วิชาการ.คอม - คลังความรู้ ปัญญาไทย เพื่อการศึกษาไทย เพราะเรารักเมืองไทย
เว็บส่งเสริมการเรียนรู้ดีเด่น 2547 (สมาคมผู้ดูแลเว็บไทย)   |   เว็บสื่อวิทยาศาสตร์ดีเด่น 2549 (กระทรวงวิทย์)   |   เว็บการศึกษาที่มียอดผู้เข้าชมสูงสุด 2549, 2550 (TrueHits)
ขอขอบคุณ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) และ สสวท ที่ให้การสนับสนุน  
ยินดีต้อนรับ นักศึกษาภาคฤดูร้อน MUT มีนาคม 2551
โพสต์เมื่อ: 13:43 วันที่ 16 มี.ค. 2551         ชมแล้ว: 24,411 ตอบแล้ว: 197

คุณสามารถติดต่อกับผมได้ทุกวัน 24 ชั่วโมงทางเว็บไซด์นี้


ขอให้ตั้งใจเข้าเรียนนะครับ



นิรันดร์ เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 12960 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 851 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

จำนวน 190 ความเห็น, หน้า่ | 1| 2| 3| 4| 5| -6- 7| 8| 9| 10|
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 95 28 มี.ค. 2551 (12:17)

สวัสดีครับ อาจารย์นิรันดร์


ผม นายฐิติพงษ์  อินดี รหัส 5011110167 


มารายงานตัวครับ


5011110167 เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 1 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 70 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 96 28 มี.ค. 2551 (16:05)
พรุ่งนี้เข้าเรียน สิบโมงครึ่ง อย่าเข้าเรียนสายกันนะครับ
นิรันดร์ เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 12960 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 851 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 97 28 มี.ค. 2551 (16:19)

สวัสดีครับอาจารย์ ผมอยากได้เฉลยของแบบฝึกหัดที่ให้มา ตั้งแต่ครั้งแรก รบกวนลงเฉลยให้ได้ไหมครับ จะได้ไว้ลองทำดู ขอบคุณครับ


BRIDE เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 3 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 70 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 98 28 มี.ค. 2551 (21:20)

อาจารย์ครับกระผมได้ copy power point ที่อาจารย์ใช่สอนมาแล้วครับ


แต่กระผมไม่สามารถเปิดดูได้


กระผมต้องทำยังไงถึงจะเปิดดูได้ครับ


5011210103 เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 10 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 70 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 99 28 มี.ค. 2551 (21:32)

กระผมเข้าได้แล้วครับ


 


5011210103 เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 10 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 70 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 100 28 มี.ค. 2551 (21:35)
พรุ่งนี้ผมจะเข้าเรียนให้ทันเวลาครับ
5011210103 เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 10 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 70 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 101 29 มี.ค. 2551 (09:24)

ผมว่า คุณลองทำแบบฝึกหัดดูก่อน
ทำไม่ได้หรือได้แล้วไม่แน่ใจค่อยเอามาถาม
มันจะดีกว่าที่เอาเฉลยไปก่อนนะครับ


เดี๋ยวเข้าห้องสอน ผมจะขานชื่อจิราวัช ก่อนเลยเพื่อเป็นการยืนยันว่าเข้าเรียนทันเวลาจริง


นิรันดร์ เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 12960 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 851 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 102 29 มี.ค. 2551 (09:29)

13. ให้นักศึกษาที่ลงทะเบียนเรียน
หาความรู้หรือวิทยาการที่เกี่ยวข้องกับฟิสิกส์
มาโพสต์ที่เว็บบอร์ดนี้ โดยนอกจากจะเป็นความรู้แล้ว
คุณจะต้องบอกด้วยว่า เกี่ยวข้องกับฟิสิกส์อย่างไรบ้าง
อ้างหลักหรือกฎทางฟิสิกส์มาให้เห็นชัดเจน
แนะนำว่า การดูรายการ บียอนด์ทูมอโรว์ หรือ เมกา เคลเวอร์จะช่วยได้มาก
คนที่ส่งทีหลังจะซ้ำกับเรื่องที่คนอื่นส่งมาก่อนไม่ได้
ดังนั้น หากจะให้ง่าย คุณก็รีบทำส่งเป็นคนแรก ๆ นะครับ


นิรันดร์ เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 12960 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 851 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 103 29 มี.ค. 2551 (15:01)

ตัดริบบิ้น "จูลส์ เวิร์น" ยานบรรทุกอวกาศขับเคลื่อนอัตโนมัติออกสู่ภารกิจ


บีบีซีนิวส์ - อีซาส่ง "จูลส์ เวิร์น" ยานขนสัมภาระสู่สถานีอวกาศแบบอัตโนมัติที่ลำเลียงของได้มากที่สุด และเป็นภารกิจอันท้าทายของจรวดขนส่ง ที่จะนำยานไปจอดรอสถานีอวกาศ ก่อนที่จะเชื่อมต่อได้เองโดยไม่ต้องมีคนบังคับ นับเป็นก้าวแรกสู่การพัฒนาระบบขนส่งนักบินอวกาศของยุโรปเอง

