|
อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์ แนะนำ เคล็ดลับ ในการเรียนเก่ง
โพสต์เมื่อ:
21:06 วันที่ 20 มี.ค. 2551 ชมแล้ว:
9,904
ตอบแล้ว:
26
วิชาการ.คอม > ครูอาจารย์ > ครูคุยทั่วไป
วิชาการ.คอม > วิทยาศาสตร์ > วิทย์ทั่วไป วิชาการ.คอม > วิทยาศาสตร์ > ฟิสิกส์ ตัดตอนมาจากหนังสือ \"เดอะท็อปซีเคร็ต\" อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์ พยายามจะอธิบายความลับสุดยอดนี้ เขาย้ำว่า การค้นพบสิ่งมหัศจรรย์ทุกอย่างของเขา มาจากจินตนาการ และถ้าจะเทียบระหว่างความรู้ กับ จินตนาการ เขาบอกว่า จินตนาการสำคัญกว่า จินตนาการเป็นเชาว์ปัญญาขั้นสูงสุด และมันจะนำไปสู่การค้นพบสิ่งใหม่ๆได้อย่างไม่สิ้นสุด ขณะที่มีชีวิตอยู่ เขาย้ำนักย้ำหนาหลายต่อหลายครั้งกับนักศึกษาที่เขาสอน และต่อที่ประชุมนักวิทยาศาสตร์อยู่บ่อยๆว่า จินตนาการ สำคัญมากกว่าความรู้ แต่เขาก็ไม่อธิบายต่อว่า เพราะอะไร จินตนาการจึงสำคัญกว่าความรู้ นักเรียนที่เรียนเก่ง ก็ค้นพบความลับนี้ เขาจะกลับมานั่งคิดและจินตนาการต่อที่บ้านเสมอ นักเรียนทุกคนในห้อง เรียนกับอาจารย์คนเดียวกัน บรรยากาศเดียวกัน แต่ความสามารถในการจินตนาการต่างกัน สิ่งหนึ่งที่เหมือนกันในหมู่เด็กที่เรียนเก่งคือ จะมีจินตนาการสูงมาก ความลับนี้เขาไม่ได้บอกใคร อาจเพราะไม่อยากบอก หรือ ไม่รู้ว่าจะบอกอย่างไร เด็กที่เรียนเก่งทุกคนจะมีพรสวรรค์ทางด้านนี้ คือเมื่อเห็นภาพปุ๊บ เขาจะใส่ความรู้สึกเข้าไปปั๊บ เกิดขึ้นเกือบจะพร้อมๆกัน โดยที่ตัวเขาเองก็ไม่รู้ด้วยว่าทำไม แต่สิ่งเหล่านี้สามารถฝึกได้ ประสบการณ์ที่เหมือนกันเปี๊ยบระหว่างคนสองคน จึงส่งอิทธิพลต่อวิถีชีวิตได้ไม่เท่ากัน เพราะความสามารถในการจินตนาการต่างกัน แน่นอนว่า อุปนิสัย ความชอบ ความสนใจ ความถนัด ฯลฯ เป็นส่วนสำคัญที่จะทำให้มีพลังแห่งจินตนาการสูงขึ้นหลังจากได้พบกับประสบการณ์จริง พวกเขาจะเห็นภาพแห่งความสำเร็จในเรื่องที่ตนเองชอบหรือถนัด ชัดเจนกว่าคนอื่น จึงมีโอกาสบรรลุเป้าหมายได้ง่ายกว่า ประสบการณ์จากชีวิตจริง จะประทับลงในจิตใต้สำนึกได้ ต้องมีจินตนาการ เราอาจจะเคยตีแบดมินตัน แต่ผ่านแล้วก็ผ่านเลยไป ไม่เคยจินตนาการต่ออีก ประสบการณ์ในครั้งนั้นก็สูญเปล่า การตีในครั้งต่อไปเราจะไม่เก่งขึ้น เพราะจิตใต้สำนึกจะเข้าใจภาพแห่งจินตนาการเท่านั้น มันไม่มีส่วนเชื่อมต่อโดยตรงกับทวารทางกายทั้งห้า เหมือนอย่างจิตสำนึก
อัจฉริยะของโลกทุกคน ทุกสาขา ค้นพบความลับสุดยอดนี้แล้ว นักศึกษาแพทย์ที่เก่งๆ จะจินตนาการลักษณะของเส้นเลือดร่างกายแต่ละระบบ พยายามบิวด์ความรู้สึกเขาไป แล้วค่อยไปเรียนรู้ลักษณะย่อยของเส้นเลือดแต่ละเส้นในระบบนั้น นิสิตวิศวกรรมที่เก่งๆ สามารถพิสูจน์สมการทางแคลคูลัสได้ โดยคิดย้อนจากคำตอบขึ้นมา ทำให้ไม่ว่าอาจารย์จะกำหนดสมการแบบไหนมา เขาก็ตอบถูกเสมอ เพราะเอาคำถามของอาจารย์นั่นแหละ เป็นตัวตั้งคิดย้อนขึ้นไปพิสูจน์ ทั้งหลายเหล่านี้ไม่ใช่เพราะพวกเขามีมันสมองที่ใหญ่กว่าคนอี่น แต่เพราะพวกเขาพบความลับนี้ อาจจะด้วยพรสวรรค์ หรือ การเรียนรู้ แต่ที่น่าประหลาดใจก็คือ ไม่มีใครที่สามารถเปิดเผยความลับนี้ให้คนอื่นได้รับรู้ ถ้าเราไปถามศิลปินนักวาดภาพที่เก่งๆ ว่าทำไมถึงวาดภาพได้ขนาดนี้ เขาจะตอบไม่ได้ ทั้งๆที่ ภาพนั้นฝังอยู่ในใจตั้งแต่แรกแล้ว มือเขาเพียงแต่วาดไปตามความรู้สึกเท่านั้นเอง ศิลปินระดับนี้ จึงต้องบิวด์อารมณ์ก่อนทำงานเสมอ เพราะอารมณ์จะทำให้ภาพในใจชัดเจนยิ่งขึ้น วันไหนไม่มีอารมณ์ จะทำงานไม่ได้เลย ![]() จำนวน 22 ความเห็น, หน้า่ | 1| -2- ความเห็นเพิ่มเติมที่ 3 21 มี.ค. 2551 (08:54) ขอบคุณครับ ความเห็นเพิ่มเติมที่ 4 26 มี.ค. 2551 (14:17) สมองคนเราถูกออกแบบมาให้มีโครงสร้างไม่แตกต่างกัน สิ่งที่ต่างกันคือความสามารถในการจินตนาการ ไอน์สไตน์ จึงบอกว่า จินตนาการสำคัญมากกว่าความรู้ จงพยายามจินตนาการไปแล้วอย่าลืมใส่ความรู้สึกเข้าไปด้วย ในที่สุดมันจะมีพลังมหัศจรรย์จากจิตใต้สำนึก มาขับดันให้คุณเกิดการหยั่งรู้โดยอัตโนมัต
