|
ทุนอาจารย์มหาวิทยาลัยกรุงเทพเพื่อศึกษาต่อปริญญาโทและเอกที่สหรัฐอเมริกา เปิดรับสมัครจนถึง 14 พ.ค.
โพสต์เมื่อ:
23:30 วันที่ 5 พ.ค. 2546 ชมแล้ว:
16,650
ตอบแล้ว:
1
มหาวิทยาลัยกรุงเทพเปิดรับสมัครบุคคลทั่วไปเพื่อสอบคัดเลือกเข้ารับทุนการศึกษาต่อในระดับปริญญาโทและ
ระดับปริญญาเอกที่สหรัฐอเมริกาในหลายสาขาวิชา จำนวน 15 ทุน แบ่งเป็น ทุนระดับปริญญาโท 14 ทุน และระดับปริญญาเอก 1 ทุน โดยผู้รับทุนนี้มีข้อผูกพันคือต้องกลับมาเป็นอาจารย์ที่มหาวิทยาลัยกรุงเทพหลังจากจบการศึกษา รายละเอียดมีดังนี้ มหาวิทยาลัยกรุงเทพได้จัดทำโครงการให้ทุนการศึกษาขั้นปริญญาโทและเอกแก่บุคคลทั่วไป ควบคู่กับโครงการพัฒนาอาจารย์ (Faculty Development Program) ของมหาวิทยาลัย โครงการนี้มีจุดมุ่งหมายที่จะสรรหาตัวบุคคลที่เหมาะสม เพื่อพัฒนาคุณวุฒิ ความรู้ ความสามารถ และกลับมาเป็นอาจารย์ประจำมหาวิทยาลัย โดยมีรายละเอียดของการให้ทุนดังต่อไปนี้ 1. ประเภทของทุน 1.1 ปริญญาเอก สาขาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ (Computer Engineering) จำนวน 1 ทุน 1.2 ปริญญาโท 1.2.1 สาขาบัญชี (Accounting) จำนวน 2 ทุน 1.2.2 สาขาการตลาด (Marketing) จำนวน 1 ทุน 1.2.3 สาขาวิศวกรรมไฟฟ้า/อิเล็กทรอนิกส์ (Electrical/Electronics Engineering) จำนวน 1 ทุน 1.2.4 สาขาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ (Computer Engineering) จำนวน 1 ทุน 1.2.5 สาขาภาษาอังกฤษ (English) จำนวน 1 ทุน 1.2.6 สาขาการท่องเที่ยวและการโรงแรม (Tourism and Hotel Studies) จำนวน 2 ทุน 1.2.7 สาขาการประชาสัมพันธ์ (Public Relations) จำนวน 1 ทุน 1.2.8 สาขาวารสารศาสตร์ทางวิทยุและโทรทัศน์ (Broadcast Journalism) จำนวน 1 ทุน 1.2.9 สาขาการผลิตภาพยนตร์/ภาพยนตร์ศึกษา (Film Production/Film Studies) จำนวน 1 ทุน 1.2.10 สาขาการบริหารจัดการการออกแบบและตกแต่งภายใน (Interior Design Management) จำนวน 1 ทุน 1.2.11 สาขาการออกแบบมัลติมีเดีย (Multimedia Design) จำนวน 1 ทุน 1.2.12 สาขาประวัติศาสตร์ศิลปะตะวันตก (History of Western Art) จำนวน 1 ทุน 1.2.13 สาขาประวัติศาสตร์ศิลปะตะวันออก (History of Oriental Art) จำนวน 1 ทุน 2. คุณสมบัติของผู้สมัครขอรับทุน 2.1 ทุนระดับปริญญาเอก 2.1.1 เป็นผู้สนใจจะเป็นอาจารย์ผู้สอนในมหาวิทยาลัยกรุงเทพ 2.1.2 ต้องเป็นผู้สำเร็จการศึกษา หรือกำลังจะสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาโทสาขาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ หรือสาขาอื่นที่เกี่ยวข้อง 2.1.3 ต้องมีคะแนนเฉลี่ยสะสมไม่ต่ำกว่า 3.25 ส่วนผู้ที่กำลังจะสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาโทให้ถือเอาคะแนนเฉลี่ยสะสมจนถึงเทอมสุดท้ายที่สมัครขอรับทุน 