ชีวิตครูอัตราจ้าง

มีใครเคยสงสัยหรือเปล่าว่าครูอัตราจ้างในประเทศไทยปัจจุบันมีจำนวนเท่าไร เงินเดือนได้เท่าไร แล้วรัฐบาลช่วยเหลืออะไรบ้าง ใครที่ปัจจุบันเป็นครูอัตราจ้างอยู่ หลายคนคงจะเคยรู้สึกน้อยใจและท้อแท้เพราะความนิ่งเฉยของรัฐบาล เงินเดือนไม่ขึ้น สวัสดิการไม่มี ความมั่นคงไม่ต้องพูดถึง แต่เวลาใช้งานก็เท่ากับครูประจำ อุดมการณ์ที่เคยมีมา คงจะทำไม่ได้ถ้าไม่ได้รับความช่วยเหลือ ครูอัตราจ้างน่าจะจัดตั้งเป็นองค์กร หรือร่วมตัวผนึกกำลังในการเรียกร้องสิทธิของครูคนหนึ่ง คุณเห็นด้วยหรือไม่



ความคิดเห็นที่ 1 

ครูอัตราจ้าง (Guest)
10 พ.ค. 2546 20:14
  1. สวัสดิการของครูอัตราจ้างแย่ยิ่งกว่าครูเอกชนเสียอีก

    เงินเดือนระดับปริญญาตรีก็ได้เท่ากับเงินเดือนข้าราชการ

    สวัสดิการอะไรก็ไม่มีนอกจากประกันสังคม ครูดัตราจ้างบางคนทำงานหนักยิ่งกว่าครูข้าราชการเสียอีก



ความคิดเห็นที่ 2

ไม่ใช่ครูู ไม่ใช่อัตราจ้าง (Guest)
11 พ.ค. 2546 11:07
  1. ครูที่เป็นข้าราชการประจำ เงินเดือนสูงมาก บางคนขยันทำผลงานก็ยิ่งได้เงินประจำตำแหน่งเพิ่มอีก และดูเหมือนว่า ครูที่มีเงินเดือนมาก ยิ่งมีงานน้อยลง เงินเดือนของครูประจำ สามารถนำมาใช้จ้างครูอัตราจ้างได้ 2-3 คน ถ้าในเมืองไทย ครูทุกคนเป็นครูอัตรจ้างทั้งหมด ก็จะประหยัดงบประมาณได้อย่างมหาศาล และสามารถควบคุมพฤติกรรมของครูได้เป็นอย่างดี แต่ทั้งนี้ต้องให้ข้าราชการประเภทอื่นเป็นอัตราจ้างให้เหมือนกันหมดนะ ลดเงินเดือนของพวกนักการเมือง และพวกอัยการทั้งหลายลงมาด้วย จัดสวัสดิการให้ลูกจ้างทั้งหลายมีความเป็นอยู่ได้พอสบายไม่ต้องให้ไปดิ้นรนหารายได้อย่างอื่น จัดหาที่อยู่อาศัยให้(ผ่อนส่ง) ปลดเกษียณแล้ว มีเงินพอที่จะจับจ่ายใช้สอย ตามความจำเป็น 4 อย่าง มีเงินที่จะข้าวกินอย่างเพียงพอ แต่ไม่ใช่เข้าห้องอาหารทุกวัน ที่อยู่อาศัยก็ให้ผ่อนมาเรื่อยๆตั้งแต่เริ่มทำงาน ให้ค่าซ่อมแซมเป็นรายปี เครื่องนุ่งห่มจ่ายให้เป็นรายปีตามที่เห็นสมควร ยารักษาโรคให้เบิกได้ไปจนตาย ห้ามไปเที่ยวต่างประเทศ ชีวิตมนุษย์มีความต้องการทางด้านปัจจัยสี่เท่ากันหมด ดังนั้นไม่ควรคำนวณบำเหน็จบำนาญจากเงินเดือนเดือนสุดท้ายและอายุราชการ ให้ถือหลักว่า ให้เท่านี้สามารถมีชีวิตอยู่ได้ ถ้าต้องการมีชีวิตที่ฟุ้งเฟ้อกว่านี้ ต้องหาเอง

