|
ถามคุณหน่อย ทุกคนสามารถตอบได้..เชิญคลิก
โพสต์เมื่อ:
17:59 วันที่ 17 มี.ค. 2551 ชมแล้ว:
10,212
ตอบแล้ว:
18
ขอถามผู้ที่กำลังสละเวลามาอ่านข้อความบนหน้าเว็บกระทู้นี้ว่า...\"ผู้ที่ชอบช่วยเหลือเรา แต่ไม่จริงใจกับเราเลย กับ ผู้ที่จริงใจกับเรา หวังดีกับเรา แต่เขานั้นยังไม่ได้ช้วยเหลืออะไรเราเลย\" ใครเป็นผู้สมควรนับถือและคบมากกว่า แล้วถ้าคุณเจอคนสองประเภทนี้ คุณ จะเลือกใคร ** ขอบคุณที่คุณตอบ และขอบคุณผู้อ่านคำถามนี้ในเวลานั้ \n\n
![]() ![]()
พลอยเด็กวิทย์ผ่อนคลาย
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 112 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 133 ดวง - โหวตเพิ่มดาว จำนวน 18 ความเห็น, หน้า่ | -1- ความเห็นเพิ่มเติมที่ 1 17 มี.ค. 2551 (18:04) "ผู้ที่ชอบช่วยเหลือเรา แต่ไม่จริงใจกับเราเลย กับ ผู้ที่จริงใจกับเรา หวังดีกับเรา แต่เขานั้นยังไม่ได้ช่วยเหลืออะไรเราเลย" ผมเลือกคนที่จริงใจกับเรา หวังดีกับเรา แต่เขานั้นยังได้ช่วยเหลือเราด้วย ถ้าเขาจริงใจกับเราจริงเขาก็ต้องช่วยเหลืออะไรเราบ้าง ความเห็นเพิ่มเติมที่ 2 17 มี.ค. 2551 (23:21) เเล้วคุนเลือกไคร ? ความเห็นเพิ่มเติมที่ 3 18 มี.ค. 2551 (11:07) ผู้ที่จริงใจกับเรา หวังดีกับเรา แต่เขานั้นยังไม่ได้ช้วยเหลืออะไรเราเลยค่ะ ( ดีกว่า) ความเห็นเพิ่มเติมที่ 4 18 มี.ค. 2551 (13:25) เลือกคนที่ 2 ถึงจะไม่ได้ช่วยเหลือเราแต่ก้อจริงใจและหวังดีกับเรา
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 5 18 มี.ค. 2551 (16:39) She ขอเลือกบุคคลที่มีนิสัยแบบสอง ในคำถามคือ "ผู้ที่จริงใจกับเราแต่ถึงเขาคนนั้นจะยังไม่เคยช่วยเหลืออะไรเราเลย น่าจะเป็นผู้สมควรคบและนับถือ มากกว่า บุคคลที่ชอบช่วยเหลือคนนั้นคนนี้ แต่ลึกๆในใจไม่เคยจริงใจอะไรกับเราเลย" เหตุผลเพราะ ถ้าชีวิตจริงเราจะต้องพบกับบุคคล 2 ประเภทนี้ She น่าจะดีใจมากกว่าที่ มีคนจริงใจกับเราอยู่ข้างๆ เรา เพราะ ถึงอย่างไรบุคคลผู้นั้นยังไม่เคยช่วยอะไรกับเราเลย เพราะ เขาอาจจะ ไม่มีสมบัตินอกกายมาช่วยเกื้อกูลอะไรเราได้ แต่ เราก็คงดีใจเพราะอย่างน้อง เขาบุคคลนั้น มีสิ่งเดียวที่มีค่ามากกว่า คือ ความจริงใจ ซึ่งสิ่งนี้แหละ She มั่นใจว่า สิ่งนี้เป็นสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับ "มิตรภาพที่ดี" ..................... ส่วนบุคคลที่ชอบช่วยเหลือใครต่อใครแล้วมาคุยว่าได้ช่วยคนนั้นคนนี้มาเช่นกัน ...แค่นี้ เราก็คงน่าจะรู้แล้ว ว่า ถ้าเขาบุคคลนั้น ได้มาช่วยเรา .... สักวันเขาก็จะคงต้องมาทวงบุญคุณกับเรา ....... แล้ว คุณล่ะคะ คุณจะเลือกคบใคร แล้วถ้าเลือกและทำได้ คุณจะบอกและสัญญากับตัวเองว่า คุณจะเป็นคนประเภทไหน
