn.com/vcafe/144138 และร่วมแสดงความคิดเห็นเป็นภาษาไทยหรือภาษาอังกฤษก็ยินดีค่ะ ความเห็นเพิ่มเติมที่ 12 30 ก.ค. 2551 (14:47) วิธีการของครูที่ว่ามานั้นคิดว่าน่าจะเป็นครูที่ต้องการให้เด็กเกิดความรู้จริงไม่ใช่ความรู้เทียมอย่างที่นักวิชาการต้องการเห็นกัน แต่การที่ครูส่วนใหญ่จะสอนเช่นนี้คงไม่ใช่เรื่องง่ายเหมือนกัน เพราะถูกบล๊อคด้วยเนื้อหา เวลา วิธีการประเมินผลจากส่วนกลาง หากต้องการให้ครูสอนเด็กได้อย่างที่ยกตัวอย่างมา กระทรวงศึกษาะการ ต้องเปิดกว้างในการสอนมากกว่าที่จะกำหนดมาตรการอะไรไปบังคับครูเช่นปัจจุบัน ที่สำคัญควรให้ครูทำหน้าที่สอนจริงๆไม่ใช่ให้ทำหน้าที่อื่นๆมากมาย เพราะแค่คิดก็ไม่มีเวลาแล้ว จริงไหมครับ ครูรุ่นเก่าทั้งหลาย ครูเก่า (IP:202.143.169.248) ความเห็นเพิ่มเติมที่ 13 1 ส.ค. 2551 (06:37) The English rendition of the story is still unfinished. We have built 'parts'. We have to 'put parts together to make a whole' and to test if it works. We have not learned how work together like the children in our story did. No! I do not say it is going to be easy, hassle-free and quick. I do say however it is possible, worthewhile and life-empowering to be able to achieve 'total construction' of a thing in a cooperative manner. We are not alone! Why should we work alone? ความเห็นเพิ่มเติมที่ 14 13 ส.ค. 2551 (16:04) หากต้องการให้ครูสอนเด็กให้เกิดความรู้หลากหลายอย่างครูใหญ่ท่านนั้นหลักสูตรก็อย่าให้มีสาระเรียนรู้มากมายเพราะไม่มีเวลาให้เด็กเรียนรู้ในแต่ละเรื่องมากเท่าที่ควร แต่เห็นด้วยนะ กับการที่จะให้เด็กได้เรียนรู้แบบแก้ปัญหามากว่าท่องจำ อยากให้การสอนเช่นนี้เกิดขึ้น ไม่ต้องเน้นท่องสาะรเนื้อหา ด้วยการกวดวิชาเช่นปัจจุบันนี้ นักเรียรุ่นเก่า (IP:202.143.169.248) ความเห็นเพิ่มเติมที่ 15 21 ส.ค. 2551 (11:47) เรื่องแมลงวันช่วยให้ครูมองเห็นวิธีการสอนแบบโครงงานได้เป็นรูปธรรมดีจังเลยแต่เสียดายตรงที่ว่าอยากจะสอนอย่างนั้นบ้างแต่ชั่วโมงสอนไม่พอและการจัดการเรียนการสอนไม่เปิดกว้างให้เช่นนั้น ขอให้กระทรวงศึกษาธิการปรับการสอนสาระที่ต้องการให้เด็กได้ความรู้จริงมากกว่าจะเน้นจำนวนวิชามากเหมือนทุกวันนี้เชื่อว่าครูทุกคนสอนได้ ครูที่อยากจะเปลี่ยนการสอนได้จริงๆ (IP:202.143.176.38) ความเห็นเพิ่มเติมที่ 16 29 ส.ค. 2551 (10:24) อยากให้ผู้เขียนนำเรื่องต้นแบบดีดีเช่นนี้มานำเสนออย่างต่อเนื่องจะได้มองเห็นแนวทางการปฏิบัติจริง ดีกว่านำทฤษฎีมาให้รู้ สนใจที่จะสอนแบบโครงงานให้กับนักเรียน อ่านเรื่องแมลงวันแล้วทำให้เห็นภาพชัดเจนมาก ครูประถม (IP:202.143.169.248) ความเห็นเพิ่มเติมที่ 17 29 ส.ค. 2551 (10:56) ขอบคุณมากค่ะ ได้กำลังใจเยอะเลย จะไปค้นหาเรื่องดี ๆ มานำเสนออีกค่ะ ความเห็นเพิ่มเติมที่ 18 29 ส.ค. 2551 (19:17) I had a chance to observe a conference on 'Climate Change - What can we do?'