ความคิดสร้างงสรรค์และจินตนาการเป็นสิ่งที่สำคัญสำหรับการเรียนรู้ค่ะ ความเห็นเพิ่มเติมที่ 5 29 มี.ค. 2551 (13:09) สิ่งที่จะทําให้คนเราประสบกับความสําเร็จในหน้าที่การงานและการเรียนคือ อิทธิบาท มีอยู่ ๔ ข้อ คือ ๑.ฉันทะ มีความพอใจรักใคร่ในสิ่งนั้น ๆ ๒.วีริยะ มีความบากบั่น มุมานะ พยายามในสิ่งนั้น ๓.จิตตะ เอาใจฝักใฝ่ในสิ่งนั้นด้วยความเสมอต้นเสมอปลาย ไม่วางธุระ ๔.วิมังสา หมั่นตริตรองพิจารณาเหตุผลในสิ่งนั้น ๆด้วยปัญญา ความเห็นเพิ่มเติมที่ 6 30 มี.ค. 2551 (18:48) ขอบคุณมากคับที่ช่วยแนะนำ ความเห็นเพิ่มเติมที่ 7 31 มี.ค. 2551 (10:54) <P>สุดยอดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด</P> scan<: (IP:125.24.239.100) ความเห็นเพิ่มเติมที่ 8 1 เม.ย. 2551 (00:57) ![]() ความเห็นเพิ่มเติมที่ 9 1 เม.ย. 2551 (07:22) ตบมือและขอบคุณครับ ยอมรับว่าไอสไตล์มีแนวคิดแปลกแยก และเก่งดีครับ ทฏษฤีสัมพันธภาพของเขาไม่ได้คิดเองและจิตนาการเพียงอย่างเดียว เขาบอกว่ามันมีอยู่ในธรรมชาติอยู่แล้ว เพิ่มไปอีกว่า ขอให้ สังเกตุขึั้นก่อน หนังสือทอปวีเคดอะไรนั้นไม่มีตังซื้อหรอก แต่อยากอ่านมากเลย เดอะ บิว (IP:125.26.138.137) ความเห็นเพิ่มเติมที่ 10 1 เม.ย. 2551 (15:31) ถ้าไม่มีจินตนาการก็ไม่มีอะไรแปลกใหม่อ่ะครับ ความเห็นเพิ่มเติมที่ 13 3 เม.ย. 2551 (12:04) <P> </P> <P>จะส่งความคิดเห็น แต่ไม่ได้ค่ะ</P> top (IP:24.7.33.162) ความเห็นเพิ่มเติมที่ 15 3 เม.ย. 2551 (12:39) <P>อืมเนื้อหาดีแต่อะไรhtmlมันยุ่งเหยิงไปป่ะชอบคำพูดนี้นะศิลปินระดับนี้จึงต้องบิวด์อารมณ์ก่อนทำงานเสมอ เพราะอารมณ์จะทำให้ภาพในใจชัดเจนยิ่งขึ้น/เราจะไม่ไปยุ่งห้องกลอนแต่ขอมาเล่นห้องนี้หน่อยเอง/นิดเดียว/เพราะเราชอบเล่นและทะลึ่งมากไปหน่อย/หวังว่าจะไม่ไปกวนโมโหคนเจ้าอารมณ์ใครใครอีก/ศิลปินระดับนี้ จึงต้องบิวด์อารมณ์ก่อนทำงานเสมอ เพราะอารมณ์จะทำให้ภาพในใจชัดเจนยิ่งขึ้นศิลปินระดับนี้ จึงต้องบิวด์อารมณ์ก่อนทำงานเสมอ เพราะอารมณ์จะทำให้ภาพในใจชัดเจนยิ่งขึ้นT^T</P> T^T (IP:118.172.104.154) ความเห็นเพิ่มเติมที่ 16 3 เม.ย. 2551 (13:17) คัดลอกมาจาก ความเห็นของคุณ วิ ในความเห็นที่ 14 (ผิดพลาดประการใดโปรดอภัยด้วยครับ) อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์ พยายามจะอธิบายความลับสุดยอดนี้เขาย้ำว่า การค้นพบสิ่งมหัศจรรย์ทุกอย่างของเขา มาจากจินตนาการ และถ้าจะเทียบระหว่างความรู้ กับ จินตนาการ เขาบอกว่า จินตนาการสำคัญกว่าจินตนาการเป็นเชาว์ปัญญาขั้นสูงสุด และมันจะนำไปสู่การค้นพบสิ่งใหม่ๆได้อย่างไม่สิ้นสุดขณะที่มีชีวิตอยู่ เขาย้ำนักย้ำหนาหลายต่อหลายครั้งกับนักศึกษาที่เขาสอน และต่อที่ประชุมนักวิทยาศาสตร์อยู่บ่อยๆว่าจินตนาการ สำคัญมากกว่าความรู้แต่เขาก็ไม่อธิบายต่อว่า เพราะอะไร จินตนาการจึงสำคัญกว่าความรู้ ">(ข้อคิดเห็นต้องขอโทษนะคะ คิดว่า ไอน์สไตน์ ไม่เคยอธิบายความลับสุดยอดนี้ ในหนังสือเล่มไหน คิดว่าผู้เขียนคงจะเขียนว่าtop secrets of his saying: Imagination is more important than knowledge มากกว่า เพราะคงมีเยอะแยะเกี่ยวกความลับ เช่น ความลับในการทำอาหาร ต้องทำอย่างนี้ ต้องทำอย่างนั้น เป็นต้น คือ มีอะไรหลายข้อ หรือ เคล๊ดลับในการจำ มีสิบข้อ คือ มากกว่า ถ้าใช้ว่าอธิบายความลับสุดยอดนี้แสดงว่า มีหนึ่งเดียว คือ เป็น ความลับที่ สุดยอด ใครรู้ไม่ได้ ห้ามไปบอกคนอื่น เพราะเป็น จะทำให้คนอ่าน เข้าใจผิด ถ้าเขียนแบบนี้ข้างต้นนี้เห็นด้วยที่ว่า จินตนาการ เป็นสิ่งที่สำคัญ แต่ไม่เห็นด้วยที่ว่า