|
คุณคิดอย่างไรกับสิ่งที่รออยู่ด้านหลังความตาย
โพสต์เมื่อ:
11:51 วันที่ 15 มี.ค. 2551 ชมแล้ว:
7,331
ตอบแล้ว:
13
หลายคนมีคำถามว่า ตายแล้วไปไหน หลายคนมีคำตอบว่า ตายแล้วไปที่ชอบที่ชอบ แต่ถ้ามาลองคิดดูดีดีแล้ว เรื่องนั้นเป็นไปได้อย่างนั้นเหรอ? ถ้าตายแล้วเกิดใหม่ แล้วเราก็ต้องเสียความทรงจำไปหมดอย่างนั้นสิ มันเป็นสิ่งที่น่ากลัวจริงไหม? ในทางพุทธ คนที่ทำความชั่วจะตกนรก แล้วในเมื่อ ไม่มีใครที่ไม่เคยทำความชั่ว(หรือจะหาว่าไม่จริง)ทุกคนก็ต้องตกนรก นรกที่ว่านั่นมันต้องน่ากลัวและแสนสาหัสอย่างแน่นอน ในทางคริสต์ บุคคลที่จงรักภักดีต่อพระเจ้า ถ้าตายไปแล้ว จะได้อยู่ร่วมกับดินแดนของพระองค์ ส่วนผู้ที่ผิดต่อพระองค์จะถูกผลักลงไปยังเหวลึกที่มีไฟโลกันโชติช่วงไปตลอดกาล เป็นอย่างนี้คนที่นับถือศาสนาที่ต่างกัน จะเจอโลกเบื้องหลังความตายต่างกันอย่างนั้นเหรอ ถ้าไม่ใช่ แล้วจะเจอกับอะไรกันแน่ คุณเคยคิดบ้างไหม?
ในความคิดของเรา ความตายเป็นสิ่งน่ากลัวที่ไม่รู้ว่าจะมาเมื่อไหร่ เราคิดว่า คนเราไม่ได้มีวิญญาณอยู่ในร่างกายจริงๆ วิญญาณเป็นแค่เพียงความคิด ที่สร้างขึ้นมาปกป้องความกลัวที่ว่า โลกเบื้องหลังความตายเป็นอย่างไร เพราะตั้งแต่เกิดมา เรายังไม่เคยเห็นเลย หรือแค่ไม่อยากปรากฏตัวให้เห็น เพราะสิ่งนั้นมันแค่ของไม่มีตัวตน ไม่มีใครให้คำตอบได้ เราก็เคยถาม พ่อแม่ เหมือนกัน แต่ส่วนมากจะได้รับคำตอบมาว่า ตายแล้วก็เกิดใหม่ จนตอนนี้ ก็เข้าใจขึ้นมาบ้าง ไม่มีใครรู้คำตอบที่แท้จริงหรอก ยกเว้นผู้ที่ตายไปแล้วเท่านั้น แต่ถึงอย่างนั้นพวกเขาก็ไม่สามารถที่จะลุกขึ้นมาบอกเราได้ คนที่ชอบตอบไปปัดๆนั่นแหละ พวกเขาไม่กล้าที่จะตอบตามความคิดของตนเอง เขาต้องงการที่จะปิดกั้นความตายของตนเอง ไม่มีใครไม่กลัวความตายหรอก ถ้าทุกอย่างไม่ใช่ความจริง แล้วมันเป็นอย่างไรกันล่ะ "ตายแล้วสูญสลายไปสิ้น" เราคิดอย่างนั้น เราคิดว่าสิ่งที่เรียกว่าวิญญาณคือความคิด เมื่อคนตายไป ความคิดนั้นก็จะหายไปด้วย มันน่ากลัวใช่ไหมที่จะได้กลายเป็นความว่างเปล่า ไม่มีความคิด ไม่มีอะไรเลย จะไม่ได้คิดอะไรอีก หายไปเลย ลองคิดสิ ว่าถ้าเราไม่ได้ทำอะไรไม่มีความคิด เราจะเกิดความกลัวมากแค่ไหน บางคนอาจจะจินตนาการแบบนั้นไม่ออก แต่เรารู้สึกได้ มันยิ่งกว่าการกลายเป็นวิญญาณที่คนเข้าใจกัน ถึงจะไม่เคยมีประสบการณ์เฉียดตายมาก่อน แต่มันก็เป็นสิ่งน่ากลัว ไม่ว่าโลกเบื้องหลังความตายจะเป็นอย่างไร เราก็ว่ามันยังน่ากลัวอยู่ดีนั่นแหละ ถึงอยากโหยหาวิธีการหลุดพ้นจากความตาย แต่ยังไงซักวันมันก็ต้องดำเนินมาอย่างแน่นอน ไม่มีหรอก สำหรับความเป็นนิรันดร์ ...แล้วคุณล่ะ คิดยังไงกับความตาย...