แต้อย่างไร..ข้าพเจ้าก็ทราบดีว่าการมองโลกในแง่ดี ก็ย่อมดีกว่าการมองโลกในแง่ไม่ดี แต่อย่างไร ข้าพเจ้า ก็จะขอสัญญาและอยากจะให้ผู้ที่ได้อ่าน จงทำ แต่ในสิ่งที่ดีและมองโลกในแง่ดี เพราะอย่างไร ยังมีคนอีกหลายๆๆ คน ที่เขาเหล่านั้นกำลังรอเรา ผู้ที่ใจดี มาช่วยเหลือ........(0_0) ![]()
พลอยเด็กวิทย์ผ่อนคลาย
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 112 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 133 ดวง - โหวตเพิ่มดาว ความเห็นเพิ่มเติมที่ 6 18 มี.ค. 2551 (20:50) คำถามนี้ คนที่ 1 เป็นคนค่อนข้างขัดแย้งในตนเอง แต่ก็น่าเชื่อว่า มีมากกว่า คนกลุ่มที่ 2 คนทำงานกินเงินเดือน โดยส่วนใหญ่ อาจเป็นคนประเภทที่ 1 คนที่ 2 คนประเภทนี้ สำหรับคนบางคน อาจมีเพื่อนแบบนี้เป็นจำนวนน้อย คนในครอบครัว ญาติ คนที่รักเธอ มักจะอยู่ในกลุ่มที่ 2 จึงไม่แปลกเลยที่ คำตอบส่วนใหญ่ จะเลือก คนที่ 2 แต่เชื่อหรือไม่ว่า บริษัท ห้างร้าน เจ้าของกิจการ มักจะเลือก คนที่ 1 หรือ คนกลุ่มที่ 1 อย่างน้อย คนกลุ่มที่ 1 นี้ ก็ทำงานให้ท่าน ได้สำเร็จลุล่วงไปได้ด้วยดี ............................................ ที่กล่าวโดยสรุป เช่นนี้ ไม่ได้หมายความว่า คนกลุ่มที่ 1 จะเป็นคนที่ไม่จริงใจ ข้าพเจ้า เชื่อได้ว่า มีคนบางส่วนในกลุ่มที่ 1 ทำงานด้วยรักและจริงใจ มากกว่าผู้ถูกช่วยเหลือด้วยซ้ำไป ข้าพเจ้า จึงเห็นว่า คนกลุ่มที่ 1 เป็นคนที่เป็นประโยชน์ต่อโลก (ส่วนความจริงใจนั้น ท่านอาจสัมผัสได้ และอาจสัมผัสไม่ได้ ขึ้นอยู่กับเซ้นต์ของท่านเอง) เพราะอย่างน้อย เขาได้ทำงาน ทำผลให้สำเร็จ ปรากฎต่อโลก มากกว่า คนที่ได้แต่คิดจะช่วย แต่ก็ไม่ได้ช่วยทำอะไร ซักที ความเห็นเพิ่มเติมที่ 7 24 มี.ค. 2551 (10:38) เป็นคำถามที่ชวนวิเคราะห์ "ผู้ที่ชอบช่วยเหลือเรา แต่ไม่จริงใจกับเราเลย กับ ผู้ที่จริงใจกับเรา หวังดีกับเรา แต่เขานั้นยังไม่ได้ช่วยเหลืออะไรเราเลย ใครเป็นผู้สมควรนับถือและคบมากกว่า แล้วถ้าคุณเจอคนสองประเภทนี้คุณจะเลือกใคร" กระทู้นี้คงได้ความคิดเห็นที่เเตกต่างกันไป เเต่ถ้าสังเกตให้ดี ระหว่าง 2 อย่างนี้ ก็พอที่จะได้มุมมองในการพิจารณาจากทั้ง 2 ฝ่าย 1. ผู้ที่ชอบช่วยเหลือเราเเต่ไม่จริงใจกับเรา สมมุติว่าเรารู้ว่าเขาไม่จริงใจกับเรา เรารู้ก็เพราะว่า "ให้ความสำคัญกับเรื่องของจิตใจมากกว่าเรื่องภายนอก" เรามองผ่านเเววตาเห็นสิ่งที่ไม่จริงบางอย่างที่มิอาจปิดบังได้ตลอดเวลา