"จูลส์ เวิร์น" (Jules Verne) คือชื่อยานขนส่งไร้คนขับอัตโนมัติหรือยานเอทีวี (Automated Transfer Vehicle : ATV) ขององค์การอวกาศยุโรป (อีซา) ที่สามารถลำเลียงสัมภาระต่างๆ ทั้งอากาศ อาหาร น้ำ เชื้อเพลิง เครื่องใช้ส่วนตัวของลูกเรือและอุปกรณ์วิทยาศาสตร์ขึ้นไปยังสถานีอวกาศนานาชาติ (ไอเอสเอส) ได้ถึง 7.6 ตัน

ยานลำนี้ออกเดินทางเพื่อปฏิบัติภารกิจครั้งแรกในอวกาศโดยการลำเลียงของจรวดแอเรียน 5 (Ariane 5) จากฐานปล่อยจรวดคูรู ในเฟรนซ์เกียอานา วันที่ 9 มี.ค.51 เวลา 11.03 น.ตามเวลาประเทศไทย

การสร้างยานขนส่งสัมภาระนี้เป็นบทบาทของยุโรป ในการเป็นส่วนหนึ่งของโครงการสถานีอวกาศนานาชาติ ซึ่งแทนที่จะต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายจำนวนมากเพื่อบริหารจัดการสถานีอวกาศ อีซาก็เลือกที่จะรับหน้าที่นี้เป็นหลัก

การเดินทางครั้งแรกของยานจูลส์ เวิร์นนี้จะเป็นการประกาศว่ายุโรปมีความสามารถทางเทคโนโลยีใหม่ที่สำคัญที่จะแข่งขันในวงการสำรวจอวกาศได้

สิ่งที่โดดเด่นที่สุดของเอทีวีจากยุโรป คือเทคโนโลยีการนัดพบในอวกาศและการเชื่อมต่อโดยอัตโนมัติของยานจูลส์ เวิร์น ทั้งนี้ยานสามารถหาหนทางด้วยตัวเองเพื่อไปถึงยังสถานีอวกาศและเชื่อมต่อได้เองโดยไม่ต้องมีมนุษย์เข้าไปแทรกแซง

"ยานเอทีวีคือสิ่งที่เรามีส่วนร่วมด้านค่าดำเนินการของสถานีอวกาศ โดยการขนส่งสัมภาระหลายๆ ตัน อีกทั้งยังเป็นเรื่องสำคัญมากๆ ในการพัฒนา ยานเอทีวีเป็นเหมือนการผสานกันอย่างแนบแน่น (ในความสามารถ) ของยานอวกาศที่มีมนุษย์บังคับกับดาวเทียม กลายเป็นยานที่มีความซับซ้อนและอุตสาหกรรมของยุโรปก็มีโอกาสที่จะพัฒนาเทคโนโลยีและเทคนิคใหม่ๆ ที่ได้ผลออกมาเป็นยานเอทีวี" คำกล่าวของอลัน เทิร์กเกทเทิล (Alan Thirkettle) ผู้จัดการโครงการสถานีอวกาศนานาชาติขององค์การอวกาศยุโรป

เที่ยวบินของยานเอทีวีในวันที่ 9 มี.ค.นี้เป็นเที่ยวบินที่น้ำหนักถึง 20 ตันขณะอยู่ที่ฐานปล่อย ซึ่งจรวดแอเรียน 5 ต้องได้รับการเพิ่มพลังเป็นเฃพิเศษเพื่อรับภาระอันเฉพาะเจาะจงนี้ โดยจรวดจะขนส่งยานที่มีขนาดประมาณรถโดยสารสองคันขึ้นไปในวงโคจรที่มีความสูง 260 กิโลเมตร ซึ่งอยู่เบื้องล่างทางด้านหลังของสถานีอวกาศ จากนั้นยานเอทีวีก็เพิ่มความสูงของตัวเองเข้าไปใกล้ท่าเทียบที่อยู่เหนือชุดวงโคจร

สำหรับจรวดแอเรียน 5 เองภารกิจนี้ก็นับเป็นหลักไมล์ที่สำคัญในความพยายามขนส่งสัมภาระเดี่ยวๆ ที่หนักที่สุดขึ้นไปยังวงโคจร ซึ่งโดยมากแล้วจรวดแอเรียนจะรับภารกิจขนส่งดาวเทียมสื่อสารขึ้นไปยังวงโคจรระนาบเส้นศูนย์สูตร (equatorial orbit) ซึ่งอยู่สูงจากโลกออกไป 36,000 กิโลเมตร แต่สำหรับเที่ยวบินนี้จรวดของแอเรียนต้องทำวงโคจรที่ลาดเอียงอย่างมากเหนือมหาสมุทรแอตแลนติกเพื่อวางยานเอทีวีในตำแหน่งที่อยู่ต่ำกว่าวิถีของสถานีอวกาศอย่างแม่นยำ

จรวดแอเรียนท่อนสุดท้ายจะจุดระเบิด 2 รอบ รอบแรกเป็นการจุดระเบิดเพื่อเข้าสู่วงโคจรก่อนจะแยกออกจากยานและครั้งที่สองเป็นการทำลายตัวเองเพื่อความปลอดภัยก่อนที่จะตกลงสู่มหาสมุทรแปซิฟิก จากนั้นยานเอทีวีก็จะหยุดนิ่งอยู่ในอวกาศและต้องรอจนกว่ากระสวยอวกาศเอนเดฟเวอร์ (Endeavour) จะปฏิบัติภารกิจที่กำลังจะมาถึงจนเสร็จเรียบร้อยจึงจะเข้าเชื่อมต่อกับสถานีอวกาศได้ ซึ่งคาดว่าน่าจะเป็นวันที่ 3 เม.ย.นี้