    นำเงินส่วนที่ประหยัดได้นี้ไปจ้างคนไทยที่ยังว่างงานอยู่อีกเป็นจำนวนมากให้มีงานทำได้อีก



ความคิดเห็นที่ 4

emo@thaimail.com (Guest)
14 พ.ค. 2546 23:13
  1. จากความคิดเห็นของครูประจำ (ความคิดเห็นที่ 3 ) ณ เวลานี้ คิดว่าครูอัตราจ้างหลายคนก็อยากให้รัฐบรรจุ แต่ก็รู้ดีว่าเป็นไปไม่ได้ แต่แค่ตอนนี้ เราต้องการให้รัฐหันมาสนใจมากกว่าที่เคยเป็น อย่างน้อยให้ครูอัตราจ้างทั้งหลายรู้สึกมั่นคงในสายงานนี้ เป็นลูกจ้างประจำก็ยังดี สวัสดิการอย่างอื่นก็น่าจะมีให้บ้าง อย่างครูเอกชนเค้าก็ยังมีบรรจุของครูเอกชน มีความมั่นคงในชีวิตระดับหนึ่ง แต่ครูอัคราจ้างหล่ะ เคยคิดบ้างไหมว่าเค้าก็ต้องการความรู้สึกมั่นคงในชีวิตทางด้านงานเหมือนกัน ทุกวันนี้ เห็นนโบายการปรับปรุงประสิทธิภาพโรงเรียนขนาดเล็กที่จะให้ครูจำนวนน้อยลง แต่สามารถสอนเด็กได้ในจำนวนมาก แค่เห็นนโยบายอันนี้(ยังไม่นับนโบายอย่างอื่นที่จะลดจำนวนครูอีกน่ะค่ะ) ครูอัตราจ้างทั้งหลา่ยก็คงรู้สึกไม่มั่นคงแล้ว ก็คงอย่างที่เค้าว่ากันนายจ้างที่โหดที่สุดก็คือรัฐบาลนี่แหละ

    ตอนนี้แล้วก็น่าเห็นใจครูทุกคน ไม่ว่าจะเป็นอัตราจ้างหรือประจำ

    และก็น่าสงสารครูอัตราจ้างอีกต่อไป ที่จะยังคงเป็น เงา....



ความคิดเห็นที่ 5

ครูไผ่ vcharkarn vteam
15 พ.ค. 2546 11:05
  1. พิจารณากันตามเหตุผล ครูอัตราจ้างก็คือครูที่สอนในวิชาที่โรงเรียนขาดแคลนครู จึงจำเป็นต้องจ้าง ดังนั้น จึงน่าจะผ่อนผันให้ครูเหล่านี้ได้รับการบรรจุได้โดยไม่ต้องสอบ แต่ต้องมีเกณฑ์ว่าได้ปฏิบัติงานด้วยความขยันขันแข็งได้ผลเดีและมีคุณสมบัติเหมาะสมที่จะเป็นครูมาตลอดระยะเวลาหนึ่ง เช่น 5 ปีขึ้นไป ชดเชยกับที่ไม่ต้องสอบ ให้บรรจุเป็นข้าราชการครูโดยนับเวลาราชการตั้งแต่วันที่แต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งเป็นข้าราชการครู ไม่นับเวลาย้อนหลังให้หรือนับย้อนหลังไห้สำหรับครูที่จ้างมานานโดยเริ่มต้นนับตั้งแต่วันที่เป็นครูอัตราจ้างมาครบ 5 ปี เพื่อไม่เป็นการเอาเปรียบครูที่ต้องสอบบรรจุ ใครเห็นด้วยยกมือ