จินตนาการ สำคัญมากกว่าความรู้เพราะต่อให้ไอน์สไตน์ มี จินตนาการมากเพียงไร แต่ถ้าเขาไม่มีความรู้เพียงพอทางสาขาวิชาการของเขา ไอน์สไตน์ก็ไม่มีทางที่จะเอาจินตนาการของเขามาทำใช้ให้เป็นประโยชน์เต็มที่ได้ เช่น ถ้ามีแต่จินตนาการ แต่ไม่รู้จักสูตร ไม่รู้จักความรู้ในการคำนวนจะทำได้ยังไงจึงไม่ใช่เรื่องแแปลกที่ ไอน์สไตน์ไม่ได้อธิบายต่อว่า ทำไมคิดเช่นนั้นนักเรียนที่เรียนเก่ง ก็ค้นพบความลับนี้ เขาจะกลับมานั่งคิดและจินตนาการต่อที่บ้านเสมอนักเรียนทุกคนในห้อง เรียนกับอาจารย์คนเดียวกัน บรรยากาศเดียวกัน แต่ความสามารถในการจินตนาการต่างกันสิ่งหนึ่งที่เหมือนกันในหมู่เด็กที่เรียนเก่งคือ จะมีจินตนาการสูงมาก >(ข้อคิดเห็น)<คิดว่าคงไม่อาจจะเห็นด้วยกับผู้เขียนได้เพราะไม่จริงเสมอไปว่า คนที่เรียนเก่งจะมีจินตนาการสูงมากดูเหมือนผู้เขียนหนังสือเล่มนี้จะวัดนักเรียนจากการที่เรียนเก่ง หรือไม่เก่งในห้องเป็นหลักคำจำกัดความของ นักเรียนที่เรียนเก่งคืออะไร สำหรับครูที่สอนในเมืองไทยก็คือ เด็กนักเรียนที่สอบได้คะแนนดีที่สุดในห้องเสียส่วนใหญ่ แต่เมื่อเรียนจบออกไปคนที่ประสบความสำเร็จในชีวิต กลับไม่เสมอไปว่าจะต้องเป็นนักเรียนที่เรียนเก่งในห้องก็ได้ดูเหมือนคนเขียนหนังสือเล่มนี้ ผู้เขียนเองยังไม่อาจแยก ความคิด และจินตนาการออกจากกัน แต่กลับมองเป็นภาพรวมว่า อะไรก็เกิดจากจินตนาการๆๆ ซึ่งจินตนาการอย่างเดียวไม่พอที่จะคิดค้นอะไรได้ แน่นอนคนที่มีจินตนาการสูง ถ้ามีแต่จินตนาการ โดยที่ไม่คิดจะเอาสิ่งที่ตัวเองจินตนาการไปคิดต่อ หรือไปทำให้เป็นจริงขึ้นมาก็เพียงจินตนาการขอยกตัวอย่าง เด็กหนุ่มที่รู้จัก เขาคิดค้นวิธีทำเครื่องมือที่นำไปใช้ได้ เป็นการคิดค้นของเขาเองจากจินตนาการของเขา เขาจะเอาสิ่งที่เขาจินตนาการไปลองคิด ไปวาดภาพ แล้วก็ไปลองทำอยู่นานกว่าจะได้ออกมา และตอนนี้ คนที่เห็นสิ่งที่เขาทำ ก็ต้องการที่จะซื้อความคิดที่เด็กหนุ่มคิด เพราะเขาเอามาให้ดู และเล่าให้ฟังถึงความคิดของเขาซึ่งเกิดจากจินตนาการ และไปสานต่อทำจนสำเร็จเป็นปีเหมือนกันใช่ สิ่งที่เขาทำนี้มาจากจินตนาการ แต่กว่าจะได้มา เขาต้องคิด และเขาก็วิ่งเอามาให้นักวิทยาศาสตร์ดู เพื่อขอความคิดเห็น แล้วก็ไปลองใหม่ เมื่อเดือนที่แล้ว และตอนนี้เขาก็ปรับปรุงทำเองได้จนตอนนี้มีคนสนใจขอซื้อความคิดเขา ดังนั้น ที่ไอน์สไตน์พูดว่า จินตนาการสำคัญมากกว่า อาจจะจริง แล้วแต่กรณี แต่ที่สำคัญไม่น้อยกว่าจินตนาการก็คือ ความรู้อยากให้คิดว่า นักวิทยาศาสตร์ที่ชื่อเสียงโด่งดัง ไม่มีใครที่ทำอะไรสำเร็จได้เพียงมีจินตนาการมากอย่างเดียว แต่พวกเขาจะต้องใช้เวลาในการคิด คิด คิด และในขณะเดียวกันก็ต้องใช้จินตนาการควบคู่ไปเพื่อถามตัวเองว่า มันจะสอดคล้อง หรือทำให้จินตนาการที่มีนั้นเป็นความจริงขึ้นมาได้หรือเปล่าที่ตอบได้เพราะนักวิทยาศาสตร์ จะคิด คิด แล้วก็ไปคำนวณ และจินตนาการวาดภาพจำลองในหัวตัวเองว่าจะเป็นไปได้ไหม รับรองได้ว่า เขาไม่ได้จินตนาการอย่างเดียว แต่เขาจะต้องเอาความรู้ ต้องนั่งพยายามคิดค้น ให้มันเป็นรูปเป็นร่างขึ้นมาความลับนี้เขาไม่ได้บอกใคร อาจเพราะไม่อยากบอก หรือ ไม่รู้ว่าจะบอกอย่างไร">เรื่องพวกนี้ ไม่น่าถือว่าเป็นความลับอะไรไม่ใช่หรือคะทำไมต้องทำเรื่องธรรมดาเป็นเรื่องที่กลายเป็นความลับด้วย บ้านเราถ้ามีอะไรมากกว่าคนอื่น เราไม่มีความมั่นใจพอที่จะกล้าเล่าให้คนอื่นฟังมากกว่าไม่เหมือนชาติอื่น เขากล้าเล่า เพราะถ้าเล่า เขาก็จะยิ่งเข้าใจมากขึ้น เพราะจะมีคนแสดงความคิดเห็นว่า ดีหรือไม่ดี มีจุดบกพร่องตรงไหน บ้านเราคนที่เก่งจะหวงวิชา และไม่มีการแบ่งปัน จุนเจือ กล้วอีกคนจะเก่งกว่า ความลับก็อยู่แค่ตรงนี้เองแหละค่ะจากการคุย พวกนักวิทยาศาสตร์ที่มีชื่อเสียงในโลกส่วนใหญ๋<พอเขาคิดอะไรได้ เขาไม่เคยเก็บเป็นความลับเลย