คอมพิวเตอร์ของยานอยู่ในความควบคุมของระบบจีพีเอส (GPS) และระยะต่อจากนั้นเซนเซอร์ตรวจวัดแสงจะนำทางยานไปยังตำแหน่งท้ายของโมดุลซเฟซดา (Zvezda) ของรัสเซียที่ติดตั้งบนสถานีอวกาศ โดยที่มีการควบคุมของมนุษย์อีกทีที่เมืองตูลูส ประเทศฝรั่งเศส แต่จะมไมีการแทรกแซงการทำงานจนกว่าจะเกิดปัญหาขึ้น

นอกจากนั้นนักบินอวกาศบนสถานีอวกาศเองก็จะเพียงดูการเข้าประชิดของยานเอทีวีแต่จะไม่ทำอะไร ยกเว้นเกิดเหตุฉุกเฉิน หากนักบินอวกาศเห็นสัญญาณอันตรายพวกเขาจะสั่งให้ยานเอทีวีถอยกลับด้วยการกดปุ่มสัญญาณสีแดงขนาดใหญ่ที่ติดอยู่บนแผงของซเฟซดา และยานเอทีวีจะอยู่ที่สถานีอวกาศเป็นเวลา 6 เดือน

ทั้งนี้ยุโรปมีความคาดหวังต่อยานเอทีวีและเทคโนโลยีของยานสูงมาก แม้ว่านักบินอวกาศจะไม่ได้อาศัยยานเอทีวีขึ้นสู่สถานีอวกาศแต่ความดันภายในยานก็พอเหมาะกับที่นักบินอวกาศจะเข้าไปโดยทีมไต้องสมชุดอวกาศ นับว่ายานเอทีวีเป็นจุดเริ่มต้นที่ยุโรปจะพัฒนาระบบขนส่งลูกเรือเองได้ แต่ ณ เวลานี้นักบินอวกาศของอีซาไม่สามารถออกไปนอกโลกได้โดยไม่อาศัยกระสวยอวกาศของสหรัฐฯ หรือยานโซยุซ (Soyuz) ของรัสเซียได้

ที่มา: http://www.manager.co.th/


 


 


อาจารย์ครับ


แบบนี้ถูกต้องหรือเปล่าครับ


ขอบคุณครับ


5011210103 เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 10 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 70 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 104 29 มี.ค. 2551 (21:54)

           ชุด "สไปเดอร์แมน" สีแดงสดสุดเท่                                                       ซึ่งช่วยให้ผู้สวมใส่สามารถไต่ตึกสูงได้นั้น อาจผลิตได้จริงในวันหนึ่งหลังจากเราทราบความลับของตุ๊กแกและแมงมุมที่ยึดเกาะผนังได้
       
       งานวิจัยซึ่งตีพิมพ์ผ่านวารสารเจอร์นัล ออฟ ฟิสิกส์ (Journal of Physics) ได้รายงานการศึกษาเทคโนโลยีเลียนแบบธรรมชาติ (Natural Technology) ซึ่งนำแมงมุมและตุ๊กแกมาศึกษา อาจช่วยให้คนเราปีนป่ายข้างตึกหรือห้อยโหนลงมาจากบนหลังคาได้ ทั้งนี้แมงมุมและตุ๊กแกนั้นต่างมีขนเล็กๆ ที่ช่วยยึดเกาะกับพื้นผิวต่างๆ ได้ ขณะที่บางรายงานก็ระบุว่าตุ๊กแกสามารถผยุงน้ำหนักได้มากกว่าน้ำหนักตัวเองหลายร้อยเท่า
       
       เมื่อปี 2545 มีงานวิจัยของสหรัฐอเมริการะบุว่าการเกาะติดของตีนตุ๊กแกนั้นขึ้นอยู่กับแรงแวน เดอ วาลส์ (van der Waals) ซึ่งเป็นแรงระหว่างโมเลกุลอย่างอ่อน โดยแรงดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อมีความไม่สมดุลของประจุไฟฟ้ารอบๆ โมเลกุลของขนเส้นเล็กๆ ขนาดต่างกันนับล้านล้านเส้นซึ่งเรียงกันเป็นลำดับชั้นในตีนแต่ละข้างของตุ๊กแก แรงดึงดูดที่สะสมจากเส้นขนนับล้านล้านเส้นทำให้ตุ๊กแกเดินไปบนผนังหรือแม้แต่เดินกลับหัวจากกระจกเรียบๆ ได้
       
       ศ.นิโคลา ปักโน (Prof.Nicola Pugno) จากวิทยาลัยโพลีเทคนิคแห่งตูริน อิตาลี ได้คำนวณหาวิธีที่จะนำการยึดเกาะแบบเดียวกันนี้มาใช้รองรับน้ำหนักของมนุษย์ แต่ว่ายิ่งพื้นผิวที่ต้องการยึดเกาะใหญ่ขึ้นเท่าไหร่ ความแข็งแรงในการยึดเกาะก็ยิ่งลดลงไปด้วย ดังนั้นถุงมือขนาดพอเหมาะกับมือคนที่เลียนแบบขนเล็กๆ ของตุ๊กแกจึงไม่สามารถยึดติดได้ดีเท่ากับตีนตุ๊กแก
       