ความคิดเห็นที่ 6

อดีตครูจ้างผู้ทุ่มเท (Guest)
16 พ.ค. 2546 13:58
  1. ครูจ้างที่ดีก็มีอยู่มาก ที่ไม่ค่อยจะดีก็มีอยู่เหมือนกัน แต่เท่าที่เคยทำงานเป็นครูจ้างมานะครับ รู้สึกได้เลยว่า ครูจ้างจะเหมือนกับขี้ข้าของครูประจำซะมากกว่า เพราะว่าการประเมินเพื่อการจ้างให้อยู่ต่อนั้นผู้ประเมินเป็นครูประจำ ยิ่งถึงช่วงที่มีการพิจารณาขั้นเงินเดือนกันนะ จะเป็นช่วงที่ครูประจำจะถกเถียงพูดคุยนินทา ครูผู้บริหารใหญ่ ๆ ให้ครูจ้างได้ฟังกัน ว่า ทำไม่ตนถึงได้แค่ขั้นเดียว หรือขั้นครึ่ง? อยากจะให้ครูเหล่านั้นได้รู้ถึงความรู้สึกที่กลืนไม่เข้าคายไม่ออก หรืออาการน้ำท่วมปากของครูจ้างจังเลยนะ แต่ก็มีคำพูดหนึ่ง ๆ ที่อยากจะให้ครูประจำเฉพาะที่ทำงานด้วยความทุ่มเท แต่ก็เหมือนปิดทองหลังพระ ได้ฟัง เพรราะมันเป็นสัจจะธรรม นั่นคือ "ทำด้วยแรง แต่โดนแซงด้วยลิ้น" หรือจะเป็นคำพูดที่เหมาะสำหรับผู้ที่ทำงานอาชีพครู แต่ไม่ใช่ครูมืออาชีพ นั่นคือ "สอนมั่ง ไม่สอนมั่ง สตางค์เท่าเดิม" เพราะว่าในเมืองไทยมีเยอะมากเลยกับคำพูดหลังนี้



ความคิดเห็นที่ 8

Np (Guest)
17 พ.ค. 2546 10:42
  1. มีวิธีทำให้นิ้วยาวเท่ากันคือ งอนิ้วมือเข้ามา



    นั่นคือ ถ้าต้องการให้ทุกสิ่งทุกอย่างมันเท่าเทียมกัน ต้องใช้วิธีโก่ง หรือโกง หรือเลี่ยง



ความคิดเห็นที่ 9

ครูอัตราจ้างคนหนึ่ง (Guest)
17 พ.ค. 2546 13:50
  1. ชีวิตครูอัตราจ้างก็เหมือนกับลูกเมียน้อยนะแหละ

    ไม่มีปากไม่มีเสียงอะไรกับเขา พอถามถึงเรื่องการ

    บรรจุเข้าหน่อยก็หาว่าเห็นแก่ตัวสอบไม่ได้ละซิ

    ุถ้าสอบได้แล้วยังไม่เรียกบรรจุละ แล้วทราบมัยว่า

    การสอบแต่ละครั้งเด็กเส้นเด็กฝากเข้าไปเท่าไหร่



ความคิดเห็นที่ 10

ครูอัตราจ้างคนหนึ่ง (Guest)
17 พ.ค. 2546 19:26
  1. เห็นด้วยกับความคิดเห็นของครูไผ่ค่ะ เพราะครูอัตราจ้างก็อยากที่จะได้รับการบรรจุอยู่แล้วเป็นธรรมดา แต่บางครั้งที่ไม่ได้บรรจุก็อาจเป็นเพราะ จังหวัดนั้นๆไม่มีการสอบบรรจุ หรือสอบแล้วแต่ได้ขึ้นบรรชีไว้ ซึ่งถ้าหากรัฐบรรจุให้กับครูอัตรจ้างที่ทำงานได้ผลงานตามที่กำหนดหรือว่าสอนมาเป็นระยะเวลาตามเกณฑ์ที่กำหนดไว้ ก็อาจจะเป็นการช่วยประหยัดงบประมาณในการเปิดสอบบรรจุได้ทางหนึ่งนะคะ



