Francisella tularensis (McCoy and Chapin 1912)
Dorofe'ev 1947 เป็นเชื้อแบคทีเรียแกรมลบ
สามารถจัดอยู่ใน ข่าวบีบีซี: สามารถพัฒนาเป็นอาวุธเชื้อโรค ได้
http://news.bbc.co.uk/go/pr/fr/-/1/hi/sci/tech/4155803.stm
http://www.vcharkarn.com/include/vcafe/showkratoo.php?Pid=26501
Oyston P, Sjostedt A, Titball R (2004). "Tularaemia: bioterrorism defence renews interest in Francisella tularensis.". Nat Rev Microbiol 2 (12): 967-78.
Francisella tularensis จัดอยู่ใน:
Francisella tularensis คือ แบคทีเรียชนิดหนึ่งที่ใช้เป็นอาวุธทางชีวภาพสร้างความหวาดกลัว ต่อวงการแพทย์ในโลกปัจจุบัน เพียงแค่จำนวนแค่ 10 เซลล์เท่านั้น ก็ทำให้การพัฒนาขึ้นของโรคในคนได้เช่นเดียวกัน
ในปัจจุบัน มีการวิจัยและค้นคว้าเกี่ยวกับงานทางด้าน หาลำดับเบส ทั้งหมดของ Francisella tularensis Genome เพื่อพัฒนาวัคซีนอย่างเร่งด่วนและนำมาใช้ได้โดยทำการศึกษาโดยใช้เซลล์แมลงชนิดหนึ่งที่ตายแล้วในการพัฒนาสร้างวัคซีนปัองกันและรักษา
F. tularensis คือกลุ่มบาซิลลัสแบคทีเรีย แกรมลบ พวกมัน ใช้ ออกซิเจนดำรงชีพ ปัจจุบัน นักวิทยาศาสตร์ แบ่ง F. tularensis ตาม Serotypesได้ 2 ชนิด คือ F. tularensis Type A และ F. tularensis Type B.
F. tularensis Type A คือรูปแบบ หรือ ชนิดที่เป็นอันตราย และก่อให้เกิดโรคมากกว่า Type B. เชื้อดังกล่าวของโรคถูกตั้งชื่อหลังจากดร.เอ็ดเวิร์ดฟรานซิส ค้นพบได้เป็นคนแรก ใน แคลิฟอร์เนีย. อย่างไรก็ตาม เชื้อดังกล่าว ทำให้เกิด โรค Tularemia ซึ่ง มีสาเหตุจากการแพร่กระจายของสัตวที่ใช้ฟันแทะ และ สัตว์ประเภทที่มีเท้าเป็นข้อ เป็นหลัก
โรค Tularemia ทำให้เกิดในรูปแบบทางการแพทย์ ที่แตกต่างกัน 6 ชนิด : typhoidal, pneumonic, oculoglandular, oropharyngeal, ulceroglandular, และ glandular.
ทีมระหว่างประเทศที่รวมทั้งนักวิทยาศาสตร์จากกระทรวงกลาโหมของอังกฤษ (UK) รายงานการค้นคว้าวิจัยพวกเขาในวารสาร Nature Genetics
ศาสตราจารย์ Richard Titball ประจำของห้องปฏิบัติการทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (Defence Science and Technology laboratory ,DSTL) ของอังกฤษ ที่ Porton กล่าวว่า แบคทีเรีย Francisella tularensis เป็นเชื้อโรคที่ผมคิดว่า สามารถติดต่อก่อให้เกิดโรคได้มากกว่าเชื้อที่ก่อให้เกิดโรคเท่าที่ผมรู้จักทีเดียว
ถึงแม้ว่าผู้คนที่ได้รับเชื้อดังกล่าว จะไม่เสียชีวิต ทันที แต่ จะก่อให้ ผู้ได้รับเชื้อ ป่วยมีอาการของโรคเรื้อรังในติดต่อกันหลายสัปดาห์หรือหลายเดือน. มันเป็นโรคที่ทำคุณป่วยจริงๆ ศาสตราจารย์ Richard Titball กล่าวเสริม ในข่าว BCC บน เวบไซด์
โรคดังกล่าวมีชื่อทางการแพทย์ว่า Tularemia -หรือ โรคไข้กระต่าย RABIT FEVER' เป็นโรคชนิดหนึ่งที่มีพาหะนำโรคจากแมลง
ผู้เชี่ยวชาญทางด้านสารชีวภาพ ให้ความสำคัญและจัดเป็น อยู่ในบัญชี จุลลินทรีย์ ที่ต้องเฝ้าระวัง ติดตาม และถือมีความเป็นไปได้อย่างสูง ผู้ไม่หวังดี จะนำ แบคทีเรีย Francisella tularensis ดังกล่าวนำมาพัฒนาสร้างเป็นอาวุธเชื้อโรคได้ หรือ นำมาก่อการร้าย หรือใช้เป็นอาวุธเชื้อโรคนั่นเอง
สาเหตุโดยธรรมชาติของ โรค tularemia เกิดจากพวก เห็บ หรือ หมับ ยูง เป็นพาหะ นำโรค หรือ การละอองหายใจที่มีเชื้ออยู่ใน อากาศ เกิดขึ้นและมีการแพร่ผ่านไปสู่ทวีปอเมริกาเหนือ ทวีปยุโรปและ เอเชีย.