เพราะความนึกคิดพวกเขามีเยอะแยะเกินกว่าที่จะเก็บไว้ มีทั้งที่ใช้ได้ก็มี ใช้ไม่ได้ก็มีเยอะแยะเหมือนกัน แต่ถ้าคนที่มีนิดเดียว พอมีอะไรมากกว่าคนอื่น ก็คงไม่ยอมแบ่งง่ายๆ คิดง่ายแบบนี้คงเข้าใจ ไม่ใช่ความลับอะไรเด็กที่เรียนเก่งทุกคนจะมีพรสวรรค์ทางด้านนี้ (ข้อคิดเห็น)<ตกใจเหมือนกันว่า คนเขียนและคนในบ้านเรา ยังติดเรื่องการวัดเด็กที่ว่าเรียนเก่งหรือไม่เก่งจากคะแนนที่ทำได้ในห้องเมื่อเทียบกับเด็กนักเรียนคนอื่น และถือว่า เป็นพรสรรค์อีก ดิฉันยังเชื่อในคำกล่าวของเอดิสันที่ว่า เกิดจากความเหนื่อยยากพยายาม ส่วนอีก 1% เกิดจากแรงดลใจ หรือ แรงบันดาลใจ เป็นความจริงที่ว่า แรงบันดาลใจนี้มันไม่ชัดเจน บอกไม่ถูกมันน่าพิศวงเหมือนกัน แต่ส่วนใหญ่อย่างน้อยก็ต้องผ่านการคิด คิด คิด แล้วอยู่ดีๆ มันก็ผุดขึ้นมาในหัวทันที บางทีเดินคิด คิดเท่าไรไม่ออก แต่ถ้าบางทีเดินไปล้างมือ หรือไม่ตอนเช้าก่้อนตื่นนอน อาจจะผุดขึ้นมาทันทีก็มี และมักจะไม่เคยพลาด และจะรู้แน่ว่า นี่แหละคือคำตอบไม่เชื่อลองยกตัวอย่าง นักวิทยาศาสตร์คนไหนก็ได้ ที่ไม่ต้องคิด ไม่้ต้องพยายาม แล้วก็คิดประดิษฐ์คิดค้นสิ่งใหม่ๆได้ ไม่มีใคร แม้แต่ ไอน์สไตน์ ก็ยังต้องคิดเรื่องต่างๆตลอดชีวิตก็ได้ แต่แกจะมี จินตนาการสูงมาก และช่วยทำให้สิ่งที่คิดสำเร็จ แต่ไม่ได้หมายความว่า แกไม่ต้องพยายามคิดหรือทำแล้วจะสำเร็จขึ้นมาได้แต่อย่างไร จึงไม่คิดว่า >เป็นเรื่องพรสรรค์ อะไรก็พรสรรค์ เป็นความคิดที่ไม่ค่อยจะเป็นวิทยาศาสตร์ เสียเลยสร้างกำแพงความคิด สร้างปมให้คนที่อยากสร้างสรรค์หมดกำลัง เพราะมัวแต่คิดว่า ไม่มีพรสรรค์ หรือมีพรสรรค์คือเมื่อเห็นภาพปุ๊บ เขาจะใส่ความรู้สึกเข้าไปปั๊บ เกิดขึ้นเกือบจะพร้อมๆกัน โดยที่ตัวเขาเองก็ไม่รู้ด้วยว่าทำไม แต่สิ่งเหล่านี้สามารถฝึกได้ประสบการณ์ที่เหมือนกันเปี๊ยบระหว่างคนสองคน จึงส่งอิทธิพลต่อวิถีชีวิตได้ไม่เท่ากัน เพราะความสามารถในการจินตนาการต่างกันแน่นอนว่า อุปนิสัย ความชอบความสนใจความถนัด ฯลฯ เป็นส่วนสำคัญที่จะทำให้มีพลังแห่งจินตนาการสูงขึ้นหลังจากได้พบกับประสบการณ์จริง พวกเขาจะเห็นภาพแห่งความสำเร็จในเรื่องที่ตนเองชอบหรือถนัด ชัดเจนกว่าคนอื่น จึงมีโอกาสบรรลุเป้าหมายได้ง่ายกว่าประสบการณ์จากชีวิตจริง จะประทับลงในจิตใต้สำนึกได้ ต้องมีจินตนาการ เราอาจจะเคยตีแบดมินตัน แต่ผ่านแล้วก็ผ่านเลยไป ไม่เคยจินตนาการต่ออีก ประสบการณ์ในครั้งนั้นก็สูญเปล่าการตีในครั้งต่อไปเราจะไม่เก่งขึ้น เพราะจิตใต้สำนึกจะเข้าใจภาพแห่งจินตนาการเท่านั้น มันไม่มีส่วนเชื่อมต่อโดยตรงกับ ทวารทางกายทั้งห้า เหมือนอย่างจิตสำนึก (ข้อคิดเห็น)ไม่เห็นว่าจะเกี่ยวกับเรื่องจินตนาการแต่น่าจะเขียนว่า ไม่นำไปคิดต่อว่าจะทำยังไง น่าจะถูกต้องกว่าหรือไม่ รู้สึกผู้เขียนเองก็ยังสับสนเลยเพราะจิตใต้สำนึกจะเข้าใจภาพแห่งจินตนาการเท่านั้น มันไม่มีส่วนเชื่อมต่อโดยตรงกับ ทวารทางกายทั้งห้า เหมือนอย่างจิตสำนึกผู้เขียนคงอาจจะแปลหรือเอามาจากที่ไหนมาก็ได้ อ่านแล้วงงเลย ไม่ได้มีการเชื่อมโยงด้านความคิดที่เพียงพออัจฉริยะของโลกทุกคน ทุกสาขา ค้นพบความลับสุดยอดนี้แล้ว นักศึกษาแพทย์ที่เก่งๆ จะจินตนาการลักษณะของเส้นเลือดร่างกายแต่ละระบบ พยายามบิวด์ความรู้สึกเขาไปแล้วค่อยไปเรียนรู้ลักษณะย่อยของเส้นเลือดแต่ละเส้นในระบบนั้นนิสิตวิศวกรรมที่เก่งๆ สามารถพิสูจน์สมการทางแคลคูลัสได้ โดยคิดย้อนจากคำตอบขึ้นมาทำให้ไม่ว่าอาจารย์จะกำหนดสมการแบบไหนมา เขาก็ตอบถูกเสมอ>(ข้อคิดเห็น)<ไม่ใช่เรื่องแปลกเลย ก็เขารู้จักใช้สมองคิด ไม่ได้ท่องจำแบบบ้านเรา ถ้าเข้าใจ จะคิดย้อนหน้าย้อนหลังยังไงก็ได้ ไม่ใช่หรือ นักวิทยาศาสตร์ที่รู้จักดี เขาไม่เคยทำการบ้าน และเขาไม่เคยจดเพราะเขาถนัดซ้าย เขาจะจดไว้ในสมองเขา เวลาที่เรียนตอนเป็นเด็กในประเทศเขา จะไม่ใช่เด็กเก่งที่สุดในห้อง