       "นักวิจัยบางคนสามารถคำนวณทางทฤษฎีหาความแข็งแรงในการยึดเกาะมากกว่า 200 เท่าของความแข็งแรงในการยึดเกาะของตุ๊กแก แต่ระหว่างทฤษฎีและการประยุกต์ในทางปฏิบัตินั้นมีช่องว่างที่กว้างมาก ถ้าเราสามารถทำให้พื้นผิวมีความแน่นมากขึ้นเล็กน้อย ผลข้างเคียงที่ว่าก็จะหายไป แล้วเราก็จะผลิตชุดที่มีแรงยึดเกาะเช่นเดียวกับตุ๊กแกได้" ศ.ปักโนกล่าว
       
       นักวิจัยแห่งตูรินคาดหวังว่าท่อนาโนคาร์บอน (carbon nanotube) จะเป็นทางเลือกสำหรับใช้ผลิตเส้นขนเลียนแบบตุ๊กแกได้ ทั้งนี้ท่อนาโนคาร์บอนเป็นท่อทรงกระบอกขนาดเล็กที่มีขนาดเพียง 1 ในล้านล้านส่วนของ 1 เมตร แต่มีความแข็งแรงอย่างมากและสามารถผลิตเป็นท่อที่ใหญ่ขึ้นได้
       
       ศ.ปักโนยังเน้นย้ำว่าต้องพิสูจน์คุณสมบัติ 3 อย่างของชุดสไปเดอร์แมน อย่างแรกซึ่งชัดเจนที่สุดคือคุณสมบัติในการยึดเกาะ ถัดมาคือต้องหลุดจากพื้นผิวได้ง่ายเมื่อยึดติดแล้ว อย่างสุดท้ายคือต้องสามารถทำความสะอาดตัวเองได้ที่อุณหภูมิค่าหนึ่ง ซึ่งการทำความเข้าใจในความต้องการอย่างหลังนี้เป็นเรื่องสำคัญมาก เพราะความสกปรกจะมาพร้อมกับคุณสมบัติในการยึดติดของชุด
       
       วิธีหนึ่งที่จะให้ชุดทำความสะอาดตัวเองได้คือต้องทำให้ชุด "ไม่ชอบน้ำสุดขีด" (superhydrophobic) เพื่อที่จะสลัดน้ำออกได้อย่างเต็มที่ เมื่อหยดน้ำเล็กๆ ถูกสลัดออกบริเวณที่สัมผัสก็ควรจะนำพาอนุภาคสกปรกออกไปด้วย ซึ่งจะสร้างคุณสมบัตินี้ได้ง่ายๆ โดยการดัดแปลงคุณสมบัติทางเรขาคณิตของพื้นผิวด้วยศาสตร์ที่เรียกว่า "ทอพอโลจี" (Topology)
       
       "จะทำให้กลไกทั้งหมดทำงานพร้อมกันทั้งหมดเป็นเรื่องยาก เพราะแต่คุณสมบัติจะขัดกันเอง แต่ตุ๊กแกและแมงมุมก็ได้แสดงภาพให้เห็นว่าเรื่องนี้เป็นสิ่งที่ทำได้" ศ.ปักโนกล่าว
       
       พร้อมกันนี้ ศ.ปักโนยังเสริมว่ามีการประยุกต์มากมายสำหรับชุดยึดเกาะได้ โดยสามารถออกแบบสำหรับถุงมือและรองเท้าสำหรับคนทำความสะอาดหน้าต่างบนอาคารสูงได้
       
       อย่างไรก็ดีกล้ามเนื้อของคนเราก็ต่างกันมากกับตุ๊กแก ดังนั้นเราอาจต้องทุกข์ทรมานกับอาการกล้ามเนื้อบาดเจ็บหากพยายามที่จะยึดเกาะกับผนังเป็นเวลานานหลายชั่วโมง



ข้อมูลข้างต้นนี้เกี่ยวกับการเกาะติดของตีนตุ๊กแกนั้นขึ้นอยู่กับแรงแวน เดอ วาลส์ (van der Waals) ซึ่งเป็นแรงระหว่างโมเลกุลอย่างอ่อน มีความสอดคล้องกับกฏของแรงดึงดูดของโลกทางฟิสิกส์ทั้งสิ้น


นายกฤษดา พุฒตาล 4711310075
BRIDE เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 3 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 70 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 105 29 มี.ค. 2551 (22:05)

อาจารย์ครับ รบกวนถามเรื่องงานที่ให้แปรท้ายคาบวันนี้ จะหาโจทย์ได้จากที่ไหน ถ้าลงไว้ให้ไม่ได้ รบกวนหน่อยครับ ขอบคุณครับ


O2 เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 3 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 70 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 106 29 มี.ค. 2551 (22:40)