ความคิดเห็นที่ 11

emo@thaimail.com (Guest)
17 พ.ค. 2546 22:50
  1. ขอยกแขน 2 แขน แล้วเดี๋ยวจะไปยืมแขนคนข้างบ้านด้วยค่ะครูไผ่ แต่ถ้าจะยาก แค่สวัสดิการ ให้เหล่าครูอัตรามากกว่าประกันสังคม ก็ไม่รู้จะอีกกี่ปี คงรอจนแก่ หรือถ้าไม่คิดจะบรรจุให้ ก็เป็นลูกจ้างประจำก็ได้ น่ะรัฐบาลคนดี แล้วคุณจะรู้ว่าเพชรในตมเป็นอย่างไร อยากให้บ้านเมืองเจริญการศึกษาของเยาวชนก้าวหน้า แต่ตัดงบการศึกษา กดขี่คนในอาชีพครู โกงกินประเทศชาติ สาธุ..สาธุ แล้วใหนพวกที่ได้บำเหน็จบำหนาญ แล้วเอาเงินไปซื้เหล้า เมายา เที่ยวผู้หญิง ติดการพนัน เอาเงินพวกนั้นมาทำอะไรให้เป็นประโยชน์กว่านี้เถอะ.....อารมณ์แค้น



ความคิดเห็นที่ 16

apinya 50@hotmail (Guest)
20 พ.ค. 2546 20:35
  1. ครูอัตราจ้าง ทุกคนทำงานด้วยความรับผิดชอบมาก มุ่งมั่นในการทำงาน ก็อยากให้รัฐเปิดโอกาสให้คนรุ่นใหม่สอบบรรจุให้มาก ๆๆๆๆๆๆ และเรียกบรรจุมากๆๆๆๆๆๆๆ



ความคิดเห็นที่ 17

ลูกวิษณุ (Guest)
24 พ.ค. 2546 08:00
  1. ผมเองมีลูกเป็นครูอัตราจ้างวิทยาลัยอาชีวะแห่งหนึ่ง

    มีความสงสารลูกมากที่ต้องทำงานหนัก ถูกเรียกใช้อยู่ตลอดเวลา ทั้งสอนก็หนัก หน้าที่ก็เยอะมาก ไม่รู้จะอยู่นานทำงานได้นานแค่ไหน

    ผมเป็นพ่อ อยากเห็นครูอัตราจ้างมีสวัสดิการดีๆกับเขาบ้าง หรือมีความมั่นคงให้มากขึ้น และถ้ามีตำแหน่งบรรจุรับราชการ ก็ควรเอาครูอัตราจ้างที่ทำงานมานานบรจุก่อน หลังจากประเมินแล้วว่าดี ทำงานดีจริง ๆ

    ด้วยรักและห่วงใยลูกที่เป็นครูอัตราจ้างจริงๆครับ ขอ

    ช่วยให้ความมั่นใจในครูอัตราจ้างด้วยครับท่านรัฐมนตรีว่าการฯ ท่าน ปองพล อดิเรกสาร ช่วยเขาด้วยครับ



ความคิดเห็นที่ 18

ครูอัตราจ้างอาชีพ (Guest)
10 มิ.ย. 2547 12:06
  1. ผมเป็นคนหนึ่งที่เป็นครูอัตราจ้าง ซึ่งทำงานมาแล้ว 8 ปี ผมได้อ่านกระทู้ต่าง ๆ ที่เกี่ยวกับครูอัตราจ้างแล้วรู้สึกแย่กับความคิดของผู้ที่ไม่ได้เป็นครูอัตราจ้าง เขาเหล่านั้นไม่รู้ว่าพวกเราต้องทนต่ออะไรบ้าง ผู้ที่รู้ดีคือครูอัตราจ้างด้วยกันเท่านั้น