ด้วยเหตุนี้การเเสดงออกเพียงภายนอกของผู้ให้มักทำให้ผู้รับเข้าใจผิดเพราะเราเรียนรู้การใส่ใจเเต่การเเสดงออกภายนอกเป็นเงื่อนไขมากเกินไป เช่น ถ้าเขาช่วยเราเข้ามาคลุกคลีเเสดงว่าเขาจริงใจ ไม่ต้องดูอื่นไกลเเค่เรื่องความรักก็เห็นได้ง่ายๆชัดๆ มานักต่อนักเเล้ว เพราะฉะนั้นถ้าผู้รับตัดสินใจอยู่บนการเเสดงออกเพียงภายนอกของผู้อื่น เขาก็มักจะได้เเต่ "สิ่งภายนอกนั้นไป" เเต่หาความจริงใจได้ยากยิ่ง เว้นเสียเเต่ตัวเขาเองนั้นไม่ต้องการมัน "ต้องการเเค่ผิวเผินไปเรื่อย" เขาก็ย่อมได้รับสิ่งนั้น ในข้อ 1 นี้จึงผิดเพราะการที่เรารู้ว่าเขาไม่จริงใจกับเราขนาดเอาขึ้นมาขบคิดให้เป็น 1 ในตัวเลือก สามารถสรุปได้ว่าเราสนใจเรื่องของความจริงใจที่เก็บอยู่ในใจมากกว่าการเเสดงออกเเต่เพียงภายนอก มิเช่นนั้นประโยคที่ว่า "ผู้ที่ชอบช่วยเหลือเราเเต่ไม่จริงใจกับเรา" ย่อมกลายเป็นสิ่งที่ไร้ค่าเพราะถ้าเราไม่ได้สนใจเรื่องของความขัดเเย้งของจิตใจ ทำไมเราจึงต้องหาทางออกให้กับปัญหานี้ด้วย 2. "ผู้ที่จริงใจกับเรา หวังดีกับเรา แต่เขานั้นยังไม่ได้ช่วยเหลืออะไรเราเลย" ประโยคนี้ถ้าดูเพียงผิวเผินก็คล้ายกับว่า จะเป็นการตัดพ้อคนที่จริงใจ หวังดีกับเราประมาณว่า " รู้เเล้วล่ะว่าจริงใจ เเต่ช่วยเเสดงออกมาบ้างได้มั้ย " เหมือนเป็นความเอาเเต่ใจของผู้พูด ที่ต้องการทั้งทางด้านจิตใจเเละการเเสดงออกควบคู่กันไป หรือไม่ก็ลักษณะที่ได้สิ่งหนึ่งสิ่งใดก็อยากจะได้อีกสิ่งหนึ่งด้วย เเต่ถ้าพูดในทางที่เป็นกลาง ก็เหมือนกับในข้อ 1 เพียงเเต่กลับเนื้อหากลับฝักกลับฝ่ายกัน ประมาณว่า "ต้องการการเเสดงออกภายนอก" เเต่ก็ไม่ได้ตรงกันข้ามซะทีเดียวเพราะในข้อ 1 ก็เเสดงให้เห็นความขัดเเย้ง ระหว่างการให้คุณค่าของการเเสดงออก เเละความจริงใจ ในขณะที่ในข้อ 2 ความจริงใจเป็นสิ่งที่ผู้รับทราบเเละมั่นใจดีเเล้วเพียงเเต่ต้องการ"การเเสดงออก" เป็นสิ่งยืนยันถึงความจริงใจนั้น เพราะฉธนั้นทั้ง 2 ข้อถึงจะดูคล้ายกัน เเต่จริงๆนั้นต่างกันเนื่องจากกรณีความคิดที่ต่างกัน คือ 1. ข้อ 1 เป็นความขัดเเย้งจากการที่เราทราบถึงความไม่จริงใจของผู้ให้ถึงเเม้ก่อนหน้านั้นจะรู้สึกดีเเละคล้อยตามเเต่การเเสดงเเต่เพียงภายนอก เเต่พอมาทราบเรื่องจิตใจในภายหลังจึงเกิดความขัดเเย้งเเสดงว่าผู้รับก็เป็นผูที่เเคร์ในเรื่องนี้ อาจจะเป็นเพราะความรู้สึกในเรื่องที่เป็นส่วนตัวประกอบด้วยก็ได้ 2. เป็นลักษณะที่ผู้รับเชื่อมั่นในความจริงใจของผู้ให้ ในด้านของจิตใจ เเต่มี เหตุ-ผล