แนะเทคนิคเตะลูกโทษจากผลงานวิจัยวิทยาศาสตร์การกีฬา ยิงให้แม่น “ใช้ลูกแป-บิดสะโพก” เผยทีมฟุตบอลเยาวชนคว้าชัยจากบรูไนโดยอาศัยการฝึกซ้อมตามผลงานวิจัย
       
       ดร.สุวัตร สิทธิหล่อ ผู้อำนวยการสำนักวิทยาศาสตร์การกีฬา สำนักงานพัฒนาการกีฬาและนันทนาการ กระทรวงการท่องเที่ยวและการกีฬา เผยถึง งานวิจัยเรื่องการวิเคราะห์ทางชีวกลศาสตร์ของการเตะลูกโทษ ณ จุดโทษในกีฬาฟุตบอลว่า ได้ทดลองเก็บข้อมูลการเตะลูกโทษของนักกีฬาฟุตบอลชายระดับเยาวชนอายุไม่เกิน 18 ปี จำนวน 20 คน โดยใช้กล้องดิจิทัล 6 ตัวบันทึกภาพการเตะลูกโทษ ซึ่งนักเตะแต่ละคนจะติดตัวระบุตำแหน่ง (Reflexive marker) ไว้ที่หัวไหล่ ข้อสะโพก ข้อเข่า ข้อเท่าและเท้าซ้าย-ขวา ทั้งนี้กล้องจะบันทึกการเคลื่อนไหวโดยจับแสงสะท้อนจากตัวระบุตำแหน่ง
       
       ภาพที่บันทึกได้นำไปวิเคราะห์โดยโปรแกรมวิเคราะห์ผลสำเร็จรูป ซึ่ง ดร.สุวัตรเผยถึงผลการวิจัยว่า ตำแหน่งมุมล่างสุดของประตูเป็นพื้นที่ซึ่งมีโอกาสเตะลูกเข้าประตูได้สูง ทั้งการเตะลูกออกมาด้วยความเร็วสูงก็มีแนวโน้มที่ลูกจะเข้าประตูมากขึ้นเช่นกัน นอกจากยังพบอีกว่าหากนักเตะบิดสะโพกหรือข้อไหล่เพิ่มขึ้นประมาณ 4 องศาจะช่วยให้ความเร็วของลูกบอลเพิ่มขึ้น 1 เมตร/วินาที หรือประมาณ 3.6 กิโลเมตร/ชั่วโมง
       
       อีกทั้งตำแหน่งของเท้าที่ใช้เตะยังมีผลต่อความแม่นยำในการยิง โดย ดร.สุวัตรอธิบายหากเตะด้วยหลังเท้า (in step) จะให้ความเร็วสูงเพราะใช้กล้ามเนื้อบริเวณหน้าเท้า แต่มีพื้นที่กระทบลูกบอลน้อยจึงมีความผิดพลาดสูง แต่หากเตะด้วยหน้าเท้าด้านใน (in foot) หรือลูกแปจะมีความเร็วน้อยกว่าการเตะแบบแรก แต่มีความแม่นยำกว่าเพราะมีพื้นที่กระทบลูกมากกว่า อย่างไรก็ตามหากต้องการเพิ่มความเร็วในการเตะลูกแบบหลังนี้ให้บิดสะโพกและหัวไหล่เล็กน้อยจะช่วยเพิ่มความเร็วในการเตะได้
       
       สำหรับงานวิจัยชิ้นนี้ใช้เวลาทดลอง 3 เดือน โดยปัญหาและอุปสรรคที่พบนั้น ดร.สุวัตรเผยว่าเป็นเรื่องความเข้มแสงในสนามกลางแจ้งที่ไม่สามารถควบคุมได้ หากแสงมีความไม่สม่ำเสมอก็จะทำให้ข้อมูลที่เก็บนั้นมีสัญญาณรบกวนมาก ซึ่งเก็บข้อมูลได้ดีที่สุดช่วงเวลา 6.00 น.ที่แสงมีความสม่ำเสมอ
       
       อย่างไรก็ดียังมีอีกหลายปัจจัยที่มีผลต่อการยิงลูกโทษ โดย ผอ.วิทยาศาสตร์การกีฬาเผยว่าหากผู้รักษาประตูพุ่งตัวก่อนที่นักเตะจะยิงลูกก็มีโอกาสป้องกันประตูได้สูงหากพุ่งตรงไปยังมุมที่นักเตะเล็งไว้ ทั้งนี้หากต้องการความแม่นยำให้เล็งตำแหน่งที่ห่างผู้รักษาประตู 1 ช่วงไหล่ เพราะการยิงใช้เวลาไม่กี่วินาที แต่การพุ่งตัวรวมกับการใช้เวลาประมวลผลเลือกซ้าย-ขวาของผู้รักษาประตูนั้นใช้เวลามากกว่า
       
       ทางด้าน นายกวิน คเชนทร์ ศึกษานิเทศก์กองส่งเสริมวิชาการสถาบันการพลศึกษา และที่ปรึกษาทีมฟุตบอลเยาวชนทีมชาติไทย อายุไม่เกิน 19 ปี กล่าวว่างานวิจัยนี้เป็นแนวทางสำคัญของการยิงลูกโทษให้สำเร็จ โดยทีมเยาวชนได้ที่ได้ชัยชนะจากการแข่งขันฟุตบอลที่บรูไนเมื่ออาทิตย์ที่ผ่านมานั้นสามารถเอาชนะคู่แข่งด้วยประตู 5 ต่อ 4 โดยอาศัยการฝึกซ้อมตามคำแนะนำของการวิจัย
       