จำนวน 13 ความเห็น, หน้า่ | -1- ความเห็นเพิ่มเติมที่ 1 15 มี.ค. 2551 (12:25) ถึงเราจะเกรงจะกลัวความตายยังไง ก็ไม่มีใครหลุดพ้นหรอกครับ ยอมรับความตายแต่โดยดี ตั้งใจทำความดีให้มากๆ เผื่อว่าโลกหลังความตายมันจะเป็นจริงขึ้นมา และเราจะได้ไปอยู่ในดินแดนที่สวยงาม ปล.ผมเคยอ่านเขาบอกว่าบาปบุญหักล้างกันไม่ได้ กล่าวคือ สมมติว่าเราทำบุญ 10 ครั้ง ทำบาปครั้งเดียว ก็ต้องไปรับโทษบาปครั้งเดียวก่อน แล้วค่อยไปรับผลบุญสิบครั้งอีกทีบนสวรรค์ ใช่ไหมครับ ความเห็นเพิ่มเติมที่ 2 15 มี.ค. 2551 (13:12) หึ หึ ศิษย์พี่มาแนวนี่หรือ ความเห็นเพิ่มเติมที่ 3 15 มี.ค. 2551 (13:48) ![]() จุ๊บจุ๊บ ความเห็นเพิ่มเติมที่ 4 15 มี.ค. 2551 (16:19) สิ่ง ที่ รอ อยู่ หลัง ความ ตาย คือ ความ เห็น แก่ ตัว ของ คน ที่ ตาย ไป แล้ว ซึ่ง คน พวก นั้น ได้ ทิ้ง ความ ทุกข์ เอา ไว้ ให้ กับ คน ที่ รัก เรา ส่วน ที่ ถาม ว่า ตาย แล้ว ไป ไหน เรา คิด ว่า น่า จะ แล้ว แต่ เวร กรรม ของ แต่ ละ คน มั่ง ไม่ รู้ ดิ ป.ล.แต่คนความคิดของแต่ละคนมันช่างแตกต่างโดยไร้สิ้นเชิง เนอะว่าคนที่อ่าน...!! ความเห็นเพิ่มเติมที่ 5 25 มี.ค. 2551 (21:26) แงๆ พยายามจะไม่คิดถึงเรื่องนี้แล้วอ่ะ แต่ว่า...ตั้งแต่หลายอาทิตย์ก่อนมันก็คิดแต่เรื่องอย่างนี้ทุกวันเลยอ่ะ วันนี้ไปทำบุญที่วัดมาก็ไม่ได้ลดความคิดนี้ออกไปจากหัวเลย ตอนกลางวันจะไม่ค่อยคิดเท่าไหร่ แต่ตกกลางคืนจะเหมือนคนเป็นบ้าเลยอ่ะ นั่งสมาธินานเป็นชั่วโมงยังไม่หาย สวดมนตร์ก็แล้ว หาที่ระบายออกมาก็แล้ว จะทำอะไนมันก็ไม่ได้ลบความคิดนี้ออกไปจากหัวเลยอ่ะ แงๆ มันน่ากลัวเกินไปแล้วอ่า...กลัวมากๆเลย จะทำยังไงที่จะลดความคิดนี้ออกไปได้ง่า...เราจะเป็นบ้าตายอยู่แล้วเนี่ย ฮือๆ ความเห็นเพิ่มเติมที่ 6 26 มี.ค. 2551 (09:38) ใช่ๆ คนเราหลีกเลี่ยงไม่ได้หรอก ความเห็นเพิ่มเติมที่ 7 27 มี.ค. 2551 (19:05) คิดว่า
ความตายเป็นสิ่งที่เราต้องเจอ ในตอนนี้หรือวันข้างหน้า ความเห็นเพิ่มเติมที่ 8 6 เม.ย. 2551 (23:34) <P>ความตาย....คือการหลุดพ้น</P> <P>ไม่ต้องเปนทุกข์</P> <P>ไม่มีความรู้สึกใดๆ</P> <P>และถึงตอนนั้นเราคงไม่ต้องกลัวอะไรอีกต่อไป</P> <P>นั่นก้อคือความว่างเปล่า</P> <P>เพราะฉะนั้นเราทุกคนอย่ากลัวไปเลย</P> <P>คิดซะว่าแบตของเรากำลังจะหมด</P> <P>หรือเราใกล้หมดอายุละ</P> <P>คิดเสียว่าเราเปนหุ่นยนต์สิจะได้ไม่เจ็บปวด</P> <P>เอ......................</P> <P>ความตายหลอ</P> <P>แล้วไง</P> <P> </P> แล้วไง (IP:58.136.17.9) ความเห็นเพิ่มเติมที่ 9 7 เม.ย. 2551 (16:17) ใช่ๆบางทีความตายเป็นแค่ความว่างเปล่าไม่เห็นจะเจ็บปวดเลยมีชาตินี้ก็มีชาติหน้าว่างเปล่า จบกัน
เด็กวิทย์หลับในชั่วโมงวิทย์
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 30 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 151 ดวง - โหวตเพิ่มดาว ความเห็นเพิ่มเติมที่ 10 7 เม.ย. 2551 (22:17) เห็นด้วยๆ แต่เรากลัวอ่ะ ไม่มีอะไรยึดเหนี่ยวจิตใจ งั้นไปทำบุญดีกว่าเหอๆ ช่วยแม่ทำงาน ปิดเทอมมานานละ จะได้ไม่มีเวลาว่างมานั่งคิด อิอิ ความเห็นเพิ่มเติมที่ 11 7 เม.ย. 2551 (23:55) ผมมีแนวคิดว่าความตายก็จะเป็นจุดสิ้นสุดของทุกอย่าง ความเห็นเพิ่มเติมที่ 12 2 พ.ค. 2551 (08:40) = = นี่สงสัยมากถึงกับมาตั้งนี้เลยเหรอ(ความพยายามสูงจริงๆเน้อ) ความตายมันเป็นจุดเริ่มต้น มันไม่ใช่จุดจบ(จุดเริ่มต้นของชีวิตใหม่) เราอาจจะคิดว่าตายคือจุดจบของชีวิต แต่มันไม่ใช่ = = สาธยายไม่ถูกละ ความเห็นเพิ่มเติมที่ 13 5 ก.ค. 2551 (17:16) ก็ไม่คิดอะไร
ตายก็ตาย แค่นี้ จบ |