กลใดก็เเล้วเเต่ที่ทำให้ต้องการการเเสดงออกที่สอดคล้องกับความจริงใจของผู้ ในกรณีที่สองนี้ผู้รับให้ความสำคัญเรื่องจิตใจในฐานะเป็น "เงื่อนไขเเห่งความเชื่อใจ" ส่วนการเเสดงออกภายนอกเป็นเเค่ส่วนเสริมเข้ามา การเลือกกรณีที่ไม่ได้เเตกต่างกันอย่าง เซมมิสทรี่ จึงค่อนข้างลำบาก บางคนอาจตอบว่าทั้งสองอย่างนั้นสำคัญ หรือในขณะที่บางคนอาจจะเลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง ความเห็นเพิ่มเติมที่ 8 27 มี.ค. 2551 (19:06) เราขอเลือกข้อสองนะ ความเห็นเพิ่มเติมที่ 9 1 เม.ย. 2551 (12:51) เลือกทั้ง 2 แบบ แบบแรก ความหวังดีนั่นแหละคือ การช่วยเหลือเราทางอ้อม แบบที่สอง แม้ไม่จริงใจ แต่อย่างน้อยก็ยังช่วยเรา
นับแบบแรกเป็นมิตร นับแบบที่สองเป็นผู้ร่วมผลประโยชน์
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 10 1 เม.ย. 2551 (14:56) คราวนี้ลองภาคปฏิบัติดูบ้าง 1. ผู้ที่ชอบช่วยเหลือเราเเต่ไม่จริงใจกับเราเลย ถ้าเรารู้อย่างนั้นเเล้วเราจะทำอย่างไร (1.1) ถ้าคุณเห็นความสำคัญกับสิ่งที่เขาช่วยเหลือคุณมากกว่าคุณก็ไม่ต้องไปสนใจความจริงใจตรงนั้นมาก สนใจเเค่สิ่งที่เขาช่วยเหลือคุณก็พอ หรือ (1.2) ถ้าคุณเห็นความสำคัญของสิ่งที่คุณได้จากเขาคือความช่วยเหลือขณะเดียวกันก็อึดอัดกับความไม่จริงใจที่เขาเก็บซ่อนไว้คุณอาจจะ ถามเขาไปตรงๆว่า เขาไม่จริงใจใช่หรือไม่เป็นเพราะอะไร มีทางไหมที่จะเเก้ไขตรงนี้ได้ หรือเป็นบุคลิกภาพที่สั่งสมมาเเละเเสดงออกโดยเจ้าตัวไม่รู้ เเต่คนอื่นเห็น (1.3) ถ้ารับไม่ได้ที่เขาไม่มีความจริงใจ โดยไม่ต้องการรู้ เหตุ-ผล หรือหาทางเเก้ไข เเละไม่สนใจเรื่องการงานก็เลิกคบไปเลย 2. ในกรณีที่คนที่จริงใจ หวังดี เเต่ยังไม่ได้ช่วยอะไรเลย ถ้ารู้อย่างนั้นเเล้วเราจะทำอย่างไร (2.1) ก็บอกเขา กระตุ้นให้เขาเเสดงออกตามความรู้สึก เพราะบางคนอาจมีบุคลิกภาพที่สั่งสมมาเป็นคนที่ไม่เเสดงออกด้วยการกระทำ คุณจึงต้องค่อยๆช่วยเขาให้เเสดงออกมาอย่างที่เขารู้สึก (2.2) คุณสนใจเเต่ผลประโยชน์ที่จะได้จากเขาโดยไม่สนใจ ว่าเขาจะจริงใจ หรือไม่จริงใจ เเค่ช่วยงานเราให้เต็มที่ เเล้วจะรู้สึกอะไรก็ช่าง เเล้วเรากฃ็ไม่อยากจะไปยุ่ง ไปหาเหตุ-ผล ไปช่วยเเก้ไขในเรื่องนี้ ก็ต้องเลิกคบคนนี้เเล้วไปหาคนที่ "ปากตรงกับใจ" หรือ 'ไปเเต่ปาก" เเทน (2.3) ถ้าเราเห็นความจริงใจเป็นสิ่งสำคัญพิเศษเหนือการกระทำใดๆ ก็ปล่อยให้เขาจริงใจ หวังดีไปเรื่อยๆ เมื่อไหร่เขาพร้อม สักวันมันก็ต้องเเสดงออกมาจนได้ "เวลาจะเป็นเครื่องพิสูจน์เรื่องนี้ได้เป็นอย่างดี"
