|
โพสต์เมื่อ:
03:11 วันที่ 23 มี.ค. 2551 ชมแล้ว:
15,179
ตอบแล้ว:
63
38 ย่างก้าวต่อไปนี้ จะขอนำท่านท่องผ่านจักรวาลจากดินแดนที่อยู่ไกลสุดหล้าไปยังจุดที่มีขนาดเท่าควากส์ ซึ่งเป็นอนุภาคมูลฐานที่เล็กที่สุดของสสาร ข้อมูลในกระทู้นี้เรียบเรียงจากข้อมูลในเว็ปไซต์ต่อไปนี้ สามารถดู Video จาก ![]() ความเห็นเพิ่มเติมที่ 34 23 มี.ค. 2551 (04:11) ![]() 34: 1 ปิโคเมตร บริเวณระหว่างหมอกอิเล็ตรอนที่มีประจุลบกับนิวเคลียสที่มีประจุบวกจะเป็นที่ว่าง ความเห็นเพิ่มเติมที่ 35 23 มี.ค. 2551 (04:12) ![]() นิวเคลียสมีลักษณะคล้ายลูกบอลกลม นิวเคลียสของคาร์บอนประกอบด้วยอนุภาคเล็กๆอยู่รวมกัน 2 พวก คือนิวตรอน 6 ตัว และ โปรตอน 6 ตัว สำหระบไอโซโทปคาร์บอน 12 ความเห็นเพิ่มเติมที่ 36 23 มี.ค. 2551 (04:14) ![]() 36: 10 เฟอร์มี (Fermi) นิวตรอนและโปรตอนจะมีการเคลื่อนไหวเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา ความเห็นเพิ่มเติมที่ 37 23 มี.ค. 2551 (04:15) ![]() 37: 1 เฟอร์มี (Fermi) เล็กลงไปกว่าโปรตอน ยังมีส่วนประกอบที่เป็นอนุภาคที่เรียกว่า ควากส์ จุดสีเล็กๆที่เห็นนี้นักฟิสิกส์ใช้ศึกษาคุณสมบัติของควากส์ ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นที่นักฟิสิกส์กำลังสนใจ ความเห็นเพิ่มเติมที่ 38 23 มี.ค. 2551 (04:15) ![]() 38: 0.1 เฟอร์มี (Fermi) จุดสีที่เห็นนี้ดูไม่ต่างจากภาพที่แล้ว ซึ่งเป็นตัวแสดงความสัมพันธ์ของการเกิดควากส์ และการเปลี่ยนแปลงของแสงสีจุดเล็กๆนี้เป็นแนวทางใหม่ที่จะหาว่า อะไรคือส่วนประกอบที่เล๋กที่สุดของสสารในจักวาล ความเห็นเพิ่มเติมที่ 39 24 มี.ค. 2551 (22:30) ![]() ความเห็นเพิ่มเติมที่ 40 24 มี.ค. 2551 (22:32) ![]() ความเห็นเพิ่มเติมที่ 42 26 มี.ค. 2551 (04:27) ![]() ในวันที่ 29 ธันวาคม ค.ศ.1959 ศาสตราจารย์ ริชาร์ด ฟายน์แมน (Richard P. Feynman) ได้แสดงปาฐกถาให้สมาคมฟิสิกส์อเมริกันเรื่อง เทคโนโลยีขนาดจิ๋ว ซึ่งเป็นเรื่องที่มีคนศึกษายังไม่มาก แต่เขาคาดว่าจะมีผลอย่างใหญ่หลวงในอนาคต การบรรยายของ Feynman ในวันนั้น มีชื่อเรื่องว่า There is Plenty of Room at the Bottom ซึ่งขยายความหมายเพิ่มเติมว่า หากสามารถทำสิ่งของเครื่องใช้และอุปกรณ์ทางวิทยาศาสตร์ให้มีขนาดเล็กเท่ากับอะตอม สิ่งต่างๆ ที่ใช้อยู่ในปัจจุบันจะมีขนาดลดลงเหลือเพียงเล็กน้อยเท่านั้น เช่น หนังสือที่น่าสนใจซึ่งอยู่ในห้องสมุดสำคัญทั่วโลกซึ่งมีราว 24 ล้านเล่มขณะนั้นจะต้องการพื้นที่เก็บเพียง ประมาณ 2.5 ตารางเมตรเท่านั้น การบรรยายครั้งนั้นได้เกิดการเปลี่ยนแปลงขึ้นอย่างใหญ่หลวงเกี่ยวกับการศึกษาวัสดุที่มีขนาดเล็กระดับอะตอมและถือว่าเป็นจุดกำเนิดของวิชาใหม่คือ นาโนเทคโนโลยี เชิญอ่านปาฐกถานี้ได้จาก http://www.zyvex.com/nanotech/feynman.html ความเห็นเพิ่มเติมที่ 43 26 มี.ค. 2551 (04:30) ![]() ริชาร์ด ฟายน์แมน นักฟิสิกส์รางวัลโนเบล ปี 1965 ได้กล่าวไว้ในปี ค.ศ.1960 ว่า "เมื่อผมพูดถึงเทคโนโลยีขนาดจิ๋วนี้ ก็มักจะมีผู้คนกล่าวถึงการย่อส่วนและความก้าวหน้าทางด้านเทคโนโลยีย่อส่วนนี้ พวกเขาพูดถึงมอเตอร์ไฟฟ้าที่มีขนาดเท่ากับเล็บบนนิ้วก้อย และก็ได้เริ่มมีสินค้าออกสู่ท้องตลาดกันบ้างแล้ว แถมยังบอกอีกว่า เราสามารถบันทึกคำสวดสรรเสริญพระเจ้าขนาดเล็กลงบนหัวเข็มหมุดได้ แต่ทว่าเรื่องที่ผมจะกล่าวถึงนี้นั้นยังไม่มีอะไรชัดเจนและเป็นเพียงก้าวแรกในทิศทางที่ผมใคร่จะอภิปราย ซึ่งเป็นโลกขนาดเล็กที่ละเอียดซับซ้อนและอยู่ลึกลงไป เมื่อถึงปี ค.