|
โพสต์เมื่อ:
00:19 วันที่ 18 มี.ค. 2551 ชมแล้ว:
5,001
ตอบแล้ว:
48
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 28 18 มี.ค. 2551 (01:03) ![]() ความเห็นเพิ่มเติมที่ 29 18 มี.ค. 2551 (01:04) ![]() ความเห็นเพิ่มเติมที่ 30 18 มี.ค. 2551 (01:05) ![]() ความเห็นเพิ่มเติมที่ 31 18 มี.ค. 2551 (01:06) ![]() นอกจากนี้ก็มีกิจกรรมอื่นๆ เช่นกล้องจุลทรรศน์ขนาดจิ๋วแบบพกพาที่สามารถดูผลึกของเกลือได้ (ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ ความเห็นเพิ่มเติมที่ 32 18 มี.ค. 2551 (01:07) ![]() ความเห็นเพิ่มเติมที่ 33 18 มี.ค. 2551 (01:11) ![]() เราทราบว่าค้างคาวจะมีสายตาไม่ค่อยดี แต่จะมีความสามารถสื่อสารกันได้อย่างดีโดยอาศัยเสียง โดยเฉพาะคลื่นเสียงความถี่สูงที่หูคนเราไม่สามารถได้ยินได้ แต่ก็ขึ้นกับชนิดของค้างคาวด้วยเหมือนกันว่าสื่อสารกันด้วยความถี่ช่วงใด การที่มันบินตามกันไปเป็นสายนี้ก็คงต้องอาศัยการสื่อสารด้วยเสียง ผมทดลองเป่าลูกโป่งแล้วบีบให้แตกเพื่อให้เกิดเสียงดัง ปรากฏว่าเสียงลูกโป่งแตกทำให้กลุ่มค้างคาวที่อยู่ใกล้ๆแตกกระเจิงออกมาจำนวนหนึ่ง แล้วก็บินกลับเข้ารวมกลุ่มบินต่อไปอีก ครูสิงคโปร์ทดลองเป่านกหวีด ปรากฏว่าไม่มีผลแตกต่างให้เห็น ที่น่าสนใจมากคือ เมื่อรถสิบล้อบรรทุกอ้อยที่ราชบุรีแล่นผ่านและเร่งเครื่องเป็นจังหวะ กลุ่มค้างคาวที่บินอยู่ใกล้ๆจะแตกกลุ่มออกมาเป็นจังหวะตามเสียงเครื่องยนต์ ชาวบ้านข้างๆวัดเปิดเพลงลูกทุ่งเสียงดังมาก เสียงกลองทุ้มๆจากเสียงเพลงก็สามารถทำให้กลุ่มค้างคาวที่บินอยู่ใกล้ๆจะแตกกลุ่มออกมาเป็นจังหวะตามเสียงดนตรีด้วยเหมือนกัน ก็เลยทำให้ชวนสงสัยว่า ค้างคาวกลุ่มนี้น่าจะตอบสนองต่อคลื่นเสียงความถี่ต่ำแทนที่จะเป็นคลื่นเสียงความถี่สูง หรืออูลตร้าโซนิกดังที่เข้าใจแต่เดิม น่าสนใจทำการทดลองต่อมากครับ หลังจากดูค้างคาวที่เขาช่องพรานนี้แล้ว เราก็ไปรับประทานอาหารเย็นกันที่ในตัวจังหวัดราชบุรีและกลับที่พักที่สมุทรสงคราม ความเห็นเพิ่มเติมที่ 34 18 มี.ค. 2551 (01:12) ![]() ความเห็นเพิ่มเติมที่ 35 18 มี.ค. 2551 (01:13) ![]() ความเห็นเพิ่มเติมที่ 36 18 มี.ค. 2551 (01:14) ![]() ความเห็นเพิ่มเติมที่ 37 18 มี.ค. 2551 (01:15) ![]() ความเห็นเพิ่มเติมที่ 38 18 มี.ค. 2551 (01:16) ผมเดินทางไปจัดการอบรมครูสิงคโปร์ต่ออีก 2 วันต่อมาคือในวันที่ 14 มีนาคม 2551 จากการประเมินผลการทัศนศึกษาครั้งนี้ ทางโรงเรียน Pei Tong พอใจมากและจะให้จัดทัศนศึกษาสำหรับครูและนักเรียนมัธยมต่อไปในอนาคตอันใกล้นี้ โรงเรียนอื่นๆก็จะให้จัดในทำนองเดียวกันอีก เป็นการเผยแพร่ความรู้ความเข้าใจให้แก่ครูและนักเรียนสิงคโปร์เกี่ยวประเทศไทยอีกทางหนึ่ง ความเห็นเพิ่มเติมที่ 39 18 มี.