เพราะเขาไม่ชอบเรียนในห้องเรียน แต่ชอบคิด ชอบอ่าน ชอบทดลอง เขามีห้องทดลองในห้องนอนเขาตั้งแต่เด็กแล้ว และอ่านทุกอย่างที่เกี่ยวกับไฟฟ้า เกี่ยวกับ คณิตศาสตร์ของเขาเอง เท่าที่ฟังเขาเล่าให้ฟัง และตอนนี้ก็ยิ่งเห็นชัดว่า เขาใช้หัวคิดทุกวันอย่างจริงจัง และชอบถกเถียงคุยกัน เพราะถือว่า เป็นการลับสมอง กระตุ้นสมองดีอะไรที่ยาก หรือสูตรต่างๆ ไม่ว่า คณิตศาสตร์ยากๆ เขาบอกว่า เขาชอบ เพราะว่า เขาจะเห็นคำตอบเลย ดังนั้น เขาจะไม่ชอบทำการบ้าน แต่ฟิสิกส์ และคณิตศาสตร์เขาจะทำได้อย่างง่ายดาย ในขณะที่คนอื่นไม่เห็นคำตอบ จนครูที่สอนตกใจ เพราะคิดว่าเขาคงไปลอกคำตอบของคนอื่นมา เพราะเขาไม่เคยทำการบ้าน ไม่ชอบเรียน ไม่ชอบสอบ แต่ชอบอ่านหนังสือของเขาเอง และครูค้นพบว่า เขาไม่ต้องทำการบ้านเลย แต่ชอบทำชอบคิดของเขา เพราะบอกว่า ที่ทำง่ายเกินไปเขาไม่อยากทำเพราะเอาคำถามของอาจารย์นั่นแหละ เป็นตัวตั้งคิดย้อนขึ้นไปพิสูจน์ทั้งหลายเหล่านี้ไม่ใช่เพราะพวกเขามีมันสมองที่ใหญ่กว่าคนอี่น แต่เพราะพวกเขาพบความลับนี้อาจจะด้วยพรสวรรค์ หรือ การเรียนรู้แต่ที่น่าประหลาดใจก็คือ ไม่มีใครที่สามารถเปิดเผยความลับนี้ให้คนอื่นได้รับรู้ >(ข้อคิดเห็น)<คนเขียนหนังสือเล่มนี้<ดูเหมือนจะไม่ชอบคิดอะไรที่มีเหตุผล แต่ดูเหมือนจะชอบอะไรที่เป็นความลับและเห็นคล้อยตามด้วย หรือไม่อะไรก็พรสรรค์ และยังไม่พยายามจะแสวงหาคำตอบว่า สิ่งต่างๆที่ว่านี้เป็นความลับที่ไม่สามารถเปิดเผยให้คนอื่นรู้ได้จริงหรือ ถ้าเราไปถามศิลปินนักวาดภาพที่เก่งๆ ว่าทำไมถึงวาดภาพได้ขนาดนี้ เขาจะตอบไม่ได้>ทั้งๆที่ ภาพนั้นฝังอยู่ในใจตั้งแต่แรกแล้วมือเขาเพียงแต่วาดไปตามความรู้สึกเท่านั้นเอง ศิลปินระดับนี้ จึงต้องบิวด์อารมณ์ก่อนทำงานเสมอ เพราะอารมณ์จะทำให้ภาพในใจชัดเจนยิ่งขึ้นวันไหนไม่มีอารมณ์ จะทำงานไม่ได้เลย(ข้อคิดเห็น)<วันไหนไม่มีอารมณ์ จะทำงานไม่ได้เลย เป็นความจริงเห็นด้วย ศิลปินหรือเปล่า ไม่ทราบแต่ถ้ามีอารมณ์ ทำไม่มีหยุด ความคิดจะออกมาอย่างมากมาย พอเสร็จหมดแรง แล้วก็พัก ความเห็นเพิ่มเติมที่ 18 4 เม.ย. 2551 (07:28) <P> </P> <P>โพสไม่ได้อีกแล้ว ไม่ทราบว่า ปัญหาเรื่องฟอนท์หรือยังไงคะ</P> <P>ต้องขอโทษด้วยค่ะ กรุณาลบที่ทำให้รกพื้นที่ด้วยนะคะ</P> <P> </P> วิ (IP:24.7.33.162) ความเห็นเพิ่มเติมที่ 19 4 เม.ย. 2551 (10:26) <P class=MsoNormal style="MARGIN: 0cm 0cm 10pt"><SPAN lang=TH style="FONT-SIZE: 11pt; mso-ascii-font-family: Arial; mso-hansi-font-family: Arial; mso-bidi-language: TH"></SPAN> </P> <P class=MsoNormal style="MARGIN: 0cm 0cm 10pt"><SPAN lang=TH style="FONT-SIZE: 11pt; mso-ascii-font-family: Arial; mso-hansi-font-family: Arial; mso-bidi-language: TH">ขอบคุณที่ช่วยโพสให้จนอ่านได้นะคะ </SPAN></P> <P class=MsoNormal style="MARGIN: 0cm 0cm 10pt"><SPAN lang=TH style="FONT-SIZE: 11pt; mso-ascii-font-family: Arial; mso-hansi-font-family: Arial; mso-bidi-language: TH">ขอแสดงความคิดเห็นเพิ่ม เีกี่ยวกับ ผู้เขียน เรื่องนี้เขียนเกี่ยวกับ ไอน์สไตน์ อ่านแล้วบอกได้ว่าสับสน เพราะเอาอะไรเยอะแยะมาใส่ แต่คงให้เข้ากับรสนิยมอ่านของคนไทยก็ว่าได้</SPAN><SPAN style="FONT-SIZE: 11pt; FONT-FAMILY: Arial; mso-bidi-language: TH"><?xml:namespace prefix = o ns = "urn:schemas-microsoft-com:office:office" /><o:p></o:p></SPAN></P> <P class=MsoNormal style="MARGIN: 0cm 0cm 10pt"><SPAN lang=TH style="FONT-SIZE: 11pt; mso-ascii-font-family: Arial; mso-hansi-font-family: Arial; mso-bidi-language: TH">ชื่อหนังสือที่ใช้ ก็ผิด เพราะไม่มี คำว่า </SPAN><STRONG><SPAN lang=AR-SA style="FONT-WEIGHT: normal; FONT-SIZE: 