ศ.2000 คนในยุคนั้นอาจมองย้อนกลับมาดูและนึกสงสัยว่าทำไมเทคโนโลยีที่ทุกคนให้ความสำคัญอย่างจริงจังและมุ่งสู่ทิศทางนี้จึงไม่เริ่มมาก่อนหน้าปี ค.ศ.1960" ในปัจจุบันคำปาฐกถาของ ศาสตราจารย์ ฟายน์แมนได้ถูกสลักลงเป็นตัวหนังสือขนาดเล็กราว 400 นาโนเมตร http://safari.oreilly.com/0131014005/ch04 ความเห็นเพิ่มเติมที่ 45 27 มี.ค. 2551 (00:55) ![]() ความเห็นเพิ่มเติมที่ 47 27 มี.ค. 2551 (11:09) ![]() ความเห็นเพิ่มเติมที่ 50 29 มี.ค. 2551 (07:48) เยี่ยมครับ ... แต่อีกหน่อยคงไม่หยุดแค่ nano scale หรือแม้แต่ atto scale แต่ต้องไปให้ถึง Planck scale หรือ 10-35 เมตรกันเลย ความเห็นเพิ่มเติมที่ 51 16 เม.ย. 2551 (01:18) ![]() เราอาจทำภาพซูมคล้ายกันนี้ได้โดยอาศัยภาพจาก Google Earth ในภาพเป็นการซูมจากนอกโลกลงไปยังวงเวียน 22 กรกฎาคม (อนุสรณ์วันที่ไทยเข้าร่วมสงครามโลกครั้งที่ 1 กับฝ่ายพันธมิตร) ความเห็นเพิ่มเติมที่ 52 18 เม.ย. 2551 (05:43) ![]() ความเห็นเพิ่มเติมที่ 54 13 พ.ค. 2551 (08:17) ก็คงทำนองเดียวกับที่หมู่อิเล็กตรอนผลักกันอยู่รอบ ๆ นิวเคลียส ไม่กระเด็นออกมา จนกว่าจะถูกเร่งให้ชนกันถึงจุดที่มิอาจจะทนอยู่ได้ ก็หลุดกระเด็นออกมา และเมื่อถูกเร่งจนถึงจุดยิ่งยวดก็พร้อมใจกันกระเด็นออกมาทันทีที่เรียกว่า ระเบิดปรมาณู ความเห็นเพิ่มเติมที่ 58 9 ก.ค. 2551 (02:10) อาจารย์แขชนะครับ ผมเกิดคำถามนี้ในใจมาตั้งแต่เรียนม.ปลาย จนบัดนี้ก็ยังไม่ทราบคำตอบที่ชัดเจน รบกวน อ.ช่วยให้ความกระจ่างด้วยครับ ความเห็นเพิ่มเติมที่ 59 9 ก.ค. 2551 (02:45) ![]() ในปี ค.ศ. 1935 ฮิเดะกิ ยุกะวะ (Hideki Yukawa ) ได้เสนอแนวคิดเกี่ยวกับแรง ที่ทำให ้ นิวคลีออน จับตัวกันอยู่ในนิวเคลียสได้ว่า เกิดจากแรงมหาศาลที่มีขอบเขตอยู่ในช่วงประมาณ 1 เฟมโตเมตร ( 10 - 15 เมตร ) ที่สำคัญคือแรงนี้เกิดจากการแลกเปลี่ยนอนุภาคใหม่ชนิดหนึ่ง ระหว่างนิวคลีออนในนิวเคลียส โดยยุกะวะทำนายว่า อนุภาคใหม่นี้มีมวลอยู่กึ่งกลาง ระหว่าง มวลของอิเล็กตรอน และโปรตอน อีกทั้งตั้งชื่อว่า " อนุภาคมีซอน" ( meson) ซึ่งในเวลาต่อมา เน็ดเดอร์ ไมเออร์( Nedder Meyer ) และคาร์ล แอนเดอร์สัน ก็ได้สังเกตพบอนุภาค ที่คาดว่า เป็น อนุภาคมีซอนตามที่ยูกาวาอ้างถึง แต่เมื่อพวกเขาศึกษาอย่างละเอียดกลับพบว่า อนุภาคนี้ไม่ได้เกิดอันตรกิริยากับแรงนิวเคลียร์อย่างเข้ม แต่เกิดอันตรกิริยากับแรงนิวเคลียร์อย่าง อ่อนเท่านั้น ดังนั้นเพื่อป้องกันความสับสนทำให้ในเวลาต่อมาได้มีการเสนอว่า แท้จริงแล้ว อนุภาคมีซอนมี 2 ชนิด ชนิดแรกเกิดอันตรกิริยาอย่างเข้มและเป็นไปตามที่ยุกะวะทำนาย เรียกว่า "พายมีซอน" ( pi meson )หรือ "พายออน" (pion) ชนิดที่สอง เกิดอันตรกิริยาอย่าง อ่อนเท่านั้นเรียกว่า "มิวมีซอน" ( mumeson หรือ " มิวออน" (muon) นั่นแปลว่าเน็ดเดอร์ ไมเออร์และแอนเดอร์สันพบเป็น มิวออน และหลังจากนั้น 10 ปี เซซิล แฟรงก์ เพาเวลล์ (Cecil Frank Powell ค.