       ส่วน ดร.เสกสรร นาควงศ์ รองผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาการกีฬาและนันทนาการ กล่าวว่านอกจากวิทยาศาสตร์การกีฬาจะมีความสำคัญต่อการพัฒนาความเป็นเลิศทางด้านกีฬาแล้ว ยังสามารถประยุกต์ใช้ได้กับกิจกรรมของประชาชนทั่วไป โดยได้ยกตัวอย่างงานวิจัยเรื่องการลงจากรถประจำทาง ณ ป้ายจอดโดยใช้แรงช่วยป้องกันการบาดเจ็บซึ่งเป็นอีกงานวิจัยของ ดร.สุวัตร ก็เป็นงานวิจัยทางด้านวิทยาศาสตร์การกีฬาที่ประยุกต์ใช้กับกิกรรมของมวลชนได้ด้วย


4711310156


นายอาทิตย์  งามสันเที๊ยะ


ตรงตามที่อาจารย์ต้องการไหมครับ


O2 เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 3 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 70 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 108 30 มี.ค. 2551 (16:46)

ดีครับ


ใครที่ยังไม่ได้ส่งก็รีบ ๆ หน่อยนะครับ


นิรันดร์ เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 12960 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 851 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 109 31 มี.ค. 2551 (00:10)

เทคโนโลยีการเก็บข้อมูล โดยใช่คุณสมบัติทางแสง


เทคโนโลยีการเก็บข้อมูล หลักการในการเขียนอ่านข้อมูลบนแผ่น CD-R (CD Recordable), CD-RW (CD Rewritable) , DVD (Digital Versatile Disc) , DVD-RW (Digital Versatile Disc Rewritable ) ก็ใช้หลักการคล้ายๆกัน โดยใช้แสงเลเซอร์ที่มีความยาวคลื่นเหมาะสม ยิงไปยังแผ่น ที่จะเขียน แสงนั้นก็จะไปทำให้เกิดเป็น lands หรือ pits ตามข้อมูลที่ต้องการเขียน ซึ่งส่วนที่เป็น lands และ pits จะทำหน้าที่ สะท้อน และดูดกลืนแสงที่แตกต่างกัน เราจึงสามารถถือได้ว่าคุณสมบัติที่ต่างกันทั้ง 2 ลักษณะนี้แปลง เป็นสัญญาณดิจิตอล คือ เป็น 0 กับ 1 ที่ใช้แทนข้อมูลในการบันทึกและอ่าน ได้



บทนำ


เนื่องจากปัจจุบันการเก็บมีความสำคัญมาก การเก็บข้อมูลมีหลายวิธี การเก็บข้อมูลแต่ละวิธีได้มีการพัฒนา เพื่อให้สามารถเก็บข้อมูลได้มากขึ้น โดย ลดต้นทุนการผลิต พื้นที่ในการจัดเก็บ เวลาในการอ่าน และจัดเก็บให้น้อยลง การเก็บข้อมูลแบบออปติคอล (Optical strage) ก็เป็นการเก็บข้อมูลวิธีหนึ่งที่น่าสนใจ ทั้งในด้านคุณภาพ ความเร็วและต้นทุน ตลอดจน ในอนาคตจะการพัฒนาต่อไปได้อีก ในปัจจุบันนี้การเก็บข้อมูลแบบออปติคอลนี้ก็การใช้กันอย่างแพร่หลาย และน่าสนในที่จะศึกษากระบวนการเก็บข้อมูลแบบออปติคอลนี้


Compact Disc (CD)


CD เป็นผลผลิตจาก ความร่วมมือกันของบริษัท Philips และ Sony ลักษณะของแผ่น CDเพลงระบบดิจิทอล ขึ้นมาเพื่อใช้แทนแผ่นเสียงขนาด 12 นิ้ว ที่ใช้กันอยู่ในขณะนั้น โดยมีการประกาศใช้มาตรฐานแผ่น CD ในปี ค.ศ. 1980 และผลิตแผ่น CD เพลงออกมาเป็นครั้งแรกในปี ค.ศ.1982 ลักษณะเฉพาะของแผ่น CD ที่ผลิตนี้จะมีการบันทึกข้อมูลในระบบดิจิทอลซึ่งเป็นตัวเลข 0 และ 1 และใช้แสงเลเซอรในการบันทึกและอ่านข้อมูล นอกจากนี้ข้อมูลที่มีการจัดเรียงเป็นวงก้นหอยและรวมถึงลักษณะอื่น ๆด้วยในระยะต่อมาไดมีการนำแผ่น CD มาบันทึกข้อมูลในรูปแบบอื่นๆ อีกไดแก ตัวอักษร ภาพกราฟฟิก ภาพเคลื่อนไหว และภาพเคลื่อนไหว โดยมาตรฐานส่วนมากยังคงลักษณะของการใช้สามารถอ่านข้อมูลไดเพียงอย่างเดียว จึงเรียกแผ่นที่บันทึกข้อมูลเหล่านี้ว่า“CD-ROM ” เริ่มมีมาตั้งแต่ปี ค.ศ. 1984