ในปี คศ. 2000 เคยมีการรายงานเกี่ยวกับการระบาดและ ติดเชื้อของผู้ป่วย 2 ท่าน ใน มาร์ธาส์ไวน์ยาร์ด (Marhas Vineyard) ที่ อเมริกา เจ้าหน้าที่บางคนคิดว่า สาเหตุของการติดเชื้อแบคทีเรียดังกล่าวน่าถูกส่งทางอากาศและมาจาก ซากกระต่ายในขณะเดียวที่ผู้ที่ได้รับเชื้อกำลังตัดหญ้า ที่สนามหญ้าแห่งหนึ่ง .
องค์การอนามัยโลกประเมินการว่า สมมุติถ้ามี เชื้อ F.tularensis ที่ปนอยู่ในอากาศ ประมาณ 50 กิโลกรัม ซึ่งมีการปนเปื้อนในบริเวณเมือง ที่มีผู้ประชากร อาศัยอยู่ 5 ล้านคน ความเป็นไปได้ เชื้อดังกล่าว จะทำประชาชนที่อยู่ในบริเวณนั้น ตาย ถึง19,000 คน ที่เดียว และยิ่งไปกว่านั้น ประชาชนบริเวณดังกล่าว จำนวนมากกว่า 250,000 คน อาจทำให้เกิด ทุพพลภาพหรือความเสียหายต่อสุภาพได้อย่างมาก
แม้ว่า ผู้คนที่ได้รับเชื้อและป่วยจะไม่ตาย ทันที แต่ จะป่วยเรื้อรังติดต่อกันหลายสัปดาห์หรือหลายเดือน. นี่คือโรคร้ายที่ทำให้คุณป่วยจริงๆ" ศาสตราจารย์ Richard Titball กล่าว ในเว็บไซต์ข่าวบีบีซี
ความหวังอย่างยิ่ง เกี่ยวกับ การหาลำดับเบสทั้งหมดของเชื้อ F.tularensis ให้เสร็จสิ้น ซึ่งต้องใช้เวลา ถีง 5ปี เพื่อใช้เป็นโปรแกรม ในการต่อสู้ กับ เชื้อ F.tularensis และใช้พัฒนาของวัคซีนใหม่ๆในการป้องกันและพัฒนาเครื่องมือที่ใช้ตรวจรักษา.
นักวิจัยจากอังกฤษ อเมริกาและสวีเดน กล่าวว่า ตอนนี้พวกเขาทราบที่จะเลือกเป้าหมายของโปรตีนที่จะประยุกต์และพัฒนาเพื่อสร้างวัคซีน โดยมีความคิดที่เกี่ยวข้องในกลุ่มของยีน ที่ผิดปกติ. ที่ก่อให้เกิดเจ็บป่วยดังกล่าว
น่าประหลาดใจ ยีนเหล่านี้ไม่เคยถูกเห็นแม้แต่ครั้งเดียวในสิ่งมีชีวิตอื่นๆ เลย .
ปัจจุบันนักวิทยาศาสตร์ยังคงไม่ทราบ ว่า เชื้อ F.tularensis มีกลไกลและที่เข้าทำงานโดยเข้ามาอาศัยใน ร่างกาย (host) ได้อย่างไร. ตามความสอดคล้องกับศาสตราจารย์ Richard Titball ตั่งแต่บัดนี้เป็นต้นไปพวกเรา น่าจะเสนอจุลชีพดังกล่าว ว่า เป็นจุลชีพที่ ยังไม่มีสาเหตุการทำงานอย่างชัดเจน
ชาวญี่ปุ่นคือที่ชาติหนึ่ง ที่เคยใช้เชื้อ F.tularensis ศึกษาในด้านการใช้ เป็นเชื้อ F.tularensis ทำสงครามเชื้อโรคในโปรแกรมในช่วงปีคศ1932 ถึง 1945.
นาย Ken Alibek อดีตนักวิทยาศาสตร์โซเวียต เคยเสนอ (Red army )กองทัพแดง ให้ไตร่ตรองก่อนอย่างยิ่งที่จะนำมา tularemia หรือ สงครามเชื้อโรค มาใช้ต่อต้านกองทัพเยอรมัน ยุโรปตะวันออก ในระหว่างสงครามโลกครั้งที่2.
แปลและเรียบเรียงโดย Nattawut. Boonyuen
Key words: Francisella tularensis, tularemia, RABIT FEVER, typhoidal, pneumonic, oculoglandular, oropharyngeal, ulceroglandular, glandular, Infectious germs.
อ้างอิง:
เรื่องจากข่าวบีบีซี:
http://images.google.co.th/imgres?imgurl=http://upload.wikimedia.org/wikipedia/commons/thumb/7/7a/Francisella_tularensis_01.jpg/240px-Francisella_tularensis_01.jpg&imgrefurl=http://en.wikipedia.org/wiki/Francisella_tularensis&h=180&w=240&sz=15&hl=th&start=19&um=1&tbnid=5zxnvkvMw5sJ1M:&tbnh=83&tbnw=110&prev=/images%3Fq%3DFrancisella%2Btularensis%26um%3D1%26hl%3Dth%26sa%3DN
http://news.bbc.co.uk/go/pr/fr/-/1/hi/sci/tech/4155803.stm
http://news.bbc.co.uk/1/hi/sci/tech/4155803.stm
http://microbes.historique.net/tularensis.html
http://www.phac-aspc.gc.ca/msds-ftss/msds68e.html
http://www.lcusd.net/lchs/mewoldsen/aleach.html
http://www.cbwinfo.com/Biological/Pathogens/FT.html