    ผมจะยกตัวอย่างประสบการณ์ของผมเองก็แล้วกัน... ผมรับเงินเดือนเดือนละ 6,360 ตอนนี้ถูกหักประกันสังคมเหลือ 6,043

    เวลามีงานเลี้ยงส่งครูที่โรงเรียน ตัวผมเองจะต้องออกเงินเฉลี่ยเท่ากับผู้อำนวยการโรงเรียนระดับ 8 ทุกครั้ง ทุกคนออกเงินเท่ากันหมด ทำงานมา 8 ปี เงินเดือนไม่เคยขึ้นเลยซักบาท ในอนาคตอันใกล้กำลังจะมีครอบครัวเหมือนคนทั่วไป และอาจจะมีลูกตามมา ซึ่งจะเพิ่มขึ้นมาอีก 1 ปาก และภรรยาอีก แต่เราก็ยังรับเงินเดือนเท่าเติมต่อไปเรื่อย ๆ โดยที่ไม่มีความหวังอะไรเลย มันคุ้มกันไหมกับการทำงานที่ไม่ได้รับการตอบแทนที่พึงจะได้ และความมั่นคงที่รัฐบาลจะจัดให้คนทุกคน มีแล้วยังสำหรับพวกเรา อะไรคือความมั่นคงของครูอัตราจ้าง การบรรจุให้เป็นข้าราชการครูเท่านั้นที่จะช่วยได้ ซึ่งรัฐบาลเองก็สามารถทำได้ แต่ทำไมไม่ทำ ในขณะที่ 3 จังหวัดชายแดนเขาได้บรรจุกันแล้ว ไม่ว่าจะอยู่ที่จังหวัดไหน ครูอัตราจ้างก็เดือดร้อนทั้งนั้น ได้โปรดชดเชยให้เราบ้าง



ความคิดเห็นที่ 19

หนวกหูครูอัตราจ้าง (Guest)
10 มิ.ย. 2547 17:03
  1. ก็น่าเห็นใจครูอัตราจ้าง

    แต่ก็ช่วยไม่ได้ เพราะอยากรับจ้างเองนี่

    เรียนมาด้วยความลำบาก ยอมลดตัวมารับเงินเดือนแค่นี้(ตลอดไป) ใครจะช่วยคุณได้

    ยอมทำงานที่ไร้เกียรติ(แต่สุจริต) ดีกว่าที่จะมาปิดทางของตัวเองโดยการยอมรับเศษเงิน(งบประมาณ)เล็กๆน้อยๆ

    ถ้าพวกคุณตั้งใจอย่างแน่วแน่ว่า \"ถ้าไม่บรรจุให้ เอาช้างมาลากก็ไม่รับจ้างสอน\" รัฐก็ต้องหาทางบรรจุให้

    แต่นี่พวกคุณรับจ้างเสียแล้ว ก็หวานคอรัฐสิ จะบรรจุให้เสียงบทำไม เอาไว้ถลุงกันเองไม่ดีกว่าหรือ



ความคิดเห็นที่ 20

ครูวัน (Guest)
16 มิ.ย. 2547 19:34
  1. จริงของคุณ



ความคิดเห็นที่ 21

ครูอัตราจ้าง (Guest)
17 มิ.ย. 2547 11:38
  1. ผมเป็นครูอัตราจ้างมา 5 ปีแล้ว เงินเดือนก็ไม่ขึ้น สวัสดิการอะไรก็ไม่มี ก็ได้แต่รอความหวังว่าซักวันหนึ่งรัฐบาลจะเห็นใจ มีหลายคนบอกว่าจะทนอยู่ทำไม งานอื่นมีทำไมไม่ทำ ถามตอบคุณไปว่าคุณเรียนมาทางไหน ผมเรียนสายครู ผมรักอาชีพครู ผมทนอยู่ได้แม้ไม่มีสวัสดิการใด แต่ทุกคนย่อมต้องการสิ่งตอบแทนเป็นขวัญเป็นกำลังใจบ้าง แม้ชาตินี้จะไม่มีการบรรจุอัตราจ้าง ก็ขอเพียงมีสวัสดิการดีๆบ้าง ในฐานะครูคนหนึ่ง ครูอัตราจ้างก็คือครูอย่าคิดว่าเป็นลูกจ้าง ครูประจำกับครูอัตราจ้างต่างกันนิดเดียวคือครูได้รับการบรรจุแต่งตั้ง อัตราจ้างบางคนมีความรู้ มีทักษะ มีความสามารถ มากกว่าครูประจำเสียอีก