11pt; COLOR: blue; FONT-FAMILY: BrowalliaUPC; mso-ascii-font-family: Arial; mso-hansi-font-family: Arial">เดอะท็อปซีเคร็ต</SPAN></STRONG><STRONG><SPAN lang=AR-SA style="FONT-WEIGHT: normal; FONT-SIZE: 11pt; COLOR: blue; FONT-FAMILY: BrowalliaUPC; mso-ascii-font-family: Arial; mso-hansi-font-family: Arial; mso-bidi-language: TH"> </SPAN></STRONG><STRONG><SPAN lang=AR-SA style="FONT-WEIGHT: normal; FONT-SIZE: 11pt; COLOR: blue; FONT-FAMILY: Arial; mso-bidi-font-family: BrowalliaUPC; mso-bidi-language: TH"><SPAN style="mso-spacerun: yes"> </SPAN></SPAN></STRONG><STRONG><SPAN style="FONT-WEIGHT: normal; FONT-SIZE: 11pt; COLOR: blue; FONT-FAMILY: Arial; mso-bidi-font-family: BrowalliaUPC; mso-bidi-language: TH">the top secret</SPAN></STRONG><STRONG><SPAN lang=TH style="FONT-WEIGHT: normal; FONT-SIZE: 11pt; COLOR: blue; FONT-FAMILY: BrowalliaUPC; mso-ascii-font-family: Arial; mso-hansi-font-family: Arial; mso-bidi-language: TH"> ในภาษาอังกฤษ</SPAN></STRONG><STRONG><SPAN style="FONT-WEIGHT: normal; FONT-SIZE: 11pt; COLOR: blue; FONT-FAMILY: Arial; mso-bidi-font-family: BrowalliaUPC; mso-bidi-language: TH"><o:p></o:p></SPAN></STRONG></P> <P class=MsoNormal style="MARGIN: 0cm 0cm 10pt"><STRONG><SPAN lang=TH style="FONT-WEIGHT: normal; FONT-SIZE: 11pt; FONT-FAMILY: Tahoma; mso-ascii-font-family: Arial; mso-hansi-font-family: Arial; mso-bidi-language: TH">จะมีก็คือ </SPAN></STRONG><STRONG><SPAN style="FONT-WEIGHT: normal; FONT-SIZE: 11pt; FONT-FAMILY: Arial; mso-bidi-language: TH">1<SPAN style="COLOR: blue">) top secret</SPAN> </SPAN></STRONG><STRONG><SPAN lang=TH style="FONT-WEIGHT: normal; FONT-SIZE: 11pt; FONT-FAMILY: Tahoma; mso-ascii-font-family: Arial; mso-hansi-font-family: Arial; mso-bidi-language: TH">คือ ความลับสุดขั้นสุดยอด ที่บอกใคร หรือให้ใครรู้ไม่ได้</SPAN></STRONG><STRONG><SPAN style="FONT-WEIGHT: normal; FONT-SIZE: 11pt; FONT-FAMILY: Arial; mso-bidi-language: TH"><o:p></o:p></SPAN></STRONG></P> <P class=MsoNormal style="MARGIN: 0cm 0cm 10pt"><STRONG><SPAN style="FONT-WEIGHT: normal; FONT-SIZE: 11pt; FONT-FAMILY: Arial; mso-bidi-language: TH">2) <SPAN style="COLOR: blue">The top secret</SPAN><SPAN style="COLOR: red">s</SPAN></SPAN></STRONG><STRONG><SPAN lang=TH style="FONT-WEIGHT: normal; FONT-SIZE: 11pt; FONT-FAMILY: Tahoma; mso-ascii-font-family: Arial; mso-hansi-font-family: Arial; mso-bidi-language: TH"> ไม่ใช่ความลับ น่าจะเป็นเคล็ดลับต่างๆที่เอามาแบ่งปัน เขียนให้คนรู้</SPAN></STRONG><STRONG><SPAN style="FONT-WEIGHT: normal; FONT-SIZE: 11pt; FONT-FAMILY: Arial; mso-bidi-language: TH"><o:p></o:p></SPAN></STRONG></P> <P class=MsoNormal style="MARGIN: 0cm 0cm 10pt"><STRONG><SPAN lang=TH style="FONT-WEIGHT: normal; FONT-SIZE: 11pt; FONT-FAMILY: Tahoma; mso-ascii-font-family: Arial; mso-hansi-font-family: Arial; mso-bidi-language: TH"><SPAN style="mso-spacerun: yes"> </SPAN>จากในเคล็ดลับมากมายหลายประการ <SPAN style="mso-spacerun: yes"> </SPAN>ไม่ได้เป็นเคล็ดลับเดียว</SPAN></STRONG><STRONG><SPAN style="FONT-WEIGHT: normal; FONT-SIZE: 11pt; FONT-FAMILY: Arial; mso-bidi-language: TH"><o:p></o:p></SPAN></STRONG></P> <P class=MsoNormal style="MARGIN: 0cm 0cm 10pt"><STRONG><SPAN style="FONT-WEIGHT: normal; FONT-SIZE: 11pt; FONT-FAMILY: Arial; mso-bidi-language: TH">3) <SPAN style="COLOR: blue">The top 10 secret</SPAN><SPAN style="COLOR: red">s</SPAN><SPAN style="COLOR: blue"> of designing etc.