ค. 2551 (07:11) เป็นทัศนศึกษาที่มีคุณค่ามาก ๆ ค่ะ ความเห็นเพิ่มเติมที่ 40 18 มี.ค. 2551 (12:41) อาจารย์แขชนะว่า เด็กไทย กับ เด็กสิงคโปร์ มีความเหมือนหรือแตกต่างกันอย่างไรบ้างคะ อยากจะไปเที่ยวอุทยานการเรียนรู้โรงเรียนพันท้ายนรสิงห์วิทยา บ้างได้ไหมคะ แล้ว นมวัว กับ นมแพะ นมไหนมีคุณค่ามากกว่ากันคะ อ่านแล้วได้ความรู้ดีมากเลยคะ อยากไปบ้างจัง ความเห็นเพิ่มเติมที่ 41 18 มี.ค. 2551 (13:21) 1. เด็กๆไม่ว่าชาติไหนก็เหมือนกันครับ เหมือนผ้าขาวที่บริสุทธิ์ คนแต่งแต้มสีให้ผ้าต่างหากครับที่มีทัศนคติที่แตกต่าง ซึ่งผมไม่อยากออกความเห็นในที่นี้ เพราะมันจะยาวมากครับ 2. อุทยานการเรียนรู้โรงเรียนพันท้ายนรสิงห์วิทยา ติดต่อ อาจารย์ประสาร ครับ โทร.081-555 1653 ท่านเป็นบุคคลที่น่านับถือมาก และเป็นกำลังสำคัญของประเทศได้ครับ เป็นผู้ปิดทองหลังพระจริงๆ ถ้าผมมีมูลนิธิของผมเองก็จะมอบรางวัลครูดีเด่นให้ครับ จะมีใครมองเห็นหรือเปล่าท่านคงไม่สนใจหรอกครับ ท่านก็ปิดทองหลังพระของท่านต่อไป ช่วงปิดเทอมอย่างนี้น่าจะพาบุตรหลานไปเที่ยวครับ 3. นมวัว กับ นมแพะ นมไหนมีคุณค่ามากกว่ากันนั้น ผมไม่ทราบจริงๆครับ ต้องขออภัย เพราะผมไม่ดื่มนม เนื่องจากไม่มีเอ็นไซม์ย่อยนมครับ ดื่มแล้วมีปัญหาทุกที นมแพะมีคุณค่าสูงกว่านมวัวค่ะ คุณค่า ขึ้นกับผู้รับด้วย ไม่ใช่วัตถุอย่างเดียว คนที่ดื่มนมไม่ได้อย่างดร.แขชนะ หากกล้ำกลืนฝืนดื่มเข้าไป ความเห็นเพิ่มเติมที่ 44 19 มี.ค. 2551 (17:48) อาจารย์นิรันดร์วันนี้มาแปลก เปรียบเทียบได้โหดจัง แถมยกคำพังเพยมาด้วย มีคนเคยรวมคำพังเพยของไทยไว้น่าฟังว่า "อย่าสอนสังฆราชให้ว่ายน้ำ เดี๋ยวเรือจะล่มแล้วทองจะไปไหน" เลยไม่รูว่าคำพังเพยรวมนี้จะสอนอะไรบ้าง ความเห็นเพิ่มเติมที่ 45 20 มี.ค. 2551 (00:51) ![]() ระหว่างเยี่ยมชมฟาร์มโคนมของคุณสุรพงษ์ มีเรื่องที่ไม่คาดคิดเล็กน้อยๆเกิดขึ้น คือขณะที่เด็กๆกำลังให้นมแพะ มีแพะสาวรุ่นตัวหนึ่งกำลังแตกเนื้อสาวและยืนดื่มนมจากขวดนมอย่างมีความสุข (ตัวสีขาวคอสีน้ำตาล) ขณะเดียวกันก็ส่งกลิ่นตัวยั่วยวนแพะหนุ่มซึ่งโผล่มาจากไหนก็ไม่รู้ (ตัวสีดำ) เด็กๆเสื้อแดง เสื้อเหลือง และเสื้อน้ำเงิน 3 คน พยายามให้แพะดำกินนมเท่าไรมันก็ไม่ยอมกิน มันอยากกินอย่างอื่น โดยพยายามปฏิบัติการตามสัญชาตญาณการสืบพันธุ์โดยไม่อายผีสางเทวดาแต่อย่างใด ต่อมาแพะแก่ตัวผู้อีกสองตัวก็วิ่งกรูเข้ามาร่วม วุ่นวายกันน่าดู เด็กๆนักเรียนก็วิ่งหนีแตกกระจายกันคนละทิศคนละทาง ![]() หลังจากคณะนักเรียนและครูสิงคโปร์กลับไปแล้ว ได้มีการประเมินผลการจัดทัศนศึกษาดังแสดงในรูป ความเห็นเพิ่มเติมที่ 48 4 มิ.ย. 2551 (23:37) ![]() |