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 11 4 เม.ย. 2551 (09:03) การไม่คบคนพาลเป็นมงคลแก่ชีวิต ความเห็นเพิ่มเติมที่ 12 7 เม.ย. 2551 (20:30) ![]() "ผู้ที่ชอบช่วยเหลือเรา แต่ไม่จริงใจกับเราเลย กับ ผู้ที่จริงใจกับเรา หวังดีกับเรา แต่เขานั้นยังไม่ได้ช้วยเหลืออะไรเราเลย\" ใครเป็นผู้สมควรนับถือและคบมากกว่า ผมขอถามกลับก่อนครับว่า คุณเอาอะไรเป็นตัวกำหนดว่า 1 เขาจริงใจ / ไม่จริงใจ 2 หวังดี / ไม่ดี 3 เขาช่วยเหลือ (เพราะเขาพร้อม / ไม่ช่วยเพราะไม่พร้อม) คุณรู้ความจริงไหม 4 การนับถือคน เอาอะไรเป็นกติกาในใจคุณ ลองตอบในใจนะครับ แล้วค่อยว่าคนนั้นดีหรือไม่ดี จริงใจหรือไม่จริงใจ ช่วยเหลือเพื่ออะไร ขอบอก น้องเพิ่ม
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 13 12 เม.ย. 2551 (22:35) ![]() ความจริงใจ ซื่อสัตย์สำคัญที่สุดค่ะ ความเห็นเพิ่มเติมที่ 14 14 เม.ย. 2551 (19:56) จากหลักของมงคลสูตรซึ่งมีอยู่ทั้งหมด 38 ข้อ มีข้อการไม่คบคนพาลเป็นข้อแรก สามารถจําแนกประเภทของคนพาล หรือมิตรเทียม ซึ่งแบ่งได้ป็น 4 จําพวก ได้แก่ 1. คนปอกลอก มีลักษณะ 4 ดังนี้ (1) คิดเอาแต่ได้ฝ่ายเดียว (2) เสียให้น้อย คิดเอาให้ได้มาก (3) เมื่อมีภัยแก่ตัว จึงรับทํากิจของเพื่อน (4) คบเพื่อนเพราะเห็นแก่ประโยชน์ของตัว 2. คนดีแต่พูด มีลักษณะ 4 ดังนี้ (1) เก็บเอาของที่ล่วงแล้วมาปราศรัย (2) อ้างเอาของที่ยังไม่มีมาปราศรัย (3) สงเคราะห์ด้วยสิ่งที่หาประโยชน์มิได้ (4) ออกปากพึ่งมิได้ 3. คนหัวประจบ มีลักษณะ 4 ดังนี้ (1) จะทําชั่วก็คล้อยตาม (2) จะทําดีก็คล้อยตาม (3) ต่อหน้าว่าสรรเสิรญ (4) ลับหลังตั้งนินทา 4. คนชักชวนในทางฉิบหาย มีลักษณะ 4 ดังนี้ (1) ชักชวนดื่มนําเมา (2) ชักชวนเที่ยวกลางคืน (3) ชักชวนให้มัวเมาในการเล่น (4) ชักชวนเล่นการพนัน
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 15 14 เม.ย. 2551 (20:19) มิตรแท้ 4 จําพวก 1. มิตรมีอุปการะ มีลักษณะ 4 ดังนี้ (1) ป้องกันเพื่อนผู้ประมาทแล้ว (2) ป้องกันทรัพย์สมบัติของเพื่อนผู้ประมาทแล้ว (3) เมื่อมีภัย เอาเป็นที่พึ่งพํานักได้ (4) เมื่อมีธุระ ช่วยออกทรัพย์ให้เกินกว่าที่ออกปาก 2. มิตรร่วมสุขร่วมทุกข์ มีลักษณะ 4 ดังนี้ (1) ขยายความลับของตนแก่เพื่อน (2) ปิดความลับของเพื่อนไม่ให้แพร่งพราย (3) ไม่ละทิ้งในยามวิบัติ (4) แม้ชีวิตก็อาจสละแทนได้ 3. มิตรแนะประโยชน์ มีลักษณะ 4 ดังนี้ (1) ห้ามไม่ให้ทําความชั่ว (2) แนะนําให้ตั้งอยู่ในความดี (3) ให้ฟังสิ่งที่ยังไม่เคยฟัง (4) บอกทางสวรรค์ให้ 4. มิตรมีความรักใคร่ มีลักษณะ 4 ดังนี้ (1) ทุกข์ ทุกข์ด้วย (2) สุข สุขด้วย (3) โต้เถียงคนที่พูดติเตียนเพื่อน (4) รับรองคนที่พูดสรรเสริญเพื่อน ความเห็นเพิ่มเติมที่ 16 14 เม.