สิ่งที่ต้องคำนึกถึงในการอ่านข้อมูลจากแผ่นคือ การรวมแสงให้ได้มากที่สุดเพื่อสามารถทำการแยกความแตกต่างของจุดที่ถูกรวมแสง ซึ่งสะท้อนมาจากจุดบริเวณที่มีหลุม (land) กับไม่มีหลุม (pits) หรือบางทีอาจจะเป็น  จุดนูนกับจุดไม่นูน   นั้นก็คือต้องคำนึงถึงการโฟกัสเลนส์ให้รับแสงที่สะท้อนมาได้ดีสุด สิ่งสำคัญที่ต้องคำนึงถึงคือค่า ดัชนีการหักเหในตัวกลาง (Numerical Aperture :NA) อาศัยกฎการสะท้อนของสเนลล์ สมการคือ   NA = n sin    ซึ่ง n sin  เป็นค่า ที่เปลี่ยนตามตัวกลาง(ในอากาศ n = 1)  โดย    เป็นมุมของลำแสงเลเซอร์ที่ทำกับแกนกลาง 



               หลักการอ่านของข้อมูลจากแผ่นแต่ละชนิด ก็ใช้วิธีการที่คล้ายๆ กัน ต่างกันโดยจะใช้แสงเลเซอร์ในช่วงความยาวคลื่นที่ เหมาะสมกับชนิดของแผ่นที่จะอ่าน (ปัจจุบันนิยมใช้เลเซอร์ไดโอดเป็นแหล่งกำเนิดแสงเลเซอร์ที่มีความยาวคลื่น
780 นาโนเมตร) ลำแสงเลเซอจะถูกโฟกัสลงบนชั้นข้อมูล ส่วนของลำแสงที่ตกกระทบไปยังส่วนที่เป็นพื้น จะเกิดการสะท้อนและหักเห

แสงที่เกิดการสะท้อนสองชั้นนั้น(รูปซ้ายมือ)จะมี เฟสต่างกันอยู่ 180 องศา จะรวมกันเป็นคลื่นนิ่ง ส่วนของลำแสงทีตกไปยังส่วนที่เป็นหลุมจะเกิดการสะท้อนกับมายังหัววัด
และหัววัดจะรวบรวมแสงที่สะท้อนมายังเลนส์  การโฟกัสนี้จะขึ้นอยู่กับการเลี้ยวแบนและ ขีดจำกัดของ ของดัชนีหักเห


 


  นายธีรธ  บ่อหนา รหัส 5011210104


 


 


b_teeratorn เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 5 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 70 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 110 31 มี.ค. 2551 (09:39)

ถ้าคุณคัดลอกข้อความคนอื่นมา


จะต้องบอกที่มาด้วย


มิฉนั้น ถือว่าละเมิดสิทธิผู้อื่น


และต้องใช้ความคิดเห็นตัวเอง บอกว่าเกี่ยวกับฟิสิกส์อย่างไรด้วยจึงถือว่าถูก


หากไม่บอกก็ถือว่าแค่ลอกข้อความคนอื่นมาเท่านั้น


ไม่ให้คะแนนนะครับ


นิรันดร์ เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 12960 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 851 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 111 31 มี.ค. 2551 (10:10)
จิราวัช ยังไม่ได้แสดงความคิดเห็นของตัวเอง

กฤษฎา ความคิดเห็นของคุณ ผิด เพราะแรงแวนเดอวาวล์ ไม่ใช่แรงเดียวกับแรงดึงดูดของโลก

อาทิตย์ โจทย์ที่สั่งอยู่ในตำราที่ระบุในแผนการสอน
บทความของอาทิตย์ ยังไม่ได้บอกผมว่าเกี่ยวข้องกับฟิสิกส์อย่างไร

นฤดล ก็ยังไม่ได้บอกผมว่า บทความของคุณที่ลอกมามีฟิสิกส์ที่ผมสอนอย่างไร และไม่ได้บอกว่าลอกมาจากไหน

รวมทั้งของธีรธ บ่อหนา 5011210104 ก็ไม่ได้บอกว่าเป็นฟิสิกส์ตรงไหน และไม่ได้บอกที่มาว่าลอกมาจากที่ใด

สรุป ยังไม่มีใครได้คะแนน
นิรันดร์ เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 12960 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 851 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 112 31 มี.ค. 2551 (10:16)

โอ้โห การเรียนสมัยนี้อัพเดทข่าวสารได้รวดเร็วทันใจดีครับ


 


^^


Tanmodify เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 696 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 249 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 113 31 มี.ค. 2551 (12:14)

 ที่มาของ เวลาในโลก


 