</SPAN></SPAN></STRONG><STRONG><SPAN lang=TH style="FONT-WEIGHT: normal; FONT-SIZE: 11pt; FONT-FAMILY: Tahoma; mso-ascii-font-family: Arial; mso-hansi-font-family: Arial; mso-bidi-language: TH"> สำนวนที่คนใช้มากที่สุดในการเขียนตั้งชื่อหนังสือ เช่น <SPAN style="mso-spacerun: yes"> </SPAN><SPAN style="COLOR: blue">เคล็ดลับสิบข้อเกี่ยวการออกแบบ เป็นต้น </SPAN></SPAN></STRONG><STRONG><SPAN style="FONT-WEIGHT: normal; FONT-SIZE: 11pt; FONT-FAMILY: Arial; mso-bidi-language: TH"><o:p></o:p></SPAN></STRONG></P> <P class=MsoNormal style="MARGIN: 0cm 0cm 10pt"><STRONG><SPAN lang=TH style="FONT-WEIGHT: normal; FONT-SIZE: 11pt; FONT-FAMILY: Tahoma; mso-ascii-font-family: Arial; mso-hansi-font-family: Arial; mso-bidi-language: TH">เพียงแคชื่อหนังสือ </SPAN></STRONG><STRONG><SPAN lang=AR-SA style="FONT-WEIGHT: normal; FONT-SIZE: 11pt; COLOR: blue; FONT-FAMILY: BrowalliaUPC; mso-ascii-font-family: Arial; mso-hansi-font-family: Arial">เดอะท็อปซีเคร็ต</SPAN></STRONG><SPAN lang=AR-SA style="FONT-SIZE: 11pt; mso-ascii-font-family: Arial; mso-hansi-font-family: Arial; mso-bidi-language: TH"> </SPAN><STRONG><SPAN lang=TH style="FONT-WEIGHT: normal; FONT-SIZE: 11pt; FONT-FAMILY: Tahoma; mso-ascii-font-family: Arial; mso-hansi-font-family: Arial; mso-bidi-language: TH">เล่มนี้ ชื่อเรื่องภาษาอังกฤษก็ไม่เป็นภาษาที่สื่อได้ ก็ยังงงว่า ผู้เขียนอยากจะบอกอะไรนะ เพราะถ้ามันลับสุดยอดแล้วจะยังถือว่าเป็นความลับได้หรือ </SPAN></STRONG><STRONG><SPAN style="FONT-WEIGHT: normal; FONT-SIZE: 11pt; FONT-FAMILY: Arial; mso-bidi-language: TH"><o:p></o:p></SPAN></STRONG></P> <P class=MsoNormal style="MARGIN: 0cm 0cm 10pt"><SPAN lang=TH style="FONT-SIZE: 11pt; COLOR: red; mso-ascii-font-family: Arial; mso-hansi-font-family: Arial; mso-bidi-language: TH">อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์ พยายามจะอธิบายความลับสุดยอดนี้</SPAN><SPAN style="FONT-SIZE: 11pt; COLOR: red; FONT-FAMILY: Arial; mso-bidi-language: TH"><o:p></o:p></SPAN></P> <P class=MsoNormal style="MARGIN: 0cm 0cm 10pt"><SPAN style="FONT-SIZE: 11pt; FONT-FAMILY: Arial; mso-bidi-language: TH">-----</SPAN><SPAN lang=TH style="FONT-SIZE: 11pt; mso-ascii-font-family: Arial; mso-hansi-font-family: Arial; mso-bidi-language: TH">อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์</SPAN><SPAN lang=TH style="FONT-SIZE: 11pt; FONT-FAMILY: Arial; mso-bidi-language: TH"> </SPAN><SPAN lang=TH style="FONT-SIZE: 11pt; mso-ascii-font-family: Arial; mso-hansi-font-family: Arial; mso-bidi-language: TH">ไม่เคยเขียนเรื่องเกี่ยวกับ <SPAN style="COLOR: blue">ความลับสุดยอด แม้แต่้น้อย ที่ผู้เขียนรวบรวมมาผิดๆถูกๆ เพราะที่จริงคงอยากจะบอกว่า เคล็ดลับอย่างหนึ่งในหลายๆอย่างที่คนอยากรู้เกี่ยวกับความฉลาด และความเก่งของเขาคือ อะไร ซึ่งไอน์สไตน์ก็ให้ข้อคิดว่า</SPAN><o:p></o:p></SPAN></P> <P class=MsoNormal style="MARGIN: 0cm 0cm 10pt"><SPAN lang=TH style="FONT-SIZE: 11pt; COLOR: red; mso-ascii-font-family: Arial; mso-hansi-font-family: Arial; mso-bidi-language: TH">จินตนาการเป็นเชาว์ปัญญาขั้นสูงสุด</SPAN><SPAN lang=TH style="FONT-SIZE: 11pt; COLOR: red; FONT-FAMILY: Arial; mso-bidi-language: TH"> </SPAN><SPAN lang=TH style="FONT-SIZE: 11pt; COLOR: red; mso-ascii-font-family: Arial; mso-hansi-font-family: Arial; mso-bidi-language: TH">และมันจะนำไปสู่การค้นพบสิ่งใหม่ๆได้อย่างไม่สิ้นสุด</SPAN><SPAN style="FONT-SIZE: 11pt; FONT-FAMILY: Arial; mso-bidi-language: TH"> <o:p></o:p></SPAN></P> <P class=MsoNormal style="MARGIN: 0cm 0cm 10pt"><SPAN lang=TH style="FONT-SIZE: 11pt; COLOR: blue; mso-ascii-font-family: Arial; mso-hansi-font-family: Arial; mso-bidi-language: TH">แต่ไม่ใช่ความลับสุดยอด</SPAN><SPAN lang=TH style="FONT-SIZE: 11pt; mso-ascii-font-family: Arial; mso-hansi-font-family: Arial; mso-bidi-language: TH">ที่ผู้เขียนเขียนมาให้คนอ่านผิดๆ และแม้แต่ชื่อหนังสือที่อยากใช้เพื่อเรียกความสนใจก็ยังผิด แล้วเนื้อหาเล่มนี้จะเป็นยังไง แต่คงขายได้ดีมาก เพราะบ้านเราชอบอะไรที่สุดยอด</SPAN></P> <P class=MsoNormal style="MARGIN: 0cm 0cm 10pt"><SPAN lang=TH style="FONT-SIZE: 11pt; mso-ascii-font-family: Arial; mso-hansi-font-family: Arial; mso-bidi-language: TH"><o:p>ที่ไอน์สไตน์บอกว่า จิตนาการสำคัญกว่าความรู้มีคนไม่เห็นด้วยมากทีเดียว</o:p></SPAN></P> <P class=MsoNormal style="MARGIN: 0cm 0cm 10pt"><SPAN lang=TH style="FONT-SIZE: 11pt; mso-ascii-font-family: Arial; mso-hansi-font-family: Arial; mso-bidi-language: TH"><o:p>ทุกอย่างไม่ได้เป็นสูตรสำเร็จรูป</o:p></SPAN></P> <P class=MsoNormal style="MARGIN: 0cm 0cm 10pt"><SPAN lang=TH style="FONT-SIZE: 11pt; mso-ascii-font-family: Arial; mso-hansi-font-family: Arial; mso-bidi-language: TH"><o:p>ต้องมีความคิด จินตนาการ ความสร้างสรรค์ ความรักและความทุ่มเทในสิ่งที่ตัวเองทำ ความอดทนพยายามที่จะคิดและทำให้สำเร็จ และถ้าโชคดี inspiration เกิดผุดขึ้นมาเมื่อไรก็ดีใจที่สุด</o:p></SPAN></P> <P class=MsoNormal style="MARGIN: 0cm 0cm 10pt"><SPAN lang=TH style="FONT-SIZE: 11pt; mso-ascii-font-family: Arial; mso-hansi-font-family: Arial; mso-bidi-language: TH"><o:p>ขอบคุณมากค่ะ</o:p></SPAN></P> <P class=MsoNormal style="MARGIN: 0cm 0cm 10pt"><SPAN lang=TH style="FONT-SIZE: 11pt; mso-ascii-font-family: Arial; mso-hansi-font-family: Arial; mso-bidi-language: TH"><o:p>วิ</o:p></SPAN></P> v (IP:24.7.33.162) ความเห็นเพิ่มเติมที่ 20 8 เม.ย. 2551 (10:57) ขอบคุณสำหรับ ข้อคิด ดีดี นะคะ ความเห็นเพิ่มเติมที่ 21 8 เม.ย. 2551 (23:50) ขอบคุณมากค่ะ ที่ต้องทรมานอ่าน ทั้งทีีโพสไม่ได้ ไม่รู้ว่าเกิดอะไร ทำไมโพสไม่ได้ แล้วจะมาเขียนแสดงความคิดเห็นต่อค่ะ ขอบคุณมากค่ะ วิ (IP:24.7.33.162) ความเห็นเพิ่มเติมที่ 22 9 เม.ย. 2551 (00:02) ทำไม2กระทู้มีเนื้อหาให้เคียงกันเลยครับ- -a ความเห็นเพิ่มเติมที่ 23 9 เม.ย. 2551 (04:19) ขอบคุณมากค่ะ ที่ให้เว็บมา เพิ่งจะได้รู้จักเว็บนี้ และไม่เคยเข้ามา เพราะมีคนส่งให้อ่านก็เลย ต้องเข้ามาตอบ ยังไม่ได้อ่านเว็บที่คุณส่งมาให้ แต่ขอบคุณมากค่ะ ถ้าคล้ายก็ดีค่ะ แสดงว่ามีความคิดเห็นคล้ายกัน ต่างกันก็ไม่เป็นไร เป็นของธรรมดาค่ะ วิ (IP:24.7.33.162) ความเห็นเพิ่มเติมที่ 24 10 เม.ย. 2551 (20:24) จากความเห็น22 กระทู้คล้ายกันและโพสจากคนเดียวกันครับ ความเห็นเพิ่มเติมที่ 25 29 พ.ค. 2551 (02:22) fo061.txt;3;6 CAvkrsUJfRG (IP:77.73.50.6) ความเห็นเพิ่มเติมที่ 26 29 พ.ค. 2551 (07:54) ขอบคุณครับ |