ศ. 1903-1969) ก็ได้ค้นพบอนุภาคพายออน อย่างไรก็ตามยังมีอีกหลายการทดลองที่สำคัญๆ จากการศึกษารังสีคอสมิก ที่ทำให้ นักวิทยาศาสตร์ พบอนุภาคใหม่ ๆ จำนวนมากขึ้นเรื่อยๆ รวมทั้งการค้นพบอนุภาคใหม่ๆจากการ ทดลองด้วยเครื่องเร่งอนุภาค เพื่อจะตอบคำถามที่ว่า “ โปรตอน นิวตรอน และ อิเล็กตรอน เป็น อนุภาคมูลฐาน (elementary particles) ของสสารแล้วใช่หรือไม่ เครื่องเร่งอนุภาคเป็น เครื่องมือที่ถูกสร้างขึ้นจากแนวคิดที่ว่า ถ้าอยากรู้ว่าข้างในอนุภาคมีอะไร ก็ต้องทำให้อนุภาคนั้น แตกออก โดยการเร่งให้มีความเร็วสูงๆ แล้วนำมาชนกัน เพื่อดูส่วนที่แตกออกมา และจากการ ทดลองด้วยเครื่องมือนี้เอง ที่ทำให้นักวิทยาศาสตร์พบอนุภาคใหม่ ๆ หลายชนิดที่แตกออกมาจาก ทั้งในโปรตอน และนิวตรอน ตอนแรกพวกเขาเรียกกลุ่มอนุภาคเหล่านี้รวม ๆ ว่า "เฮดรอน" (hadron) แต่ดูเหมือนว่าจะมีการค้นพบเฮดรอนอย่างไม่มีที่สิ้นสุด ดังนั้นพวกเขาจึงต้องหา หลักการที่จะมาอธิบาย หรือจัดหมวดหมู่เฮดรอนนั้นให้ได้ http://nobelprize.org/nobel_prizes/physics/laureates/1949/index.html http://www.atom.rmutphysics.com/charud/scibook/atom2/newquark/intro6.htm ความเห็นเพิ่มเติมที่ 60 9 ก.ค. 2551 (02:51) http://www.sjsu.edu/faculty/watkins/yukawa.htm Hideki Yukawa and the Pi Mesons Hideki Yukawa received the Nobel Prize in physics for 1949 for predicting the existence of what are now known as the pi mesons. In his 1934 article Yukawa argued that the nuclear strong force is carried by a particle with a mass approximately 200 times that of an electron. Shortly after Yukawa's prediction a particle with almost precisely this mass was discovered in cosmic ray phenomena. It looked at first that Yukawa had been uncannily accurate, but there were problems with the particle found in the cosmic ray records. Although its mass was 207 times that of an electron, it was a fermion with half-integral spin rather than a boson of integral spin as Yukawa predicted for the carrier of the strong nuclear force. It turned out that the cosmic ray particle was not the particle Yukawa was talking about. Instead the cosmic ray particle was essentially a heavy electron, which is now called the muon. Later three particles with masses approximately 270 times that of an electron were found. These did have the properties that Yukawa had predicted. One was of positive charge, one of negative charge and one was neutral. They were called pi-mesons but now they are known as pions. Too often when Yukawa work is described only the predictions are noted so that it seems to the student that Yukawa just made a successful guess. This page's purpose is to present some of Yukawa's analysis that lay behind the successful prediction. When Hideki Yukawa wrote his article physicist were searching for the functional form of the strong force between nucleons (protons and neutrons). It was widely presumed, on the basis of the Coulomb force, that the strong force would be a power of the distance between the nucleons; i.e., 1/rn for some value of n, where r is the distance. Some proposed that the exponent n might be as large as 7 to account for the apparent short range of the nuclear force. Yukawa proposed the quite different form. For the Coulomb force the potential energy is of the form V(r) = −1/r. Yukawa proposed that the potential for the strong force be of the form
|