    งานไม่ว่าจะเป็นงานอะไร คนทำงานย่อมต้องสิ่งตอบแทนทั้งสิ้น ข้าราชการมีโบนัส มีการเลื่อนตำแหน่ง มีขั้นเงินเดือน ค่ารักษาพยาบาล เงินกู้ บริษัทห้างร้านมีการขึ้นเงินเดือน มีโบนัส แล้วครูอัตราจ้างเป็นใคร ทำไมไม่มีสวัสดิการอะไรเลย นอกจากประกันสังคมที่คอยแทะเงินเดือนให้น้อยลง ขอร้องทุกคนให้หันมองอัตราจ้างบ้าง เขาก็ครู ผมก็ครู สิ่งตอบแทนที่มีให้ครู คือการรอคอยที่ไร้ความหวังอย่างนั้นหรือ



ความคิดเห็นที่ 22

xyz (Guest)
18 มิ.ย. 2547 03:49
  1. ตราบใดที่ฉันเป็นรัฐบาล ก็จะจ้างต่อไป ด้วยเงินค่าจ้างเท่านี้แหละ

    จะรับก็รับ ไม่รับ อย่ารับ

    คนที่จะรับก็มีเยอะอยู่แล้ว

    รับแล้วอย่าเรียกร้อง

    ต้องการมากกว่านี้ ไปที่อื่น

    ไม่ต้องพูดถึงความเก่ง

    ไม่ต้องพูดถึงผลที่จะเกิดกับเด็ก

    ฉันแก้ปัญหาให้ได้ในช่วงที่ฉันอยู่

    อยากให้ดีกว่านี้ ก็มาบริหารประเทศเสีเยเอง หรือเลือกคนเก่งๆ(กว่านี้)



ความคิดเห็นที่ 23

xyz (Guest)
18 มิ.ย. 2547 10:44
  1. ทางแก้มันมี แต่จะแก้หรือไม่เชแก้เท่านั้น

    ไม่ควรให้ผู้ที่จะมาเป็นครูต้องกังวลเกี่ยวกับความมั่นคงในอาชีพ ไม่ต้องให้กระเสือกกระสนหารายได้พิเศษมาจุนเจือครอบครัว ขอให้สอนและทุ่มเทชีวิตให้แก่เด็กอย่างเต็มที่ ปลดระวางแล้วก็มีชีวิตอยู่ต่อไปได้ ไม่เดือดร้อน(ถ้าไม่ฟุ่มเฟือย)

    ไม่เห็นด้วยที่จะจ้างครูเป็นเทอมๆ ครูจะเอากำลังใจที่ไหนมาทุ่มเทให้กับเด็ก การเตรียมการสอน การคิดออกแบบกิจกรรม การคิดออกแบบสื่อและความเชี่ยวชาญในการสอน มันต้องใช้เวลาหลายปี