2.1.4 ต้องเป็นโสดและมีสัญชาติไทย มีอายุนับถึงวันที่ 14 พฤษภาคม 2546 ไม่เกิน 35 ปีบริบูรณ์สำหรับผู้สมัครชายต้องพ้นพันธะทางทหารแล้ว 2.1.5 ต้องมีหนังสือรับรองความประพฤติจากอาจารย์ (ในกรณีที่เป็นนักศึกษา) หรือ ผู้บังคับบัญชาที่ผู้สมัครสังกัดอยู่ตามแบบฟอร์มของมหาวิทยาลัย สำหรับผู้ที่เคยสอบ TOEFL ได้คะแนนไม่ต่ำกว่า 600 คะแนน จะได้รับการพิจารณาเป็นพิเศษ 2.2 ทุนระดับปริญญาโท 2.2.1 เป็นผู้สนใจจะเป็นอาจารย์ผู้สอนในมหาวิทยาลัยกรุงเทพ 2.2.2 ต้องเป็นผู้สำเร็จการศึกษา ดังต่อไปนี้ - ทุนสาขาบัญชี (Accounting) ต้องเป็นผู้สำเร็จการศึกษาหรือกำลังจะสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีสาขาบัญชี - ทุนสาขาการตลาด (Marketing) ต้องเป็นผู้สำเร็จการศึกษา หรือกำลังจะสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีสาขาการตลาด - ทุนสาขาวิศวกรรมไฟฟ้า/อิเล็กทรอนิกส์ (Electrical/Electronics Engineering) ต้องเป็นผู้สำเร็จการศึกษาหรือกำลังจะสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีสาขาวิศวกรรมไฟฟ้า หรือวิศวกรรมอิเล็กทรอนิกส์ - ทุนสาขาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ (Computer Engineering) ต้องเป็นผู้สำเร็จการศึกษา หรือกำลังจะสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีสาขาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ - ทุนสาขาภาษาอังกฤษ (English) ต้องเป็นผู้สำเร็จการศึกษา หรือกำลังจะสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีสาขาภาษาอังกฤษ - ทุนสาขาการท่องเที่ยวและการโรงแรม (Tourism and Hotel Studies) ต้องเป็นผู้สำเร็จการศึกษา หรือกำลังจะสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีสาขาใดก็ได้ - ทุนสาขาการประชาสัมพันธ์ (Public Relations) ต้องเป็นผู้สำเร็จการศึกษา หรือกำลังจะสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีสาขาการประชาสัมพันธ์ - ทุนสาขาวารสารศาสตร์ทางวิทยุและโทรทัศน์ (Broadcast Journalism) ต้องเป็นผู้สำเร็จการศึกษา หรือกำลังจะสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีสาขานิเทศศาสตร์ สาขาวารสารศาสตร์ หรือสาขาอื่นที่เกี่ยวข้อง - ทุนสาขาการผลิตภาพยนตร์/ภาพยนตร์ศึกษา (Film Production/Film Studies) ต้องเป็นผู้สำเร็จการศึกษา หรือกำลังจะสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีสาขาภาพยนตร์ หรือสาขาที่เกี่ยวข้อง - ทุนสาขาการบริหารจัดการการออกแบบและตกแต่งภายใน (Interior Design Management) ต้องเป็นผู้สำเร็จการศึกษา หรือกำลังจะสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีสาขาการออกแบบและตกแต่งภายใน สาขาสถาปัตยกรรมภายใน หรือสาขาสถาปัตยกรรมศาสตร์ - ทุนสาขาการออกแบบมัลติมีเดีย (Multimedia Design) ต้องเป็นผู้สำเร็จการศึกษา หรือกำลังจะสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีสาขาการออกแบบนิเทศศิลป์ - ทุนสาขาประวัติศาสตร์ศิลปะตะวันตก (History of Western Art) ต้องเป็นผู้สำเร็จการศึกษา หรือ กำลังจะสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีสาขาศิลปกรรม สาขาประวัติศาสตร์ศิลปะ สาขาโบราณคดี สาขาอักษรศาสตร์ หรือสาขาอื่นที่เกี่ยวข้อง - ทุนสาขาประวัติศาสตร์ศิลปะตะวันออก (History of Oriental Art) ต้องเป็นผู้สำเร็จการศึกษา หรือ กำลังจะสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีสาขาศิลปกรรม สาขาประวัติศาสตร์ศิลปะ สาขาโบราณคดี สาขาอักษรศาสตร์ หรือสาขาอื่นที่เกี่ยวข้อง 2.2.3 ต้องมีคะแนนเฉลี่ยสะสมไม่ต่ำกว่า 3.00 (ยกเว้นปริญญาตรีสาขาวิศวกรรมศาสตร์ ต้องมีคะแนนเฉลี่ยสะสมไม่ต่ำกว่า 2.75) ส่วนผู้ที่กำลังจะสำเร็จการศึกษาให้ถือเอาคะแนนเฉลี่ยสะสมรวมถึงภาคแรกของปีการศึกษาสุดท้าย 2.2.4 ต้องเป็นโสดและมีสัญชาติไทย มีอายุนับถึงวันที่ 14 พฤษภาคม 2546 ไม่เกิน 30 ปีบริบูรณ์สำหรับผู้สมัครชายต้องพ้นพันธะทางทหารแล้ว 2.2.5 ต้องมีหนังสือรับรองความประพฤติจากอาจารย์ (ในกรณีเป็นนักศึกษา) หรือผู้บังคับบัญชาที่ผู้สมัครสังกัดอยู่ ตามแบบฟอร์มของมหาวิทยาลัย สำหรับผู้ที่เคยสอบ TOEFL ได้คะแนนไม่ต่ำกว่า 550 คะแนน จะได้รับการพิจารณาเป็นพิเศษ 3. วิธีการขอรับทุน ผู้สมัครขอรับทุนจะต้องมาเขียนใบสมัครด้วยตนเอง ณ ฝ่ายบุคลากร อาคาร 9 ชั้น 10 มหาวิทยาลัยกรุงเทพ วิทยาเขตกล้วยน้ำไท ตั้งแต่วันศุกร์ที่ 2 ถึงวันพุธที่ 14 พฤษภาคม 2546 ระหว่างเวลา 9.00 น. ? 16.00 น. (เว้นวันอาทิตย์ วันจันทร์และวันหยุดนักขัตฤกษ์) หลักฐานและเอกสารที่ต้องยื่นพร้อมใบสมัคร มีดังนี้ 3.1 รูปถ่ายหน้าตรงไม่สวมหมวก ขนาด 2 นิ้ว จำนวน 3 รูป 3.2 ใบรายงานผลการศึกษา (Transcript) ฉบับจริง จำนวน 1 ฉบับ 3.3 ใบปริญญาบัตร หรือหนังสือรับรองคุณวุฒิ พร้อมสำเนา จำนวน 1 ฉบับ 3.4 ทะเบียนบ้าน พร้อมสำเนา จำนวน 1 ฉบับ 3.5 บัตรประจำตัวประชาชน พร้อมสำเนา จำนวน 1 ฉบับ 3.6 หลักฐานทางทหาร พร้อมสำเนา จำนวน 1 ฉบับ (เฉพาะผู้สมัครชาย) 4. กำหนดการสอบข้อเขียนและการสอบสัมภาษณ์ 4.1 ผู้สมัครขอรับทุนทุกคนต้องสอบข้อเขียนในวันเสาร์ที่ 17 พฤษภาคม 2546 เวลา 9.00 น. - 12.30 น. ณ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ วิทยาเขตกล้วยน้ำไท 4.2 ผู้ที่สอบผ่านข้อเขียน จะต้องสอบสัมภาษณ์ที่มหาวิทยาลัยกรุงเทพ ในวันพุธที่ 28 พฤษภาคม 2546 ซึ่งจะแจ้งรายละเอียดให้ทราบในวันประกาศผลสอบข้อเขียน 5. การสอบข้อเขียน 5.1 ผู้สมัครขอรับทุนปริญญาโทสาขาบัญชีและสาขาการตลาด จะต้องสอบข้อเขียนวิชาภาษาอังกฤษแนว TOEFL และ GMAT 3 ชั่วโมง 5.2 