ย. 2551 (20:49) หากต้องเลือก ....เลือกความจริงใจเป็นสำคัญค่ะ ช่วยการแสดงออกของแต่ละคน เป็นลักษณะเฉพาะตัว ที่จะเป็นปฏิกิริยาตอบรับ ในแต่ละสถานการณ์ การไม่ช่วยเหลือ อาจเป็นวิธีการช่วยเหลืออย่างหนึ่ง ในการฝึกให้คุณช่วยตัวเอง ก็ได้นี่คะ เพราะคนเราไม่ใช่จะอยู่ด้วยกันได้ตลอดไป ในวันที่เราต้องพึ่งตัวเอง จะได้เอาตัวรอดได้ แต่ถ้าไม่ต้องเลือก ก็ถือว่าเป็นเพื่อนได้ทั้งสองคนนี่คะ แต่ระดับความลึก ในการคบหา คงต้องพิจารณาจากข้อเท็จจริงเอง คนนอกตอบได้เท่านี้ค่ะ กระทู้นี่น่าตอบดี จนต้องสมัครเป็นสมาชิกเพื่อเข้ามาตอบเลยค่ะ อย่างนี้เรียกว่าจริงใจไหมเนี่ย ล้อเล่นนะ ความเห็นเพิ่มเติมที่ 17 13 พ.ค. 2551 (04:35) ผมเลือกคบทั้ง 2 คน คนแรก เราก็ช่วยเหลือเค้ากลับแบบจริงใจแทนสิครับ (ความดี ย่อม ชนะ ความชั่ว ครับ) ไม่เห็นต้องคิดอะไรให้มากเลย (ทั้งๆที่เรารู้ว่าเค้าไม่จริงใจด้วย แล้วคุณจะไปเชื่อคำพูด หรือ การกระทำ ของเค้าทำไมกันจิงไม๊) คนที่ 2 นี่สิน่ากลัว ถ้าเกิดเค้าไม่จริงใจกับเราขึ้นมาซักวันหละก็ คุณจะไม่มีโอกาสตั้งตัวเลย เหอะๆ จิงไม๊ สุดท้าย คบใครเราต้องมีสติอยู่เสมอครับ ทำดูแล้ว จะรู้ จะรู้ (คนไม่ดีย่อมเป็นคนดีได้ คนดีก็ย่อมเป็นคนไม่ดีได เช่นเดียวกัน ขึ้นอยู่ที่สติของคุณ ความเห็นเพิ่มเติมที่ 18 16 พ.ค. 2551 (16:54) ควรนับถือทั้ง2คนแหละครับเพราะจิงๆแล้วคนแบบที่1เขาก็ได้ช่วยเรา ผมจะลองสมมุตินะว่าถ้าถ้าคุนเกิดทำอะไรผิดหรือฆ่าคนตายแล้วต้องติดคุกอะคุญมีคนหนึ่งที่จะให้ความช่วยเหลือคุนได้แต่ไม่ค่อยจิงใจเท่าไรคุนจะขอความช่วยเหลือเขาไหม?ซึ่งแน่นอนคำตอบคุนรู้อยู่ในใจแล้วคุณจะไม่นับถือเขารึ(ถึงเขาจะเป็นคนไม่จิงใจก็เถอะ) กับอีกคนที่เขาเต็มใจที่จะช่วยคุนแต่เขาไม่มีความสามารถพอ(คุณก็นับถือเขาเหมือกัน) แล้วคุณจะนับถือใครมากกว่ากัน? สรุปนะครับว่าเราจะตัดสินคนจากอะไรเพียงอย่างเดียวไม่ได้หลอกมันต้องแล้วแต่สถานการ บางคนที่เราดูภายนอกว่าหยิงอาจจะไม่เป็นอย่างที่เราเห็นก็ได้ หากจะโพสต์คำตอบสำหรับกระทู้ในห้องนี้ ล๊อกอินก่อนนะคะ สมัครสมาชิก ฟรี ตลอดชีพ ที่ http://www.vcharkarn.com/my ค่ะ |
ขอบคุณผู้สนับสนุนHot Links |
Copyright© 2000-2007, Vcharkarn.Com. All rights reserved.
|
คลิ๊กเพื่อดูสถิติ รับรองและสนับสนุนโดย |
![]() สสวท. |
![]() มูลนิธิ พสวท. |
![]() พสวท. |