    พนักงานรัฐวิสาหกิจ ยังได้มากกว่าครูจ้างสอนและมากกว่าครูประจำการตั้งหลายเท่า



    การให้ครูได้เลื่อนชั้นเลื่อนตำแหน่งขึ้นไปเรื่อยๆ(ถ้าครูมีการพัฒนาตนเอง ตามความเหมาะสม)ก็เป็นสิ่งที่ควรสนับสนุน แต่ไม่ต้องให้ละเอียดหยุมหยิม ยิบยับ เหมือนที่ทำกันอยู่ในปัจจุบัน ซึ่งจะทำให้ครูต้องเหินห่างเด็กไปอีก แลกกันกับการลดเงินประจำตำแหน่งลง หรืองดไปเลย เพราะการเลื่อนระดับหรือจัดให้เข้าแท่งใหม่ก็เป็นผลตอบแทนที่น่าพอใจอยู่แล้ว

    ปัจจุบันนี้ เงินประจำตำแหน่งของครูสามารถนำมาจ้างครูได้เกือบ 2 คน



    อุปสรรคที่ทำให้ไม่สามารถแก้ปัญหานี้ได้ก็คือ ยังมีคนรับจ้างสอนอยู่ จึงทำให้รัฐต้องจ้างต่อไปเรื่อยๆ



    <<ก็เรียนมาทางนี้แล้ว ก็ต้องรับจ้างไปก่อน ถ้าไม่รับจ้างสอน จะเอาอะไรกิน อย่างอื่นก็ไม่ได้เรียนมา>>



    งั้นก็ OK ยุติ รับจ้างไปเรื่อยๆก็แล้วกัน



ความคิดเห็นที่ 24

EMO (Guest)
20 มิ.ย. 2547 18:21
  1. หลายประเด็น หลายปัญหาสรุปแล้วแม้จะนำเรื่องนี้มาพูดก็ยังคงมีทั้งคนที่เป็นพวกเดียวกัน กับคนที่ฟังไปฟังมาแล้วรำคาญเนอะ คนทุกคนมีทางเลือก แต่ถ้าต้องทำในสิ่งที่ไม่รัก งานมันจะออกมาดี เหมือนสิ่งตนรักได้อย่างไร ไม่ได้อ้อนวอนให้ใครเห็นใจ แต่คุณเคยได้ยินไหม เพียงแค่ระบายออกมามีคนรับฟังก็สบายใจพร้อมที่จะทำงานต่อไป แม้จะอ้างอิงหรือไม่อ้างอิงใครก็ตามแต่เมื่อเห็นก็นำมาพูดมาเล่าให้คนอื่นได้รู้ว่านี้คือความจริงของชีวิตของคน ความฝันที่อยากบรรจุคิดว่าอัตราจ้างหลายคนใครๆก็ฝันอยากบรรจุ มีสอบถามว่าไปสอบกันไหม เค้าก็ไปกัน แต่เวลาเรียกกว่าจะถึงก็หมดโอกาส ทุกคนก็ดิ้นรน อัตราจ้างก็ดิ้นรน เพียงแต่บางครั้งความยุติธรรมมันไม่ได้เกิดขึ้นตามความเป็นจริงของครูอัตราจ้างที่เจอโรงเรียนเฮงซวย เพื่อนร่วมงานงี่เง่าที่คิดว่าตนคือครูประจำคนละชั้นกับอัตราจ้าง แม้แต่ผู้บริหารที่กินแม้แต่เงินของครูอัตราจ้างก็ยังมี



ความคิดเห็นที่ 25

toto (Guest)
23 มิ.ย. 2547 22:28
  1. เห็นด้วยครับ//ครูจ้างดนตรี



ความคิดเห็นที่ 26

toto (Guest)
23 มิ.ย. 2547 22:33
  1. ใครไม่เป็นชีวิตแบบครูจ้างไม่รู้หรอก//ไม่อยากระบายมากครับระบายไปไม่มีประโยชน์ไม่มีใครเห็นใจพวกเราหรอกหนังสือพิมพ์ผมก็อ่านทุกวัน ข่าวผมก็ดู เพื่อนๆครูเคยเห็นข่าวครูอัตราจ้างบ้างไหมครับ//ครูจ้างดนตรี

แสดงความคิดเห็น

กรุณา Login ก่อนแสดงความคิดเห็น