ผู้สมัครขอรับทุนสาขาอื่นนอกเหนือจากข้อ 5.1 จะต้องสอบข้อเขียนวิชาภาษาอังกฤษแนว TOEFL และ GRE 3 ชั่วโมง 5.3 ผู้สมัครขอรับทุนทุกคนจะต้องสอบข้อเขียนเรียงความภาษาไทยอีก 30 นาที 6. การประกาศผลการสอบแข่งขัน 6.1 ประกาศผลการสอบข้อเขียนในวันศุกร์ที่ 23 พฤษภาคม 2546 ณ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ วิทยาเขตกล้วยน้ำไท ตั้งแต่เวลา 9.00 น. ผู้ที่สอบผ่านข้อเขียนต้องมาติดต่อกับฝ่ายบุคลากรเพื่อลงชื่อรับทราบด้วยตนเองในวันประกาศผลภายในเวลา 16.00 น. และนัดเวลาสอบสัมภาษณ์ มิเช่นนั้น จะถือว่าผู้ขอรับทุนสละสิทธิ์ 6.2 ประกาศผลการสอบสัมภาษณ์ในวันเสาร์ที่ 31 พฤษภาคม 2546 ณ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ วิทยาเขตกล้วยน้ำไท ตั้งแต่เวลา 9.00 น. ผู้ที่สอบผ่านการคัดเลือกให้รับทุนต้องรายงานตัวที่ฝ่ายบุคลากรด้วยตนเองทันทีในวันประกาศผลสอบสัมภาษณ์ภายในเวลา 16.00 น. มิเช่นนั้น จะถือว่าสละสิทธิ์การได้รับทุน ผู้ที่ผ่านการคัดเลือกให้รับทุนจะต้องเซ็นสัญญาการยินยอมรับทุน พร้อมกับนำผู้ปกครองมาเซ็น ยินยอมให้รับทุนในวันเสาร์ที่ 7 มิถุนายน 2546 การตัดสินของคณะกรรมการให้ถือเป็นเด็ดขาด และคณะกรรมการมีสิทธิ์ที่จะบอกเลิกสัญญาได้ หากปรากฏภายหลังว่า บุคคลผู้มีสิทธิ์ได้รับทุนระบุรายละเอียดในใบสมัครไม่ตรงกับความเป็นจริง หรือ ผลการตรวจสุขภาพมีปัญหา 7. ค่าใช้จ่ายที่ผู้รับทุนจะได้รับ 7.1 ค่าส่งใบสมัครทางไปรษณีย์ และค่าสมัครในการติดต่อเข้ามหาวิทยาลัยในสหรัฐอเมริกา 7.2 ค่าธรรมเนียม ในการทำหนังสือเดินทาง วีซ่า ปลูกฝี-ฉีดยา ค่าภาษีเดินทาง และค่าภาษีสนามบินดอนเมือง 7.3 ค่าเครื่องแต่งกาย 7.4 ค่าตั๋วเครื่องบินทั้งเที่ยวไปและเที่ยวกลับ 7.5 ค่าเล่าเรียนและค่าธรรมเนียม 7.6 ค่าเบี้ยประกันสุขภาพ 7.7 ค่าตรวจสุขภาพและตรวจรักษาฟัน (ก่อนเดินทาง) 7.8 ค่าใช้จ่ายประจำเดือน 7.9 ค่าหนังสือและอุปกรณ์การศึกษา 7.10 ค่าทำวิทยานิพนธ์ 7.11 ค่าขึ้นทะเบียนบัณฑิต 7.12 ค่าเสื้อครุย (GOWN) และปกเสื้อครุย (HOOD) 7.13 ค่าเครื่องคอมพิวเตอร์ (ตามความจำเป็น) 7.14 ค่าขนย้ายสิ่งของกลับประเทศไทย 7.15 ค่าสมัครเรียนภาษาอังกฤษ (Intensive Course) และค่าสมัครสอบ TOEFL GRE หรือ GMAT 8. การติดต่อมหาวิทยาลัยที่ไปศึกษาต่อ 8.1 ผู้รับทุนจะต้องติดต่อขอเข้าศึกษากับมหาวิทยาลัยในสหรัฐอเมริกาด้วยตนเอง ทั้งนี้ ผู้รับทุนจะต้องติดต่อสอบ TOEFL ด้วยตนเองและต้องสอบได้คะแนน 550 คะแนนขึ้นไปสำหรับผู้ได้รับทุนปริญญาโท และ 600 คะแนนขึ้นไปสำหรับผู้ได้รับทุนปริญญาเอก จึงจะมีสิทธิ์ติดต่อเข้าศึกษาได้ 8.2 มหาวิทยาลัยที่เข้าศึกษา ต้องเป็นมหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียง และได้รับการรับรองจากสมาคมวิชาชีพของสหรัฐอเมริกา (Accreditation) ตามที่มหาวิทยาลัยกรุงเทพกำหนดหรือให้ความเห็นชอบเป็นลายลักษณ์อักษร 8.3 การติดต่อขอเข้าศึกษาจะต้องกระทำให้เสร็จสิ้นภายในกำหนดระยะเวลา 1 ปี นับแต่วันเซ็นสัญญาการยินยอมรับทุน มิฉะนั้น จะถือว่าหมดสิทธิ์การขอรับทุนดังกล่าว 9. ระยะเวลาของการศึกษา 9.1 ผู้รับทุนปริญญาเอก จะต้องศึกษาจนสำเร็จขั้นปริญญาเอกภายในระยะเวลา 36 เดือน นับตั้งแต่วันที่ออกเดินทาง 9.2 ผู้รับทุนปริญญาโท จะต้องศึกษาจนสำเร็จขั้นปริญญาโทภายในระยะเวลา 17 เดือน นับตั้งแต่วันที่ออกเดินทาง 9.3 กรณีผู้รับทุนไม่สามารถศึกษาให้สำเร็จได้ภายในระยะเวลาตามข้อ 9.1 หรือ 9.2 และมีความประสงค์จะขอต่อสัญญาการรับทุนออกไปอีก จะต้องได้รับอนุมัติจากมหาวิทยาลัยเป็นลายลักษณ์อักษรก่อน 10. เงื่อนไขตอบแทนการรับทุน 10.1 ผู้ได้รับทุนจะต้องทำงานกับมหาวิทยาลัยกรุงเทพในระหว่างที่รอไปศึกษาต่อ โดยเริ่มเข้าประจำทำงานกับมหาวิทยาลัย ตั้งแต่วันอังคารที่ 10 มิถุนายน 2546 เป็นต้นไป โดยมหาวิทยาลัยจะจ่ายเงินเดือนให้ตามคุณวุฒิก่อนที่จะไปศึกษาต่อตามอัตราที่มหาวิทยาลัยกำหนด กรณีที่ไม่สามารถเข้าประจำทำงานกับมหาวิทยาลัยได้ในวันดังกล่าว มหาวิทยาลัยจะพิจารณาเป็นรายบุคคล 10.2 ผู้ได้รับทุนจะต้องเข้าศึกษาตรงกับสาขาที่มหาวิทยาลัยกำหนด ทั้งนี้ ระยะเวลาในการติดต่อ มหาวิทยาลัยที่จะเข้าศึกษาต้องไม่เกินระยะเวลาตามข้อ 8.3 มิฉะนั้นจะถือว่าหมดสิทธิ์การได้รับทุน 10.3 เมื่อสำเร็จการศึกษาแล้ว ผู้รับทุนจะต้องกลับมาประจำทำงานกับมหาวิทยาลัยกรุงเทพเป็นเวลาไม่น้อยกว่า 4 เท่าของเวลาที่ไปทำการศึกษา สำหรับอัตราเงินเดือนให้เป็นไปตามคุณวุฒิระดับปริญญาโท หรือปริญญาเอกที่มหาวิทยาลัยกำหนด 10.4 ถ้ามีเหตุที่ทำให้ผู้รับทุนไม่สามารถเข้าประจำทำงานกับมหาวิทยาลัยกรุงเทพได้ตามข้อ 10.3 จะด้วยกรณีใด ๆ ก็ตาม (ยกเว้นกรณีถึงแก่กรรม) ผู้รับทุนจะต้องชดใช้ค่าเสียหายให้กับมหาวิทยาลัยกรุงเทพ เป็นจำนวน 4 เท่าของเงินที่มหาวิทยาลัยได้จ่าย หรือถือว่าได้จ่ายไปเพื่อการศึกษาของผู้รับทุนนั้น 11. ผู้ค้ำประกัน เมื่อติดต่อมหาวิทยาลัยที่จะเข้าศึกษาได้แล้ว ผู้รับทุนต้องเซ็นสัญญารับทุน และต้องจัดหาบุคคลที่สามารถรับผิดชอบในการกระทำของผู้รับทุน และมีหลักทรัพย์ที่ปลอดจากภาระผูกพันใดๆ มาทำสัญญาค้ำประกันที่มหาวิทยาลัยกรุงเทพ สำหรับคุณสมบัติของผู้ค้ำประกัน จะต้องเป็นบิดา หรือมารดา หรือข้าราชการระดับ 6 ขึ้นไป ยังไม่มีความเห็นเพิ่มเติม หากจะโพสต์คำตอบสำหรับกระทู้ในห้องนี้ ล๊อกอินก่อนนะคะ สมัครสมาชิก ฟรี ตลอดชีพ ที่ http://www.vcharkarn.com/my ค่ะ |
![]() บทความแนะนำBlog แนะนำHot Linksขอบคุณผู้สนับสนุน |
Copyright© 2000-2007, Vcharkarn.Com. All rights reserved.
|
คลิ๊กเพื่อดูสถิติ รับรองและสนับสนุนโดย |
![]() สสวท. |
![]() มูลนิธิ พสวท. |
![]() พสวท. |