ปฏิทินเกิดขึ้นมาจากการที่นักวิทยาศาสตร์สังเกต และบันทึกการเปลี่ยนแปลง การขึ้น-ลงของดวงจันทร์ ซึ่งเป็นเครื่องหมายของการผ่านพ้นไปในแต่ละวัน และกลายเป็นเดือน เป็นปี ปฏิทินในยุคแรก ใน 1 เดือน จะมี 29-30 วัน และในช่วง 1 เดือนนั้น ดวงจันทร์มีการเปลี่ยนแปลงจากข้างขึ้นไปเป็นข้างแรม 1 รอบ เมื่อการเปลี่ยนแปลงนี้เกิดครบ 12 รอบ จึงเกิดเป็น 12 เดือนใน 1 ปี แต่ในช่วง 1 ปีของปฏิทินที่เทียบจากการเคลื่อนที่ของดวงจันทร์จะสั้นกว่าที่เป็นจริง ชาวอียิปต์จึงสร้างปฏิทินขึ้นใหม่โดยอาศัยการเคลื่อนที่ของดวงอาทิตย์แทน ซึ่งจะได้ปฏิทินใหม่ที่มี 30-31 วัน ใน 1 เดือน และมี 365 วัน หรือ 12 เดือนใน 1 ปี
เมื่อมนุษย์เริ่มมีวิวัฒนาการมากขึ้น มีการพัฒนาและเปลี่ยนแปลงความเป็นอยู่ต่างๆ มนุษย์จึงเริ่มมีการทำกิจกรรมมากขึ้นในแต่ละวัน สิ่งที่ตามมาก็คือความต้องการในการกำหนดเวลา เพื่อให้มีบทบาทในการกำหนดขอบเขตในการทำกิจกรรมของมนุษย์ในเรื่องต่างๆ เช่น การศึกษา การทำงาน การเล่นกีฬา เป็นต้น มนุษย์ใช้การสังเกตเงาจากดวงอาทิตย์ที่ทาบลงวัตถุบนพื้นโลกใน 1 วัน จึงเกิดการนับช่วงเวลาเป็น ชั่วโมง นาที และวินาทีขึ้น
แล้วทำไมถึงต้องมีวันที่ 29 กุมภาพันธ์ เป็นวันพิเศษอีก 1 วัน ซึ่งจะเวียนมาในทุกๆ 4 ปี ทำให้ในปีนั้นมี 366 วันเกิดขึ้น นั่นเป็นเพราะว่าจริงๆ แล้วโลกหมุนรอบดวงอาทิตย์ครบ 1 รอบใช้เวลา 365 วันกับอีก 5 ชั่วโมง 48 นาที และ 45 วินาที เมื่อนำเวลาที่เกินมาในแต่ละปีนั้นมารวมเข้าด้วยกันในทุกรอบ 4 ปี ก็จะได้วันเพิ่มขึ้นมาอีก 1 วัน จึงเกิดวันที่ 29 กุมภาพันธ์ขึ้น การกำหนดให้ในช่วงรอบ 4 ปี โดยที่ 3 ปีมี 365 วัน และอีก 1 ปีมี 366 วัน ทำให้ปฏิทินที่ได้มีความถูกต้องแม่นยำขึ้น


 


นายนฤดล     ขิงหอม    4611110015


 


เกี่ยวข้องกับฟิสิกส์


คือ มีการสังเกต การทอดลอง การบันทึก และสรุปผล


 


ที่มา
1. Don't know much about space , Kenneth C. Davis
ชื่นจิต


http://www.scithai.com/explore/explore3_astr_tme.asp


Naruedol เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 3 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 70 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 114 31 มี.ค. 2551 (13:56)
การสังเกต ทดลอง บันทึก วิเคราะห์ สรุป
เป็นกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ทั่วไปทุกสาขา
ไม่ได้เจาะจงว่าเป็นฟิสิกส์
นิรันดร์ เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 12960 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 851 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 115 31 มี.ค. 2551 (15:29)

14. ไม้แข็งเกร็งท่อนหนึ่ง ยาว 50.0 cm ถือว่าเบามาก
มีตุ้มเหล็ก มวล 100 กรัม 2 ก้อนติดที่ปลายทั้งสอง
ก. โมเมนต์ความเฉื่อยรอบแกนหมุนที่ผ่านศูนย์กลางไม้และตั้งฉากกับท่อนไม้นี้มีค่าเท่าใด
ข. โมเมนต์ความเฉื่อยรอบแกนหมุนที่ปลายไม้ข้างหนึ่งและตั้งฉากกับท่อนไม้นี้มีเท่าเท่าใด


15. ท่อนเหล็กกลมโตสม่ำเสมอ ยาว 1.00 เมตร มวล 1.00 kg
มีโมเมนต์ความเฉื่อยรอบแกนหมุนที่กลางท่อนเหล็กและตั้งฉากกับท่อนเหล็กนี้มีค่าเท่าใด(ถือว่าท่อนเหล็กเล็ก)


16. ให้ใช้ทฤษฎีแกนขนานกับท่อนเหล็กในข้อ 15. หาโมเมนต์ความเฉื่อยรอบแกนหมุนที่ปลายท่อนเหล็กนี้


นิรันดร์ เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 12960 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 851 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

กระทู้นี้ ปิด รับความเห็นค่ะ

ขอบคุณผู้สนับสนุน

Hot Links

Google
 
ติดต่อลงโฆษณา :   คุณอันนา 086-4907600,
0-2583-2802
และ 086-4907585
สำนักงาน :   0-2642-7828
อีเมล์ :   
Copyright© 2000-2007, Vcharkarn.Com. All rights reserved.
คลิ๊กเพื่อดูสถิติ
รับรองและสนับสนุนโดย

สสวท.

มูลนิธิ พสวท.

พสวท.