. Most people said we need government to make policy change, to set guidelines on carbon emission and carbon trading, energy (elctricity and petrol) supply, urban development and so on. Some said we could do a lot by ourselves. We could modify our 'view' and 'habit'. We could 'think' and 'redesign' our lifestyle, our 'power' appliances and only buy gadgets that are 'climate friendly'. But some are building environmentally friendly and self-sufficient villages (in rural Australia). Some are transforming urban blocks of flats (in England) into climate controlled complexes. Some talked about costs of implementing programs and would rather wait until costs and results could be better approximated -- or they wanted to wait for someone else to find solutions that work well first. Some argued the costs of waiting -- beyond the tipping point when the situation cannot be recover and the cost would then be the total loss (of mankind). We are very much in similar situation with our education as well as our climate change. We can argue 'lack of time', 'lack of fund', 'lack of policy or direction' and so on. We can wait till ... We can also take control of our destiny -- try the best we can, We can use climate change issues in our learning by project work. We can use learning projects to remedy our environment. We may achieve successes in both areas -- at the same time. Ask ourselves, can we wait for our government to do everything for us at anytime? SR (IP:124.179.31.160) ความเห็นเพิ่มเติมที่ 19 1 ก.ย. 2551 (09:02) เห็นด้วยกับวิธีการสอนที่นำมาเสนอเพราะไม่อยากเห็นการบังคับให้การจัดการสอนในท้องถิ่นห่างไกลต้องเหมือนกับส่วนกลางเพราะคนชนบทต้องการเรียนรู้ให้มีวิถีชีวิตอยู่ได้ไม่ใช่การแข่งขันเพื่อเรียนต่อในระดับมหาวิทยาลัยเหมือนเด็กในกรุงเทพฯจึงต้องบังคับให้เรียนเนื้อหาวิชาการจนไม่มีเวลาพัฒนาทักษะชีวิตจริงบางแห่งเขาแค่ต้องการอ่านออกเขียนได้ ไม่ใช่มาสอบ NT หาผลคะแนนจากวิชาการเหมือนกันทั้งประเทศอยู่อย่างนี้ ครูโรงเรียนขนาดเล็ก (IP:202.143.169.248) ความเห็นเพิ่มเติมที่ 20 5 ก.ย. 2551 (14:37) บทความที่นำมาเสนอน่าสนใจทุกเรื่อง โดยเฉพาะครูที่มีอุดมการณ์ ดูแลเด็กยากจนในชนบท อยากให้ครูยุคปัจจุบันนี้ได้อ่านกันมากๆเพราะครูจำนวนไม่น้อยโดยเฉพาะครูในเมือง ที่ทำหน้าที่เหมือนคนรับจ้างสอนหนังสือมากกว่าที่จะเป็นปูชนียบุคคล เช่นในอดีต หรือเป็นไปตามครูที่ผู้เรียบเรียงเขานำมาเสนอในครั้งนี้ เพราะหากมีครูดีมากๆเชื่อได้เลยว่าเด็กจะดีตามไปด้วยแน่ ครูที่เกษียณอายุแล้ว (IP:202.143.169.248) ความเห็นเพิ่มเติมที่ 21 27 ก.ย. 2551 (12:03) ทุกเรื่องที่นำเสนอได้อ่านหมดล้วนแล้วแต่มีประโยชน์ทั้งการสอนอขงครู และความตั้งใจในความเป็นครู แต่พอมองภาพจริงของครูปัจจุบันโดยเฉพาะครูในเมืองเห็นแต่สอนในตำรา และการทำงานก็เหมือนรับจ้างสอนไปวันๆอย่างนี้หน่ยงานที่รับผิดชอบไม่คิดแก้ปัญหาบ้างหรือ คนที่อยากเห็นเด็กไทยเป็นเด็กดี (IP:202.143.169.248) ความเห็นเพิ่มเติมที่ 22 3 ก.พ. 2552 (05:51) การแก้ปัญหาต้องร่วมมือกันทุกฝ่ายจึงจะบรรลุผล |

